ข่าว การเมือง อาชญากรรม สลากกินแบ่งรัฐบาล สังคม ดารา บันเทิง
 
  ค้นหาข่าว  
 
ร้องทุกข์ ร้องเรียน เว็บบอร์ด
helper end
  หน้าแรกข่าว > ไลฟ์สไตล์/วาไรตี้ > ขอเวลานอก-เผยตัวตนของเตย ปรีดิ์รติ ภิรมย์ภักดี
 

ขอเวลานอก-เผยตัวตนของเตย ปรีดิ์รติ ภิรมย์ภักดี

โดย คม ชัด ลึก วัน ศุกร์ ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2550 02:53 น.
อีกหนึ่งหญิงสาวรุ่นใหม่ที่เป็นที่สนใจของผู้คนในวงสังคมเพราะเธอเป็นน้องสาวคนเล็กและเป็นสาวน้อยคนเดียวของครอบครัวภิรมย์ภักดี

ที่มีพี่ชายเนื้อหอม 2 คน ที่ตกเป็นข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์อยู่บ่อยครั้ง เธอก็คือ เตย ปรีดิ์รติ ภิรมย์ภักดี สาววัย 24 ปี บุตรสาวคนสุดท้องของคุณพ่อสันติ และคุณแม่อรุณี ภิรมย์ภักดี นั่นเอง

เธอเล่าให้ฟังว่าหลังจากจบปริญญาตรีจากสหรัฐอเมริกา กลับมาอยู่เมืองไทยได้พักหนึ่ง ก็สมัครเข้าเรียนต่อปริญญาโท ที่ศศินทร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สาขาการตลาดและธุรกิจ ตอนนี้อยู่ปี 2 แล้ว แต่ที่เรียนด้านนี้ไม่ได้ตั้งหวังว่าจะออกมาทำธุรกิจในครอบครัว เพราะการเรียนการตลาดและธุรกิจนั้น สามารถประยุกต์ใช้กับการดำเนินชีวิตได้

หลายคนบอกว่า ทำไมเรียนจบปริญญาตรีแล้วไม่หางานทำ ไม่หาประสบการณ์และเพิ่มพูนความรู้จากการทำงานก่อน ซึ่งจริงๆ แล้วเตยชอบเรียนหนังสือ อยากเรียนทีเดียวให้จบไปเลย แต่ก็เชื่อนะ ที่พูดกันว่าไม่มีใครแก่เกินเรียน แต่เกรงว่าอายุมากแล้วจะเรียนไม่เข้าใจ (หัวเราะ) เลยตั้งหน้าตั้งตาเรียนตอนที่กำลังกายและสมองพร้อมสมบูรณ์ไปเลยดีกว่า

และก็อดไม่ได้ที่จะถามว่าเรียนจบมาแล้วจะทำงานธุรกิจครอบครัวหรือเปล่า เธอตอบทันทีว่า คงไม่ทำงานที่บุญรอด เพราะตอนนี้มีพี่ๆ ญาติๆ ทำกันอยู่แล้ว ส่วนตัวก็ไม่ค่อยชอบการทำธุรกิจด้วย แต่คุณพ่อบอกว่าอยากให้ไปทำธุรกิจโรงแรมของครอบครัว ซึ่งเธอเองยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะทำหรือไม่อย่างไร และคุณพ่อก็ไม่ได้บังคับ ว่าต้องทำนะ เพราะทั้งคุณพ่อคุณแม่เลี้ยงลูกๆ ทุกคนให้ตัดสินใจเอง เพียงแต่จะคอยดูให้อยู่ในที่ทางที่เหมาะสม

