ข่าว การเมือง อาชญากรรม สลากกินแบ่งรัฐบาล สังคม ดารา บันเทิง
 
  ค้นหาข่าว  
 
ร้องทุกข์ ร้องเรียน เว็บบอร์ด
helper end
  หน้าแรกข่าว > การเมือง > ไทย-เทศเชื่อมั่นเสถียรภาพการเมืองไทยอีก6เดือนข้างหน้า
 
ไทย-เทศเชื่อมั่นเสถียรภาพการเมืองไทยอีก6เดือนข้างหน้า
โดย คม ชัด ลึก วัน อาทิตย์ ที่ 1 ตุลาคม พ.ศ. 2549 13:35 น.
เอแบคโพลล์ สำรวจความรู้สึกสาธารณชนต่อสถานการณ์การเมืองไทยพบ คนไทย ต่างชาติ ยังเชื่อมั่นเสถียรภาพการเมืองและเศรษฐกิจไทยอีก 6 เดือนข้างหน้า ขณะเดียวกัน แนะนำรัฐบาลใหม่ติดดิน มีวิสัยทัศน์ ซื่อสัตย์สุจริต ไม่เลือกปฏิบัติ แก้ปัญหาได้อย่างรวดเร็ว กล้าคิดกล้าตัดสินใจ ไม่เผด็จการ เสนอใช้นโยบายความสุขมวลรวมและหลักเศรษฐกิจพอเพียงแทนนโยบายประชานิยม

(1ต.ค.) นายนพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัยเอแบคโพลล์ เปิดเผยผลสำรวจเรื่อง “ความรู้สึกของสาธารณชนต่อสถานการณ์การเมืองไทยปัจจุบัน และอีก 6 เดือนข้างหน้า : กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนคนไทยและชาวต่างชาติในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล” จำนวน 3,419 ตัวอย่าง เป็นคนไทย 2,744 คน และชาวต่างชาติ 675 คน ระหว่างวันที่ 25-30 กันยายน พบว่า คนไทยส่วนใหญ่หรือเกือบร้อยละ 90 ติดตามข่าวการเมืองตั้งแต่ 3-4 วันต่อสัปดาห์และทุกวัน/เกือบทุกวันต่อสัปดาห์ ขณะที่ชาวต่างชาติมีสัดส่วนน้อยกว่าคนไทยหรือร้อยละ 39.7 ที่ติดตามข่าวการเมืองของไทยตั้งแต่ 3-4 วันต่อสัปดาห์และทุกวัน/เกือบทุกวัน

เมื่อสอบถามถึงความรู้สึกของสาธารณชนต่อสถานการณ์การเมืองไทยปัจจุบัน จำแนกออกเป็นคนไทยและชาวต่างชาติ พบประเด็นที่น่าสนใจ คือคนไทยส่วนใหญ่ร้อยละ 93.9 และชาวต่างชาติร้อยละ 98.7 รู้สึกว่าคนไทยยังคงรักสามัคคีกัน และคนไทยร้อยละ 94.4 ชาวต่างชาติร้อยละ 99.2 หวังว่าเมืองไทยจะสงบสุขอย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นที่น่าสังเกตว่าชาวต่างชาติกลับมีสัดส่วนมากกว่าคนไทยเล็กน้อยที่รู้สึกว่าคนไทยยังรักสามัคคีกันและหวังว่าเมืองไทยจะสงบสุข ขณะที่คนไทยร้อยละ 15.4 รู้สึกวิตกกังวลต่อเหตุการณ์การเมือง อย่างไรก็ตาม ชาวต่างชาติที่วิตกกังวลต่อการเมืองไทยมีเพียงร้อยละ 5.3 เท่านั้น ในทิศทางเดียวกับความรู้สึกเครียดต่อการเมือง พบว่าคนไทยมีอยู่ร้อยละ 12.8 ชาวต่างชาติมีเพียงร้อยละ 1.8 และด้านความขัดแย้งกับคนใกล้ชิดเรื่องการเมืองไทย พบว่าคนไทยมีอยู่ร้อยละ 6.5 แต่ชาวต่างชาติมีเพียงร้อยละ 1.2 เท่านั้น

