ข่าว การเมือง อาชญากรรม สลากกินแบ่งรัฐบาล สังคม ดารา บันเทิง
 
  ค้นหาข่าว  
 
ร้องทุกข์ ร้องเรียน เว็บบอร์ด
helper end
  หน้าแรกข่าว > การเมือง > ปชป.17 ตําแหน่ง 2 คนนอก ทหารกับเขยซีพี
 
ปชป.17 ตําแหน่ง 2 คนนอก ทหารกับเขยซีพี
โดย ไทยรัฐ วัน ศุกร์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2551 00:00 น.
ขู่ครม.ว่าที่รัฐมนตรีทำงานไม่เข้าตา เปลี่ยนทันที ชวน กำกับเอง สั่งห้ามฉลองให้เร่งมือทำงาน สุเทพ ยันโผครม.ไม่ทำพรรคแตกแน่ ส่วนเพื่อนเนวิน คว้าพุงปลามันไปกิน
อภิสิทธิ์ เดินสาย
อภิสิทธิ์ เดินสาย

หลังจากที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ได้เปิดใจต่อสาธารณชนหลังจากได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 27 ว่า จะปกป้องสถาบันพระมหากษัตริย์ เร่งแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ นำพาประเทศให้พ้นวิกฤติ ยุติความขัดแย้งทางการเมือง และนำความสงบกลับคืนมา ก็ได้เร่งจัดโผ ครม.เพื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯถวาย ในวันที่ 19 ธ.ค.นี้ โดยคาดว่าจะแถลงนโยบายต่อรัฐสภาได้ในวันที่ 29-30 ธ.ค.นี้

อภิสิทธิ์ ชี้สร้างสามัคคีต้องใช้เวลา

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 18 ธ.ค. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ได้รับเชิญไปร่วมรายการ จมูกมด ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 7 โดยได้กล่าวว่า ตอนนี้ประเทศไทยมีปัญหาความแตกแยก และปัญหาความเชื่อมั่นของต่างชาติ จึงต้องพูดกับชาวต่างประเทศให้เข้าใจว่า ช่วงเวลา 2-3 ปีที่ผ่านมา ไม่ใช่ภาพที่แท้จริงของประเทศไทย และรัฐบาลจะทำให้ไทยกลับไปเหมือนเดิมให้เร็วที่สุด แต่ในช่วงเวลา 3-6 เดือน เราคงทำให้คนไทยกลับมาสามัคคีไม่ได้ แต่ว่าคนจะสบายใจขึ้นที่การเมืองไม่บานปลาย และมีเวทีให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วม ส่วนการศึกษา

ผมตั้งใจให้มีการเรียนฟรี แต่เรื่องคุณภาพคงไม่ทัน เพราะกว่าจะเห็นผลคงต้องใช้เวลาเกินอายุรัฐบาล เมื่อถามว่าเตรียมตัวถูกขับไล่หรือถูกเท้าตบ โดยกลุ่มคนเสื้อแดงไว้หรือไม่ นายอภิสิทธิ์ตอบว่า ถ้ากลุ่มคนที่ไม่พอใจและอยากแสดงออก จะออกมาชุมนุมก็สามารถทำได้ แต่ถ้าจงใจทำร้ายร่างกาย ต้องบอกว่าอย่าทำ เพราะมันไม่ช่วยอะไรและคนส่วนใหญ่จะไม่อยากเห็น ขอยืนยันว่าไม่มีปัญหากับการประท้วง เพราะเราเป็นประเทศประชาธิปไตย แต่ต้องไม่ทำร้ายกัน จะพยายามเข้าใจคนที่ไม่เห็นด้วย

อยากให้ “ทักษิณ” กลับไทยหาข้อยุติ

นายอภิสิทธิ์กล่าวถึงกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ โฟนอินระบุว่า จะกลับประเทศไทยว่า อยากให้ พ.ต.ท.ทักษิณกลับมาต่อสู้คดี และยอมรับว่าสังคมไทยมีความเสมอภาคกัน จะทำให้มีข้อยุติตามมา คนไทยพร้อมให้อภัยและเมตตาอยู่แล้ว แต่ที่สำคัญคือ พ.ต.ท.ทักษิณ ต้องยอมรับกระบวนการต่างๆ และจะได้รับการปฏิบัติตามสถานะในอดีตด้วย

นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ส่วนการเดินทางไปเยือนต่างประเทศนั้น คงไปเยือนมิตรประเทศในอาเซียนก่อนตามธรรมเนียม จากนั้นจะไปเยี่ยมเพื่อนที่สหรัฐฯและยุโรป และคาดว่าจะมีการนัดพบสื่อต่างประเทศเร็วๆนี้

เมื่อถามว่า อยากให้นายอภิสิทธิ์เปรียบเทียบตนเองกับนายบารัก โอบามา ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่เหมือนกัน นายอภิสิทธิ์ตอบว่า นายบารักพูดถึงความเปลี่ยนแปลง แต่ยึดความฝันของชาวสหรัฐฯ ขณะที่เมืองไทย ซึ่งเป็นสยามเมืองยิ้มในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมีการเปลี่ยนแปลงไป แต่จะทำให้เมืองไทยกลับมาเป็นอย่างเดิม อย่างไรก็ตาม ไม่บังอาจเทียบตัวเองกับนายบารัก แต่คิดว่ามีความเหมือนกันตรงที่เป็นคนหนุ่ม เชื่อมั่นในประเทศของตัวเองและมองโลกในแง่ดี

ไฟใต้ไม่จบถ้าไม่ชนะใจมวลชน

นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงแนวทางแก้ไขปัญหาความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ว่า ปัญหาดังกล่าวพัฒนามาตลอดและรุนแรงขึ้น มีปัจจัยทั้งในและนอกประเทศ เช่น การก่อการร้ายสากล เข้ามามีส่วนด้วย ขณะที่การปฏิบัติการของตำรวจและทหารมีประสิทธิภาพมากขึ้น อย่างไรก็ตาม แม้กำลังเจ้าหน้าที่ของเรามีอยู่มาก ก็ไม่สามารถทำอะไรได้ทั้งหมด เพราะปัญหาใหญ่ คือ เรื่องเศรษฐกิจ วัฒนธรรมและการศึกษา ที่ตำรวจและทหารทำไม่ได้ รัฐบาลจึงต้องมาเติมเต็มตรงนี้ โดยการตั้งองค์กรที่ดูแลทุกหน่วยงานราชการในพื้นที่อย่างมียุทธศาสตร์รวมและมีความยุติธรรม นอกจากนี้ ยังต้องพัฒนาพื้นที่ อย่างเคารพเอกลักษณ์ วัฒนธรรมและความเชื่อ เรื่องนี้จะไม่มีจบ ถ้าเราไม่สามารถชนะใจมวลชน

เกรงใจเมียรับเสียความเป็นส่วนตัว

นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงการใช้ชีวิตส่วนตัวกับครอบครัวว่า ชอบใช้เวลากับครอบครัว เพราะเชื่อในความรัก ผูกพันและความใกล้ชิด แต่จะไม่ให้เรื่องนี้เป็นอุปสรรคในการทำงาน แม้จะไม่ค่อยพบปะสังสรรค์เหมือนนักการเมืองคนอื่นๆ แต่ยืนยันว่าภรรยาผมไม่มีปัญหาและเงื่อนไขใดๆ การเป็นนายกฯจะกระทบเรื่องการสูญเสียความเป็นส่วนตัวมากที่สุด ส่วนเรื่องอื่นๆภรรยาเข้าใจและไม่บ่น ส่วนลูกๆเมื่อเกิดมารู้ว่าพ่อเป็นนักการเมืองจึงเคยชิน นอกจากนี้ลูกอาจมองว่าเป็นช่วงปลายของชีวิตการเมืองแล้วก็ได้ เมื่อถามว่ากลัวภรรยาหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ตอบว่า “ผมรักภรรยา ก็ต้องมีเกรงใจกันบ้าง”

นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ยังไม่ได้ข้อสรุปว่าจะมีรายการเป็นของตัวเองหรือไม่ แต่ตั้งใจจะจัดรายงานเพื่อชี้แจงผลงาน แต่ไม่ใช่เพื่อการเมือง นอกจากนี้ ยังอยากจัดเวลาให้ผู้นำฝ่ายค้านด้วย เพราะอยากทำให้ผู้นำฝ่ายค้านมีความเป็นสถาบันมากขึ้น เน้นพูดเรื่องปัญหาบ้านเมือง อย่าตอบโต้ทางการเมือง

หากปัญหาทุเลาจะยุบสภาคืนอำนาจ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันเดียวกัน สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นได้รายงานว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และอดีตนักศึกษามหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ด ได้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรีของไทย ภายหลังชนะเสียงสนับสนุนในสภา ด้วยความช่วยเหลือจาก ส.ส.อดีตพรรคร่วมรัฐบาล และให้สัมภาษณ์กับนายแดน ริเวอร์ส ผู้สื่อข่าวซีเอ็นเอ็นว่า จะฟื้นฟูเศรษฐกิจที่ทรุดโทรม เรียกนักลงทุนและนักท่องเที่ยวกลับมา และคืนความปรองดองกับฝ่ายตรงข้าม หลังจากช่วงเวลาวุ่นวายในทางการเมืองของประเทศ และเรากำลังเดินหน้าคืนสู่ดินแดนแห่งรอยยิ้ม เมื่อพรรคประชาธิปัตย์ได้รับเสียงสนับสนุนข้างมากจาก ส.ส.ตามระบอบรัฐสภา ก็พร้อมทำหน้าที่ผู้นำประเทศ เพื่อแก้ไขปัญหาของประชาชน เมื่อสามารถแก้ไขวิกฤติที่เกิดขึ้นแล้ว ก็พร้อมที่ยุบสภาและคืนอำนาจให้ประชาชนเพื่อเลือกตั้งใหม่

เตรียมไปเยี่ยมยายเนียม

ต่อมาเมื่อเวลา 08.15 น. นายอภิสิทธิ์ ได้ให้สัมภาษณ์ รายการ “101 ประเด็นข่าว” ทางคลื่นวิทยุเอฟเอ็ม 101 ในช่วง ถามจริงตอบตรงกับอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ โดยนายกฯได้กล่าวถึงคำนิยาม “นักการเมือง” ในมุมมองของตนเองว่า ที่จริงแล้ว “นักการเมือง” เหมือนความเป็นจำเลยของสังคม มีมานานแล้ว แต่คุณค่าความเป็นนักการเมืองคือความผูกพันกับประชาชน คุณยายเนียม พันธุ์มณี ชาวบ้าน อ.ม่วงสามสิบ จ.อุบลราชธานี เป็นตัวอย่างที่ลืมไม่ได้ ผมไปอุบลฯอยู่ๆแกก็ลุกขึ้นมายื่นแหวนให้ ความผูกพันอันนี้ผมอยากบอกกับคนทั้งประเทศว่า คนเป็นนักการเมืองประชาธิปไตยต้องคิดถึง เก็บแหวนไว้ในกระเป๋าสตางค์มาหลายเดือน เมื่อเช้ามีโอกาสได้คุยกับยายเนียมผ่านโทรทัศน์ได้ข่าวว่าไม่สบาย ท่านก็อยากให้ไปเยี่ยม ซึ่งก็ยังไม่ได้กำหนดวัน แต่เมื่อไหร่ที่ไป จ.อุบลราชธานี อ.ม่วงสามสิบ ต้องไปแน่นอน

ระบุจะให้ความสำคัญภาษาไทย

นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงการใช้ภาษาไทยว่า ให้ความสำคัญเรื่องการออกเสียงควบกล้ำ ต้องยกความชอบให้กับโรงเรียนอนุบาลยุคลธรและโรงเรียนสาธิตจุฬาฯ ซึ่งเรียนถึง ป.6 จริงๆตอนเด็กไม่ชอบวิชาภาษา แต่ไปอยู่เมืองนอกทำให้คิดถึงภาษาไทย จึงพยายามใช้สิ่งที่ช่วยทำให้ไม่ลืมภาษาไทย เด็กๆคือการอ่านหนังสือภาษาไทย โตขึ้นคือการมีแฟนเป็นคนไทย ต้องเขียนจดหมายเป็นภาษาไทย ส่วนการประยุกต์ใช้ความรู้ ที่ได้เรียนสมัยมหาวิทยาลัยออกซ์ฟอร์ดว่า เราเรียนอะไรมา ความรู้ ข้อเท็จจริง มีเหตุมีผลรองรับ มีทฤษฎีใช้ได้เสมอ ตามสถานการณ์ นำมาประยุกต์ใช้เอา และต้องการให้เกิดกับระบบการศึกษาไทย คือการฝึกให้คิดและใช้เหตุผล ซึ่งจะเป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญ คือการสร้างทักษะในการคิดและรู้จักวิเคราะห์ ต้องทำให้เกิดในสังคมไทย

นายกฯจีนส่งสาส์นแสดงความยินดี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 08.45 น. วันเดียวกัน นายจาง จิ่ว หวน เอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย ได้เข้าพบนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เพื่อนำสาส์นแสดงความยินดีจากนายเหวิน เจีย เป่า นายกรัฐมนตรีจีน เนื่องในโอกาสที่นายอภิสิทธิ์ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นนายกฯคนใหม่ ภายหลังการเข้าพบนาน 30 นาที เอกอัครราชทูตจีนกล่าวว่า การเดินทางมาครั้งนี้เพื่อนำสาส์นจากนายเหวิน เจียเป่า นายกรัฐมนตรีจีน แสดงความยินดีกับนายอภิสิทธิ์ที่ได้เป็นนายกรัฐมนตรีคนใหม่

อีกทั้งรัฐบาลจีนและประชาชนชาวจีนยังเน้นย้ำนโยบายที่เป็นมิตรกับไทย และจะยังพัฒนาความร่วมมือระหว่างกันทั้งในด้านการเมือง การศึกษา วิทยาศาสตร์ และการท่องเที่ยวต่อไป อย่างไรก็ตาม นายอภิสิทธิ์ตอบรับที่จะเดินทางไปเยือนประเทศจีนในเวลาที่เหมาะสม ซึ่งรัฐบาลจีนยินดีต้อนรับนายกฯคนใหม่ของไทย ทั้งนี้ทางการจีนเชื่อว่าประเทศไทยภายใต้การนำของนายกฯคนใหม่ ทุกอย่างจะเป็นไปด้วยดี และยังเห็นว่าสถานการณ์ภายในไทยกำลังคลี่คลายไปด้วยดี ทางการจีนจะเชิญชวนให้ประชาชนชาวจีนกลับมาท่องเที่ยวในประเทศไทย

ย้ำ “พล.อ.ประวิตร” คุม “กลาโหม”
ส่งเทียบเชิญประวิตร
ส่งเทียบเชิญประวิตร

นายอภิสิทธิ์ กล่าวถึงการทาบทาม พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ทบ. ให้มาดำรงตำแหน่ง รมว.กลาโหม ว่า ไม่น่าจะมีปัญหา ท่านเกษียณอายุราชการไปแล้ว ซึ่งฝ่ายการเมืองจะเดินในเรื่องของนโยบายให้รัฐมนตรีนำไปปฏิบัติ หาก รมว.กลาโหมมีความสัมพันธ์ที่ดีกับทหาร ก็ถือเป็นเรื่องที่ดี การทำงานจะได้ราบรื่น เมื่อถามถึงกรณีที่พรรคประชาธิปัตย์สูญเสียเก้าอี้ รมว.มหาดไทยให้กับพรรคร่วมรัฐบาล นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ไม่คิดว่าเป็นการสูญเสีย การที่รัฐบาลจะมีเสถียรภาพทุกฝ่ายต้องร่วมมือกัน รัฐบาลนี้เป็นของคนทั้งประเทศ ไม่ใช่ของพรรคการ เมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง

สุเทพ โผ ครม.ไม่ทำพรรคแตก

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะผู้จัดการตั้งรัฐบาล กล่าวถึงความคืบหน้าการจัดโผ ครม.ว่า ภายในวันที่ 18 ธ.ค.จะนำรายชื่อเข้าที่ประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อพิจารณา ซึ่งอาจเสนอแก้ไขเพิ่มเติมได้ ส่วนกระแสข่าวพรรคเกิดความแตกแยกในการจัดทำบัญชีรายชื่อนั้น ยืนยันว่าไม่มี พรรคประชาธิปัตย์มีระเบียบวินัย ส่วนการ ทูลเกล้าฯถวายรายชื่อ ครม.นั้น ถ้าพรรคร่วมนำรายชื่อมาให้ได้ตอนบ่ายวันนี้ ก็ส่งไปสำนักงานเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เพื่อตรวจสอบคุณสมบัติ ถ้าไม่มีปัญหาก็เสนอได้ในเช้าวันที่ 19 ธ.ค. ถ้าทุกอย่างราบรื่นจะประชุม ครม. วันที่ 23 ธ.ค. และแถลงนโยบายเสร็จก่อนสิ้นปี ทั้งนี้ไม่รู้สึกตื่นเต้นที่ได้ทำงานในทำเนียบฯ เมื่อถามว่า 8 ปีที่เป็นฝ่ายค้าน เมื่อได้เป็นรัฐบาล จะทำให้ประชาชนผิดหวังหรือไม่ นายสุเทพตอบว่า จะทำให้ดีที่สุด เตือนตัวเองว่า มาเป็นรัฐบาลต้องพูดให้ไพเราะ ได้บอกลูกพรรคว่า ตอนนี้เป็นรัฐบาลแล้ว ต้องพูดจาระมัดระวัง

รับเก้าอี้มหาดไทยไม่ใช่ของ ปชป.

เมื่อถามว่า รายชื่อ ครม.ของพรรคร่วม พรรคประชาธิปัตย์มีสิทธิพิจารณาหรือไม่ นายสุเทพตอบว่า มีสิทธิ เราตกลงกันแล้วว่า ขอดูหน้าตา ดูชื่อ ถ้าเป็นคนนอกขอให้มีประวัติดี เมื่อถามว่า มีกระแสข่าวว่าจะไม่รับตำแหน่ง รมว.มหาดไทย นายสุเทพตอบว่า ที่ทำมาทั้งหมดไม่ได้คิดเรื่องตำแหน่ง ถ้าเอาความตั้งใจของตนเองเป็นหลัก คงตั้งรัฐบาลไม่ได้ แต่เมื่อตัดเรื่องส่วนตัวออกไปจนตั้งรัฐบาลได้ นายกฯจะใช้ให้ทำอะไรก็พร้อม อยู่ตรงไหนก็ทำงานได้ หากคณะกรรมการบริหารพรรคและนายกฯทุกคนไปทำงานที่รัฐบาลหมด ไม่มีใครดูแลพรรค ในฐานะเลขาธิการพรรค ก็อยากดูแลพรรค ขึ้นอยู่กับนายกฯจะให้ทำอะไร เมื่อถามถึงโควตากระทรวงมหาดไทยของพรรคประชาธิปัตย์ นายสุเทพตอบว่า ไม่ทราบ ต้องการเพียงแค่ตั้งรัฐบาลให้ได้

กลุ่มเพื่อนเนวินคว้าพุงปลาไปกิน

เมื่อถามว่า มีข่าวว่าจะให้นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล อดีตรักษาการนายกฯ มาเป็น รมว.มหาดไทย นายสุเทพตอบว่า แต่ละพรรคต้องพิจารณาคนที่มีคุณสมบัติเหมาะสมมาทำงานในกระทรวงดังกล่าว เพราะทุกพรรคตระหนักดี อยู่แล้วว่า เราเป็นที่คาดหวังของประชาชน อย่าไปคิดว่า พรรคเป็นเบี้ยล่างพรรคร่วม เราตั้งใจจะร่วมงานกัน ได้พิจารณาบนพื้นฐานว่า ใครเคยดูกระทรวงใดก็ให้ดูไป เมื่อถามว่า พรรคร่วมจะได้มากกว่าโควตาเดิมที่เคยดูแลใช่ หรือไม่ นายสุเทพตอบว่า คงไม่ใช่อย่างนั้น เมื่อถามว่ามั่นใจหรือไม่ว่า ครม.ชุดนี้ออกมาหน้าตาจะไม่ยี้ นายสุเทพตอบว่า ต้องรอดู จะให้หน้าหล่อเหมือนนายกฯทุกคนก็ไม่ได้ เมื่อถามว่า พรรคจะทาบทามคนนอกมาช่วยดูแลทีมเศรษฐกิจหรือไม่ เพราะมีนายกรณ์ จาติกวณิช รองหัวหน้าพรรคฯเพียงคนเดียว นายสุเทพตอบว่า ยังไม่ได้ คุยกับนายกฯว่าทาบทามใครหรือไม่

ส่งเทียบเชิญ “ประวิตร” นั่งกลาโหม

ต่อมาเวลา 10.00 น. นายสุเทพพร้อมด้วยนายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เดินทางไปพบ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ทบ. ที่บ้านในซอยลาดพร้าว 71 เพื่อเชิญรับตำแหน่ง รมว.กลาโหมในรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ โดย พล.อ.ประวิตรได้พูดกับนายสุเทพและนายนิพนธ์ประมาณ 30 นาที ภายหลังการหารือทุกคนมีสีหน้ายิ้มแย้ม นายสุเทพได้นำแจกันดอกกุหลาบสีแดงมอบให้ พล.อ.ประวิตร พร้อมเปิดโอกาสให้สื่อมวลชนบันทึกภาพ โดยนายสุเทพกล่าวกับ พล.อ.ประวิตรว่า ตนและรองหัวหน้าพรรคได้รับคำสั่งจากนายกฯให้มาเรียน พล.อ.ประวิตรว่า คณะกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ มีมติเป็นเอกฉันท์ให้เรียนเชิญ พล.อ.ประวิตรมาเป็น รมว.กลาโหม เพราะได้ศึกษาว่า ท่านเป็นทหารอาชีพ มีประวัติสวยงามในหน้าที่ราชการ ไม่มีประวัติด่างพร้อย มีความรู้ด้านการทหาร เป็นที่เคารพของทหารทุกเหล่าทัพ ท่านจะเป็นประโยชน์ต่อบ้านเมือง จึงมาเรียนเชิญอย่างเป็นทางการ

ประวิตร แย้มพร้อมร่วมงาน ปชป.

พล.อ.ประวิตรกล่าวถึงการรับตำแหน่งว่า ยังรู้สึกเร็วเกินไป ขอคิดหน่อย แล้วจะตอบนายกฯและนายสุเทพอีกครั้ง จากที่ฟังนายอภิสิทธิ์แถลงหลังรับตำแหน่งมีความภาคภูมิใจในตัวนายกฯอย่างยิ่งว่า มีความปรารถนา ต่อบ้านเมืองอย่างจริงใจ ทำให้อยากไปร่วมงาน คงใช้ เวลาตัดสินใจไม่นาน ไม่แน่หลังนายสุเทพกลับไป อาจโทรศัพท์ไปหาทันที ทั้งนี้ ไม่รู้สึกหนักใจหากรับตำแหน่ง คงต้องถามพรรคประชาธิปัตย์ว่า มีนโยบายพัฒนากองทัพอย่างไรให้กองทัพเกิดความสามัคคี อย่างไรก็ตาม ต้องขอคุยรายละเอียดกับนายกฯและนายสุเทพก่อน จึงจะบอกได้ว่าจะรับตำแหน่ง รมว.กลาโหม หรือไม่ เมื่อถามว่า เหตุใดยังไม่ตัดสินใจรับตำแหน่ง พล.อ.ประวิตรตอบว่า ไม่มีอะไร มีแต่ตื่นเต้นเท่านั้น ไม่กลัวเรื่องการทำงาน ทำงานได้ อยากทำด้วย เห็นบ้านเมืองเป็นอย่างนี้ อยากมาช่วยทำให้บ้านเมืองเกิดความรักความสามัคคี

