มติกกต.ยุบ ชท.-มัชฌิมาฯ เติ้ง ดิ้นเตรียมตั้งพรรคใหม่
โดย คม ชัด ลึก วัน เสาร์ ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2551 09:45 น.

นายบรรหาร ศิลปอาชา
มติกกต.4 ต่อ 1 ยุบ ชาติไทย-มัชฌิมาฯ ส่งศาล รธน.ชี้ขาด เติ้ง เสียใจ ดิ้นตั้งพรรคใหม่ ชู เสธ.หนั่น-กร นั่งหัวหน้าแทน ด้าน เสธ.หนั่น เผยเตรียมพรรคมหาชนรองรับไว้แล้ว อนงค์วรรณ น้ำตาคลอ ยังหวังพลิกชั้นศาล ทักษิณ เชื่อเป็นไปตามธงที่ตั้งไว้ พปช.ผวาพ่วงยุบพรรคคดีใบแดง ยงยุทธ ด้วย
นายสุทธิพลทวีชัยการ เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แถลงผลการประชุม กกต.เมื่อวันที่ 11 เมษายน ว่า ที่ประชุมได้พิจารณาลงมติ 4 ต่อ 1 ยืนตามความเห็นของนายอภิชาตสุขัคคานนท์ ประธาน กกต.ในฐานะนายทะเบียนพรรคการเมือง ที่เสนอยุบพรรคชาติไทยและพรรคมัชฌิมาธิปไตย โดยหลังจากนี้ กกต.จะส่งสำนวนการยุบพรรคให้อัยการสูงสุดพิจารณา เพื่อส่งต่อให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรคชาติไทยและพรรคมัชฌิมาธิปไตยให้เป็นไปตามมาตรา95 ของพ.ร.บ.พรรคการเมืองพ.ศ.2550 ภายใน30 วันนับตั้งแต่ที่ได้รับแจ้ง
เลขาธิการกกต.กล่าวว่า หากอัยการสูงสุดมีความเห็นสมควร ก็ให้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อให้มีคำสั่งยุบพรรคการเมืองดังกล่าว แต่หากอัยการสูงสุดมีความเห็นไม่ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ ก็ให้นายทะเบียนพรรคการเมืองตั้งคณะทำงานร่วมกัน โดยมีผู้แทนจากนายทะเบียนพรรคและอัยการสูงสุด เพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน และส่งให้อัยการสูงสุด เพื่อยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญต่อไป แต่หากในกรณีที่คณะทำงานดังกล่าวไม่อาจหาข้อยุติเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้ภายใน 30 วันนับแต่ที่ได้แต่งตั้งคณะทำงาน ให้นายทะเบียนโดยความเห็นชอบของ กกต.มีอำนาจยื่นคำร้องเอง
นายสุทธิพลกล่าวว่าจะส่งเรื่องนี้ไปยังอัยการสูงสุด หลังจากผ่านเทศกาลสงกรานต์ไปแล้ว ซึ่งจะส่งคำร้องไปให้โดยเร็วที่สุด
นายสุทธิพลกล่าวต่อว่าความเห็นของนายทะเบียนพรรคการเมืองต่อกรณีของพรรคมัชฌิมาธิปไตยนั้น ได้พิจารณาจากบทบัญญัติข้อกฎหมายและผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง เห็นว่านายสุนทร วิลาวัลย์ ที่ กกต.