สำหรับความคิดเห็นต่อทิศทางการพัฒนารูปแบบการปกครองในระบอบประชาธิปไตยของการเมืองไทยที่จะดีขึ้นในอนาคตจำแนกออกเป็นคนไทยและชาวต่างชาติ พบว่า กลุ่มประชาชนคนไทยอันดับแรกหรือร้อยละ 58.1 คิดว่าเป็นเรื่องการยอมรับต่อรัฐบาลชุดใหม่ รองลงมาคือร้อยละ 56.2 คิดว่าเป็นเรื่องความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลชุดใหม่ที่จะมีขึ้น ร้อยละ 53.7 คิดว่าเป็นเรื่องการออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งของประชาชน ร้อยละ 42.0 คิดว่าเป็นเรื่องการมีส่วนร่วมของประชาชน อย่างไรก็ตาม เพียงร้อยละ 21.6 เท่านั้นที่คิดว่าความยุติธรรมในสังคมจะดีขึ้น

ส่วนความคิดเห็นของชาวต่างชาติต่อทิศทางการพัฒนาการเมืองไทยที่ดีขึ้น พบว่า ร้อยละ 42.3 คิดว่า เป็นเรื่องการออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งของคนไทย รองลงมาคือร้อยละ 40.8 คิดว่าเป็นการยอมรับต่อรัฐบาลชุดใหม่ ร้อยละ 39.1 คิดว่าเป็นเรื่องความเชื่อมั่นต่อรัฐบาลไทย ร้อยละ 36.7 คิดว่าเป็นเรื่องการมีส่วนร่วมของประชาชน ร้อยละ 31.2 คิดว่าเป็นเรื่องความยุติธรรมในสังคม

เมื่อสอบถามความเชื่อมั่นต่อเสถียรภาพทางการเมืองไทยในอีก 6 เดือนข้างหน้า จำแนกออกเป็นคนไทย นักท่องเที่ยวต่างชาติ และนักธุรกิจต่างชาติ พบว่า คนทั้ง 3 กลุ่มส่วนใหญ่คือ คนไทยร้อยละ 73.1 นักท่องเที่ยวต่างชาติร้อยละ 71.8 และนักธุรกิจต่างชาติร้อยละ 68.5 ค่อนข้างเชื่อมั่นและเชื่อมั่นต่อเสถียรภาพการเมืองไทยในอีก 6 เดือนข้างหน้า

เมื่อสอบถามความเชื่อมั่นต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของไทยในอีก 6 เดือนข้างหน้า จำแนกออกเป็นคนไทย นักท่องเที่ยวต่างชาติ และนักธุรกิจต่างชาติ พบว่า คนทั้ง 3 กลุ่มส่วนใหญ่คือ คนไทยร้อยละ 64.0 นักท่องเที่ยวต่างชาติร้อยละ 50.6 และนักธุรกิจต่างชาติร้อยละ 57.9 ค่อนข้างเชื่อมั่นและเชื่อมั่นต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของไทยในอีก 6 เดือนข้างหน้า

เมื่อถามว่า ถ้าเกิดใหม่ได้ อยากเกิดมาอยู่หรือเที่ยวเมืองไทยอีกหรือไม่ ผลสำรวจพบว่าคนทั้ง 3 กลุ่มเกือบร้อยละ 100 คือ คนไทยร้อยละ 97.9 นักท่องเที่ยวต่างชาติร้อยละ 96.6 และนักธุรกิจต่างชาติร้อยละ 97.1 ระบุอยากเกิดมาอยู่มาเที่ยวเมืองไทยอีก โดยให้เหตุผลว่า คนไทยมีสถาบันพระมหากษัตริย์ที่ทุกคนจงรักภักดีและช่วยเหลือประชาชน เมื่อประชาชนตกทุกข์ได้ยาก คนไทยมีความรักความสามัคคีกัน ชอบวัฒนธรรมประเพณีไทย คนไทยรักความสงบ คนไทยช่วยเหลือเกื้อกูลกัน ชอบแหล่งท่องเที่ยวไทย คนไทยยิ้มแย้มแจ่มใส และคนไทยส่วนใหญ่ไม่เห็นแก่ตัว เป็นต้น