เมินข้อครหา “พล.อ.อนุพงษ์” ดัน

เมื่อถามว่าท่านได้รับการผลักดันจาก พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.หรือไม่ พล.อ.ประวิตรตอบว่า ไม่เกี่ยว เป็นนายทหารนอกราชการ เป็นไปไม่ได้ที่จะไปมีอำนาจเกี่ยวข้องกับ พล.อ.อนุพงษ์หรือกองทัพ แต่ ส่วนตัวรู้จักกันมานานและสนิทกัน ซึ่งเป็นเรื่องปกติ เพราะทำงานมาด้วยกันตลอด ยืนยันไม่เกี่ยวข้องกับ พล.อ.อนุพงษ์ทุกเรื่อง ยกเว้นเรื่องความสนิทสนมส่วนตัว

นายสุเทพกล่าวถึงกระแสข่าวว่าพรรคประชาธิปัตย์ ได้เป็นรัฐบาล เพราะแผนบันได 4 ขั้นของ คมช.ว่า พล.อ.ประวิตรไม่ได้เกี่ยวกับ คมช.และพรรคการเมือง คนในพรรคประชาธิปัตย์เคารพนับถือท่าน ส่วนตำแหน่งรองนายกฯด้านความมั่นคง เป็นคนในพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ใช่ทหาร

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้น พล.อ.ประวิตรเดินมาส่งนายนิพนธ์และนายสุเทพขึ้นรถยนต์พร้อมยกมือไหว้ อย่างนอบน้อม ก่อนจะหันมากล่าวติดตลกกับผู้สื่อข่าวอย่างอารมณ์ดีว่า “ผมรู้สึกตื่นเต้นและเสียวกับตำแหน่งรัฐมนตรี เพราะถือเป็นครั้งแรก อะไรที่เป็นครั้งแรกมักจะเสียวและตื่นเต้นเป็นของธรรมดา”

ไม่หวั่นถูกมองรัฐบาลคราบสีเขียว

ต่อมาเวลา 11.35 น. นายสุเทพให้สัมภาษณ์อีกครั้งว่า การทาบทาม พล.อ.ประวิตรเป็นมติเอกฉันท์ของคณะกรรมการบริหารพรรค ไม่รู้ว่าฝ่ายตรงข้ามจะหยิบมาโจมตีได้อย่างไร เพราะ พล.อ.ประวิตรไม่ใช่ คมช. แต่เป็นนายทหารที่มีความสามารถดีที่สุดคนหนึ่งของประเทศ มีประวัติขาวสะอาด ไม่ผูกพันพรรคการเมือง เมื่อถามว่าฝ่ายตรงข้ามระบุว่า พรรคประชาธิปัตย์ตั้งรัฐบาลได้ เพราะมีสีเขียวมาปล้นประชาธิปไตย นายสุเทพตอบว่า เขากล่าวหาทุกเรื่อง เราชนะโหวตในสภาก็หาว่าปล้นในสภา บอกได้เลยว่า ไม่มีสีเขียวหรือทหารเข้ามายุ่งเกี่ยว แต่มีบางเรื่องที่ต้องไปปรึกษาเพราะมีความคิดเห็นไม่ตรงกัน การแต่งตั้ง พล.อ.ประวิตรไม่ใช่การตอบแทนใดๆ เพราะนายกฯมีจุดยืนชัดเจนว่า ต้องการเห็นทหารเป็นทหารอาชีพ เมื่อมีการบ้านมาอย่างนี้ จึงนึกชื่อทันทีว่า ต้องไปหาใคร คิดได้เมื่อคืนนี้ จึงนำเข้าที่ประชุมกรรมการบริหารพรรค เมื่อถามว่า รัฐบาลจะไปอยู่ภายใต้การครอบงำของกองทัพหรือไม่ นายสุเทพตอบว่า ได้รับคำยืนยันจากผู้นำกองทัพว่า กองทัพจะทำงานให้รัฐบาลตามคำสั่งรัฐบาล

กก.บห.ปชป.รับรองรายชื่อ ครม.

ต่อมาเวลา 14.00 น. ได้มีการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรคโดยมีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธาน เพื่อพิจารณาผู้ที่เหมาะสมที่จะมาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีทั้ง 17 ตำแหน่ง ดังนี้ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ และนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เป็นรองนายกฯ นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย และนายวีระชัย วีรเมธากุล เป็น รมต.ประจำสำนักนายกฯ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ เป็น รมว.กลาโหม นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ เป็น รมว.ศึกษาธิการ นายกษิต ภิรมย์ เป็น รมว.ต่างประเทศ นายกรณ์ จาติกวณิช เป็น รมว.คลัง นายวิทยา แก้วภราดัย เป็น รมว.สาธารณสุข นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เป็น รมว.ยุติธรรม นายวิฑูรย์ นามบุตร เป็น รมว.การพัฒนาสังคมฯ นายไพฑูรย์ แก้วทอง เป็น รมว.แรงงาน คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช เป็น รมว.วิทยาศาสตร์ นายธีระ สลักเพชร เป็น รมว.วัฒนธรรม นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ เป็น รมช.ศึกษาธิการ นายถาวร เสนเนียม เป็น รมช.มหาดไทย และนายอลงกรณ์ พลบุตร เป็น รมช.พาณิชย์

ขู่เป็นแล้วไม่ทำงานปลดออกทันที

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้น กรรมการบริหารพรรคได้นำรายชื่อทั้งหมด เข้าเสนอต่อที่ประชุมร่วมกรรมการบริหารพรรคและ ส.ส.พรรค เพื่อให้พิจารณารับรอง ทั้งนี้ก่อนที่นายสุเทพจะอ่านรายชื่อผู้ที่ได้เป็นรัฐมนตรี และย้ำถึงการจัด ครม.ภายใต้ข้อจำกัด เหมือนที่บอกกับพรรคในตอนแรกที่จะร่วมรัฐบาลว่า ตำแหน่งมีน้อย ต้องช่วยกันเพื่อชาติบ้านเมือง พร้อมเปรียบเปรยทำนองว่า สถานการณ์อย่างนี้เหลือแค่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรียังต้องยอม เพราะตอนแรกไม่ได้แม้แต่ตำแหน่งนายกฯ ขณะที่พรรคคู่แข่งเสนอตำแหน่งนายกฯ ให้พรรคเล็กๆด้วยซ้ำ

จากนั้นนายไตรรงค์ สุวรรณคีรี ส.ส.สัดส่วน ได้ประกาศกลางห้องประชุมว่า หากกรรมการบริหารพรรคเสนอชื่อให้เป็นรัฐมนตรี ก็จะไม่รับตำแหน่ง เพราะขณะนี้คนในพรรคต้องเสียสละ ต้องคำนึงถึงชาติบ้านเมืองและประชาชนเป็นหลัก และถ้าเป็นรัฐมนตรีแล้วทำเป็นไม่รู้ร้อนรู้หนาวแล้ว ก็ขอให้กรรมการบริหารพรรคเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีทันที

ชวน กำชับห้ามฉลองให้เร่งทำงาน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ได้สำทับต่อที่ประชุมว่า ตำแหน่งมีน้อยต้องเข้าใจและเห็นใจ เพราะทั้งหัวหน้าพรรคและเลขาธิการพรรค รวมทั้งผู้ใหญ่ในพรรคต่างทำงานหนัก เพื่อให้ได้โอกาสเข้ามาเป็นรัฐบาล แต่ก็เข้าใจและเห็นใจว่าตลอดเวลาที่ผ่านมา มีหลายคนที่ทุ่มเททำงานอย่างหนัก เช่น นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ นายจุติ ไกรฤกษ์ แต่เมื่อตำแหน่งน้อยก็คงต้องรอโอกาสหน้า ขอย้ำว่าคนที่ได้เป็นรัฐมนตรีควรคำนึงถึง ส.ส. คำนึงถึงนโยบายรัฐบาลและชาติบ้านเมืองเป็นอันดับหนึ่ง ต้องไม่ละเลยในเรื่องนี้ และห้ามไปเลี้ยงฉลองตำแหน่ง แต่ต้องทำงานทันที เพื่อสะสาง ปัญหาวิกฤติของบ้านเมือง

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในช่วงท้ายนายสุเทพได้แจ้งให้ที่ประชุมทราบว่า มีบุคคลภายนอกที่เข้ามาเป็นรัฐมนตรีอีก 2 คน คือ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ มาเป็น รมว.กลาโหม และนายวีระชัย วีระเมธีกุล เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกฯ โดยรับประกันว่าบุคคลทั้ง 2 ไม่มีประวัติด่างพร้อย ซึ่งก็ไม่มี ส.ส.คนใดซักถามอะไร

เขยซีพี-ขาประจำม็อบได้เป็น รมต.

