ข่าว การเมือง อาชญากรรม สลากกินแบ่งรัฐบาล สังคม ดารา บันเทิง
 
  ค้นหาข่าว  
 
ร้องทุกข์ ร้องเรียน เว็บบอร์ด
helper end
  หน้าแรกข่าว > ไลฟ์สไตล์/วาไรตี้ > ขอเวลานอก-เก็บตกรายทางชีวิตของ พิเชษฐ์ กลั่นชื่น
 

ขอเวลานอก-เก็บตกรายทางชีวิตของ พิเชษฐ์ กลั่นชื่น

โดย คม ชัด ลึก วัน ศุกร์ ที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2550 02:54 น.
ถ้าถามว่าอะไรคือเบื้องหลังท่วงท่าเต้นอันชวนพิศวงของศิลปินแนวร่วมสมัยผู้โด่งดังไกลในต่างแดนอย่าง พิเชษฐ์กลั่นชื่น เจ้าของรางวัลศิลปาธรด้านศิลปะการแสดงประจำปี 2549

สิ่งเหล่านั้นสามารถเก็บตกได้ตามรายทางชีวิตของเขาเอง เพราะ การเดินทาง แต่ละเที่ยวของเขา นำมาซึ่ง ความเปลี่ยนแปลง ครั้งสำคัญทั้งสิ้น

ผมชอบการเปลี่ยนที่มาก การอยู่ที่ใดที่หนึ่งนานๆ ไม่สนุกสำหรับผม ผมชอบเดินทาง ทุกครั้งจะเกิดสิ่งดีๆ ขึ้นกับผม แต่ถ้าได้ทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งแล้ว ผมชอบที่จะทำนานๆ ไม่เปลี่ยนแปลง พิเชษฐ์ เกริ่นกล่าว

แม้ก้าวย่างครั้งสำคัญในวัยเด็กของเขาจะทำให้บางสิ่งบางอย่างในตัวเขาหายไปก็ตาม

จริงๆ แล้ว ผมมีชื่อเล่นว่า ''''''เปีย'''''' เพราะไว้ผมเปียตั้งแต่เด็กๆ ตอนเด็กๆ ด้วยผมจะป่วยบ่อย ความเชื่อของคนโบราณจะต้องไว้ผมเปีย จนกระทั่งอายุ 13 ปี ผมก็ตัดผมเปียออก ด้วยต้องย้ายจากฉะเชิงเทรามากรุงเทพฯ มาอยู่กับป้า การเดินทางทำให้เราเป็นคนใหม่ มีเพื่อนใหม่ ชื่อเล่นจึงหายไป

ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในครั้งนั้นทำให้พิเชษฐ์ต้องปรับเปลี่ยนจากเด็กที่เคยใช้ชีวิตแบบชาวประมง มาเป็นเด็กในเมืองผู้ต้องทำงานสารพัด ทั้งงานบ้านงานครัว และด้วยงานที่เขาคิดว่าหนักหนาเกินวัย จึงทำให้เกิดการเดินทางครั้งใหม่ตามมา

เราทำทุกอย่างในบ้าน รู้สึกเหมือนเป็นคนใช้ ขณะนั้นเรารู้สึกแบบนั้น เรากินข้าวทีหลังคนอื่น แต่พอมองย้อนกลับไป ตอนนั้นเขาอาจกำลังฝึกเราให้ขยัน มีระเบียบ ตอนนั้นผมอายุ 16 มีเพื่อน พอขึ้น ม.4 ก็หนีไปบ้านเพื่อนใกล้โรงเรียน เพื่อนสนิทมาก แม่เขาใจดี ป้าก็ไม่ได้ตาม ก็ปล่อยเรา ผมต้องทำงานส่งตัวเองเรียน เราตัดสินใจแล้ว เขาปล่อยเราไปตามยถากรรม กระทั่งจบมหาวิทยาลัย จนถึงเดี๋ยวนี้ไม่เคยขอตังค์พ่อแม่ ผมดูเป็นเด็กเกเร เคยขอสตางค์ป้าหลังสอบติดที่จุฬาฯ แต่มีคนไม่เชื่อว่าเราสอบติด

สิ่งที่ทำให้ผ่านชีวิตช่วงนั้นมาได้พิเชษฐ์มองว่าน่าจะเป็นเพราะความเป็นคนไม่ยึดติดอะไร ไม่ตามกระแส ไม่ใช้โทรศัพท์มือถือ ไม่กินเหล้า ไม่สูบบุหรี่ และที่สำคัญคือการมีเป้าหมายในชีวิตว่าต้องเรียนมหาวิทยาลัยให้จบ และต้องเอาดีด้านการรำไทยให้ได้ ด้วยความมุ่งมั่นเช่นนี้นี่เอง ที่ทำให้เกิดการเดินทางอีกมากมายตามมา

