สมัคร ปัดปูด แบงก์เจ๊ง อ้างแค่โยนหินถาม กรณ์ จวกใช้ปากทำงานขาดความรับผิดชอบ
โดย มติชน วัน ศุกร์ ที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2551 00:00 น.
สมัคร โต้ กรณ์ หลังพ่น แบงก์เจ๊ง ปัดไม่ได้พูด อ้างถ้าไม่จริงให้เถียง พร้อมเสียหน้าเอง กรณ์ สับทำงานด้วยปากขาดความรับผิดชอบ จี้แบงก์ชาติเอาผิดฐานปูดข้อมูลลับ ธปท.ยันไม่มีเจ๊ง ปัดข่าวคนตื่นแห่ถอน ธ.นครหลวง ติงพูดไม่เหมาะ เพราะเรื่องอ่อนไหว
นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี
ด้านนายสมัครได้ชี้แจงว่า ตนมีเจตนาในการพูดเช่นนั้นเพื่อให้คนที่รับผิดชอบออกมาแถลงสวนทันทีว่าจริงหรือไม่ ถ้าเป็นเรื่องไม่จริง ตนในฐานะนายกฯก็จะได้เสียหน้าไป และยืนยันว่าไม่ได้พูดว่าธนาคารจะเจ๊ง เพียงบอกว่าธนาคารมีปัญหา เพราะมีการใส่เงินเข้าไป 8,000 ล้านบาท จากนั้นก็มีการเทขายหุ้น จึงต้องการให้ตอบมาทันทีว่าไม่จริง แต่ถ้าจริง คนที่ดูแลอยู่ก็ต้องรับผิดชอบ อยากให้ไปดูว่าใครเป็นผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ซึ่งดูแลกองทุนฟื้นฟูฯอยู่ เรื่องนี้อยากให้ไปดูว่าใครเป็นคนตัดสินใจ นำเงิน 8,000 ล้านบาทไปอุดหนุนแล้วเทขาย และตนยืนยันว่าไม่เคยพูดว่าเจ๊ง
'ผมต้องการให้กองทุนฟื้นฟูฯ ออกมายืนยันว่าสิ่งที่พูดไม่เป็นความจริงและอยากให้ตรวจสอบว่าใครเป็นคนดูแลและเอาเงิน 8,000 ล้านบาทใส่เข้าไปแล้วเทขาย ทำกันอย่างไร แล้วหากินกันอย่างไร ต้องการให้รู้ความจริง ซึ่งทำให้รัฐบาลใหม่ต้องมาเดือดร้อน' นายสมัครกล่าว

นายกรณ์ จาติกวณิช ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์
สำหรับมาตรา 74 ได้บัญญัติไว้ว่า ผู้ว่าการ กรรมการ พนักงานหรือลูกจ้างใดล่วงรู้กิจการของ ธปท. อันเนื่องจากการปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ที่ได้บัญญัติไว้ อันเป็นกิจการตามปกติวิสัยพึงสงวนไว้ไม่เปิดเผย ถ้าผู้นั้นนำไปเปิดเผยแก่บุคคลอื่นต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 5 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ส่วนมาตรา 75 บัญญัติว่าผู้ใดนอกจากบุคคลตามมาตรา 74 รู้ความลับเกี่ยวกับการดำเนินการของ ธปท.ด้วยการกระทำใดๆให้ผู้อื่นรู้ความลับดังกล่าวซึ่งไม่ใช่เป็นการปฏิบัติตามกฎหมายหรือตามหน้าที่ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 5 แสนบาท หรือทั้งจำและปรับ
'ในฐานะที่ผู้ว่าการ ธปท.เป็นผู้รักษากฎหมายตาม พ.ร.บ.ฉบับนี้โดยตรง จะต้องดำเนินวินิจฉัยว่า สิ่งที่นายกฯให้สัมภาษณ์เข้าข่ายความผิดตามมาตราดังกล่าวนี้หรือไม่ หากไม่เข้าข่ายก็ต้องชี้แจงเหตุผลให้ชัดเจนว่าเพราะอะไร และเชื่อมั่นว่าเรื่องนี้ ธปท.ไม่พอใจอย่างยิ่ง เพราะไม่ได้ให้ประโยชน์กับใคร และยังสร้างความสับสนวุ่นวายเสียหายในสายตาของนักลงทุนต่างชาติ ซึ่งการออกมาชิงพูดก่อนเพื่อปกป้องตัวโดยไม่คำนึงถึงผลกระทบต่อความมั่นคงทางการเงิน เป็นสิ่งสะท้อนให้เห็นถึงวุฒิภาวะของผู้นำได้เป็นอย่างดี ซึ่งปกติสถาบันการเงินจะอยู่ได้ด้วยความเชื่อมั่น แต่มักจะเกิดปัญหาเมื่อระดับผู้ใหญ่ในบ้านเมืองออกมาพูด โดยไม่เข้าใจเรื่องความละเอียดอ่อนเกี่ยวกับสถาบันทางการเงิน' นายกรณ์กล่าว