สั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งไปก่อนหน้านี้ได้กระทำผิดขณะอยู่ในตำแหน่งกรรมการบริหารพรรค แม้จะมีข้อโต้แย้งว่าพ้นจากตำแหน่งไปเมื่อวันที่ 4 ธันวาคม พร้อมกับนายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ ที่ลาออกจากสมาชิกพรรค ถือว่าพ้นจากตำแหน่งไปก่อนจะมีการเลือกตั้งวันที่ 23 ธันวาคม 2550 แต่ข้อบังคับของพรรคมัชฌิมาธิปไตย ข้อ 30 วรรคห้า มีข้อความระบุว่า"กรรมการบริหารที่พ้นจากตำแหน่งต้องอยู่ปฏิบัติหน้าที่จนกว่านายทะเบียนพรรคการเมืองจะตอบรับการเปลี่ยนแปลง และจนกว่ากรรมการชุดใหม่เข้าปฏิบัติหน้าที่" ดังนั้นจึงถือว่านายสุนทรยังอยู่ในตำแหน่งรองหัวหน้าพรรคจนถึงวันที่ถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง และแม้ว่ากรรมการบริหารพรรคคนอื่นจะไม่มีส่วนรู้เห็น แต่มาตรา 237 วรรคสอง ของรัฐธรรมนูญและมาตรา 103 วรรคสอง ย่อมถือว่านายสุนทรเป็นกรรมการบริหารพรรคเป็นผู้มีส่วนรู้เห็นต่อการกระทำผิด
ประกอบกับความเห็นของที่ปรึกษากฎหมายก็ให้ความเห็นไปในทิศทางนี้จึงเห็นว่านายทะเบียนพรรคการเมืองจะต้องดำเนินการให้เป็นไปตามมาตรา 95 ของพ.ร.บ.พรรคการเมืองพ.ศ.2550 ที่ไม่อาจใช้ดุลพินิจที่จะเลือกที่จะแจ้งหรือไม่แจ้งต่ออัยการสูงสุดซึ่งต่างจากศาลรัฐธรรมนูญที่มีบทบัญญัติในมาตรา 94 ที่มีอำนาจในการสั่งยุบพรรคการเมืองหรือไม่ก็ได้
เลขาธิการกกต.กล่าวว่าสำหรับพรรคชาติไทยนายทะเบียนพรรคทำความเห็นสรุปว่า นายมณเฑียร สงฆ์ประชา รองเลขาธิการพรรคชาติไทย ที่ถูกสั่งเพิกถอนสิทธิ (ใบแดง) นั้น ในขณะกระทำผิดก็ยังดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการพรรคอยู่
เมื่อถามว่าการลงมติของ กกต.ครั้งนี้สามารถนำไปเทียบเคียงกับกรณีของพรรคพลังประชาชนหรือไม่เลขาฯ กกต.กล่าวว่า ไม่ขอแสดงความเห็น เพราะสำนวนดังกล่าวอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลฎีกา แต่ถ้าศาลฎีกายืนตามมติของ กกต.ที่ให้เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งนายยงยุทธติยะไพรัช ส.ส.สัดส่วนพรรคพลังประชาชนกกต.ก็จะใช้กระบวนการตั้งคณะอนุกรรมการขึ้นมาสืบสวนเช่นเดียวกับกรณีของพรรคชาติไทยและพรรคมัชฌิมาธิปไตย
รายงานแจ้งว่าความเห็นในการลงมติครั้งนี้ของนายสมชัย จึงประเสริฐ ซึ่งเป็นหนึ่งใน กกต.เสียงข้างน้อยที่มีความเห็นให้ยุติเรื่อง เนื่องจากมีความเห็นว่าไม่ปรากฏหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าหัวหน้าพรรคการเมืองหรือกรรมการบริหารพรรคการเมืองผู้ใดมีส่วนรู้เห็นหรือปล่อยปละละเลยฯ จึงเห็นพ้องกับคณะกรรมการสืบสวนสอบสวนฯ ว่ากรณีพรรคการเมืองทั้งสองรายไม่เข้าหลักเกณฑ์ตาม พ.ร.บ.เลือกตั้งส.ส.และการได้มาซึ่งส.ว. ในมาตรา103 วรรคสอง
กก.บห.ผวาถูกตัดสิทธิซ้ำรอย111 ทรท.
