พันธมิตรชี้ กลียุค มาแล้ว ออกแถลงการณ์ต้าน รบ.นอมินีทักษิณ เฉลิม หาทางคุย
โดย มติชน วัน พฤหัสบดี ที่ 6 มีนาคม พ.ศ. 2551 09:39 น.

กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
พันธมิตรแถลงการณ์กลียุคมาแล้ว อ้าง แม้ว ยังอันตราย บงการเบื้องหลังรัฐบาล สมัคร สร้างเงื่อนไขยั่วยุประชาชนหวังรัฐประหารตัวเองเพื่อล้างคำสั่ง คมช. ช่วยคดีทักษิณเครือญาติ จับตาทำเหนือคาดหมาย ตั้ง 5 กก.ติดตามตรวจสอบ เฉลิม เตรียมขอคุยกับพันธมิตร
พันธมิตรแถลงการณ์ 'กลียุคมาแล้ว'
แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย นำโดย นายสนธิ ลิ้มทองกุล นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ พล.ต.จำลอง ศรีเมือง นายพิภพ ธงไชย และนายสมศักดิ์ โกศัยสุข ประชุมเพื่อประเมินสถานการณ์ทางการเมืองในรอบสัปดาห์ ร่วมกัน ที่บ้านพระอาทิตย์ เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 5 มีนาคม พร้อมออกแถลงการณ์พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ฉบับที่ 2/2551 เรื่อง ''กลียุคมาแล้ว'' เพื่อแสดงจุดยืนของกลุ่มพันธมิตร
โดยแถลงการณ์ระบุถึงการเคลื่อนไหวของรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช มีพฤติการณ์เสมือนการยั่วยุและดูถูกภาคประชาชน รวม 7 ข้อ อาทิ การแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี และฝ่ายนิติบัญญัติที่มีประวัติด่างพร้อย และมีมลทิน มีการเร่งรัดโยกย้ายข้าราชการเพื่อแทรกแซงและตัดตอนกระบวนการยุติธรรมที่เกี่ยวข้องกับคดีความของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและครอบครัว โดยเฉพาะการโยกย้ายอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษให้พ้นจากคดีความที่มีความเกี่ยวพันกับระบอบทักษิณ
กล่าวหา'แม้ว'ยังอยู่หลังฉากบงการ
''มีการโยกย้ายข้าราชการตำรวจเพื่อล้างแค้นผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีความของ พ.ต.ท.ทักษิณ อดีตแกนนำอดีตพรรคไทยรักไทย และแกนนำพรรคพลังประชาชนให้พ้นจากตำแหน่งหน้าที่ การโยกย้ายข้าราชการอย่างอุกอาจ เช่น เลขาธิการองค์การอาหารและยา (อย.) และอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์อย่างไร้เหตุผล การจุดประเด็นนโยบายบ่อนเสรีสร้างอบายมุขเหยียบย่ำศีลธรรม และการที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ให้สัมภาษณ์สื่อต่างประเทศทำลายความน่าเชื่อถือของกระบวนการยุติธรรมและมีเป้าหมายกลับมาเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างชัดเจน ซึ่งทั้งหมดเป็นข้อพิสูจน์ว่า พ.ต.ท.ทักษิณยังคงอยู่หลังฉากบงการทางการเมืองในพรรคพลังประชาชน และยังคงเป็นปัญหาร้ายแรงของแผ่นดินอยู่เช่นเดิม'' แถลงการณ์ระบุ
อ้างมุ้งรัฐประหารตัวเองล้างคำสั่งคมช.