นายนพดล กล่าวว่า สำหรับข้อเสนอแนะจากการสำรวจวิจัยที่ผ่านมาต่อรัฐบาลชุดใหม่คือ 1) ควรเป็นรัฐบาลแบบสามัญชน ติดดิน มีวิสัยทัศน์กว้างไกล ซื่อสัตย์สุจริต ไม่เลือกปฏิบัติ รวดเร็วในการแก้ปัญหา กล้าคิดกล้าตัดสินใจแต่ไม่เผด็จการ 2) รักษาบรรยากาศที่ดีแห่งความรักความเป็นหนึ่งเดียวกันในหมู่ประชาชนทั้งประเทศ 3) ดำเนินการในกระบวนการยุติธรรมเพื่อเอาผิดกลุ่มนักการเมือง ข้าราชการประจำและภาคเอกชนที่ร่วมกันทุจริตคอร์รัปชั่นทุกระดับชั้นให้สาธารณชนทั่วไปและเด็กเยาวชนได้เห็นเพื่อเกิดจิตสำนึกไม่เอาเยี่ยงอย่าง 4) สานต่อ ปรับปรุงและสร้างนโยบายใหม่สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนและวิถีชีวิตแบบไทยบนทางสายกลางที่มีวัฒนธรรมประเพณีอันดีงาม 5) คณะรัฐมนตรีชุดใหม่นำโดยนายกรัฐมนตรีคนใหม่น่าจะเข้าวัดฟังธรรมบำเพ็ญศาสนกิจก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรีนัดแรก เป็นการแสดงให้เห็นมิติใหม่ของรัฐบาลไทยที่มีรากฐานอยู่บนทางแห่งพระธรรมในจิตใจ สร้างเป็นแบบแผนธรรมเนียมปฏิบัติให้แก่รัฐบาลชุดต่อไป เพื่อภารกิจต่างๆ ที่ปฏิบัติจะได้ออกมาจากการคิดดีทำดีเพื่อความอยู่เย็นเป็นสุขของประชาชนทั้งประเทศ

นายนพดล กล่าวต่อว่า ฝ่ายการเมืองและประชาชนบางส่วนอาจมองว่า คณะปฏิรูปฯ และรัฐบาลชุดใหม่ไม่ให้อะไรใหม่แก่ประชาชน เพราะไม่กล้าแตะนโยบายประชานิยม จึงเสนอให้นโยบายความสุขมวลรวม (Gross Domestic Happiness) และหลักเศรษฐกิจพอเพียงเข้ามาแทนนโยบายประชานิยม เนื่องจากนโยบายความสุขมวลรวม (Gross Domestic Happiness) และหลักเศรษฐกิจพอเพียงเน้นการพัฒนาและแก้ปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนอย่างยั่งยืน เพราะนโยบายประชานิยมที่ผ่านมาส่งผลทำให้เกิดปัญหาตามมาอย่างน้อย 2 ประการ คือ ความนิยมต่อตัวบุคคล และก่อให้เกิดภาคนิยมที่ประชาชนแบ่งออกเป็นฝักเป็นฝ่าย แบ่งพรรคแบ่งพวก เกิดความแตกแยกทางสังคม นโยบายความสุขมวลรวม (Gross Domestic Happiness) และหลักเศรษฐกิจพอเพียง จะอยู่บนพื้นฐานของวัฒนธรรมประเพณี และเอกลักษณ์ของความเป็นไทย ที่มีความรักความสามัคคีและความเป็นปึกแผ่นเดียวกันในสังคม



หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว ครั้ง
สนับสนุนเนื้อหาโดย
 
  เรื่องที่เกี่ยวข้อง
'แก้วสรร'คาดคตส.พิจารณาทุจริตได้ในจันทร์นี้ (5 ต.ค. 49)
'ทรท.'อาการโคม่า หลังสมาชิกแห่ลาออก (4 ต.ค. 49)
ทรท. แถลงเปิดสารท่าทีกำหนดอนาคต ”พ.ต.ท.ทักษิณ” เที่ยงนี้ (3 ต.ค. 49)
แกนนำ ปชป.ไม่หวั่นไหวประกาศคณะปฏิรูปฯ เพิ่มโทษยุบพรรค (3 ต.ค. 49)
อดีต ส.ว.นราธิวาส เสนอแนวทางรัฐบาลใหม่ดับไฟใต้ (3 ต.ค. 49)
นายกฯ เข้าทำเนียบเตรียมตรวจน้ำท่วม กทม.บ่ายนี้ (3 ต.ค. 49)
สุรยุทธ์ดัน"หม่อมอุ๋ย"คุมศก. ทาบ2องคมนตรีกู้วิกฤติชาติ (3 ต.ค. 49)
ทรท.แตกแกนนำลาออกหนียุบพรรคเพิกถอนสิทธิ (3 ต.ค. 49)
"หมอพรทิพย์-มานิตย์" แฉยับกท.ยธ. มีปลัดเงาเฝ้าผลปย.-ทุจริตงบฯไอที (2 ต.ค. 49)
'สุรเกียรติ์'ลาออกจากทรท.แล้ว (2 ต.ค. 49)
ส.ส.ไทยรักไทยเริ่มทยอย'โบกมือลา' (2 ต.ค. 49)
แบ่งงาน 'ปปช.-คตส.'แก้เกาเหลา 'ปานเทพ' การันตีไม่ซ้ำซ้อน (2 ต.ค. 49)
"วิชัย"ชี้ลงมติใช้เสียงกึ่งหนึ่ง ช่วยให้ปปช.ทำงานสะดวกขึ้น (2 ต.ค. 49)
คตส.เลือกปธ.-เลขาฯวันนี้ (2 ต.ค. 49)
ในหลวงทรงห่วง "ช้างสาร"เข้าไทย (2 ต.ค. 49)
'ทักษิณ'ยังไม่ติดต่อกลับไทย (2 ต.ค. 49)
“สัก” เผย “สวัสดิ์” ลาออกจาก คตส.แล้ว (2 ต.ค. 49)
กรรมกรเข็นผักสี่มุมเมืองถูกแจ็คพอต73ล้านบาท (1 ต.ค. 49)
อนุญาตเปิดวิทยุชุมชุนเหนือพรุ่งนี้ ปิดต่ออีก30เข้าข่ายยุต่อต้านคปค. (1 ต.ค. 49)
"โกวิท"หลุดจากรองคปค. สพรั่งนั่งผู้ช่วยเลขาธิการ (1 ต.ค. 49)
ลูกทหารสู่ลูกคอมมิวนิสต์ สู่นายกรัฐมนตรีคนที่24 (1 ต.ค. 49)
กล้านรงค์ ยัน'คปค.'ให้อิสระ'สตส.'ทำงาน (1 ต.ค. 49)
ชิดชัยหงุดหงิดสื่อตามถึงบ้าน "หมอมิ้ง"พ้อรักษารธน.ไว้ไม่ได้ (1 ต.ค. 49)
พล.อ.สุรยุทธ์ เผย"ตอนเย็นรอที่ทำเนียบ" (1 ต.ค. 49)
สหภาพการบินไทยเตรียยื่นสตง.สอบผู้บริหารทุจริต (1 ต.ค. 49)
ประวัติ พล.อ. สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกฯ คนที่ 24 (1 ต.ค. 49)
'สนธิ'เผยไว้ใจ'สุรยุทธ์' มอบเก้าอี้นายกฯให้ (1 ต.ค. 49)
ในหลวงโปรดเล้าฯรธน.ชั่วคราวแล้ว (1 ต.ค. 49)
ป๋าเปรมปัดพูดถึงนายกใหม่-สื่อเกาะบ้านสุรยุทธ์ (1 ต.ค. 49)
"สุรยุทธ์ จุลานนท์"ขึ้นแท่น นายกรัฐมนตรีคนที่24 พิสูจน์หัวใจ"ประชาธิปไตย" (1 ต.ค. 49)
โปรดเกล้าฯรธน.ชั่วคราวแล้ว เตรียมทูลเกล้าฯนายกฯคนใหม่ (1 ต.ค. 49)
คำสั่งคณะปฏิรูปฯ ที่ 20/2549 : ให้ข้าราชการรักษาราชการแทน (1 ต.ค. 49)
คำสั่งคณะปฏิรูปฯ ที่ 19/2549 : แก้ไขคำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ออกตามความในพระราชกำหนดบริหารราชการในสถานก (1 ต.ค. 49)
4อาจารย์นิติมธ.จี้คณะปฏิรูปฯ ยกเลิกคำสั่งห้ามชุมนุมเกิน5คน (1 ต.ค. 49)
ประกาศคณะปฏิรูปฯ ฉบับที่ 30 : การตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (1 ต.ค. 49)
ประกาศคณะปฏิรูปฯ ฉบับที่ 31 : การดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่ (1 ต.ค. 49)
ประกาศคณะปฏิรูปฯ ฉบับที่ 24 : การดำเนินการเกี่ยวกับการยุติธรรมทางอาญา (1 ต.ค. 49)
ประกาศคณะปฏิรูปฯ ฉบับที่ 32 : อำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น (1 ต.ค. 49)
นักวิชาการต้าน รธน.ฉบับ 'มีชัย' (1 ต.ค. 49)
“จารุวรรณ” ยอมรับขอเพิ่มอำนาจ (1 ต.ค. 49)