คุณพ่อคุณแม่ไม่เคยบังคับลูกเลยว่าต้องเรียนอันนั้นเรียนอันนี้ จบมาก็ต้องทำงานของครอบครัวนะ ทุกคนมีสิทธิในการตัดสินใจชีวิตของตัวเอง เพียงแต่จะคอยดูแลกำกับอยู่ห่างๆ อย่างคุณพ่อจะชอบนำเรื่องนั้นเรื่องนี้มาเล่าให้ฟัง ว่าที่พ่อทำนั้นน่ะผิดพลาดอย่างไร ดีอย่างไร ซึ่งก็เป็นการสอนพวกเราไปในตัว หรืออย่างเรื่องที่คุณพ่อเปรยว่าอยากให้เตยทำงานโรงแรมของครอบครัว ก็ไม่ได้บังคับ ทำหรือไม่อยู่ที่การตัดสินใจของเตย ซึ่งถ้าเตยตัดสินใจจะทำงานโรงแรมจริงๆ ก็คงไม่ยุ่งยาก เพียงแต่ต้องไปเรียนให้เป็นเรื่องเป็นราว และตอนนี้ก็มีสถาบันที่สอนเกี่ยวกับการโรงแรมโดยเฉพาะ ปีเดียวจบด้วย

ส่วนการวางแผนอนาคตของเตยนั้น วาดไว้เช่นกัน คือเตยจบปริญญามาจากสหรัฐอเมริกาเกี่ยวกับศิลปะ ชอบมาก ก็อยากทำอะไรเกี่ยวกับงานศิลปะ เปิดแกลเลอรีแสดงผลงานต่างๆ พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ศิลปินหน้าใหม่มีโอกาสแสดงผลงานด้วย แต่ทั้งนี้คนไทยยังไม่เป็นคนที่เสพศิลปะมากนัก จะเปิดเป็นแกลเลอรีอย่างเดียวคงไม่ได้ จึงต้องมีอย่างอื่นด้วย เตยก็ต้องมาถามตัวเองว่าชอบอะไร แล้วก็คิดได้ว่าเราชอบแต่งตัว ชอบแฟชั่น จึงคิดที่จะเปิดแกลเลอรีควบคู่ไปกับแฟชั่น ดูศิลปะไปด้วย ดูเสื้อผ้าไปด้วย เพลินดีนะ ลูกสาวเบียร์สิงห์ เล่าถึงแผนในอนาคต

คุยกันสักพักครูฝึกโยคะของแพลเนตโยคะแคลิฟอร์เนีย ว้าว ก็มาเรียกลูกศิษย์คนใหม่ (เตย) ไปเรียนโยคะ ซึ่งการเล่นโยคะเป็นกิจกรรมยามว่างที่สาวคนนี้โปรดปราน โดยเธอเล่าให้ฟังว่า ช่วงที่เรียนจบกลับมาเมืองไทยใหม่ๆ พี่สะใภ้ (ตอง นิสามณี) ชวนไปเล่นโยคะด้วยกัน ตั้งแต่นั้นก็เล่นมาเรื่อยๆ จนถึงปัจจุบัน

เตยชอบเล่นโยคะนะคะ ได้ออกกำลังกาย ไม่อ้วนด้วย ก่อนที่จะเรียนปริญญาโท เล่นบ่อยมาก เกือบทุกวัน แต่ช่วงนี้ไม่ค่อยมีเวลา เพราะต้องทำการบ้านเยอะมาก บางวันกลับบ้านค่ำก็เหนื่อยแล้ว แต่ก็รู้ตัวนะคะวันไหนเล่นโยคะจะสบายใจ ไม่เครียด ไม่หงุดหงิด สิ่งเหล่านี้รับรู้ได้เลยในช่วงที่เล่นโยคะอย่างต่อเนื่อง มันจะเหมือนว่าออกกำลังแล้วมีความสุข ตรงกันข้ามวันไหนไม่ออกกำลังกายจะรู้สึกเครียด ไม่สบายตัว เตยจึงสรุปได้เลยว่าออกกำลังกายแล้วมีความสุข ตั้งแต่นั้นมาก็จะชอบออกกำลังกาย