นอกจากนี้แถลงการณ์ยังระบุว่า จากสถานการณ์ดังกล่าว ทำให้พันธมิตรฯมาประชุมและเล็งเห็นเป้าหมายของระบอบทักษิณที่ทำให้เกิดกลียุคต่อชาติบ้านเมือง โดยเป้าหมายแรก จะมีกระบวนการยั่วยุทางการเมืองและสังคมให้เพิ่มมากขึ้น และอาศัย พ.ร.บ.ความมั่นคง เพื่อโยกย้ายทหารสร้างเงื่อนไขในการรัฐประหารตัวเอง แล้วล้มล้างคำสั่งของ คมช.ทั้งหมด อันจะเป็นผลทำให้ พ.ต.ท.ทักษิณไม่ต้องเข้าสู่กระบวนการในชั้นศาลสถิตยุติธรรมทั้งหมด หรือ เป้าหมายที่สอง จะมีการแก้ไขกฎหมายและรัฐธรรมนูญเพื่อทำให้ พ.ต.ท.ทักษิณและครอบครัวไม่ต้องเข้าไปพิสูจน์ตัวเองในกระบวนการยุติธรรม
ประกาศจุดยืนตั้งกก5ชุดตรวจสอบ
กลุ่มพันธมิตรจึงแสดงจุดยืนต่อสถานการณ์ดังกล่าว 5 ข้อ อาทิ เรียกร้องให้กระบวนการยุติธรรมใช้ความกล้าหาญและความรวดเร็วดำเนินคดีเพื่อป้องกันมิให้วิกฤตที่สุดในโลกกลับคืนมาสู่ชาติบ้านเมืองอีกครั้งหนึ่ง เพิ่มบทบาทของพันธมิตรฯ มีการฟื้นการต้านระบอบทักษิณ พร้อมเดินหน้าสร้างเครือข่ายและขยายแนวร่วมให้รู้เท่าทัน จะจัดประชุมใหญ่แกนนำพันธมิตร ทุกจังหวัด ทุกเครือข่ายทั่วประเทศในเร็วๆ นี้ เพื่อร่วมกันกำหนดยุทธศาสตร์และการร่วมสร้างพลังถ่วงดุลตรวจสอบและสร้างทางเลือกใหม่ให้สังคมการเมืองไทยต่อไป
นอกจากนี้ยังจัดตั้งคณะกรรมการ 5 คณะติดตามตรวจสอบอำนาจรัฐ และทำงานของรัฐบาลและขององค์กรต่างๆ มี คณะติดตามตรวจสอบการดำเนินคดีกับ พ.ต.ท.ทักษิณและเครือข่าย คณะตรวจสอบการคุกคาม กลั่นแกล้ง และการละเมิดศักดิ์ศรีของข้าราชการ คณะตรวจสอบการจัดระเบียบสื่อสารมวลชน คณะตรวจสอบการปรับปรุงแก้ไขรัฐธรรมนูญ และ คณะตรวจสอบการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและความยากจน
'จำลอง' ยันมีข้อมูล-ต้านทุกรูปแบบ
ด้าน พล.ต.จำลอง ศรีเมือง กล่าวว่า พันธมิตรทำตามสถานการณ์ ไม่ได้ทำตามใจ ขณะนี้สถานการณ์ได้เปลี่ยนแปลงไป ก็เปลี่ยนแปลงไปตามสถานการณ์ ยังยืนยันว่าจะต่อต้านทุกรูปแบบที่จะร่วมกันกับประชาชน เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายกับบ้านเมือง และเพื่อยุติวิกฤตการณ์ที่เลวร้ายที่สุด กลุ่มพันธมิตรที่ผ่านมาต่างคนต่างไปรวบรวมข้อมูลมาและเมื่อถึงวันที่นัดประชุมก็มาแลกเปลี่ยนข่าวสารกัน ซึ่งได้พิจารณาโดยรอบคอบและไตร่ตรองแล้ว
นายสมเกียรติกล่าวหาว่า รัฐบาลของนายสมัครได้สมคบกับระบอบทักษิณ แล้วเก็บอาการไม่อยู่ เพราะรัฐธรรมนูญมาตรา 176 กำหนดไว้ว่า คณะรัฐมนตรีจะบริหารราชการแผ่นดินได้ก็ต่อเมื่อได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา จากนั้นจึงจะบริหารประเทศชาติบ้านเมืองได้ ปรากฏว่ามีการแถลงนโยบายต่อรัฐสภา พอวันรุ่งขึ้นก็ออกคำสั่งแต่งตั้งโยกย้าย โดยยังไม่ทันบริหารงาน แสดงให้เห็นการลุแก่อำนาจ สรุปว่ารัฐบาลของนายสมัครเป็นหุ่นเชิดของทุนนิยมโดยระบอบทักษิณ ขณะนี้กำลังฟื้นการทำลายศักดิ์ศรีของข้าราชการ ดังเช่นการฟื้นในอดีตคำพิพากษาของศาลรัฐธรรมนูญที่ได้เคยวินิจฉัยเป็นบรรทัดฐาน เป็นประวัติศาสตร์ของชาติบ้านเมืองแล้ว
'พิภพ' จับตาแม้วทำเหนือคาดหมาย
นายพิภพกล่าวว่า อยากเรียกร้องให้ พ.ต.ท.ทักษิณซึ่งประกาศอยู่เสมอว่าตัวเองบริสุทธิ์ ยุติธรรม ไม่เคยทุจริตคอร์รัปชั่น ได้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมอย่างสง่าผ่าเผย และต่อสู้อย่างชอบธรรมทั้งสองฝ่าย ให้ประชาชนได้รับรู้ ซึ่งถึงเวลานั้นถ้า พ.ต.ท.ทักษิณสามารถหลุดจากคดีทั้งหมดโดยไม่มีการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมคิดว่า พ.ต.ท.ทักษิณสามารถจะกลับมาเล่นการเมืองได้อย่างสง่าผ่าเผย จึงอยากจะเตือนว่า ถ้าไปทำลายกระบวนการยุติธรรมสังคมจะเข้าสู่กลียุคจริงๆ