นางธาริษา วัฒนเกส ผู้ว่าการ ธปท.กล่าวถึงกรณีข่าวลือว่ามีธนาคาร 2 แห่งที่อาจจะต้องปิดกิจการว่า เรื่องดังกล่าวไม่เป็นความจริง เพราะขณะนี้ระบบสถาบันการเงินของไทยมีความแข็งแกร่ง รวมถึงธนาคารที่กองทุนฟื้นฟูฯถือหุ้นอยู่ก็ไม่มีปัญหาอย่างที่พูดกัน
'ไม่มีประเด็นอะไรให้ตกใจ แบงก์เรายังแข็งแกร่งอยู่ ที่บอกว่ามีการแห่ถอนเงินจากแบงก์ไทยเราเช็คดูก็ไม่มีการแตกตื่นอะไร ยืนยันว่าตอนนี้แบงก์ไม่มีปัญหา ขอให้สบายใจ และถึงแม้ว่าแบงก์จะมีปัญหาเราก็ยังคุ้มครองเงินฝาก 100%' นางธาริษากล่าว
ผู้สื่อข่าวถามว่า ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงต่อนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อให้เข้าใจข้อมูลที่ถูกต้องแล้วหรือไม่ นางธาริษากล่าวว่า 'ตอนนี้ท่านทราบแล้ว ซึ่งปกติ ธปท.จะรายงานเรื่องต่างๆ ผ่านทางกระทรวงการคลัง'
นายชัยวัฒน์ อุทัยวรรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารนครหลวงไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การพูดอย่างนี้ไม่เหมาะสมนัก เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน และอ่อนไหวต่อข่าวได้ง่าย แต่สถานการณ์ยังอยู่ในภาวะสงบ นักลงทุนและลูกค้าของธนาคารไม่มีความแตกตื่นและมีความเชื่อมั่นในตัวธนาคารอยู่ ส่วนนักลงทุนต่างชาติไม่ได้วิตกกังวลอะไร เนื่องจากกังวลเรื่องความมั่นคงทางการเมืองมากกว่า เพราะทราบดีว่าสถาบันการเงินของไทยมีความเข้มแข็งมากพอ
'ผมเองก็เข้าใจว่า แต่ละคนย่อมมีบุคลิกในการพูดที่ต่างกัน ซึ่งนายกฯก็เป็นอย่างนี้อยู่แล้ว แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ตลาดมีความอ่อนไหวง่าย ต้องยอมรับว่า ท่านนายกฯพูดพิเศษไปหน่อย' นายชัยวัฒน์กล่าว
ด้านนายพีรศิลป์ ศุภผลศิริ กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารไทยธนาคาร จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า แม้ที่ผ่านมาธนาคารต้องประสบปัญหาขาดทุนเนื่องจากต้องใช้เงินในการกันสำรองในส่วนของตราสารที่หนุนด้วยสินเชื่อที่อยู่อาศัยประเภทต่ำกว่ามาตรฐาน (ซับไพรม์) หรือซีดีโอ แต่ตอนนี้ธนาคารยังมีสภาพคล่องมากพอ และกำลังทำแผนเพิ่มทุนเพื่อให้เงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยงแข็งแกร่งทัดเทียมกับธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่และสอดคล้องกับเกณฑ์บาเซิล






