|
|
| |
| ชวนแนะ ชท.-มฌ.ยอมรับผิด ตั้งพรรคใหม่-มิใช่แก้กฏหมาย |
 |
|
 |
| โดย คม ชัด ลึก วัน เสาร์ ที่ 12 เมษายน พ.ศ. 2551 11:37 น. |
|
ชวน หลีกภัย แนะพรรคชาติไทยและมัชฌิมาฯหลังกกต.มีมติส่งศาลรัฐธรรมนูญให้วินิจฉับยุบพรรค ชี้พรรคตั้งใหม่ได้ไม่ใช่แก้ด้วยการแก้กฎหมายให้พ้นผิด ชาติไทยเตรียมร้องขอความเป็นธรรมอัยการสูงสุด รากหญ้าเริ่มเคลื่อนไหวค้าน
 นายชวน หลีกภัย (12เม.ย.) นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ แสดงความเห็นกรณี คณะกรรมการการเลือกตั้ง หรือ กกต. มีมติส่งเรื่องให้อัยการสูงสุดพิจารณา ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยกรณียุบพรรคชาติไทยและมัฌชิมาธิปไตยว่า กฎหมายว่าอย่างไรต้องเป็นอย่างนั้น เช่น ถ้าพรรคประชาธิปัตย์ทำผิดก็ต้องถูกยุบ แล้วตั้งพรรคใหม่
แต่ถ้าคิดละเลยยกเว้นความผิด หรือแก้กฎหมายเพื่อให้ตัวเองพ้นความผิด วิธีการนี้จะทำให้บ้านเมืองไปไหนไม่รอด กฎหมายก็ไม่ศักดิ์สิทธิ์ คนไม่ทำผิดหรือไม่โกงเลือกตั้งก็เสียเปรียบ อย่างไรก็ตาม กฎหมายสามารถแก้ได้ ถ้าใช้ไปแล้วเกิดปัญหา แต่ต้องไม่ใช่แก้เพื่อแก้ปัญหาให้ตัวเอง
ชาติไทยเตรียมร้องขอความเป็นธรรมอัยการสูงสุด
เช้าวันนี้(12เม.ย.) นายนิกรจำนง รองหัวหน้าพรรค และผู้อำนวยการพรรคชาติไทย แถลงเพื่อความเข้าใจโดยทั่วกันว่า จนถึงขณะนี้พรรคชาติไทยยังไม่ได้ถูกยุบพรรคแต่อย่างใด เป็นเพียงขั้นตอนของการที่นายทะเบียนพรรคการเมืองโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการการเลือกตั้งมีมติให้เสนอให้อัยการสูงสุดเพื่อพิจารณาต่อไป ซึ่งอัยการสูงสุดมีดุลยพินิจในการพิจารณาว่าจะเสนอต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณาในเรื่องดังกล่าวหรือไม่ก็ได้ และจากการลงมติของคณะกรรมการการเลือกตั้งพรรคชาติไทยเองก็เข้าใจและตระหนักถึงความจำเป็นของคณะกรรมการการเลือกตั้งที่จะต้องยืนยันความเห็นของตัวเองในการลงมติเพิกถอนสิทธิการเลือกตั้งของนายมณเฑียร สงฆ์ประชา (การให้ใบแดง) เดิมแม้พระชาติไทยจะได้นำเสนอข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายใหม่ที่คณะกรรมการการเลือกตั้งยังไม่ได้พิจารณาให้กับคณะกรรมการการเลือกตั้งแล้วก็ตาม แต่คณะกรรมการการเลือกตั้งก็มิได้นำมาพิจารณาเพิ่มเติมแต่อย่างใด
นายนิกร กล่าวต่อว่า ขั้นตอนต่อไปเมื่อคณะกรรมการการเลือกตั้งแจ้งเรื่องให้กับอัยการสูงสุดเพื่อพิจารณาต่อไป พรรคชาติไทยก็จะเสนอข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายต่าง ๆ ให้กับอัยการสูงสุดได้พิจารณาอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งขั้นตอนในการพิจารณาของอัยการสูงสุดจะมีอิสระ โดยไม่จำเป็นต้องคำนึงถึงการลงมติในครั้งก่อนเหมือนคณะกรรมการการเลือกตั้ง โดยพรรคชาติไทยจะขอให้คณะทำงานฝ่ายกฎหมายของพรรคเข้าชี้แจงข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายต่ออัยการสูงสุด ในสองประเด็น คือ
1.ขอให้อัยการสูงสุดมีคำสั่งเรียกพยานหลักฐานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องมาสอบสวนเพิ่มเติมใหม่ให้ได้ความจริงเป็นที่ชัดเจนก่อน เนื่องจากพรรคชาติไทยเชื่อว่า มูลเหตุของการยุบพรรคยังไม่เป็นที่ยุติ จึงควรสอบสวนเรื่องดังกล่าวเพิ่มเติมใหม่ให้ชัดเจนก่อน