นายพิภพกล่าวว่า ทางจิตวิทยาก็เป็นที่รู้กันว่า พ.ต.ท.ทักษิณคงไม่สามารถควบคุมอารมณ์และจิตใจในการที่จะไปขึ้นศาลในคดีต่างๆ เพราะฉะนั้นไม่มีทางที่ พ.ต.ท.ทักษิณ จะขึ้นศาล เพราะฉะนั้น พ.ต.ท.ทักษิณอาจจะทำในสิ่งที่ประชาชนคาดหมายไม่ถึง พยายามทำสิ่งต่างๆ ที่อาจทั้งเหนือความคาดหมาย หรืออาจจะใช้ระบบรัฐสภา เพื่อนำไปยกเลิกคดีความต่างๆ เพื่อไม่ให้เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
นายสมศักดิ์ โกศัยสุข กล่าวว่า เห็นชัดว่ารัฐบาลนี้ไม่ได้เข้ามาบริหารประเทศตามที่ได้แถลงนโยบายเอาไว้ และได้เร่งรัดในการที่จะจัดทำเพื่อปกป้อง ฟอกผิด และเพื่อประโยชน์ของอดีตนายกรัฐมนตรี พ.ต.ท.ทักษิณ จะเห็นว่าการโยกย้ายข้าราชการนั้นเป็นตัวยืนยันชัดเจนว่ารัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลนอมินี อยากจะเรียกร้องให้ประชาชนจะต้องตรวจสอบความถูกต้องเพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติ
'สนธิ' ยันมี.ค.ดูพันธมิตรให้ดี
นายสนธิ ลิ้มทองกุล กล่าวว่า เห็นด้วยและยังยืนยัน ''ผมขอให้ พ.ต.ท.ทักษิณเดินเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมโดยไม่มีการบิดเบือนหรือแทรกแซงในกระบวนการยุติธรรม อยากจะให้มีความกล้าหาญเหมือนที่ผมโดนบ้าง อยากให้มีความเป็นลูกผู้ชายสู้คดีด้วยหลักฐาน ด้วยเหตุผล ถ้า พ.ต.ท.ทักษิณจำเป็นที่จะต้องโดนอาญาแผ่นดิน ก็เป็นเรื่องที่จะต้องโดน เนื่องจากหลักฐานพิสูจน์ไป แต่ถ้าหลักฐานไม่ถึงและถูกยกฟ้อง ก็ให้ยกฟ้องไป ส่วนยุทธวิธีที่จะทำนั้นจะปรับไปตามสถานการณ์ซึ่งจะต้องรอดูในเดือนมีนาคมนี้ โดยทางกลุ่มพันธมิตรจะกระทำอะไรอย่างใดอย่างหนึ่ง''
นายสุริยะใส กตะศิลา เลขาธิการคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) กล่าวว่า ในเร็วๆ นี้จะเริ่มประชุมเครือข่ายและองค์กรแนวร่วมทั้งหมดที่เคยเคลื่อนไหวต่อสู้กันมา คาดว่าไม่เกินเดือนมีนาคมจะได้ข้อยุติ หากพร้อมจะมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการต่อไป ส่วนการรวมกลุ่มกับสมัชชาประชาชนแห่งประเทศไทย (สปท.) นั้นพร้อมที่จะสนับสนุนและส่งเสริมการเคลื่อนไหวทุกองค์กรที่มีจุดยืนตรวจสอบรัฐบาล เครือข่ายพันธมิตรพร้อมสนับสนุนทุกองค์กร
'เลี้ยบ' ปัดปว.ตัวเองช่วยเอื้อ 'แม้ว'
นพ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวถึงกลุ่มพันธมิตรกล่าวหาว่ารัฐบาลกำลังสร้างเงื่อนไขเพื่อปฏิวัติตัวเอง หวังล้มล้างการตรวจสอบ พ.ต.ท.ทักษิณตามกระบวนการยุติธรรมว่า รัฐบาลมาจากการเลือกตั้ง และไม่เห็นด้วยกับเหตุการณ์รัฐประหาร เพราะ 17 เดือนที่ผ่านมา ประเทศบอบช้ำและเสียโอกาสมาก ขอย้ำว่าเรื่องการทำปฏิวัติรัฐประหารตัวเองไม่มีส่วนจริง นอกจากนี้การที่ พ.ต.ท.ทักษิณกลับเข้าประเทศเพื่อมอบตัวสู้คดี เป็นการแสดงเจตนารมณ์ชัดเจนตามกระบวนการยุติธรรม ถ้าไม่ตั้งใจก็คงไม่กลับมา
''รัฐบาลอยากเห็นกระบวนการยุติธรรมเดินหน้าต่อ อะไรผิดก็ว่าไปตามผิด อะไรถูกก็ว่าไปตามถูก ไม่มีอะไรมาล้มล้างได้ และขอย้ำอีกครั้งว่ารัฐบาลชุดนี้มาจากประชาชน มาจากระบอบประชาธิปไตยไม่เห็นด้วยกับการรัฐประหาร ดังนั้นจะไม่มีการรัฐประหารตัวเองแน่ๆ'' นพ.สุรพงษ์กล่าว และว่า การออกมาเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตร รัฐบาลต้องอดทน และจะไม่ปิดกั้นการแสดงออกทางความคิดของคนกลุ่มใด
