ค้นหาข่าว  
  หน้าแรกข่าว > การเมือง
  พล.ท.สพรั่ง กัลยาณมิตร"วางแผนปฏิรูปการปกครองมาแล้ว 7-8 เดือน"
โดย กรุงเทพธุรกิจ วัน อาทิตย์ ที่ 24 กันยายน พ.ศ. 2549 08:15 น.
"แม้แต่ทหารที่ถูกนักการเมืองเลวบางคน ยุยงจนเกิดการแตกแยกกันออกเป็นกลุ่ม ยุยงให้บ้าในรุ่น บ้าเหล่า จึงจำเป็นต้องออกมาทำการปฏิรูปการปกครองใหม่"

พล.ท.สพรั่ง กัลยาณมิตร แม่ทัพภาคที่ 3 ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อยในพื้นที่กองทัพภาคที่ 3 ได้เรียกประชาสัมพันธ์จังหวัด และสื่อมวลชนกลุ่มเป้าหมายในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ รวม 27 คน เข้ารายงานตัวและร่วมประชุมเพื่อชี้แจงนโยบายและสั่งการของคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) ในการปฏิบัติหน้าที่ของสื่อมวลชน ที่สโมสรบันเทิงทัพ ค่ายสมเด็จพระนเรศวรมหาราช อ.เมือง จ. พิษณุโลก วานนี้ (22 ก.ย.)

ในโอกาสนี้แม่ทัพภาคที่ 3 ได้เปิดใจถึงการเข้าร่วมกับคณะปฏิรูปฯ ว่า ที่ผ่านมาตนเองได้ส่งสัญญาณเตือนไปยังข้าราชการและนักการเมืองผ่านทางสื่อมวลชนมาแล้ว 2-3 เดือน เพื่อให้กลับตัวกลับใจบริหารประเทศชาติให้มีความสงบสุข แต่ก็ยังไม่มีใครสำนึกหรือคิดทำ ยิ่งกลับทำให้ประเทศชาติเสียหายมากยิ่งขึ้นไปอีก นับวันประชาชนในชาติยิ่งเกิดความแตกแยกแบ่ง เป็นกลุ่มเป็นพวก เกิดการทะเลาะเบาะแว้งจนทำให้เกิดปัญหาความวุ่นวายในบ้านเมืองขึ้นมา

แม้แต่ทหารที่ถูกนักการเมืองเลวบางคน ยุยงจนเกิดการแตกแยกกันออกเป็นกลุ่ม ยุยงให้บ้าในรุ่น บ้าเหล่า จึงจำเป็นต้องออกมาทำการปฏิรูปการปกครองใหม่

"การวางแผนปฏิรูปการปกครองนั้นได้มีการวางแผนมาแล้ว 7-8 เดือน ไม่ใช่เพิ่งคิดจะทำกันแค่วันหรือสองวัน แต่มีการกำหนดไว้หลังจากเห็นว่าสถานการณ์ความสงบเรียบร้อยในประเทศเริ่มสั่นคลอน ประเทศชาติขาดคนมีภาวะผู้นำ มีแต่คนเก่งที่ขี้โกง แต่งตั้งข้าราชการที่เป็นพวกพ้องขึ้นมาบริหารงาน รักษาประโยชน์และอำนาจให้แก่ตนเอง ปรับและโยกย้ายคนที่ไม่ใช่พวกพ้องออกไป กองทัพภาคที่ 3 จึงได้เตรียมความพร้อมมาตลอดเพื่อการปฏิรูปในวันนี้" พล.ท.สพรั่ง ระบุ

แม่ทัพภาคที่ 3 กล่าวยืนยันด้วยว่า กองทัพจำเป็นต้องทำการปฏิรูปเพื่อชาติ เนื่องจากบ้านเมืองหรือแม้แต่กองทัพได้รับความบอบช้ำมานานแล้ว และทหารทุกคนไม่ได้ต้องการอำนาจหรืออยากเป็นใหญ่ แต่ต้องการให้บ้านเมืองได้สงบสุขเสียที เมื่อเก็บกวาดบ้านเรือนสะอาดแล้ว ทหารจะรีบคืนอำนาจให้กลับคืนสู่ประชาชนโดยเร็วที่สุด

ในช่วงที่ตนเองได้ออกมาเคลื่อนไหวและประกาศเจตนารมณ์ว่า ทหารทุกเหล่าทัพโดยเฉพาะกองทัพภาคที่ 3 ขอทำหน้าที่เพื่อรักษาสถาบันพระมหากษัตริย์ ประเทศชาติและประชาชน จะไม่เข้าข้างฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดโดยเฉพาะนักการเมือง ทำให้ตนเองถูกแท็ปหรือดักฟังทางโทรศัพท์จากตำรวจสันติบาลมาโดยตลอด เพื่อรายงานให้รัฐบาลรักษาการได้ทราบว่า ตนเองกำลังทำอะไร อยู่ที่ไหนหรือกระทั่งกำลังติดต่อหรือพูดคุยอยู่กับใคร

