สุนัย มโนมัยอุดม แฉแผนดิสเครดิต-ฟ้องตร.2พันล้าน
โดย ข่าวสด วัน ศุกร์ ที่ 13 มิถุนายน พ.ศ. 2551 07:50 น.
รายงานพิเศษ กรณีตำรวจ สภ.พระนครศรีอยุธยา ออกหมายจับนายสุนัย มโนมัยอุดม เลขาธิการสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตภาครัฐ (ป.ป.ท.) และอดีตอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ในข้อหาหมิ่นประมาทด้วยการโฆษณา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ในการปกปิดโครงสร้างผู้ถือหุ้นบริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ศาลอุทธรณ์ภาค 1 ได้มีคำวินิจฉัยในช่วงเช้าวันที่ 12 มิ.ย. หลังจากทนายความของนายสุนัย ได้ยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนหมายจับ ซึ่งก่อนหน้านี้ศาลชั้นต้นวินิจฉัยไม่ให้เพิกถอน จึงยื่นเรื่องต่อให้ศาลอุทธรณ์วินิจฉัย โดยให้เหตุผลเป็นบุคคลที่ทำคุณประโยชน์ต่อประเทศ และไม่มีเหตุผลที่จะหลบหนีออกนอกประเทศ ศาลอุทธรณ์ภาค 1 จึงมีคำสั่งไม่เห็นพ้องกับคำสั่งศาลชั้นต้น และวินิจฉัยให้เพิกถอนหมายจับของศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นั้น นายสุนัย มโนมัยอุดม เลขาธิการป.ป.ท. พร้อมด้วยนายณฐพร โตประยูร นิติกรชำนาญการ การท่าอากาศยานแห่งประเทศไทย (ทอท.)ช่วยราชการสำนักงาน ป.ป.ท. ในฐานะทนายความ ได้เปิดแถลงข่าวที่สำนักงานป.ป.ท. หลังรับทราบคำวินิจฉัยศาลอุทธรณ์ภาค 1 นายสุนัย กล่าวว่า ตามที่ผมไม่ได้ไปรายงานตัวตามหมายเรียกของพนักงานสอบสวน เพราะเห็นโดยสุจริตว่าหมายเรียกดังกล่าวออกโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย และไม่มีเหตุที่จะขอออกหมายจับได้ ผมเป็นนักกฎหมายซึ่งยึดมั่นในหลักกฎหมาย และปฏิบัติตามกฎหมายมาตลอด จึงได้ต่อสู้กับกระบวนการการใช้อำนาจรัฐที่มิชอบ เพื่อพิสูจน์ให้เห็นว่าการใช้อำนาจรัฐจะต้องเป็นไปตามกฎหมายบัญญัติไว้ และผู้ใช้อำนาจรัฐจะใช้อำนาจกลั่นแกล้งบุคคลในทางใดทางหนึ่งมิได้ อีกทั้งศาลในฐานะองค์กรที่เป็นกลางและเป็นอิสระ ย่อมอยู่ในฐานะที่จะตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐเพื่อเป็นหลักประกันในสิทธิและเสรีภาพของประชาชน ดังนั้น ผมจะชี้ให้สาธารณชนรับทราบถึงหลักกฎหมายดังกล่าว และเพื่อเป็นตัวอย่างให้แก่ข้าราชการทั้งหลายซึ่งปฏิบัติตามกฎหมาย ได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความมั่นใจ ตลอดจนเพื่อให้เจ้าหน้าที่ผู้ใช้อำนาจรัฐทั้งหลาย ได้ตระหนักและถือปฏิบัติเป็นบรรทัดฐานต่อไปว่า บทบัญญัติที่เกี่ยวข้องกับสิทธิเสรีภาพของประชาชน จะต้องได้รับการปฏิบัติโดยเคร่งครัดจากผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ทั้งนี้ ได้ปรากฏว่ามีบุคคลบางกลุ่ม แสดงความคิดเห็นข้อกฎหมายผ่านสื่อมวลชนโดยไม่ถูกต้อง จึงขอให้เลิกพฤติกรรมดังกล่าว การแสดงความเห็นในข้อกฎหมายโดยไม่ได้ศึกษาให้ถ่องแท้หรือมีอคติ อาจทำให้สาธารณชนสับสนและเสียหายแก่ผู้อื่น อันเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ประเทศชาติไม่สงบสุขจนทุกวันนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสุนัย ได้ปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์หรือตอบข้อซักถามใดๆ โดยมอบหมายให้นายณฐพร โตประยูร ทนายความ เป็นผู้แถลงในส่วนของรายละเอียดในการต่อสู้คดีหมิ่นประมาท ส่วนตัวนายสุนัยเอง ได้เดินกลับเข้าห้องทำงาน นายณฐพร โตประยูร ทนายความของนายสุนัย แถลงว่า เมื่อวันที่ 7-8 มี.ค.