นพ.สุรพงษ์กล่าวว่า ต่อสายคุยกับ พ.ต.ท.ทักษิณแล้ว ''มีการถามสารทุกข์สุกดิบกันตามปกติ ผมได้ถามท่านว่าจะอยู่เมืองไทยนานแค่ไหน ไม่ได้บอกว่าจะอยู่ถึงเมื่อไหร่ บอกเพียงว่าคงเดินทางไปๆ มาๆ และไม่ได้ฝากฝังหรือแนะนำอะไรเป็นพิเศษ''
'ณัฐวุฒิ' ซัดพวกบ่อนทำลาย
นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า อยากขอร้องให้ทุกฝ่ายคำนึงถึงประเทศชาติและความทุกข์ของประชาชน กรณีมีกลุ่มคนพยายามสร้างสถานการณ์และประเด็นอันอาจจนำไปสู่ความขัดแย้ง การออกมาพูดเรื่องกลียุคหรือการเตรียมการเพื่อรัฐประหารตัวเอง แม้กระทั่งการบอกว่าจะมีความเคลื่อนไหวในเดือนมีนาคม ไม่ได้สร้างผลดีใดๆ เลย มีแต่จะทำให้วิตกกังวลในหมู่ประชาชนและนักลงทุน ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อระบอบเศรษฐกิจในภาพรวมและถ้าเหตุการณ์บานปลายก็จะไม่มีใครออกมาแสดงความรับผิดชอบ
''การออกมาระบุว่า มีความผิดปกติทั้งการโยกย้ายข้าราชการและแนวคิดการทำกาสิโนถูกกฎหมายของนายกรัฐมนตรีในการเคลื่อนไหวนั้น วันนี้ยังไม่มีข้อใดปรากฏออกมาเป็นปัญหาเลย กาสิโนนั้นยังไม่ได้มีการดำเนินการใดๆ ด้วยซ้ำ ดังนั้น ประชาชนคนไทยไม่มีความกังวลกับบ่อนกาสิโน แต่กลับกังวลกับบ่อนทำลายด้วยวิธีการต่างๆ มากกว่า'' นายณัฐวุฒิกล่าว
มท.1พร้อมให้ตรวจสอบการทำงาน
ที่รัฐสภา ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงกลุ่มพันธมิตรตั้งคณะกรรมการติดตามตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลและองค์กรต่างๆ ว่า เป็นเรื่องที่ดีจะได้ช่วยกันทำหน้าที่ รัฐบาลทำงานโปร่งใสสามารถชี้แจงได้ กลุ่มพันธมิตรมีสิทธิตั้งข้องสังเกตได้ แต่รัฐมนตรีมีหน้าที่บริหารงาน หากสิ่งใดถูกต้องก็ไม่กลัวตัดสินใจดำเนินการได้ทันที
เวลา 14.30 น. ร.ต.อ.เฉลิมให้สัมภาษณ์อีกครั้งระหว่างตรวจเยี่ยมพื้นที่เพลิงไหม้ชุมชนคลองเตย ย่านพระราม 4 ว่า การที่พันธมิตรปลุกระดมให้มีการต่อต้านนอมินีของระบอบทักษิณนั้น ขึ้นอยู่ที่มุมมอง พ.ต.ท.ทักษิณก็เป็นคนไทยคนหนึ่ง การที่จะไปประท้วงเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง แต่หากต้องการที่จะประท้วงจริงๆ ก็ให้ประท้วงรัฐบาล ที่ทำหน้าที่อยู่เพราะ พ.ต.ท.ทักษิณไม่ได้มีตำแหน่งทางการเมือง
เตรียมหาทางคุยกลุ่มพันธมิตร
'' พันธมิตรมีสิทธิที่จะประชุม แน่จริงก็ประชุมให้เป็นเรื่องเป็นราวไปเลย จะจัดที่ให้ ไม่ต้องมาประชุมทีสองที ผมจะสั่งให้ปลัดกระทรวงเตรียมที่ไว้ให้เลย ทุกอย่างไม่มีปัญหา และการที่ออกมาพูดแบบนี้ไม่ได้ท้าทาย'' ร.ต.อ.เฉลิมกล่าว และว่า จะต้องมีการเจรจากลุ่มพันธมิตรแน่นอน แต่ตอนนี้ไม่รู้จะคุยกับใคร กำลังคิดหาวิธี จะบอกว่าขณะนี้ไม่มีนอมินี พ.ต.ท.ทักษิณ เพราะนายสมัครเป็นคนเซ็นเอกสารสำคัญทุกอย่าง ส่วนที่จะไปคุยกับพันธมิตรก็ไม่กลัวว่าจะเสียหน้า แต่ต้องหาโอกาส และคงไม่คุยกับ พล.ต.จำลอง เพราะไม่ใช่คนช่างพูด และไม่รู้จะคุยอะไรอดีตประธานคมช.โต้หาทำศก.ดิ่ง