ทั้งนี้พรรคชาติไทยมีรัฐมนตรีในรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช คือ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี นายวีรศักดิ์ โควสุรัตน์ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา นายอนุรักษ์ จุรีมาศ รมช.คมนาคม นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล รมว.เกษตรและสหกรณ์ นายสมพัฒน์ แก้วพิจิตร รมช.เกษตรและสหกรณ์
ขณะที่พรรคมัชฌิมาธิปไตยมีรัฐมนตรีคือนางอนงค์วรรณ เทพสุทิน รมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ รมช.พาณิชย์ หากศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งรับเรื่องไว้ รัฐมนตรีของทั้งสองพรรคต้องหยุดการปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราวจนกว่าจะมีคำวินิจฉัยออกมา อย่างไรก็ตามหากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยยุบพรรคออกมา กรรมการบริหารพรรคของทั้งสองพรรคก็จะต้องถูกตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปี เหมือนกรณี 111 กรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยที่ถูกศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งยุบพรรคไปก่อนหน้านี้ โดยพรรคชาติไทยมีกรรมการบริหารพรรค 43 คน ขณะที่พรรคมัชฌิมาธิปไตยมีกรรมการบริหารพรรค 29 คน
"เติ้ง"เสียใจ-ลุ้นอัยการไม่ส่งศาลรธน.
แหล่งข่าวระดับสูงจากพรรคชาติไทยเปิดเผยว่านายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย มีความรู้สึกเสียใจมากต่อมติที่ออกมา โดยก่อนหน้านี้นายบรรหารเคยพูดในที่ประชุมพรรคว่า กินไม่ได้นอนไม่หลับ อย่างไรก็ตาม พรรคเชื่อมั่นว่ากระบวนการยุติธรรมยังไม่จบ เพราะ กกต.ต้องยื่นเรื่องให้อัยการสูงสุดว่าจะส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญตีความหรือไม่ แต่ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นก็อยากให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องพิจารณาให้รอบคอบ ให้ประเทศชาติมีทางออก
ด้านแนวการดำเนินการของพรรคจากนี้ไปหากศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยให้มีการยุบพรรคต่อไป พรรคอาจจะตั้งพรรคขึ้นมาใหม่ โดยวางตัวให้ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ ที่ปรึกษาพรรค หรืออาจจะเป็น นายกร ทัพพะรังสี รักษาการรองหัวหน้าพรรคชาติไทย เข้ามาดูแลแทน
ส่วนบรรยากาศของพรรคชาติไทยหลังจากทราบมติ กกต. สมาชิกหลายคนมีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนาหูถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยบางส่วนยังยืนยันจะอยู่กับพรรคชาติไทยจนถึงที่สุด แต่ก็มีบางส่วนเตรียมย้ายไปอยู่พรรคอื่น
นายสมศักดิ์ปริศนานันทกุล รมว.เกษตรและสหกรณ์ ในฐานะรองหัวหน้าพรรคชาติไทย กล่าวว่า เป็นเรื่องที่เป็นไปตามคาดเดาอยู่แล้ว แต่ต้องไม่ลืมว่าขั้นตอนต่อไปอยู่ที่การพิจารณาสำนวนและน้ำหนักคดีของอัยการสูงสุดว่าจะดำเนินการสั่งฟ้อง และยื่นเรื่องต่อไปยังศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่
เสธ.หนั่นปูดเตรียม"มหาชน"รองรับ
พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะรองหัวหน้าพรรคชาติไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการพิจารณายุบพรรคชาติไทย โดยเฉพาะท่าทีของนายบรรหารหัวหน้าพรรคชาติไทยว่า เป็นธรรมดาที่ต้องเครียด มันหนักเหลือเกิน ใครไปทำผิดแล้วถึงขั้นต้องยุบพรรค ไม่รู้ว่าเขียนกฎหมายกันอย่างไร และพรรคชาติไทยก็เป็นพรรคเก่าแก่ด้วย ดำเนินการมา 34 ปีแล้ว ส่วนที่มีกระแสข่าวออกมาว่าถึงพรรคชาติไทยจะโดนยุบก็ไม่เป็นไร เพราะมีพรรคมหาชนของ พล.ต.สนั่นรองรับอยู่แล้ว พล.ต.สนั่นกล่าวว่า อย่าให้โดนยุบเลย
เมื่อถามย้ำว่าจริงหรือไม่ที่บอกว่ามีพรรคมหาชนรองรับไว้แล้ว พล.ต.สนั่นกล่าวว่า พรรคมหาชนยังไม่ถูกยุบ ตนออกมาจะเลือกตั้งอยู่แล้ว ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่าหากเกิดอะไรขึ้นกับพรรคชาติไทยพรรคมหาชนพร้อมรองรับใช่หรือไม่ พล.ต.สนั่นกล่าวว่า รองรับอยู่แล้ว อย่างไรก็ตามเวลานี้เป็นไปตามกระบวนการขั้นตอนที่จะต้องยื่นเรื่องให้อัยการ และไปที่ศาลรัฐธรรมนูญ
"อนงค์วรรณ"น้ำตาคลอมติยุบพรรคนางอนงค์วรรณ เทพสุทิน รมว.ทรัพยากรธรรมชาติฯ ในฐานะหัวหน้าพรรคมัชฌิมาธิปไตย ให้สัมภาษณ์ด้วยน้ำเสียงสั่นเครือและน้ำตาคลอเบ้าว่า รู้ข่าวจากทีมงานหน้าห้องรัฐมนตรีว่า กกต.มีมติยุบพรรคมัชฌิมาธิปไตยด้วยมติ 4 ต่อ 1 เพราะกำลังประชุมร่วมกับมูลนิธิสืบนาคะเสถียร และพอทราบเรื่องก็เดินออกมาดูทีวี ยอมรับว่ารู้สึกผิดหวังบ้าง แต่เมื่อมติออกมา 4 ต่อ 1 ก็เท่ากับว่ายังมีหนึ่งคนที่มีความเห็นแตกต่าง ก็ถือว่ายังดีที่ไม่ใช่ 5 ต่อ 0 และยังมั่นใจว่าการตีความสถานภาพของนายสุนทร วิลาวัลย์ อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ในชั้นศาล
นางอนงค์วรรณ กล่าวว่านายสมศักดิ์ เทพสุทิน ทราบเรื่องแล้ว แต่ไม่ได้แสดงความกังวลอะไร เพราะฝ่ายกฎหมายพรรคเตรียมพร้อมอยู่แล้ว ส่วนสมาชิกพรรคไม่น่าเป็นห่วง เนื่องจากไม่ได้เป็นกรรมการบริหาร และยังไม่ได้หาพรรคสำรองไว้ ที่ผ่านมาเตรียมความรู้สึกเอาไว้แล้ว จากสถานการณ์มาแล้ว และตลอดเส้นทางนักการเมืองค่อนข้างขรุขระ ถ้ามองแง่บวกพรรคของเราก็มีเรื่องเสมอๆ ถ้าไม่มีเรื่องก็แปลก จนเดี๋ยวนี้กลายเป็นโลโก้ของพรรค แต่ตรงนี้ไม่อยากให้ใครมากังวล และคงไม่เรียกร้องอะไร คงเดินหน้าอย่างเงียบๆ ต่อ ไป
นางอนงค์วรรณกล่าวต่อว่าก่อนหน้านี้ยังเคยคุยกับนายสมศักดิ์ว่า ถ้าถูกพิจารณาตัดสิทธิจริงๆ ก็ให้ปัดกวาดบ้านเลขที่ 111 เอาไว้ด้วยกัน
"คุยกันแบบขำๆ เราไม่ได้อยากให้เป็นอย่างนั้น เราจึงมีความรู้สึกว่าน่าจะได้รับความยุติธรรมบ้าง แต่ไม่ได้เครียด" นางอนงค์วรรณกล่าว
เมื่อถามว่าการลงมติของกกต.ที่ให้ยุบพรรคเป็นเพราะมีใบสั่งที่ต้องการให้ล้มรัฐบาลพรรคพลังประชาชนหรือไม่ นางอนงค์วรรณกล่าวว่า ขอให้เป็นเรื่องที่คิดอยู่ในใจดีกว่า ไม่ต้องการกล่าวหา กกต.เช่นนั้น แต่อาจเป็นเรื่องที่ กกต.ต้องการให้เรื่องนี้พ้นตัวไป ไม่ต้องการหนักใจกับเรื่องที่ต้องวินิจฉัยแล้วไม่ถูกใจบางคน บางกลุ่ม จึงหวังว่าส่งเรื่องนี้ให้ศาลรัฐธรรมนูญเป็นผู้ตัดสินจะดีกว่า
"กุเทพ"เชื่อตั้งธงยุบชท.-มฌ.พ่วงพปช.