ผมเริ่มเดินทางไปต่างประเทศเมื่อปี 2542 จากทุนด้านการเรียนศิลปะการแสดงที่อเมริกา ตอนนั้นได้ทุน 2 อาทิตย์ ปีต่อมาก็ได้ทุนเรียน 7 เดือน มันเป็นการเดินทางครั้งแรกที่เจ็บปวดมาก เป็นประสบการณ์ที่ไม่เคยลืม เพราะต้องไปอยู่ที่นิวยอร์กคนเดียว มันไม่ใช่สิ่งที่เราคุ้น ต้องปรับตัวสุดๆ ทุกเรื่อง ตั้งแต่เรื่องอาหาร อากาศ ผังเมือง การแยกขยะ ภาษา ทุกอย่างเป็นระบบ ซึ่งที่ไทยไม่มี เราเรียกมันว่า คัลเจอร์ช็อก แต่นั่นทำให้เราได้ปรับตัว ตลอดเวลาที่มีการเปลี่ยนสถานที่ ชีวิตผมอยู่กับอีกอย่างหนึ่ง แต่ได้เป็นอีกอย่าง เช่น ผมเรียนสายวิทย์ แต่มาทำงานทางด้านศิลปะ ผมเป็นเด็กต่างจังหวัด แต่มาโตในกรุงเทพฯ เป็นคนที่เรียนรำไทย แต่ต้องไปแดนซ์ในเมืองนอก ทำในเมืองไทยไม่ได้ อยู่แบบนี้ตลอดเวลา

จนกระทั่งปัจจุบันนี้บางปีพิเชษฐ์ใช้เวลาอยู่ที่เมืองนอกมากกว่าเมืองไทย ด้วยภารกิจด้านการแสดง บางครั้งพิเชษฐ์ใช้ชีวิตอยู่บนเครื่องบินข้ามวันข้ามคืนจากเอเชียไปอเมริกา จากอเมริกามายุโรป บางการเดินทางพิเชษฐ์ต้องอยู่ตั้งแต่โรงแรมไม่มีดาวจนถึง 5 ดาว แต่ทุกครั้งที่เขาไปไหนมาไหนจะต้องมีสมุดบันทึกติดตัวไปด้วยตลอด ไม่ใช่ว่าคอยเก็บรายละเอียดสถานที่ท่องเที่ยว แต่เพื่อบันทึกแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์งานที่อาจจะพลุ่งมาอย่างเฉียบพลัน นอกจากนี้ เขายังชอบซื้อรองเท้า อันเป็นเครื่องบันทึกการเดินทางอย่างหนึ่งสำหรับเขาด้วย

รองเท้าเป็นบันทึกการเดินทางอย่างหนึ่ง ส้นที่สึกไป มันเป็นบันทึกร่วมชีวิตกับเราไปได้ไกลขนาดไหน ส่วนสมุดจะเป็นเพื่อนเรา เรามีใครสักคนพูดด้วยได้ สิ่งเหล่านี้ เราดึงออกมาเป็นงานตลอดทุกครั้งไป นอกจากนี้ ผมยังชอบเก็บสบู่ ยาสระผมจากโรงแรมด้วย ไม่ได้เอามาใช้ แต่เพราะมันไม่ได้หาได้ง่ายๆ มันซื้อไม่ได้ ต้องไปที่นั่นจริงๆ ถึงจะได้มา มันมีกลิ่นที่แตกต่างจากของช็อปปิ้ง เป็นของเก็บที่มีคุณค่า ทำให้เราคิดถึงที่นั้น และมันมีอีเมล เบอร์ ที่อยู่ ถ้าจะไปอีก ก็ไปได้ มันเฉพาะเจาะจงจริงๆ

และสำหรับการเดินทางก้าวต่อไปของเขาพิเชษฐ์ตั้งเป้าไว้ว่า จะทำอย่างไรให้นาฏศิลป์และศิลปะการเต้นอยู่ได้ในเมืองไทย รวมทั้งทำให้สิ่งที่เขาคิดเป็นบันทึกหน้าหนึ่งของการเรียนศิลปะร่วมสมัยในเมืองไทย ซึ่งพิเชษฐ์ว่า แม้จะดูไม่ยิ่งใหญ่ แต่เชื่อว่าอีกสัก 30-40 ปี มันจะเกิดขึ้นได้จริง

ผมมองว่ามันไม่มีวันสำเร็จ แต่มันจะมีวันที่งอกงาม เราตอบไม่ได้ว่าเมื่อไรต้นไม้จะหยุดโต มันมีอายุนับร้อยนับพันปี ศิลปะก็หยุดไม่ได้เช่นกัน มันจะงอกงามไปเรื่อยๆ ศิลปินหนุ่ม กล่าวทิ้งท้าย

 


 
หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว ครั้ง
อ่านข่าวทั้งหมดของ คม ชัด ลึก ได้ที่นี่
 
ข่าวอื่นๆ คลิปข่าวเด็ด S! TV
news ถกเครียดคดียิงM79ถล่มเวทีพันธมิตรฯ
news บัวแก้วเชิญทูตUAEรับข้อมูลแม้วเข้าดูไบ
news กทม.จับมือบช.น.แก้อาชญากรรมในจุดเสี่ยง
news ''ทักษิณ''ประณามมือบึ้มหลังเวทีพธม.
news ถกเครียดคดียิงM79ถล่มเวทีพันธมิตรฯ
news สาวขายเพชรถูกเผาปริศนาคาคอนโดฯหรู
tvASTV1
tvDMC
tvMVTV1
tvMVTV2
tvMVTV3
tvNation
tvสทท.11
tvMCOT
กระทู้ที่เกี่ยวข้อง ตั้งกระทู้ใหม่, ตั้งกระทู้โหวต, ดูกระทู้ทั้งหมด >>
ขอเวลานอก-เก็บตกรายทางชีวิตของ พิเชษฐ์ กลั่นชื่น