วันเดียวกัน พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข ผู้บัญชาการทหารอากาศ และอดีตรักษาการประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) กล่าวถึงกรณีที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ระบุว่าเศรษฐกิจของไทยพังเพราะ คมช. ว่า คิดว่าเป็นหน้าที่ทุกคนช่วยผลักดันให้เศรษฐกิจดีขึ้น ทั้งนี้ ภาพรวมเศรษฐกิจโลกเริ่มกลับมาเหมือนเมื่อ 10 ปีที่ผ่านมา เริ่มที่สหรัฐอเมริกาและยุโรป คิดว่าเป็นเรื่องประกอบกันทั่วโลก คมช.ไม่ได้บริหารประเทศ ทั้งนี้ ไม่ขอพูดอะไรให้ประชาชนและสื่อมวลชนเฝ้าดูว่าเกิดความเสียหายประการใด ซึ่งฝ่ายเศรษฐกิจต้องไปติดตามดู
เมื่อถามว่า อดีต คมช.จะมีการหารือกับ พ.ต.ท.ทักษิณหรือไม่ พล.อ.อ.ชลิต กล่าวว่า ยังไม่ได้รับการติดต่อ ส่วนการพบกันจะเหมาะสมหรือไม่ เพราะนายสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรีนั้น พล.อ.อ.ชลิต กล่าวว่า มองได้หลายมุม บางทีการพูดคุยเป็นการแลกเปลี่ยน หากพูดเวลานี้คิดว่าไม่มีใครเป็นศัตรูกัน แต่จะทำอย่างไรให้ประเทศชาติเจริญ
บอกมุม 'แม้ว' ผวาคมช.มีศักยภาพ
เมื่อถามว่า พ.ต.ท.ทักษิณไม่ปรากฏตัวหลังกลับประเทศ เพราะระบุว่าไม่ปลอดภัยเกรงถูกลอบสังหาร พล.อ.อ.ชลิต กล่าวว่า คิดว่าผู้นำประเทศต้องได้รับการดูแลให้เกิดความปลอดภัย ทั้งผู้นำประเทศปัจจุบันและที่ผ่านมาเป็นเช่นนี้ทุกประเทศ ดังนั้น ผู้ที่เกี่ยวข้องต้องดูแล ที่ผ่านมาก็ไม่เคยมีการกระทำเช่นนี้ แต่คิดว่าน่าจะเป็นการป้องกัน ส่วนที่ พ.ต.ท.ทักษิณพยายามมุ่งเป้ามาที่ คมช.และทหารว่าเป็นกลุ่มที่มีส่วนในการจะลอบสังหาร พล.อ.อ.ชลิต กล่าวว่า แล้วแต่มุมมองว่าจุดไหนน่าจะมีศักยภาพในการทำอะไรมากกว่า
'ทักษิณ' ยังไม่ติดต่อพบ'เปรม'
ด้าน พล.ร.ท.พะจุณณ์ ตามประทีป หัวหน้าสำนักงานประธานองคมนตรี อดีตสภานิติบัญญัติแห่งชาติ กล่าวถึงกรณีกระแสข่าว พ.ต.ท.ทักษิณจะเข้าพบ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ว่า ''ยังไม่ทราบจริงๆ จะติดต่อผ่านใคร ผมไม่ทราบ แต่ติดต่อผ่านผมยังไม่มี ป๋าไม่เคยพูดถึงเรื่องดังกล่าว ป๋าเป็นคนที่เงียบที่สุด ไม่เคยพูดอะไรให้ใครเสียหาย ที่ผ่านมาสิ่งที่เราสนใจ คือ เรื่องเหตุบ้านการเมือง เราก็ทำของเราไป ผมก็ทำของผมไป ท่านก็ไม่ได้เข้าไปยุ่งหรือเกี่ยวข้อง''
เมื่อถามว่า รัฐบาลของนายสมัครติดต่อหารือหรือรดน้ำสงกรานต์ พล.อ.เปรม หรือไม่ พล.ร.ท.พะจุณณ์กล่าวว่า ''ไม่มี แต่อาจจะเป็นเพราะไม่คุ้นเคยกัน ส่วนรัฐบาลอื่นๆ ที่ติดต่อมา เพราะว่ารู้จักและคุ้นเคยกัน ความจริงแล้วไม่จำเป็นที่ทุกรัฐบาลต้องมา แต่รัฐบาลที่มาก็เพราะรู้จักคุ้นเคยกัน และมาขอคำปรึกษาเรื่องการงานขอแนะนำ''
'แม้ว'แอบแวะเยี่ยมบ้านพักจรัญฯ
สำหรับความเคลื่อนไหวล่าสุดของ พ.ต.ท.ทักษิณ หลังออกมาให้สัมภาษณ์เป็นครั้งแรกภายหลังเดินทางกลับประเทศไทยแก่หนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียล ไทมส์ ซึ่งมีเนื้อหาโจมตีการปฏิวัติรัฐประหารค่อนข้างรุนแรงนั้น รายงานข่าวใกล้ชิดแจ้งว่า ขณะนี้ พ.ต.ท.ทักษิณยังคงอยู่ในประเทศ เก็บตัวเงียบอยู่ใกล้ชิดกับครอบครัว ท่ามกลางทีมรักษาความปลอดภัยส่วนตัวในสถานที่ที่ปกปิดด้วยความระมัดระวังเป็นที่สุด ไม่เปิดเผยภารกิจประจำวันให้ผู้ใดทราบ และในช่วงที่ผ่านมาหลังกลับประเทศ พ.ต.ท.ทักษิณแวะไปเยี่ยมเยียนบ้านพักภายในซอยจรัญสนิทวงศ์ 69 เป็นครั้งคราวเพื่อตรวจดูความเรียบร้อย
12มี.ค.ขอศาลออกนอกดูแลแมนฯซิตี้