ร.ท.กุเทพใสกระจ่าง โฆษกพรรคพลังประชาชน กล่าวกรณี กกต.มีมติ 4 ต่อ 1 ให้ส่งคดียุบพรรคชาติไทย และพรรคมัชฌิมาธิปไตยว่า ถือเป็นผลพวงความพิกลพิการของกฎหมายรัฐธรรมนูญที่ร่างโดยรัฐประหาร โดยเฉพาะมาตรา 237 เขียนล็อกไว้ว่า การกระทำผิดของกรรมการบริหารพรรคเพียงคนเดียวจะต้องยุบทั้งพรรค ทั้งที่รัฐธรรมนูญที่ดีไม่ควรเขียนเฉพาะขนาดนั้น อยากให้กำลังใจทั้งสองพรรคให้สู้ต่อไป ทั้งนี้ มองว่าการยุบทั้ง 2 พรรค มีการกำหนดตั้งธงไว้ตั้งแต่ก่อนร่างรัฐธรรมนูญ โดยเขียนกติกาให้สอดรับกับธงที่จะยุบพรรค เมื่อพรรคชาติไทยและพรรคมัชฌิมาธิปไตยมาอยู่กับพรรคพลังประชาชน จึงต้องถูกยุบพรรคไปด้วย
ผู้สื่อข่าวถามว่าจากบรรทัดฐานการตัดสินวันนี้พรรคกังวลหรือไม่ว่าผลคดีวินิจฉัยนายยงยุทธจะออกมาในลักษณะเดียวกันหรือไม่ ร.ท.กุเทพกล่าวว่า คงไม่หนีจากหลักนี้ เพราะกรณีนายยงยุทธเป็นกรณีเดียวกับพรรคชาติไทย และพรรคมัชฌิมาฯ เมื่อทั้งสองพรรคโดนเช่นนี้ พรรคพลังประชาชนก็จะโดนเหมือนกัน เพราะมีกระบวนการที่ทำให้เป็นลักษณะเดียวกัน
"แม้ว"เชื่อเป็นไปตามธงที่ตั้งไว้ล่วงหน้า
พ.ต.ท.ทักษิณชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและอดีตหัวหน้าพรรคไทยรักไทย กล่าวถึงกรณีที่ กกต.มีมติยุบพรรคชาติไทยและพรรคมัชฌิมาฯ ว่า เป็นไปตามขั้นตอนที่เขาวางไว้ แต่ตนไม่เหนื่อย เพราะไม่ได้เป็นนักการเมืองแล้ว ปล่อยให้เขาเล่นกันไปเถอะเรายืนดู เป็นกองเชียร์ดีกว่า
ผู้สื่อข่าวถามว่าเหมือนว่าการเมืองตอนนี้สะดุดเป็นช่วงๆ พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวว่า ประเทศเป็นของทุกคน ทุกคนต้องช่วยแก้ปัญหา ไม่ใช่สร้างปัญหา เพราะถ้าช่วยกันสร้างปัญหาก็ต้องแก้กันไปเรื่อยๆ หากช่วยกันคิดแต่เรื่องดีๆ ทุกอย่างจะดีขึ้นเรื่อยๆ แต่ถ้าคนที่มีหน้าที่ แต่ทำตัวแบบศรีธนญชัยกันหมด ปัญหามันก็มีเยอะ เดี๋ยวรอดูราหูที่จะยกในวันที่ 17 เมษายน แล้วกันว่าจะเป็นอย่างไร ยกแล้วจะดีขึ้นหรือแย่ลงก็ดูราหูแล้วกัน สงสัยต้องยกไก่ดำมา แต่ตนต้องทำบุญทั้งรับและส่ง ต้องทำบุญ 99 วัด ตอนนี้ทำไปแล้ว 10 กว่าวัด มาภาคเหนือครั้งนี้จะต้องทำอีก 20 กว่าวัด พรุ่งนี้จะไปทำอีก 4 วัด