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า อย่างไรก็ตาม ได้มีการพูดคุยกันนอกห้องประชุม ถึงที่มาที่ไปของทั้ง 2 คน โดยส่วนใหญ่ก็แปลกใจว่ามาได้อย่างไร แต่พอรู้ว่าเป็นเขยซีพีก็เลยไม่ติดใจ อย่างไรก็ตาม จากการสอบถามถึงนายวีระชัยกับแกนนำพรรค ก็ได้รับการยืนยันว่านายวีระชัยคุ้นเคยกับผู้ใหญ่ในพรรคมาพอสมควร และเข้ามาช่วยงานพรรคก่อนหน้านี้แล้ว แต่ถูกปิดเงียบเอาไว้จนถึงนาทีสุดท้าย หลังจากเสร็จสิ้นการประชุม นายธีระ ซึ่งได้เป็น รมว.วัฒนธรรม ถึงกับหลั่งน้ำตาเมื่อเจอหน้านายสุเทพ โดยนายธีระได้บอกขอบคุณที่เชื่อใจ นายสุเทพจึงกอดและตบไหล่เพื่อให้กำลังใจ ขณะที่นายอภิสิทธิ์ได้เรียกนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ส.ส.พัทลุง ที่คั่วตำแหน่งรัฐมนตรีมาตลอด โดยนายอภิสิทธิ์ได้เอ่ยคำขอโทษที่นายนิพิฏฐ์ไม่ได้เป็นรัฐมนตรี ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับนายวีระชัยที่มาเป็นรัฐมนตรีชนิดเซอร์ไพรส์เข้ามาทางนายสุเทพและนายนิพนธ์ พร้อมพันธุ์ ทั้งนายวีระชัยเป็นเขยอีกคนของบริษัทซีพี ซึ่งเป็นนายทุนใหญ่ให้กับพรรคประชาธิปัตย์มาอย่างสม่ำเสมอ ขณะที่นายกษิต ภิรมย์ ที่มานั่ง รมว.ต่างประเทศ นอกจากเป็นรองนายกรัฐมนตรีเงาแล้ว ยังเป็นวิทยากรขาประจำบนเวทีพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยด้วย

19 ธ.ค.ทูลเกล้าฯ ครม.“อภิสิทธิ์ 1

ต่อมาเวลา 14.00 น. นายสุเทพกล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค และ ส.ส.ว่า ที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์ตามบัญชีรายชื่อ ครม. ที่คณะกรรมการบริหารพรรคได้เสนอมา โดยพรรคประชาธิปัตย์ได้ 17 เก้าอี้ เป็นคนนอก 2 คน แต่ไม่ขอเปิดเผยรายชื่อ ขอให้รอมีการโปรดเกล้าฯลงมาก่อน ขณะนี้กำลังรอรายชื่อ ครม.จากพรรคร่วม คาดว่าจะส่งชื่อ ครม.ชุดใหม่ขึ้นทูลเกล้าฯถวายได้วันที่ 19 ธ.ค. โดยนายอภิสิทธิ์สั่งการให้ทำให้เสร็จโดย เร็ว ส่วน พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ อดีต ผบ.ทบ. ที่ไปทาบทามมานั่ง รมว.กลาโหมนั้น คิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ส่วนคนนอกอีกคนจะให้มาช่วยงานด้านเศรษฐกิจ

แถลงนโยบายรัฐบาล 29-30 ธ.ค.

เย็นวันเดียวกัน นายอภิสิทธิ์ได้ร่วมหารือคณะผู้ บริหารสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) จากนั้นนายอภิสิทธิ์ได้กล่าวว่า ไม่ได้เห็นองค์กรหรือภาคเอกชนออกมาเรียกร้องให้รัฐเร่งแก้ปัญหามานานแล้ว เชื่อว่าทั้งหมดเป็นเจตนาบริสุทธิ์ ที่ต้องการเห็นบ้านเมืองมีทางออก และหวังว่ารัฐจะดำเนินการให้ ขณะที่ข้อเสนอเร่งด่วนนั้น คงไม่ต่างกันที่คำนึงถึงสภาวะเศรษฐกิจ ขณะนี้จะต้องมีการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยเฉพาะต้องเรียกความมั่นใจ รวมทั้งความเชื่อมั่นให้กลับคืนมา หากทุกอย่าง ดำเนินการตามขั้นตอน คาดว่าจะสามารถประชุม ครม. ชุดใหม่นัดแรกได้ในวันอังคารที่ 23 ธ.ค. เพื่อจะพิจารณาร่างแถลงนโยบายของรัฐบาล ขณะเดียวกัน คาดว่าวันที่ 29-30 ธ.ค.นี้ จะสามารถแถลงนโยบายต่อรัฐสภาได้ ทั้งนี้ หลังแถลงนโยบายเสร็จจะประชุมคณะรัฐมนตรีนัดพิเศษทันที เพื่อยืนยันกรอบข้อตกลงอาเซียน และในวันที่ 21 ม.ค. 2552 ที่จะเปิดประชุมสภาสมัยสามัญนั้น ต้องการให้งบประมาณกลางปีผ่านเป็นฉบับแรก

นายกฯร่วมทำบุญใหญ่ทำเนียบ

นายอภิสิทธิ์กล่าวภายหลังการเข้าพบของนายอีริค จี จอห์น เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทยว่า ทูตสหรัฐฯมาแสดงความยินดี รัฐบาลยืนยันว่าเราจะพยายามเดินหน้าต่อไปเพื่อให้เกิดความมั่นใจ ที่จะทำให้ปัญหาทางการเมืองค่อยๆ คลี่คลายไป นายอีริคได้แสดงความหวังว่าขณะนี้เป็นโอกาสของเราที่จะก้าวข้ามเหตุการณ์ต่างๆ ในอดีตที่ผ่านมา เพื่อให้ชาวโลกมีความมั่นใจ ผู้สื่อข่าวถามว่า นายอีริคจะส่งสัญญาณไปยังนานาประเทศเพื่อช่วยไทยหรือไม่ นายอภิสิทธิ์ตอบว่า คิดว่าเขาเข้าใจดีว่าขณะนี้ปัญหาได้คลี่คลายไปจุดหนึ่ง แต่แน่นอนเราเองยอมรับว่างานข้างหน้านั้นยังหนักอยู่ เพราะมีเรื่องของเศรษฐกิจเข้ามาด้วย ในส่วนของสหรัฐฯเองก็เผชิญหนักมากเช่นกัน ทั้งนี้ ยืนยันว่าความสัมพันธ์ระหว่างไทย-สหรัฐฯ ไม่มีปัญหามีความร่วมมือที่ต้องเดินหน้าต่อ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายอภิสิทธิ์จะเดินทางเข้า ทำเนียบรัฐบาลเป็นครั้งแรก เพื่อร่วมทำบุญตักบาตร เนื่องในวันบิ๊กคลีนนิ่งเดย์ หลังจากที่พันธมิตรฯคืนทำเนียบรัฐบาล ในเวลา 09.20 น. วันที่ 19 ธ.ค.นี้ จากนั้น นายกฯจะเดินทางไปร่วมหารือกับสภาหอการค้าแห่งประเทศไทยในเวลา 09.45 น.