ส่วนกระแสข่าว พ.ต.ท.ทักษิณออกไปยังประเทศอังกฤษทันที หลังเสร็จสิ้นการไต่สวนของศาลฎีกาฯนัดแรกในคดีทุจริตจัดซื้อที่ดินถนนรัชดาภิเษกในวันที่ 12 มีนาคมนี้นั้น รายงานข่าวแจ้งว่า ขณะนี้ พ.ต.ท.ทักษิณมอบหมายให้ทีมทนายเตรียมยื่นเรื่องขออนุมัติออกนอกประเทศต่อศาลไว้แล้ว โดยใช้เหตุผลว่าจำเป็นต้องกลับไปดูแลบริหารจัดการธุรกิจสโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ซิตี้ให้เกิดความเรียบร้อย รวมทั้งเตรียมไปร่วมงานรับปริญญาของ น.ส.พิณทองทา ชินวัตร บุตรสาว ซึ่งสำเร็จการศึกษาที่ประเทศอังกฤษด้วย
น้องสาวเผยรับนั่งปธ.สภาม.ชินวัตร
ด้าน น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ประธานกรรมการบริหาร บมจ.เอสซี แอสเสท คอร์เปอเรชั่น น้องสาว พ.ต.ท.ทักษิณ ให้สัมภาษณ์ที่อาคารชินวัตร 3 ถ.วิภาวดีรังสิต ว่า พ.ต.ท.ทักษิณกำลังจะเข้ารับตำแหน่งประธานสภามหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัยชินวัตร แต่จะเป็นอาจารย์ที่มหาวิทยาลัยชินวัตรด้วยหรือไม่นั้น ยังไม่ทราบ ซึ่งถ้าจะเป็นอาจารย์นั้นคงสอนเกี่ยวกับประสบการณ์ที่ได้รับจากการไปอยู่ต่างประเทศ และในทักษะความคิดมากกว่า
น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวถึงการวางมือทางการเมืองเพื่อจะทำกิจกรรมการกุศลว่า พ.ต.ท.ทักษิณคงจะเริ่มจากการเป็นกรรมการของมูลนิธิไทยคม จะให้ความสำคัญในเรื่องของการศึกษาก่อน และจะทำกิจกรรมการกุศลในด้านบรรเทาความเดือดร้อนทุกด้าน ''อยากให้สังคมให้เวลากับ พ.ต.ท.ทักษิณมากกว่านี้ แล้วเวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์ให้เห็นว่า พ.ต.ท.ทักษิณวางมือทางการเมืองแล้ว''
ส่วนกรณีที่มีคนมองว่าเงินทุนจากมูลนิธิไทยคมที่เงินทั้งหมดมาจากการบริจาคของคนในครอบครัวชินวัตรนั้นเป็นแหล่งเงินทุนสำคัญในการต่อท่อน้ำเลี้ยงของพรรคพลังประชาชน น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า เงินที่ถูก คตส.อายัดและนำไปตรวจสอบนั้น ก็ได้เป็นข้อพิสูจน์แล้วว่า เงินทุกบาททุกสตางค์ของมูลนิธิไทยคมนั้นนำไปใช้ในกิจกรรมสาธารณประโยชน์อย่างแท้จริงและได้คืนกลับมาหมดแล้ว
แถลงการณ์ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ฉบับที่ 2/2551 ''กลียุคมาแล้ว''
หมายเหตุ - เมื่อเวลาประมาณ 12.00 น. วันที่ 5 มีนาคม หลังจากแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้ประชุมกันเพื่อประเมินสถานการณ์ทางการเมืองในรอบสัปดาห์แล้ว ได้ออกแถลงการณ์ ดังนี้
ปรากฏการณ์ภายหลังจากแถลงการณ์ฉบับที่ 1/2551 ลงวันที่ 25 มีนาคม 2551 การเคลื่อนไหวของรัฐบาล สมัคร สุนทรเวช ได้มีการกระทำที่เสมือนการยั่วยุและดูถูกภาคประชาชนโดยได้ปรากฏพฤติกรรมดังต่อไปนี้
1.มีการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี และฝ่ายนิติบัญญัติที่มีประวัติด่างพร้อย และมีมลทิน อันเป็นการจงใจหยามเหยียดเกียรติภูมิของประเทศ และดูถูกศักดิ์ศรีของคนในชาติ
2.มีการเร่งรัดในการโยกย้ายข้าราชการเพื่อแทรกแซงและตัดตอนกระบวนการยุติธรรมที่เกี่ยวข้องกับคดีความของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และครอบครัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการโยกย้ายอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษให้พ้นจากคดีความที่มีความเกี่ยวพันกับระบอบทักษิณ3.มีการโยกย้ายข้าราชการตำรวจเพื่อล้างแค้นผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีความของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตแกนนำอดีตพรรคไทยรักไทย และแกนนำพรรคพลังประชาชนให้พ้นจากตำแหน่งหน้าที่ ไม่เว้นแม้แต่ผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อันเป็นสัญญาณการสร้าง 'รัฐตำรวจ' ให้กลับคืนมาอีกครั้งหนึ่งเพื่อปูทางสร้างฐานให้กับ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ น้องภรรยาของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ให้มาเป็นผู้คุมดูแลรัฐตำรวจในอนาคตอันใกล้
