ผบ.ทอ.เหน็บจักรภพคุมสื่อไม่มีที่ไหนเขาทำกัน
โดย คม ชัด ลึก วัน อาทิตย์ ที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2551 14:03 น.
ผบ.ทอ.เหน็บจักรภพคุมสื่อไม่มีที่ไหนเขาทำกัน ในกรณีที่บอกห้ามสื่อนำเสนอ เรื่องเกี่ยวกับการปฏิวัติ ทั้งทางตรงและทางอ้อมผบ.ทอ.เหน็บจักรภพคุมสื่อไม่มีที่ไหนเขาทำกัน เพราะสื่อมีความหวังดีในการเสนอข้อเท็จจริง ชี้ช่วงนี้มีข่าวลือปฏิวัติอาจจะมาจากการปล่อยข่าวของคนบางกลุ่มที่ต้องการเสี้ยมให้มีการกระพือข่าว ปชป.แนะจักรภพ"ปราม"สมัคร"หยุดปูดข่าวปฏิวัติ ปชป.ขายผลไม้ราคาถูกช่วยชาวสวน

นาย จักรภพ เพ็ญแข
คงไม่มีใครมาบังคับอะไรน้อง ๆ หรือสื่อมวลชนได้ สิ่งที่สื่อจะจัดส่งข่าวไปถึงประชาชน ถึงผู้ที่ได้รับข่าว ก็คงจะทำด้วยความหวังดีและความตั้งใจ ในสิ่งที่เป็นข่าวซึ่งเป็นข้อจริงอยู่แล้ว เพราะฉะนั้นผมว่าคงไม่มีที่ไหน ที่จะมีใครมาบังคับสื่อได้"
ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า การกระทำเช่นนี้ถือเป็นการแทรกแซงการทำงานของสื่อหรือไม่ ผบ.ทอ. กล่าวพร้อมหัวเราะว่า ตนไม่ทราบ แต่น้อง ๆ สื่อคงพิจารณาเองได้ว่าเป็นอย่างไร
ผู้สื่อข่าวถึงกระแสข่าวความเคลื่อนไหวของทหารช่วงนี้ เช่นข่าวที่ผู้นำเหล่าทัพไปพบพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ จนดูเหมือนจะมีนัยยะทางการเมือง ผบ.ทอ. กล่าวว่า ไม่ทราบว่ามีใครไปพบ อย่างวันก่อนมีข่าวว่าตนไปพบ แต่จริงๆไม่ได้ไปพบเพราะตนอยู่ภาคเหนือกลับมาเกือบ 3 ทุ่ม อาจจะเป็นความคลาดเคลื่อน หรือเป็นการให้ข่าวของบางกลุ่มบางคนที่พยายามจะจับให้มีการเสี้ยมให้เกิดการกระพือข่าวขึ้นมาหรือเปล่าตนไม่ทราบ แต่บอกน้อง ๆ สื่อได้ว่า ตนไม่ได้พบพล.อ.เปรมและ ผบ.ทหารสูงสุดก็ไม่ได้ไปเช่นกัน
เมื่อถามว่า ช่วงนี้มีข่าวทหารเคลื่อนไหว จนรัฐบาลอาจจะเข้าใจผิดและหวาดระแวงทหาร ผบ.ทอ.กล่าวว่า รัฐบาลโดยเฉพาะนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีท่านก็ไม่มีอะไร ท่านก็ให้ความไว้เนื้อเชื่อใจทหารดี ถ้าจะมีอาจจะเป็นคนกลุ่มอื่นหรือเปล่าตนไม่ทราบ เพราะการปล่อยข่าวสามารถทำได้ทุกที่
ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่ากองทัพได้มีการวิเคราะห์หรือไม่ว่าทำไมข่าวลือทหารปฏิวัติถึงออกมามากในช่วงนี้ ผบ.ทอ.กล่าวว่า ก็มีการวิเคราะห์แต่ไม่อยากบอก ซึ่งส่วนหนึ่งอาจจะมาจากการที่ช่วงนี้การเมืองมีความอ่อนไหวมาก เพราะว่าหลาย ๆ อย่างมันกระชับมาค่อนข้างเยอะ
ปชป.แนะจักรภพ"ปราม"สมัคร"หยุดปูดข่าวปฏิวัติ
นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่นายจักรภพ เพ็ญแข รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่าเตรียมที่จะให้กรมประชาสัมพันธ์ปรับระเบียบภายในใหม่ โดยจะระบุชัดเจนว่าจะให้สื่อของรัฐสนับสนุนการรัฐประหารหรือไม่ ว่า สื่อของรัฐ หรือ ของเอกชนรู้ดีว่า การปฏิวัติเป็นการกระทำที่ขัดต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ดังนั้นการที่นายจักรภพ จะออกระเบียบหรือนโยบายเพื่อจำกัดการทำหน้าที่ของสื่อ นายจักรภพ ต้องระวังเพราะถือว่าขัดต่อรัฐธรรมนูญที่ให้สิทธิสื่อในการนำเสนอข่าว และที่สำคัญ แทนที่นายจักรภพจะออกระเบียบกำหนดการทำงานของสื่อ ควรที่จะเฝ้าจับตาสื่อของรัฐที่ทำหน้าที่ในการเสนอข่าวทำนองจาบจ้วงสถาบันเบื้องสูงดีกว่า
รัฐมนตรี จักรภพ คงเข้าใจไปว่า การนำเสนอข่าวปฏิวัตินั้นสื่อเป็นต้นเหตุ หากจะไล่เรียงดูจริงๆ แล้วต้นเหตุนั้นมาจาก นายกรัฐมนตรีเองที่ออกมาพูดถึงเรื่องดังกล่าวก่อนในการประชุมคณะรัฐมนตรี และบอกด้วยว่ามีกระบวนการอย่างไร ดังนั้นหากคุณจักรภพต้องการไม่ให้สื่อนำเสนอข่าวปฏิวัติ คงต้องไปบอกนายกฯ ว่าอย่าพูดเรื่องปฏิวัติอีก นายองอาจ กล่าว
ปชป.เตือนรัฐบาลเจอนาร์กีสการเมือง
นายองอาจ กล่าวว่าขณะนี้พรรคพลังประชาชนได้เริ่มแสดงปาหี่ทางการเมืองรอบใหม่ โดยจะเห็นได้จากการเรียกประชุมสภาผู้แทนราษฎรอย่างเร่งด่วนในวันที่ 12 พ.ค.นี้ หวังใช้อำนาจของประธานสภาฯ คุมเกมแก้รัฐธรรมนูญในมาตรา 237 และ มาตรา 309 โดยไม่ฟังเสียงท้วงติงของประชาชน ภาคสังคม ซึ่งตนคิดว่าการเร่งรีบดังกล่าวจะนำประเทศไปสู่การปฏิวัติการเมืองที่รุนแรงอย่างหนัก คล้ายกับประเทศพม่าตอนนี้ที่กำลังประสบภัยพิบัติพายุนากีสถล่มเมืองและมีการสูญเสียอย่างมหาศาล
รัฐบาลพรรคพลังประชาชนกำลังเล่นปาหี่ทางการเมืองรอบแรก คือโยนภาระแก้รัฐธรรมนูญให้เป็นเรื่องของสภา ซึ่งไม่เป็นความจริง ตามระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย เสียงข้างมากในสภา นั้นเป็นเสียงเดียวกับรัฐบาล ประเทศไม่ได้ปกครองในระบอบประธานาธิบดี ถึงจะแยกอำนาจบริหาร ออกจากอำนาจนิติบัญญัติ ดังนั้นรัฐบาลอย่าตบตาประชาชน เพราะการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นรัฐบาลเกี่ยวข้องโดยตรง และอย่างเต็มที่ เพราะพรรคพลังประชาชนมีเสียงข้างมากในสภา นายองอาจ กล่าว