ชทพ.เรียกว่าที่ รมต.กรอกประวัติ

ผู้สื่อข่าวรายงานจากที่ทำการพรรคชาติไทยว่า ในช่วงเช้าเจ้าหน้าที่พรรคได้แจ้งไปยังว่าที่รัฐมนตรีในโควตาของพรรคชาติไทยพัฒนาทั้ง 4 คน ให้มารับเอกสารกรอกประวัติ และคุณสมบัติของการเป็นรัฐมนตรี ที่ตัวแทนของพรรคชาติไทยพัฒนาได้รับมาจากแกนนำพรรคประชาธิปัตย์ เมื่อช่วงเย็นวัน 17 ธ.ค.ที่ผ่านมา หลังจากที่ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ส.ส.พิจิตร แกนนำพรรคและอดีตประธานที่ปรึกษาพรรคชาติไทย ได้ไปร่วมแสดงความยินดีกับการโปรดเกล้าฯให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการ โดยในช่วงบ่ายของวันเดียวกัน ตัวแทนของพรรคชาติไทยพัฒนาได้ส่งรายชื่อของว่าที่รัฐมนตรีในส่วนของพรรคชาติไทยพัฒนา ไปให้นายสุเทพ เทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ในเย็นวันเดียวกัน

ส้มหล่นอธิบดีกรมชลฯนั่งเกษตรฯ

สำหรับรายชื่อของว่าที่รัฐมนตรีในสัดส่วนของพรรคชาติไทยมีดังนี้ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ เป็นรองนายกฯ นายธีระ วงศ์สมุทร อธิบดีกรมชลประทาน ที่เพิ่งจะลาออกมาหมาดๆ เป็น รมว.เกษตรและสหกรณ์ ทั้งนี้เป็นการหารือของแกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา คือ พล.ต. สนั่น กับนายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตหัวหน้าพรรคชาติไทย ร่วมพิจารณาหาคนนอก ที่มีความรู้ความสามารถในการสานงานต่อได้ทันที เพราะเห็นว่ารัฐบาลนี้ไม่มีเวลาในการฮันนีมูน จึงต้องเริ่มแก้ไขปัญหาภาคการเกษตรอย่างเร่งด่วนทันที ดังนั้น จึงจะให้คนที่มาเป็นรัฐมนตรีนี้เป็นมือใหม่หัดลองงานไม่ได้ เพราะถือว่ามีความสำคัญในการแก้ไขปัญหาของเกษตรกร ส่วนนายชุมพล ศิลปอาชา น้องชายนายบรรหาร ที่ถูกวางตัวให้เป็นหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา เป็น รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา นายเกื้อกูล ด่านชัยวิจิตร ส.ส.พระนครศรีอยุธยา เป็น รมช.คมนาคม

ชัย เกาะเก้าอี้ประธานสภาฯแน่น

ที่รัฐสภา นายชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวถึงกรณีกระแสข่าวพรรคประชาธิปัตย์ขอเก้าอี้ประธานสภาฯคืน เพื่อแลกกับโควตา รมว.มหาดไทยว่า ไม่เป็นความจริง ยังไม่มีใครมาขอ และการทำหน้าที่ตรงนี้ เพราะได้รับเลือกจาก ส.ส.พรรคร่วมรัฐบาลขณะนั้นถือว่ามติสภาฯเลือกมาเป็นประธานสภาฯ เมื่อถามว่า ยืนยันไม่สนใจทำหน้าที่ฝ่ายบริหาร นายชัยตอบว่า วันนี้มีความสุขดี ไม่เห็นมีอะไร เมื่อถามว่า ในฐานะผู้ใหญ่ของกลุ่มเพื่อนเนวินมองหาพรรคที่จะไปสังกัดหรือยัง นายชัยตอบว่า ยังมีเวลาอีกหลายสิบวัน ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 106 (8) ไม่ต้องรีบร้อน

ชวรัตน์ ยิ้มขึ้นแท่น รมว.มหาดไทย

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกลุ่มเพื่อนเนวินว่า นายสุเทพเทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ได้หารือกับนายเนวิน ชิดชอบ หัวหน้ากลุ่มเพื่อนเนวิน ที่ขอโควตา รมว. มหาดไทยเพิ่ม ซึ่งเป็นเงื่อนไขหนึ่งที่ได้ตกลงกันมาก่อนหน้าที่จะแยกตัวออกจากพรรคพลังประชาชน โดยกลุ่มเพื่อนเนวินให้เหตุผลว่า ต้องการใช้กลไกของกระทรวงมหาดไทยเข้าไปทำงานมวลชนในพื้นที่ภาคอีสานและภาคเหนือ ทำให้ขณะนี้กลุ่มเพื่อนเนวินได้โควตา 4 ตำแหน่งประกอบด้วยนายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รักษาการนายกฯ เป็น รมว.มหาดไทย นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ ส.ส.นครราชสีมา เป็น รมช.มหาดไทย นายประจักษ์ แกล้วกล้าหาญ ส.ส.ขอนแก่น เป็น รมช.คมนาคม ส่วนตำแหน่ง รมว.คมนาคม อาจจะเป็นนายธีรพล นพรัมภา อดีตเลขาธิการนายกฯของนายสมัคร สุนทรเวช หรือนายโสภณซารัมย์ รักษาการ รมช.คมนาคม แต่นายธีรพลโอกาสน้อย เพราะทาง ปชป.ไม่ยอมรับ ทั้งนี้ นายเนวินได้สั่ง ส.ส.ในกลุ่มทุกคนห้ามให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับผู้ที่จะเป็นรัฐมนตรี เนื่องจากกลัวว่าจะมีกระเพื่อมในกลุ่ม ก่อนที่จะมีโปรด เกล้าฯลงมาทางด้านนายชวรัตน์กล่าวอย่างอารมณ์ดีว่า ยังไม่ทราบว่าจะได้ไปดำรงตำแหน่งอะไร เพราะยังไม่มีใครติดต่อมา เห็นแต่ข่าวทางโทรทัศน์ และมีสื่อมวลชนโทรศัพท์มาซักถาม

ระนองรักษ์ ควบรองนายกฯ-อุตฯ

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สำหรับการจัดสรรตำแหน่งรัฐมนตรี ในส่วนของพรรคเพื่อแผ่นดินนั้น ปรากฏว่าล่าสุด ร.ต.หญิงระนองรักษ์ สุวรรณฉวี ส.ส. นครราชสีมา กลุ่มโคราช ได้รับการวางตัวให้มานั่งรองนายกรัฐมนตรีควบ รมว.อุตสาหกรรม นายไชยยศ จิรเมธากร ส.ส.อุดรธานี กลุ่มวังพญานาค ได้รับการวางตัวให้เป็น รมว.เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร นายชาญชัย ชัยรุ่งเรือง รักษาการหัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน กลุ่มวังพญานาค ได้รับการวางตัวให้เป็น รมช.มหาดไทย นอกจากนั้น น.ส.นริศรา ชวาลตันพิพัฒน์ ภรรยานายสุชาติ ตันเจริญ แกนนำกลุ่มบ้านริมน้ำ ได้รับการวางตัวเป็น รมช.ศึกษาธิการ

นอกจากนั้นในส่วนของพรรคกิจสังคม ซึ่งพยายามต่อรองขอตำแหน่ง รมว.อุตสาหกรรม แลกกับพรรคเพื่อแผ่นดินแต่ไม่ประสบความสำเร็จ จึงได้รับโควตา รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยมีนายสุวิทย์ คุณกิตติ เป็นรัฐมนตรีในโควตาของพรรคกิจสังคม