4.มีการดำเนินการโยกย้ายข้าราชการอย่างอุกอาจสำคัญๆ เช่น เลขาธิการองค์การอาหารและยา (อย.) และอธิบดีกรมประชาสัมพันธ์อย่างไร้เหตุผล อันเป็นการกระทำการโยกย้ายใช้อำนาจแบบเผด็จการทุนนิยมสามานย์อย่างโจ่งแจ้ง ดังที่เคยปรากฏมาแล้วเหมือนในอดีตในสมัยรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ที่อดีตนายกรัฐมนตรีกุมอำนาจตัดสินใจสั่งการแต่ผู้เดียว ทำลายระบบคุณธรรม ก่อให้เกิดความแตกแยกอย่างรุนแรง บริหาร สั่งราชการ และตัดสินใจในการดำเนินการใดๆ ขึ้นอยู่กับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร แต่เพียงผู้เดียว
5.มีการแทรกแซงสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมเอเอสทีวี โดยการยิงสัญญาณก่อกวนเพื่อปิดกั้นข้อมูลข่าวสารไม่ให้ประชาชนได้รับทราบอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน และเป็นลักษณะของการก่อการร้ายสากล และยังให้เคเบิลทีวีท้องถิ่นในหลายพื้นที่งดการถ่ายทอดรายการจากสถานีโทรทัศน์ผ่านดาวเทียมเอเอสทีวีเพื่อไม่ให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารและข้อเท็จจริงอีกด้านหนึ่งที่ตรงไปตรงมา
6.รัฐบาลได้จุดประเด็นดำเนินนโยบายบ่อนเสรีสร้างอบายมุขเหยียบย่ำศีลธรรม เป็นการจงใจที่จะทำลายรากเหง้าและฐานรากวัฒนธรรมและศีลธรรมอันดีงามของสังคมไทยเพื่อแลกกับผลประโยชน์มหาศาลเฉพาะหน้า ทำลายแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่บัญญัติเอาไว้ในรัฐธรรมนูญโดยไม่ใส่ใจกับการล่มจมของประเทศชาติสลายในอนาคต
7.พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ให้สัมภาษณ์สื่อสารมวลชนต่างประเทศเพื่อทำลายความน่าเชื่อถือของกระบวนการยุติธรรมและมีเป้าหมายกลับมาเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างชัดเจนตลอดจนมีการพาดพิงไปถึงสถาบันอันสำคัญของประเทศว่าเป็นตัวการอยู่เบื้องหลัง
ทั้งหมดนี้เป็นข้อพิสูจน์ว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ยังคงอยู่หลังฉากบงการทางการเมืองในพรรคพลังประชาชนต่อไป และเป็นที่ประจักษ์ชัดว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ยังคงเป็นปัญหาร้ายแรงของแผ่นดินอยู่เช่นเดิม
พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ไม่เคยเรียกร้องให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ยุติบทบาททางการเมือง แต่เรียกร้องให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมโดยไม่แทรกแซงและบิดเบือนดังที่กำลังพยายามกระทำอยู่ในปัจจุบัน
จากสถานการณ์ดังกล่าว ทำให้พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยได้มาประชุมและเล็งเห็นเป้าหมายของระบอบทักษิณที่ทำให้เกิดกลียุคต่อชาติบ้านเมืองดังต่อไปนี้