ทั้งนี้พ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางไปยัง จ.เชียงใหม่ โดยมีรัฐมนตรีหลายคนร่วมเดินทางไปด้วย รวมทั้ง นายการุณ โหสกุล ส.ส.กทม. พรรคพลังประชาชน ที่เพิ่งมีคดีถีบนายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ ส.ส.สัดส่วน พรรคประชาธิปัตย์ ในห้องอาหารรัฐสภา ร่วมคณะไปด้วย และใช้เวลาตลอดทั้งวันเดินสายทำบุญและร่วมพิธีสะเดาะเคราะห์ปัดเป่าเสนียดจัญไรหลายวัด
แม้วเหน็บคนแก่เกลียดระวังโรคหัวใจ
ก่อนออกเดินทางไปจ.เชียงใหม่ พ.ต.ท.ทักษิณให้สัมภาษณ์ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เมื่อเวลา 10.20 น. อวยพรเนื่องในโอกาสเทศกาลสงกรานต์ว่า ขอให้คนไทยรักกันมากๆ หันหน้าเข้าหากัน ลดทิฐิเพื่อบ้านเมืองจะได้เจริญ และคนที่ทุกข์ยากอยู่วันนี้จะได้สบาย เพราะถ้าเศรษฐกิจดี ความน่าเชื่อถือของประเทศดีก็จะมีความสุขกันทุกคน เพราะถ้ามานั่งทะเลาะกันก็จะทุกข์ทั้งคู่ ส่วนที่ดูเหมือนขณะนี้ยังตกเป็นเป้าถูกโจมตีทางการเมืองนั้น พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวว่า ไม่เป็นไร คนจะเกลียดผม ผมก็เป็นห่วงเขา กลัวเดี๋ยวจะเป็นโรคหัวใจ เป็นอะไรต่ออะไร เพราะอายุก็มากแล้ว เพราะผมเองก็ปล่อยวางหมดแล้ว อย่างที่ผมเคยบอกโกรธกัน ไม่ชอบหน้ากัน แต่พอเจอหน้ากัน ถามว่ายิงไหมก็ไม่ยิง เพราะกลัวติดคุกทั้งคู่ แต่ที่แน่ๆ คือเป็นโรคหัวใจ ดีไม่ดีเส้นเลือดในสมองแตกอีก เพราะฉะนั้นก็ต้องปล่อยวาง
เมื่อถามว่ามีการมองว่าในช่วงเดือนพฤษภาคมอาจจะเกิดวิกฤติการเมืองขึ้นอีก พ.ต.ท.ทักษิณกล่าวว่า ไม่มีหรอก อย่าไปแช่งกัน พระท่านบอกไว้ว่า ตถตา ซึ่งแปลว่า"มันเป็นเช่นนั้นเอง" การเมืองไทยก็เป็นเช่นนั้นเอง ไม่มีอะไร
ปชป.ไม่รีบร้อนช้อนเด็กชท.เข้าพรรค
นายสุเทพเทือกสุบรรณ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่ประชุม กกต.มีมติเห็นชอบให้ส่งเรื่องถึงอัยการสูงสุด เพื่อพิจารณาเสนอต่อศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉัยยุบพรรคชาติไทยและมัชฌิมาธิปไตยว่า ทุกอย่างต้องว่ากันไปตากฎหมายและข้อเท็จจริง ส่วนตัวไม่ขอแสดงความรู้สึกใดๆ ไปยังนายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย ตนรู้สึกเฉยๆ ไม่ขอยินดียินร้ายอะไร เมื่อถามถึงข่าวที่ว่ามี ส.ส.พรรคชาติไทยประมาณ 15 คน จะย้ายมาสังกัดพรรคประชาธิปัตย์ นายสุเทพกล่าวว่า ยังไม่ได้คุยกัน ต้องรอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยคดียุบพรรคเสร็จสิ้นก่อน ส่วนความเป็นไปได้ที่จะทาบทาม ส.ส.ของพรรคที่ถูกตัดสินยุบนั้น ยังบอกไม่ได้ในขณะนี้