2.ขอให้อัยการสูงสุดพิจารณากรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้งได้ข้อยุติแล้วว่าการกระทำความผิดดังกล่าว หัวหน้าพรรคหรือกรรมการบริหารพรรคผู้อื่น ไม่รู้เห็นถึงการกระทำนั้น ซึ่งทั้งสองประเด็นนี้ อัยการสูงสุดมีสิทธิที่จะใช้ดุลยพินิจในการพิจารณาไม่ส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาได้ โดยพรรคชาติไทยเชื่อว่า น่าจะได้รับความเป็นธรรมในขั้นของอัยการสูงสุด
รองหัวหน้าพรรคชาติไทยกล่าวอีกว่าในกรณีที่หากอัยการสูงสุดพิจารณาเสนอศาลรัฐธรรมนูญเพื่อพิจารณา ก็ยังมีขั้นตอนที่ศาลรัฐธรรมนูญต้องพิจารณาว่าจะรับหรือไม่รับคำร้องไว้พิจารณาก่อน หากศาลรัฐธรรมนูญพิจารณารับคำร้องไว้พิจารณา พรรคชาติไทยก็จะใช้โอกาสในการนำเสนอทั้งปัญหาข้อเท็จจริงและปัญหาหาข้อกฎหมายเพื่อให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งในชั้นนี้เป็นขั้นตอนสุดท้ายที่ทางพรรคเชื่อมั่นว่า จะได้รับความเป็นธรรมในที่สุด เนื่องจากทางพรรคเชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ว่า พรรคไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในกรณีนี้แต่อย่างใด และได้ดำเนินการป้องกันมิให้ผู้สมัครของพรรคกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้งอย่างเต็มที่แล้ว
รากหญ้าค้านยุบพรรคชาติไทย-มัชฌิมาธิปไตย
นายนพพร ภู่เจริญ สมาชิกสภาเทศบาลเมืองสุโขทัยธานี กล่าวว่า หากมีการตัดสินยุบพรรรคชาติไทยและพรรคมัชฌิมาธิปไตยจริงๆ จะทำให้เกิดผลเสียหายต่อประเทศชาติและระบบการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอย่างมาก เพราะพรรคไม่ได้ทำผิด แต่เป็นการทำผิดของผู้บริหารพรรค เป็นการทำผิดส่วนตัว ควรที่จะว่ากันตามความผิดในแต่ละบุคคล อย่างไรก็ตามการถูกตัดสินยุบพรรค เหมือนกับการถูกตัดสิทธิทุกอย่างในด้านการเมือง ไม่ว่าจะเป็นการใช้สิทธิลงคะแนนเสียงเลือกตั้งต่างๆ ซึ่งจากที่ศึกษามา ไม่มีประเทศใดในโลกที่มีกฏหมายยุบพรรคการเมือง
นักวิชาการชี้กกต.มีสิทธิ์เพียงวินิจฉัยส่งเรื่อง
ค่ำวันที่ 11 เม.ย.นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล รองหัวหน้าพรรคชาติไทย ให้สัมภาษณ์ในรายการ " คม ชัด ลึก" ซึ่งออกอากาศทางเนชั่นแชนแนล สถานีโทรทัศน์ไททีวีว่า หลังจากทราบมติของ กกต.แล้ว ได้พูดคุยกับนายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคแล้ว โดยนายบรรหารไม่ได้แปลกใจกับมติ กกต.ดังกล่าว พรรคมอบหมายให้นายอนุรักษ์ จุรีมาศ พร้อมทีมงาน ทำหนังสือร้องขอความเป็นธรรมส่งไปยังอัยการสูงสุด เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นโดยหวังจะได้รับความเป็นธรรมจากอัยการสูงสุด หากเรื่องต้องเข้าสู่ขั้นตอนในการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญพรรคก็ยังหวังว่าจะได้รับความยุติธรรมจากศาล
นายสมศักดิ์ยังได้กล่าวถึงกรณีที่มีกระแสข่าวว่าสมาชิกพรรคไทยรักไทยเตรียมที่จะย้ายพรรคหนีหลังจากทราบมติของกกต.ว่า กระแสข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง ขณะนี้ทุกคนพร้อมที่จะต่อสู้ไปพร้อมกับพรรค และยังมั่นใจว่าจะได้รับความเป็นธรรมในการพิจารณาของศาลรัฐธรรมนูญ
