Skip To Content

เกษม วัฒนธรรม ผู้เสพดีหมี

โดย มติชน วัน พุธ ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2551 07:48 น.

หลังจากข่าว กกต.ชักใบแดง ให้ 3 ว่าที่ ส.ส.บุรีรัมย์ พรรคพลังประชาชน จนทำให้แฟนนานุแฟนของบุคคลทั้ง 3 ตบเท้าเข้ากดดัน กกต.บุรีรัมย์ พร้อมกับกล่าวหาว่า นายเกษม วัฒนธรรม ประธาน กกต.บุรีรัมย์ ไม่เป็นกลาง

เมื่อเกิดเหตุร้อนระอุขึ้นหลายฝ่ายจึงจ้องจับตาดูบทบาทของผู้ถูกกล่าวหาอย่างไม่กะพริบตา เมื่อได้เห็น หมัดฮุก ที่ออกมาคัดง้างกับผู้มีอิทธิพลท้องถิ่นแล้ว ยิ่งทำให้สงสัยว่า ประธาน กกต.จังหวัดคนนี้ กินดีหมีมาจากไหน

หลังจากออกจากรั้วรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ สิงห์แดง รุ่น 11 เขาก็ก้าวเข้าสู่รั้วกระทรวงมหาดไทยในปี 2517 ในตำแหน่งปลัดอำเภอแม่จัน เชียงราย ขณะนั้นถือว่าเป็น ดาวจรัสแสง ของรุ่นทีเดียว

ไต่เต้ามาจนได้เป็นนายอำเภอนามน ปี 2530 หลังจากนั้นถูก แช่แข็ง ในตำแหน่งนี้นานถึง 16 ปี จนรุ่นน้องแซงหน้า

จนเมื่อปี 2549 ได้รับการแต่งตั้งเป็นรองผู้ว่าราชการบุรีรัมย์ และดำรงตำแหน่งประธาน กกต.บุรีรัมย์

ถือเป็นหมวกใบที่ 2 ที่ถูกโจมตีว่า ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับนักการเมืองท้องถิ่น ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ไม่ปกติของเหล่าข้าราชการไทย

เกษมเปิดเผยว่า การอยู่แวดวงการปกครองมานานและได้เห็นความเป็นอยู่ของประชาชนในหลายพื้นที่ เมื่อมีการเลือกตั้งแต่ละครั้งก็มักจะวนเวียนอยู่กับการซื้อสิทธิขายเสียง ซึ่งการซื้อเสียงถือเป็นเหตุกีดขวางการปกครอง เพราะคิดว่า การปกครองดี เกิดขึ้นจากนักการเมืองดี และจะทำให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ดี

เขาบอกว่าการย้ายมาเป็นรองผู้ว่าฯที่นี่ ถือเป็นความโชคร้ายที่การเมืองรุนแรง เพราะส่งผลต่อการทำงานโดยตรง ในพื้นที่นี้มีหลายสิ่งหลายอย่างไม่ถูกต้องและเป็นบ่อนทำลายบ้านเมือง เนื่องจากเจ้าพ่อที่นี่ไม่ได้เป็นเจ้าพ่อเหมือนท้องถิ่นทั่วไป

การเป็นข้าราชการของในหลวง ทำให้ผมคิด ทำให้ผมกล้าและไม่กลัว แต่ก็ระวังตัว ส่วนใหญ่คนที่มาเป็นผู้ว่าฯ และรองผู้ว่าฯ จังหวัดบุรีรัมย์ที่ผ่านมา ก็มักจะอยู่เฉลี่ยปีละ 1 คน แต่มาถึงวันนี้ผมต้องคิดว่าต้องเอาความถูกต้องดีกว่า หากคนที่มีวิญญาณของนักปกครองก็จะคิดถึงความเป็นอยู่ของประชาชนเป็นที่ตั้ง ถ้ามีนักปกครองปอดกระเส่า แล้วประชาชนจะมีความเป็นอยู่ที่ดีได้ยังไง วินาทีนี้ผมคิดเพียงว่า ถ้าเราทำดีก็จะได้ดี แต่ถ้าทำดีแล้วไม่ดีก็ถือว่าเป็นกรรมเก่า เพราะผมถือหลักการเป็นข้าราชการว่า อย่าโกง อย่ารังแกใคร และมีมโนธรรม จริยธรรมเท่านั้นเป็นพอ เกษมกล่าวด้วยน้ำเสียงมุ่งมั่น

รองผู้ว่าฯบุรีรัมย์กล่าวอีกว่า หลังจากเกิดเหตุมีกลุ่มมากดดันที่สำนักงาน กกต.จ.บุรีรัมย์ แล้ว พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี ออกมาบอกว่าสถานการณ์ในจังหวัดบุรีรัมย์ไม่มีอะไร แต่ความจริงไม่ใช่อย่างนั้น จึงค่อนข้างน้อยใจกับท่าทีนายกฯ ทั้งๆ ที่การกระทำนั้นถือเป็นเรื่องอาจหาญ เพราะถือเป็นการท้าทายอำนาจรัฐ เพราะการออกมากดดันในช่วงที่ไว้อาลัยสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯสิ้นพระชนม์นั้นถือเป็นเรื่องไม่บังควร

ผมไม่เคยวิ่งเต้นด้วยการเข้าหานักการเมืองหรือวิ่งเข้าหาเจ้านายเพื่อขอตำแหน่ง เพราะไม่มีหน้าที่ต้องทำอย่างนั้น ผมมีหน้าที่เพียงทำงานของตัวเองให้ดีเท่านั้นก็พอ และการเป็นข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ผมจึงพร้อมจะย้ายตลอด 24 ชั่วโมง

เขายังกล่าวทิ้งท้ายด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า เมื่อเห็นคนดีลุกขึ้นสู้แล้ว ก็อย่าปล่อยให้คนดีต้องสู้อย่างโดดเดี่ยว แล้วคอยยืนให้กำลังใจห่างๆ แต่อยากให้พลังเงียบต้องลุกขึ้นมายืนสู้ แล้วช่วยกันคนไม่ดี คนคดโกง ไม่ให้มีอำนาจในการปกครองบ้านเมือง

หน้า 11

หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว ครั้ง
สนับสนุนเนื้อหาโดย
HP Printer
  • เรื่องที่เกี่ยวข้อง
  • ข่าวอื่น ๆ คลิปข่าวเด็ด Live Tv
    newsเงียบเหงาวันเกิด สมัคร ออกจากบ้านพักตั้งแต่เช้า
    newsอำนาจตุลาการ
    newsหมักงดจัดเบิร์ธเดย์ สุเทพซูฮกเติ้ง
    newsไชยาแก้เคล็ด ไหว้เจ้ากรรมนายเวร
    newsสุนัย มโนมัยอุดม แฉแผนดิสเครดิต-ฟ้องตร.2พันล้าน
    newsย่อยการเมือง-ป.ป.ช.รับคดี จารุวรรณ รวยแล้ว
    tvASTV1
    tvDMC
    tvMVTV1
    tvMVTV2
    tvMVTV3
    tvNation
    tvสทท.11
    tvMCOT
    กระทู้ที่เกี่ยวข้อง ตั้งกระทู้ใหม่, ตั้งกระทู้โหวต, ดูกระทู้ทั้งหมด >>