"บิ๊กจิ๋ว"ปลอบยุบพรรคได้ก็ตั้งใหม่ได้พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ อดีตนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ก่อนเดินทางไปประเทศจีนถึงการที่ กกต.พิจารณาคดียุบพรรคชาติไทย และพรรคมัชฌิมาธิปไตย ว่า คงไม่ส่งผลกระทบในทางการเมือง เพราะยุบพรรคแล้วก็สามารถตั้งพรรคใหม่ได้ บทเรียนก็มีอยู่แล้ว แต่ถ้าไม่มีการยุบพรรคก็จะเป็นเรื่องดี อย่างไรก็ตามไม่ใช่ว่ายุบพรรคหรือไม่ยุบพรรคแล้วจะทำให้การเมืองดีหรือไม่ดี เพราะการเมืองเป็นเรื่องของการสนองตอบความต้องการของประชาชน
ค่ำวันเดียวกันนายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล รองหัวหน้าพรรคชาติไทย ให้สัมภาษณ์ในรายการ " คม ชัด ลึก" ซึ่งออกอากาศทางเนชั่นแชนแนล สถานีโทรทัศน์ไททีวีว่า หลังจากทราบมติของ กกต.แล้ว ได้พูดคุยกับนายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคแล้ว โดยนายบรรหารไม่ได้แปลกใจกับมติ กกต.ดังกล่าว พรรคมอบหมายให้นายอนุรักษ์ จุรีมาศ พร้อมทีมงาน ทำหนังสือร้องขอความเป็นธรรมส่งไปยังอัยการสูงสุด เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นโดยหวังจะได้รับความเป็นธรรมจากอัยการสูงสุด หากเรื่องต้องเข้าสู่ขั้นตอนในการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญพรรคก็ยังหวังว่าจะได้รับความยุติธรรมจากศาล
นายสมศักดิ์ยังได้กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่าสมาชิกพรรคไทยรักไทยเตรียมที่จะย้ายพรรคหนีหลังจากทราบมติของกกต.ว่า กระแสข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง ขณะนี้ทุกคนพร้อมที่จะต่อสู้ไปพร้อมกับพรรค และยังมั่นใจว่าจะได้รับความเป็นธรรมในการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ
พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ รองหัวหน้าพรรคมัชฌิมาธิปไตย ชี้ว่ามติของ กกต.เป็นผลมาจากรัฐธรรมนูญที่มีปัญหา ซึ่งพรรคจะสนับสนุนในการแก้ไขรัฐธรรมนูญทุกมาตราที่ทำให้เกิดปัญหาอยู่ในขณะนี้ เพราะเชื่อว่าหากไม่แก้ต้องเกิดวิกฤติการณ์ทางการเมือง ซึ่งจะนำมาสู่วิกฤติการทางเศรษฐกิจสร้างความเสียหายให้ประเทศ ทั้งนี้ในการพิจารณาเรื่องยุบพรรคหากมีการแก้รัฐธรรมนูญแล้ว ศาลก็จะวินิจฉัยในประเด็นต่างๆ ได้ถูกต้องมากขึ้น