พ.ต.ท.บรรยิน ตั้งภากรณ์ รองหัวหน้าพรรคมัชฌิมาธิปไตย ชี้ว่ามติของ กกต.เป็นผลมาจากรัฐธรรมนูญที่มีปัญหา ซึ่งพรรคจะสนับสนุนในการแก้ไขรัฐธรรมนูญทุกมาตราที่ทำให้เกิดปัญหาอยู่ในขณะนี้ เพราะเชื่อว่าหากไม่แก้ต้องเกิดวิกฤติการณ์ทางการเมือง ซึ่งจะนำมาสู่วิกฤติการทางเศรษฐกิจสร้างความเสียหายให้ประเทศ ทั้งนี้ในการพิจารณาเรื่องยุบพรรคหากมีการแก้รัฐธรรมนูญแล้ว ศาลก็จะวินิจฉัยในประเด็นต่างๆ ได้ถูกต้องมากขึ้น
นายสุเมธ อุปนิสากร หนึ่งในคณะกรรมการการเลือกตั้ง กล่าวว่า มติของ กกต.เสียงข้างมากไม่สามารถมีความเห็นเป็นอย่างอื่นได้นอกจากให้ส่งเรื่องให้อัยการสูงสุดพิจารณาดำเนินการส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยเกี่ยวกับการยุบพรรคชาติไทยและพรรคมัชฌิมาธิปไตยต่อไป เพราะตัวบทกฎหมายระบุไว้อย่างชัดเจน หลังจากนี้อยู่ที่ดุลพินิจของอัยการสูงสุดว่าจะส่งเรื่องต่อให้ศาลรัฐธรรมนูญหรือไม่ หากพิจารณาแล้วไม่ส่งเรื่องเข้าสู่การพิจารณาในชั้นศาลก็ต้องมีการตั้งคณะกรรมการร่วมระหว่าง กกต.และอัยการสูงสุด หากมีความเห็นไม่ส่งเรื่องต่อให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยอีก กกต.ก็มีสิทธิที่จะส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้เอง
ขณะที่นายคมสันโพธิ์คง อาจารย์ประจำสาขาวิชานิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช กล่าวว่า กกต.พิจารณาถูกต้องแล้ว เพราะตามรัฐธรรมนูญ กกต.ไม่มีอำนาจในการวินิจฉัย ต้องส่งเรื่องให้อัยการสูงสุดเพื่อดำเนินการพิจารณาส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยชี้ขาด และเห็นว่าเรื่องที่เกิดขึ้นต้องว่าไปตามตัวบทกฎหมาย และมั่นใจว่าหากศาลรัฐธรรมทนูญวินิจฉัยให้ยุบพรรคชาติไทยและพรรคมัชฌิมาธิปไตยจริงก็คงไม่มีผลกระทบอะไรกับประเทศไทย อย่างเช่นที่ผ่านมาก็มีบทพิสูจน์ให้เห็นแล้วในกรณีการยุบพรรคไทยรักไทย
นายคมสันกล่าวต่อว่าเศรษฐกิจของประเทศไทยนั้น จะประสบปัญหาหรือไม่นั้นไม่ได้ขึ้นอยู่กับการยุบพรรค แต่ขึ้นอยู่กับการบริหารงานของรัฐบาล และภาวะเศรษฐกิจโดยรวมของโลก ไม่ได้เกิดจากการจะยุบพรรคหรือไม่ยุบพรรค ซึ่งผลกระทบที่พรรคการเมืองอ้างนั้นเป็นเพียงการคาดการณ์กันไปเองเท่านั้น
"เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะพฤติกรรมของนักการเมืองเอง ไม่ได้เกิดปัญหาจากกฎหมาย เพราะกฎหมายมีการรับรู้กันล่วงหน้าแล้ว ซึ่งในการร่างกฎหมายก็ไม่มีการคัดค้าน มีการระบุตัวบทกฎหมายต่างๆ ไว้อย่างชัดเจน เมื่อมีการกระทำผิดก็ต้องยอมรับผลที่เกิดจากการกระทำผิด ไม่ใช่เมื่อเกิดเหตุการณ์แล้วก็มาโทษตัวบทกฎหมาย และมีการพยายามแก้ไขข้อกฎหมายเพื่อให้ตัวเองพ้นโทษถือเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้องอย่างยิ่ง" นายคมสันกล่าว
คลิกอ่าน : ประวัติ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ คลิกอ่าน : ประวัติ นายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย คลิกอ่าน : ข้อมูลทั่วไป และนโยบาย ของพรรคชาติไทย คลิกอ่าน : ข้อมูลทั่วไป และนโยบาย ของพรรคมัชฌิมาธิปไตย
|
|
| |
|
|
| หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว
ครั้ง |
สนับสนุนเนื้อหาโดย
 |
|