เป้าหมายแรก จะมีกระบวนการยั่วยุทางการเมืองและสังคมให้เพิ่มมากขึ้น และอาศัย พ.ร.บ.ความมั่นคง เพื่อโยกย้ายทหารสร้างเงื่อนไขในการรัฐประหารตัวเอง แล้วล้มล้างคำสั่งของ คมช.ทั้งหมด อันจะเป็นผลทำให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ไม่ต้องเข้าสู่กระบวนการในชั้นศาลสถิตยุติธรรมทั้งหมดหรือเป้าหมายที่สอง จะมีการแก้ไขกฎหมายและรัฐธรรมนูญเพื่อทำให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และครอบครัวไม่ต้องเข้าไปพิสูจน์ตัวเองในกระบวนการยุติธรรม
พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจึงแสดงจุดยืนต่อสถานการณ์ข้างต้น ดังต่อไปนี้
1.พันธมิตรขอให้กระบวนการยุติธรรมใช้ความกล้าหาญและความรวดเร็วในการดำเนินคดีความเพื่อป้องกันมิให้วิกฤตที่สุดในโลกกลับคืนมาสู่ชาติบ้านเมืองอีกครั้งหนึ่ง
2.เรียกร้องให้ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ รักษาการผู้บัญชาการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อย่าเห็นแก่ลาภสักการะไปรับใช้ในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ซึ่งรวมถึงการโยกย้ายข้าราชการเพื่อลบล้างความผิดคดีความของคนในระบอบทักษิณ ที่ พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียาเวส ได้ดำเนินคดีเอาไว้
3.เพิ่มบทบาทของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
3.1 ฟื้นการต้านระบอบทักษิณการฟื้นพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยในสถานการณ์ใหม่ที่สลับซับซ้อน ซ่อนเงื่อน มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องสร้างความเข้าใจ ความรู้เท่าทันในเครือข่ายพันธมิตร ในขอบเขตทั่วประเทศ ดังนั้น จะมีการสร้างเวทีสื่อสารทำความเข้าใจกันในเครือข่าย ในขณะเดียวกัน การเคลื่อนไหวในลักษณะใดๆ ก็ยังคงมีความจำเป็นตลอดเวลาเช่นเดียวกัน ซึ่งเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมพันธมิตรจะแจ้งให้ทราบโดยทั่วกันอีกครั้งหนึ่ง
ทั้งนี้ ในเบื้องต้น พันธมิตรจะจัดประชุมใหญ่แกนนำพันธมิตรทุกจังหวัด ทุกเครือข่ายทั่วประเทศในเร็วๆ นี้ เพื่อร่วมกันกำหนดยุทธศาสตร์และการร่วมกันสร้างพลังถ่วงดุลตรวจสอบและสร้างทางเลือกใหม่ให้สังคมการเมืองไทยต่อไป
3.2 เดินหน้าสร้างเครือข่าย และขยายแนวร่วมพันธมิตร โดย 5 แกนนำจะเป็นเจ้าภาพในการประชุมหารือร่วมกับองค์กรต่างๆ เพื่อร่วมกันประเมินสถานการณ์ประเทศไทยและการกำหนดบทบาทที่หนุนเสริมซึ่งกันและกันทั้งในภาคประชาชน และสถาบันวิชาการต่างๆ ทั้งในประเทศและต่างประเทศทั้งนี้ เพื่อระดมความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการสานต่อภารกิจกู้ชาติ และร่วมกันขับเคลื่อนสังคมใหม่ต่อไป
3.3 ตั้งคณะกรรมการติดตามตรวจสอบอำนาจรัฐจะมีการจัดตั้งคณะกรรมการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลและติดตามการทำงานขององค์กรต่างๆ ในประเด็นสำคัญๆ ดังนี้
- คณะกรรมการติดตามตรวจสอบความคืบหน้าในการดำเนินคดีกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และเครือข่าย
- คณะกรรมการติดตามตรวจสอบการคุกคาม กลั่นแกล้ง และการละเมิดศักดิ์ศรีของข้าราชการ
- คณะกรรมการติดตามตรวจสอบการจัดระเบียบสื่อสารมวลชน
- คณะกรรมการติดตามตรวจสอบการปรับปรุงแก้ไขรัฐธรรมนูญ
- คณะกรรมการติดตามตรวจสอบการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและความยากจน
ด้วยจิตคารวะ
พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
5 มีนาคม 2551