นอกจากนี้รัฐบาลยังเล่นละครปาหี่ด้วยว่า จะไม่ให้รัฐมนตรี และกรรมการบริหารที่เป็นส.ส. ร่วมลงชื่อเสนอญัตติขอแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ต้องยอมรับว่าการผ่านร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญได้นั้น ต้องใช้เสียงกึ่งหนึ่งของสภา คือ 315 เสียง ซึ่งตอนนี้ พรรคพลังประชาชนมีเสียง 316 เสียงหากรวมกับเสียงของรัฐมนตรีแล้ว ดังนั้นหากรัฐมนตรี หรือ ส.ส. ที่เป็นกรรมการบริหารพรรค ไม่ลงชื่อเสนอญัตติ ก็ยังสามารถร่วมลงมติผ่านรัฐธรรมนูญในสภาได้ ดังนั้นอย่าตบตาประชาชน
รัฐบาลควรทบทวนไม่ควรเร่งแก้รัฐธรรมนูญ ควรที่จะปล่อยให้มีการใช้ไปสัก 1-2 ปีก่อน แล้วค่อยมาดูว่ามีจุดบกพร่องที่ต้องแก้ไขตรงไหน ซึ่งหากรัฐบาลเร่งแก้ อาจจะทำให้ประเทศไทยประสบกับพายุไซโคลนนากีสทางการเมืองได้ นายองอาจ กล่าว
ปชป. จี้พาณิชย์แก้ปัญหาผลไม้ราคาตกต่ำ
นายสาธิต ปิตุเตชะ รองโฆษกพรรประชาธิปัตย์ ในฐานะรมช.พาณิชย์(เงา) แถลงว่า หลังจากที่ปัญหาราคาผลไม้ตกต่ำและมีการติดตามทวงถามรัฐมนตรีไปแล้วขณะนี้ราคาผลไม้ก็ลดลงเป็นรายวัน ซึ่งได้มีชาวสวนจ.จันทบุรี ระยอง โทรศัพท์มาร้องเรียนว่าราคาเงาะโรงเรียนราคาจาก 9 บาทเหลือ 4.50 บาท มังคุดเหลือกก.ละ 6-8 ทุเรียนหมอนทอง 12 บาท ทุเรียนชะนี 4-6 บาท พี่น้องเกษตรกรบอกว่าถ้ารัฐมนตรีไม่เข้าไปแก้ไขโดยด่วนไม่วันที่ 11 หรือ 12 พ.ค.นี้จะเอาผลไม้ไปเทที่ศาลากลางจ.จันทบุรี จึงเรียนมาเพื่อให้ข้อมูลต่อนายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ์ รมว.พาณิชย์ ที่บอกว่าจะประชุมในวันที่ 12 พ.ค.คงไม่ทันแล้ว
ตอนนี้ต้องเอางบจากคชก.ที่รัฐมนตรีสมศักดิ์(ปริศนานันทกุล) ได้กล่าวไว้ในสภาว่าได้รับอนุมัติไว้แล้ว 200 ล้านบาทมาช่วยพยุงราคาภายใต้ระยะเวลาที่จำกัดอีกประมาณ 20 วันที่ผลผลิตจะหมดและถ้าจะแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าต้องมาซื้อเงาะคัดหรือเงาะคุณภาพต่ำไปทำปุ๋ย เพราะถ้าซื้อเงาะคัดไปแล้วก็จะเหลือเงาะที่มีคุณภาพทำให้ราคาสูงขึ้น ซึ่งจะแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้ในระดับหนึ่ง สิ่งที่จะแก้ไขได้ในภาวะวิกฤติขณะนี้คือต้องเอาเงินงบประมาณไปช่วยซื้อก็ฝากไปถึงรัฐมนตรีทั้งสองท่านด้วย นายสาธิตกล่าว
นายสาธิตกล่าวอีกว่าวันนี้ตน นายพงษ์เวช เวชชาชีวะ ส.ส.จันทบุรี นายวิชัย ล้ำสุทธิ ส.ส.ระยอง และนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่ากทม.พร้อมด้วยเกษตรกรชาวสวนจะนำผลไม้ไปขายที่ตลาดนัดสวนจตุจักร เพื่อเป็นการแก้ไขปัญหาบางส่วนเป็นการระบายสินค้าออกจากพื้นที่ นอกจากนี้จะมีการนำไปขายในทุกตลาดของกทม. 10 ตลาด สำนักงานเขตกทม. 51 เขตและตลาดซอยละลายทรัพย์ เป็นการแก้ปัญหาอะไรที่ทำได้ก่อนเราก็ทำซึ่งฝ่ายค้านร่วมกับทางกทม.