ประชา หารือกำหนดทิศทางอนาคต

สำหรับความเคลื่อนไหวของพรรคเพื่อแผ่นดิน ซีกของ พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ว่าที่หัวหน้าพรรคเพื่อแผ่นดิน และกลุ่มปากน้ำนั้น เมื่อเวลา 12.00 น. วันเดียวกัน พล.ต.อ.ประชาได้นัด ส.ส. 12 คน ที่ลงมติสนับสนุนให้ตัวเองเป็นนายกฯ อาทิ นพ.แวมาฮาดี แวดาโอะ ส.ส.นราธิวาส นายสมเกียรติ ศรลัมภ์ ม.ร.ว.กิตติวัฒนา ไชยยันต์ นายสุรเดช ยะสวัสดิ์ ส.ส.สัดส่วน นายนัดมุจดิน อูมาห์ ส.ส.นราธิวาส นางฟารีดา สุไลมาน ส.ส.สุรินทร์ อดีตสมาชิกพรรคพลังประชาชน มาร่วมรับประทานอาหารกลางวันที่บ้านซอยวิภาวดี 60 พร้อมหารือถึงทิศทางทางการเมืองของกลุ่ม โดยมีนายมั่น พัธโนทัย รองหัวหน้าพรรค เข้าร่วมประชุมด้วย

จากนั้นเมื่อเวลา 15.00 น. นายสมเกียรติเป็นตัวแทนแถลงว่า พล.ต.อ.ประชาได้เชิญ ส.ส.ของกลุ่มมาพูดคุยเพื่อหารือถึงสถานการณ์ทางการเมือง ในเรื่องการจัดตั้งรัฐบาลและการจัดสรรตำแหน่ง ครม.นั้น ใครจะลงในตำแหน่งใดก็เป็นเรื่องของเขา ใครจะร่วมรัฐบาลก็ร่วมไป แต่วันนี้พรรคยังไม่มีมติที่จะร่วมรัฐบาล เพราะยังไม่เคยมีการเรียกประชุมเพื่อขอมติ ที่ผ่านมาเป็นการดำเนินการของกลุ่มและบุคคลเท่านั้น เราขอเป็นฝ่ายค้าน

ประกาศชัดไม่รับตำแหน่งใดๆทั้งสิ้น

นายสมเกียรติกล่าวว่า ที่ผ่านมามีข่าว ส.ส.ในกลุ่มบางคนไปตกลงขอตำแหน่ง แต่เมื่อสอบถามดูในกลุ่มก็ไม่มีใครไปทำเช่นนั้น พวกเราไม่สิ้นไร้ไม้ตอกขนาดนั้น ยืนยันว่าพวกตนภูมิใจที่ได้เสนอ พล.ต.อ.ประชาเป็นนายกฯ และถือว่าภารกิจของพวกเราเสร็จสิ้น ทั้งนี้ อยากฝากถึง ส.ส.พรรคว่าอยากให้มาช่วยกัน ถ้าท่านไม่สามารถบริหารพรรคได้ ก็อย่าคิดว่าจะไปบริหารกระทรวงต่างๆ เพื่อทำประโยชน์ให้ประเทศชาติเลย วุฒิภาวะท่านยังไม่พอ

นพ.แวมาฮาดีกล่าวว่า ที่ผ่านมาไม่เคยมีใครมาทาบทาม ส.ส.ในกลุ่มให้เข้าร่วมรัฐบาล หรือจะให้โควตารัฐมนตรี ส่วนอาจจะมีการหารือกับ พล.ต.อ.ประชาหรือไม่ก็ไม่ทราบ แต่เชื่อว่าถึงอย่างไร พล.ต.อ.ประชาก็ไม่รับ ให้นายอภิสิทธิ์คำนึงถึงบุคคลที่มีความรู้ความสามารถเป็นหลัก ขออยู่ตรงกลางไม่ขอเป็นรัฐบาลและฝ่ายค้าน หากรัฐบาลทำเรื่องอะไรไม่ดีก็จะขอค้าน อะไรที่ทำดีก็จะสนับสนุน ส่วนปัญหาในพรรคขณะนี้ส่วนตัวคิดว่าถ้าไม่สามารถหารือและมีข้อตกลงร่วมกันได้ ก็อยากให้คณะกรรมการบริหารพรรคมีมติขับ ส.ส.ที่ไม่สามารถทำงานร่วมกับพรรคเพื่อแผ่นดินต่อไปได้ ซึ่งจะเป็นการเปิดโอกาสให้ ส.ส.เหล่านี้ได้ย้ายพรรค เพื่อทำงานให้กับบ้านเมืองต่อไป

ว่าที่ รมต.ภูมิใจไทยหารือเครียด

เมื่อเวลา 10.00 น. วันเดียวกัน แกนนำพรรคภูมิใจไทย อาทิ นางพรทิวา นาคาศัย ส.ส.ชัยนาท และนายมานิตย์ นพอมรบดี ส.ส.ราชบุรี ที่มีข่าวว่าจะได้เป็น รมว. และ รมช.พาณิชย์ตามลำดับ ได้เข้าหารือถึงสัดส่วนรัฐมนตรีของพรรคที่ยังไม่ลงตัว ที่บ้านสนามบินน้ำของนายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำกลุ่มมัชฌิมา โดยใช้เวลาหารือกว่า 2 ชั่วโมง หลังการหารือ นางพรทิวากล่าวถึงสัดส่วนรัฐมนตรีของพรรคภูมิใจไทยว่า ขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจน แต่คาดว่าจะมีข้อยุติในเย็นวันที่ 18 ธ.ค.นี้ แต่พรรคก็ไม่มีปัญหาว่าจะได้รับสัดส่วนให้ดูแลกระทรวงใด เพราะไม่ว่าจะเป็นกระทรวงไหน เราก็พร้อมที่จะทำงานอยู่แล้ว เมื่อถามว่า โอกาสที่กลุ่มเพื่อนเนวินจะเข้าร่วมพรรคภูมิใจไทยมีมากน้อยแค่ไหน นางพรทิวาตอบว่า มีความเป็นไปได้ที่จะมีการรวมกัน เนื่องจากในแวดวงการเมืองกลุ่มเพื่อนเนวิน และกลุ่มอดีต ส.ส.จากพรรคมัชฌิมาธิปไตยเดิม มีความสนิทสนมกันดีและอยู่ในแวดวงการเมืองร่วมกันมานาน เบื้องต้นคาดว่าเรื่องดังกล่าวน่าจะได้ข้อสรุปภายใน 60 วัน เนื่องจาก ส.ส.จะต้องมีสังกัดพรรค

อนงค์วรรณ ดัน “พรทิวา” นั่ง รมต.

นางอนงค์วรรณ เทพสุทิน อดีตหัวหน้าพรรคมัชฌิมาธิปไตย ปฏิเสธที่จะให้ความเห็นเกี่ยวกับสัดส่วนรัฐมนตรี โดยกล่าวเพียงว่า เรื่องสัดส่วนคงต้องไปถามนางพรทิวา ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับการเมืองแล้ว คงพูดอะไรไม่ได้ ได้แต่ติดตามข่าวสารจากสื่อมวลชน แต่ส่วนตัวคิดว่านางพรทิวาน่าจะได้ตำแหน่ง เพราะเป็นคนที่ดูแล ส.ส.ของพรรค และอดีตยังเคยทำงานในตำแหน่งเลขาธิการพรรคมัชฌิมาธิปไตย ตนไม่มีสิทธิยุ่งเกี่ยวแล้วคงไม่สามารถพูดอะไรได้ และขณะนี้กลุ่มอดีต ส.ส.พรรคมัชฌิมาธิปไตยเดิม ก็ยังไม่มีสถานภาพเป็นพรรคการเมือง การกำหนดแนวทางความร่วมมือในพรรคร่วมรัฐบาลคงต้องมีรูปแบบพิเศษ ทั้งนี้ ในฐานะที่เคยเป็นหัวหน้าพรรคมัชฌิมาธิปไตย มีความเชื่อมั่นใน ส.ส.ของพรรคทุกคนว่ามีศักยภาพและสามารถทำงานได้

สมศักดิ์ ชี้รัฐบาลหวานขมอมเปรี้ยว

ผู้สื่อข่าวถามนายสมศักดิ์ เทพสุทิน อดีตกรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย ซึ่งติดบ้านเลขที่ 111 ถึงการเดินทางไปพบนายเนวิน ชิดชอบ เพื่อเชิญเข้าพรรคภูมิใจไทย นายสมศักดิ์ตอบว่า ไม่ได้ไปหา แค่ผ่านไปจึงไปรับประทานอาหารกันที่โรงแรมสยามซิตี้ และไม่ได้ต้องการให้มีข่าวอะไร ส่วนสถานการณ์การเมืองขณะนี้เห็นว่า เมื่อดูจากภาพที่ปรากฏในปัจจุบัน ดูเหมือนทุกอย่างจะหวานหอมไปเสียทุกอย่าง แต่ข้อเท็จจริงของบ้านเมืองขณะนี้ คงหวานอะไรไม่ได้ เพราะต้องแก้ไขปัญหาในการแบ่งฝักแบ่งฝ่ายที่มีอยู่ให้จบลงไปก่อน