ที่ผ่านมา เคยไปสอบถามเจ้าหน้าที่ของสำนักงานข่าวกรองแห่งชาติว่า หน้าที่หลักของสำนักงานข่าวกรองแห่งชาติ คืออะไร คำตอบที่ได้คือ หน้าที่ในข้อ 10 ข้อสุดท้ายคือ ติดตามตรวจสอบบุคคลที่เป็นปรปักษ์ต่อรัฐบาล ทั้งที่ภารกิจหลักคือ การตรวจสอบหาข่าว การก่อการร้าย การค้ายาเสพติด ต่อไปต้องดำเนินการ การยกเครื่องการทำงานของหน่วยงานดังกล่าวใหม่ทั้งหมด

ตามที่คณะปฏิรูปฯ ได้ยึดอำนาจการปกครองไว้เรียบร้อยแล้ว เพื่อให้เกิดความสามัคคีภายในชาติ อันเป็นรากฐานในการแก้ไขวิกฤติและฟื้นฟูประเทศชาติให้ลุล่วงโดยเร็ว ดังนั้นจึงขอความร่วมมือร่วมใจไปยังสื่อมวลชนทุกสำนัก ทุกประเภท ทุกแขนง ตลอดจนผู้ประกอบการสื่อมวลชนทุกราย ได้ร่วมกันเสนอข่าวตามความเป็นจริงและเป็นไปในทางสร้างสรรค์ เพื่อฟื้นฟูความสามัคคีภายในชาติ และนำความสงบสุขกลับคืนประเทศชาติ ตามพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยเร็วที่สุด หากมีการละเมิดหรือฝ่าฝืนจะต้องถูกดำเนินการตามประกาศที่ได้กำหนดไว้ภายใต้อำนาจของกฎอัยการศึกอย่างสูงสุดทันที

ปัญหาของการออกอากาศกระจายเสียงของวิทยุชุมชนในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ นับตั้งแต่คณะปฏิรูปฯ ยึดอำนาจการปกครองไปเมื่อวันที่ 19 กันยายน ที่ผ่านมา ยังปรากฏว่ามีวิทยุชุมชนหลายแห่งยังคงออกอากาศโจมตีการปฏิบัติหน้าที่ของคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ยุยงประชาชนให้เกลียดทหาร และเสนอข่าวที่ไม่เป็นข้อเท็จจริง จึงได้ขอให้วิทยุชุมชนทุกแห่งในพื้นที่กองทัพภาคที่ 3 ที่มีอยู่เกือบ 1 พันสถานี ได้ยุติการกระจายเสียงเป็นการชั่วคราว จนกว่าสถานกรณ์ความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองดีขึ้น

พร้อมให้ประชาสัมพันธ์จังหวัดทั้ง 17 จังหวัดในภาคเหนือ ได้ตรวจสอบให้เป็นไปตามที่ร้องขอด้วย ส่วนสถานีวิทยุหลักให้เพิ่มความระวังในการแสดงความคิดเห็นผ่านทางโทรศัพท์เข้าไปในรายการ ให้ระงับการแสดงความคิดเห็นผ่านทางเอสเอ็มเอส รวมถึงสถานีโทรทัศน์ช่องต่าง ๆ และเคเบิลทีวีในท้องถิ่นด้วย

นอกจากนี้ ยังได้รับรายงานว่า มีสถานีวิทยุชุมชนอีกหลายแห่งซึ่งเป็นของนายทุนและนักการเมืองที่เสียผลประโยชน์ ได้ใช้เป็นช่องทางในการโฆษณาชวนเชื่อและปล่อยข่าวลือ เช่น ในเขต อ.ฝาง และ อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ และมีรายงานว่าบางแห่งได้เคลื่อนย้ายสถานีไปตั้งยังฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน ทางฝ่ายทหารจะได้ติดต่อประสานงานเพื่อดำเนินการปิดสถานีดังกล่าวต่อไป
 
อ่านข่าวทั้งหมดของ กรุงเทพธุรกิจ ได้ที่นี่
 
 
บรรหารการันตีพล.อ.สนธิไม่สืบทอดอำนาจ
คาดโทษเมินคนพิการทำบัตร ปชช.
แยกถกงบฯปี 51 เศรษฐกิจ-สังคม
ผ่าน ก.ม.ความรุนแรงฟ้องศาลใน 48 ชม.
เก็บตกการเมือง
น.พ.พลเดช ปิ่นประทีป จากเลขาฯรมว.-สู่เก้าอี้รมช.
อสส.สั่งคดีหญิงอ้อ-บรรณพจน์ เลี่ยงภาษีขายหุ้นชินคอร์ปวันนี้
เบื้องหลัง hi-thaksin.netสื่อเทียม รับงานขย่มรัฐ
ย่อยการเมือง
สมชัยรับคิดลาออกลั่นงานไม่คืบพร้อมพิจารณาตัวเอง