ปชป.ขายผลไม้ราคาถูกช่วยชาวสวน
ที่หน้ากองอำนวยการตลาดนัดจตุจักร นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครและรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนายสาธิต ปิตุเตชะ รองโฆษกและส.ส.ระยอง พรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย ส.ส.ภาคตะวันออก ได้จัดโครงการ ชาวสวนสู่ชาวกรุง จำหน่ายผลไม้จากภาคตะวันออก ได้แก่ เงาะ มังคุด และทุเรียน ในราคาถูก เพื่อช่วยระบายผลไม้ที่กำลังล้นตลาดในขณะนี้ นอกจากนี้จะมีการนำผลไม้เหล่านี้ไปจำหน่ายที่ตลาดละลายทรัพย์ ถนนสีลมต่อไป
โดยนายอภิรักษ์ กล่าวว่า เนื่องจาก สินค้าผลไม้ออกมามีปริมาณเกินความต้องการ จึงต้องการช่วยเหลือชาวสวนโดยการนำผลไม้ออกมาขายให้ประชาชนในกรุงเทพฯ ตลอดเดือน พ.ค.นี้ โดยเริ่มที่ตลาดนัดสวนจตุจักรในวันนี้( 11 พ.ค.) จากนั้นจะนำไปจำหน่ายตามตลาดนัดต่าง ๆ ของกทม.ในวันเสาร์และอาทิตย์ อีกทั้งอาจจะขยายไปจำหน่ายตามสำนักงานเขตต่าง ๆ และศาลาว่าการกทม. รวมถึงจะมีการประสาน ส.ส.ในพื้นที่ ถ้าผลไม้ในพื้นที่ยังมีปริมาณออกมามาก ก็สามารถส่งมาจำหน่ายได้ นอกจากนี้จะประสานกับรัฐบาลในการส่งสินค้าเหล่านี้ออกไปยังต่างประเทศ
"อภิรักษ์"ยังไม่ตัดสินใจชิงเก้าอี้ผู้ว่ารอบ 2
นายอภิรักษ์ ให้สัมภาษณ์ถึงการลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าฯกทม.สมัยที่ 2 ว่า ตนยังไม่ได้พิจารณา โดยกำลังรอดูปัจจัยการชี้มูลของ คตส.ในคดีการทุจริตในการจัดซื้อรถและเรือดับเพลิงของกทม.ที่ขณะนี้ยังไม่มีความคืบหน้าและรอผลการพิจารณาส่งผู้สมัครลงชิงตำแหน่งผู้ว่าฯกทม.ในนามพรรคที่จะมีขึ้นในช่วงกลางปีนี้ ซึ่งคงไม่ถือว่าช้าเกินไป เพราะตนได้ดำเนินนโยบายของพรรคในการบริหาร กทม.มาตลอด 3 ปีครึ่ง
ทั้งนี้ถ้าตนจะไม่ได้ลงสมัครผู้ว่าฯกทม.อีกครั้ง ก็ไม่มีปัญหา เพราะพรรคยึดนโยบายมากกว่าตัวบุคคลที่จะต้องมาดำเนินนโยบายในอย่างต่อเนื่อง ส่วนที่มีข่าวว่าตนได้หารือกับพรรคว่าจะไม่ลงสมัครผู้ว่าฯกทม.นั้น ขอชี้แจงว่ายังไม่มีการหารือใด ๆ และถ้าตนมีความพร้อม จะหารือกับพรรคในเรื่องนี้อีกครั้ง