นายสุเมธอุปนิสากร หนึ่งในคณะกรรมการการเลือกตั้ง กล่าวว่า มติของ กกต.เสียงข้างมากไม่สามารถมีความเห็นเป็นอย่างอื่นได้นอกจากให้ส่งเรื่องให้อัยการสูงสุดพิจารณาดำเนินการส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเกี่ยวกับการยุบพรรคชาติไทยและพรรคมัชฌิมาธิปไตยต่อไป เพราะตัวบทกฎหมายระบุไว้อย่างชัดเจน หลังจากนี้อยู่ที่ดุลพินิจของอัยการสูงสุดว่าจะส่งเรื่องต่อให้ศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ หากพิจารณาแล้วไม่ส่งเรื่องเข้าสู่การพิจารณาในชั้นศาลก็ต้องมีการตั้งคณะกรรมการร่วมระหว่าง กกต.และอัยการสูงสุด หากมีความเห็นไม่ส่งเรื่องต่อให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยอีก กกต.ก็มีสิทธิที่จะส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้เอง
ขณะที่นายคมสันโพธิ์คง อาจารย์ประจำสาขาวิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช กล่าวว่า กกต.พิจารณาถูกต้องแล้ว เพราะตามรัฐธรรมนูญ กกต.ไม่มีอำนาจในการวินิจฉัย ต้องส่งเรื่องให้อัยการสูงสุดเพื่อดำเนินการพิจารณาส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยชี้ขาด และเห็นว่าเรื่องที่เกิดขึ้นต้องว่าไปตามตัวบทกฎหมาย และมั่นใจว่าหากศาลรัฐธรรมทนูญวินิจฉัยให้ยุบพรรคชาติไทยและพรรคมัชฌิมาธิปไตยจริงก็คงไม่มีผลกระทบอะไรกับประเทศไทย อย่างเช่นที่ผ่านมาก็มีบทพิสูจน์ให้เห็นแล้วในกรณีการยุบพรรคไทยรักไทย
นายคมสันกล่าวต่อว่าเศรษฐกิจของประเทศไทยนั้น จะประสบปัญหาหรือไม่นั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับการยุบพรรค แต่ขึ้นอยู่กับการบริหารงานของรัฐบาล และภาวะเศรษฐกิจโดยรวมของโลก ไม่ได้เกิดจากการจะยุบพรรคหรือไม่ยุบพรรค ซึ่งผลกระทบที่พรรคการเมืองอ้างนั้นเป็นเพียงการคาดการณ์กันไปเองเท่านั้น
"เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะพฤติกรรมของนักการเมืองเอง ไม่ได้เกิดปัญหาจากกฎหมาย เพราะกฎหมายมีการรับรู้กันล่วงหน้าแล้ว ซึ่งในการร่างกฎหมายก็ไม่มีการคัดค้าน มีการระบุตัวบทกฎหมายต่างๆ ไว้อย่างชัดเจน เมื่อมีการกระทำผิดก็ต้องยอมรับผลที่เกิดจากการกระทำผิด ไม่ใช่เมื่อเกิดเหตุการณ์แล้วก็มาโทษตัวบทกฎหมาย และมีการพยายามแก้ไขข้อกฎหมายเพื่อให้ตัวเองพ้นโทษถือเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องอย่างยิ่ง" นายคมสันกล่าว