ตอนนี้ไม่ค่อยมีเวลา ก็จะเล่นฟิตเนสที่บ้านแทน วิ่งบนเครื่องวิ่งบ้าง หรือยกเวท จะได้มีกล้ามเนื้อ ดูสวยดี หรือถ้าว่างตรงกันทุกคน ก็จะทำอาหารรับประทานรวมกัน อย่างที่บ้านจะดูเหมือนต่างคนต่างอยู่ แต่ถ้าว่างจะเรามารับประทานอาหารร่วมกัน เรื่องนี้ทุกคนในบ้านจะมีคุณพ่อเป็นแบบอย่าง ท่านเคยบอกว่าเราทำงานวันละ 7-8 ชั่วโมงก็พอแล้ว ไม่ต้องนำกลับมาทำที่บ้านด้วย หลังจากนั้นก็เป็นเวลาของครอบครัว เพียงแต่เราต้องใช้เวลาทุกนาทีให้มีค่า ให้เหมาะสม และนั่นก็ทำให้เตยสนิทกับคุณพ่อมาก เย็นๆ กลับจากโรงเรียนก็จะเจอท่านแล้ว นอกจากมีงานตอนค่ำเท่านั้นเอง เตย เล่า

และด้วยความเป็นลูกสาวคนเดียวของพ่อแม่และเป็นน้องสาวคนเดียวของพี่ชาย 2 คน รู้สึกว่าเธอเป็นไข่ในหินของครอบครัวหรือไม่ เธอตอบทันทีว่าไม่ เพราะนิสัยส่วนตัวก็จะง่ายๆ สบายๆ จะออกแนวผู้ชายด้วยซ้ำ เพราะสนิทกับพี่ชายทั้งสองคนมาก โดยเฉพาะที่ชายคนโต (เต้ สันต์) ที่นิสัยจะคล้ายกัน ชอบหลายๆ เรื่องเหมือนกันเลย จะไปไหนด้วยกันเสมอ คนนอกก็จะมองว่ามีพี่มาคุม แต่ความจริงแล้วไปกับพี่สบายใจมากกว่า ยิ่งตอนนี้เรียนปริญญาโทก็จะตัดสินใจเอง ดูแลตัวเอง แต่ถ้ามีอะไรก็คุยกันได้ทุกเรื่อง ตรงกันข้ามคนที่จะเข้ามาทำความรู้จักกลับกลัวเธอมากกว่า (หัวเราะ) เพราะเธอเป็นคนนิ่งๆ ไม่ค่อยพูดและยิ้มกับใคร (ก็ไม่รู้จักกันจะให้พูดได้อย่างไร) แต่ถ้ารู้จักกันก็จะรู้ว่าเธอแสนจะโก๊ะขนาดไหน...

รู้จักตัวตนของสาวคนนี้กันแล้วถ้าหนุ่มคนไหนอยากรู้จักคงไม่ยากแล้วนะคะ...

 


 
หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว ครั้ง
อ่านข่าวทั้งหมดของ คม ชัด ลึก ได้ที่นี่
 
ข่าวอื่นๆ คลิปข่าวเด็ด S! TV
news ถกเครียดคดียิงM79ถล่มเวทีพันธมิตรฯ
news บัวแก้วเชิญทูตUAEรับข้อมูลแม้วเข้าดูไบ
news กทม.จับมือบช.น.แก้อาชญากรรมในจุดเสี่ยง
news ''ทักษิณ''ประณามมือบึ้มหลังเวทีพธม.
news ถกเครียดคดียิงM79ถล่มเวทีพันธมิตรฯ
news สาวขายเพชรถูกเผาปริศนาคาคอนโดฯหรู
tvASTV1
tvDMC
tvMVTV1
tvMVTV2
tvMVTV3
tvNation
tvสทท.11
tvMCOT
กระทู้ที่เกี่ยวข้อง ตั้งกระทู้ใหม่, ตั้งกระทู้โหวต, ดูกระทู้ทั้งหมด >>
ขอเวลานอก-เผยตัวตนของเตย ปรีดิ์รติ ภิรมย์ภักดี