จากประสบการณ์คงเป็นรสหวานขมอมเปรี้ยวไปก่อน จนกว่าจะไปถึงบรรยากาศที่จะมีความสุขสมบูรณ์ เมื่อถามถึงความเห็นเกี่ยวกับเสถียรภาพของรัฐบาล นายสมศักดิ์ตอบว่า ความขัดแย้งระหว่างคนเสื้อเหลืองเสื้อแดงยังคงมีอยู่ แต่เชื่อว่าความขัดแย้งในพรรคร่วมรัฐบาลของรัฐบาลนี้ น่าจะดีกว่ารัฐบาลเก่า เพราะมีคนเชื่อถือมากกว่า และเป็นรัฐบาลที่ตั้งขึ้นเป็นครั้งที่สามในสมัยเลือกตั้ง อย่างไรก็ดี เสถียรภาพของรัฐบาลจะมีมากหรือน้อย คงต้องติดตามต่อไป ตนว่าพยายามลืมเรื่องเก่าแล้วมาคิดเรื่องใหม่กันดีกว่า ทราบว่านายอภิสิทธิ์เตรียมทำเวิร์กช็อปเพื่อทำงานแล้ว เชื่อว่าจะเป็นแนวทางที่ภาคเอกชนพอใจ หากนำข้อมูลไปใช้ได้คงจะทำให้ทุกอย่างดีขึ้น

Tag (ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง): อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ จมูกมด ทักษิณ ชินวัตร ซีเอ็นเอ็น พรรคประชาธิปัตย์ ประวิตร วงษ์สุวรรณ


หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว ครั้ง
สนับสนุนเนื้อหาโดย
 
  เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ชวน การันตีนายกฯ อภิสิทธิ์ ลำดับงานสำคัญก่อนหลังได้ดี (31 ธ.ค. 51)
มาร์ค ฟิตเข้าพรรคทำงาน เย็นนี้เคาท์ดาวน์เซ็นทรัลเวิลด์ (31 ธ.ค. 51)
อภิสิทธิ์ ลั่น ปกป้องสถาบันฯ ฟื้นเชื่อมั่นฯ - สร้างสมานฉันท์ (30 ธ.ค. 51)
นายกฯไปแถลงนโยบายที่บัวแก้ว (30 ธ.ค. 51)
อภิสิทธิ์ ฟิตแต่เช้า ถึงที่ทำการพรรคปชป. (30 ธ.ค. 51)
ซี8ฟ้อง ชวรัตน์ เซ็นคำสั่งมิชอบพ่วง ครม.มาร์ค ยกชุด ทำขรก.กว่า3.4หมื่น ชวดเงินประจำตำแหน่ง (30 ธ.ค. 51)
จตุพร ชี้พรุ่งนี้เลื่อนประชุมอีก กลุ่มเสื้อแดงสลายม็อบทันที (29 ธ.ค. 51)
เทือก ขอเสื้อแดงเปิดทาง อ้างปชช.รอให้แก้ปัญหา (29 ธ.ค. 51)
ปูด ปู่ชัย ช็อบปิ้ง จตุพร ยันตามเช็คบิล (29 ธ.ค. 51)
ชัยส่งSMSเลื่อนประชุมรอบ3 (29 ธ.ค. 51)
อภิสิทธิ์ รอประเมินสถานการณ์ถึงบ่ายสองโมง (29 ธ.ค. 51)
ลุงชัย สั่งเลื่อนการประชุมสภา เพื่อแถลงนโยบายไปบ่าย2โมง (29 ธ.ค. 51)
นปช.ท้านายกฯเข้าสภา (29 ธ.ค. 51)
ชินวรณ์เร่งตร.เจรจานปช.เปิดทางให้ส.ส.เข้ารัฐสภา (29 ธ.ค. 51)
สส.สมชาย ถึงสภาคนแรก พท.พร้อมชำแหละ อภิสิทธิ์ (29 ธ.ค. 51)
ปชป.ประเมิน กษิต โดนถล่มหนัก ตั้ง 5 องครักษ์ช่วย (29 ธ.ค. 51)
เสื้อแดงถึงรัฐสภาปิดล้อมหมดแล้ว ยันให้ส.ส.เข้าประชุม (29 ธ.ค. 51)
ม็อบเสื้อแดงยึดราชดำเนินขาเข้า เคลื่อนขบวนมุ่งหน้าสภา (29 ธ.ค. 51)
การ์ด นปช.ปิดถนนอู่ทองใน-กั้นแผงเหล็ก (28 ธ.ค. 51)
ผบช.น.สั่งเตรียมกำลัง 24 กองร้อยรับมือม็อบ (28 ธ.ค. 51)
เสื้อแดง เริ่มรวมตัวที่รัฐสภา ถนนโดยรอบยังสัญจรได้ สุเทพ กำชับตร.พูดจาดี (28 ธ.ค. 51)
โฆษกทักษิณ ซัดสื่อเต้าข่าว"แม้ว" เหลือสมบัติแค่500ล้านเหรียญ (28 ธ.ค. 51)
ประสงค์ ทวงปชป.อย่าลืมบุญคุณพธม.เหยียบกองเลือดจนได้เป็นรบ. (28 ธ.ค. 51)
สนธิยันไม่เล่นการเมือง ให้เวลา-เชื่อมั่นอภิสิทธิ์ (28 ธ.ค. 51)
พัลลภ เผย ทักษิณ ขอให้ช่วยเพื่อไทย (27 ธ.ค. 51)
ญาติปัดข่าวตัดขาดยายเนียมกรณีเชียร์อภิสิทธิ์นั่งนายกฯ (27 ธ.ค. 51)
สุเทพชี้นายกฯจะพบ ป๋าเปรม ไม่มีนัยยะทางการเมือง (27 ธ.ค. 51)
นายกฯ มั่นใจ GDP ครึ่งปีหลัง ดีขึ้น (27 ธ.ค. 51)
นิพิฎฐ์ ลั่นป้องรมต.หมด ยกเว้นหนึ่งเดียว วีระชัย (27 ธ.ค. 51)
มาร์ค เดิมพันเก้าอี้นายกฯศก.ไม่พื้น-ออก (27 ธ.ค. 51)
พลเมืองเน็ต เรียกร้องปชป.พิทักษ์เสรีภาพคนสื่อออนไลน์ (27 ธ.ค. 51)
ณัฐวุฒิเตรียมแฉเงินไหลเข้าปชป.300ล. (26 ธ.ค. 51)
นพดล กระทุ้ง มาร์ค ทวงคืนเขาพระวิหารตามที่ประกาศไว้ (26 ธ.ค. 51)
ปณิธาน เบรกล่า ทักษิณ ป้องรมว.บัวแก้ว (26 ธ.ค. 51)
เพื่อไทยซัดเยาวภา-ยงยุทธ เดินเกมพลาดจนเป็นฝ่ายค้าน (26 ธ.ค. 51)
นายกฯรู้ผลสรุป7ต.ค. คาด1-2เดือนรู้แนวคดี (25 ธ.ค. 51)
สมชาย อ้างว่างเดินสายพบกลุ่มรักอุดร (25 ธ.ค. 51)
กษิต เตรียมพิจารณายึดพาสปอร์ต ทักษิณ (25 ธ.ค. 51)
ยายเนียม แสนปลื้ม อภิสิทธิ์ ส่งจดหมายให้กำลังใจถึงเตียง (25 ธ.ค. 51)
นปช.ลั่นชุมนุมใหญ่28ธ.ค.ล้มรัฐบาลได้แน่ (25 ธ.ค. 51)