ที่ผ่านมา พนักงานสอบสวน ได้โทรศัพท์มาประสานงานให้นายสุนัยเข้ามอบตัวที่สภ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา นายสุนัย จึงแต่งตั้งผมและนายวิเชียร รุจิธำรงกุล เป็นทนาย จากนั้นผมไปพบพนักงานสอบสวน เมื่อวันที่ 10 มี.ค.2551 เพื่อชี้แจงข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย พร้อมทั้งมอบตัวอย่างคำพิพากษาของศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ได้พิพากษายกฟ้องคดีที่คุณหญิงพจมาน ชินวัตร ยื่นฟ้องนายนาม ยิ้มแย้ม ในความผิดฐานหมิ่นประมาท เพื่อยืนยันว่าคำกล่าวหานายสุนัย ไม่เป็นความผิด และจากการตรวจสอบสำนวนไม่ปรากฏว่ามีประจักษ์พยานใดยืนยันถึงคำกล่าวของนายสุนัย แต่พนักงานสอบสวนยังยืนยันจะเรียกตัวนายสุนัย มาแจ้งข้อกล่าวหา ต่อมาวันที่ 12 มี.ค.2551 ได้ทำหนังสือชี้แจงข้อกล่าวหาต่อพนักงานสอบสวนว่า ข้อความที่กล่าวหานายสุนัยเป็นการคัดลอกมาจากหนังสือพิมพ์ ไม่ตรงกับการให้สัมภาษณ์ แต่ต่อมาวันที่ 22 มี.ค.2551 พนักงานสอบสภ.วังน้อย ได้ออกหมายเรียกนายสุนัย ครั้งที่ 1 นายสุนัย จึงทำหนังสือชี้แจงทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย ระบุการไม่ปฏิบัติตามหมายเรียก โดยยืนยันว่าไม่ได้กระทำความผิดตามกฎหมายอาญา และเป็นเจ้าพนักงานแสดงความเห็นไปโดยสุจริต พนักงานสอบสวนจึงไม่มีอำนาจสอบสวน เนื่องจากเป็นความผิดต่อส่วนตัว เมื่อวันที่ 27 มี.ค.2551 ต่อมาวันที่ 2 เม.ย.2551 พนักงานสอบสวนได้ร้องต่อศาลขอออกหมายจับ ศาลได้พิเคราะห์ว่านายสุนัย ไม่ได้หลบหนีจึงยกคำร้อง จนวันที่ 3 เม.ย.2551 ตำรวจจึงออกหมายเรียกครั้งที่ 2 ต่อมาวันที่ 11 เม.ย.มีการขอศาลออกหมายจับอีก แต่ศาลยกคำร้องอีก กระทั่งเมื่อวันที่ 3 มิ.ย.มีการขอออกหมายจับอีกครั้ง โดยภายหลังที่ศาลอนุมัติหมายจับ พนักงานสอบสวนได้แถลงข่าวเรื่องการออกหมายจับ และแจ้งไปยังผู้สื่อข่าวว่าจะมีการจับตัวนายสุนัย หลังกลับจากต่างประเทศที่สนามบินสุวรรณภูมิ ในวันที่ 4 มิ.ย. แต่พล.อ.ปฐมพงษ์ เกษรศุกร์ ซึ่งมีความสนิทสนมกับนายสุนัย ได้รับทราบว่าจะมีตำรวจมาจับกุมตัวนายสุนัย ที่สนามบิน จึงได้ประสานให้ผู้เกี่ยวข้องดูแลอารักขาและนำตัวนายสุนัย ออกจากสนามบิน ผ่านพิธีการของตำรวจตรวจคนเข้าเมืองตามขั้นตอน เนื่องจากขณะนั้นตำรวจสภ.วังน้อยยังไม่ได้ส่งสำเนาหมายจับไปให้ตม.อย่างเป็นทางการ จึงไม่มีการกักตัวนายสุนัยไว้ ต่อมาวันที่ 5 มิ.ย.2551 นายสุนัย ได้ยื่นคำร้องต่อศาล ให้เพิกถอนการออกหมายจับ โดยระบุว่า การออกหมายจับไม่ปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ( ป.วิอาญา ) มาตรา 66(2) ศาลได้ยกคำร้องของนายสุนัย ต่อมาวันที่ 9 มิ.ย.2551 นายสุนัย ยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนหมายจับต่อศาลอุทธรณ์ จากนั้นวันที่ 12 มิ.ย.51 ศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้อ่านคำพิพากษาของศาลอุทธรณ์ภาค 1 ให้เพิกถอนหมายจับว่า การออกหมายจับมิชอบด้วยข้อกฎหมายและผู้ต้องหาไม่ได้หลบหนี ทั้งหมดถือว่านายสุนัย ปฏิบัติตามกฎหมายทุกขั้นตอน นายณฐพรกล่าวว่า ตำรวจพยายามกระทำมิชอบในหลายประเด็น เช่น มีนายตำรวจระดับนายพล ไปสั่งร้อยเวรว่า ถ้ามึงไม่ทำก็ออกไป มีการพยายามติดต่อเราให้มอบตัว คดีนี้เป็นคดีมโนสาเร่ มีความผิดไม่มาก ลักษณะเดียวกับกรณีของคตส. ตำรวจสามารถสอบสวนเสร็จแล้วส่งสำนวนให้อัยการพิจารณา แต่ตำรวจพยายามจับตัวนายสุนัยให้ได้ ทั้งที่การจับตัวไม่เกิดประโยชน์ จะนำตัวไปพิมพ์ลายนิ้วมือเพื่อดิสเครดิตเท่านั้น จึงถือว่าพนักงานสอบสวนดำเนินการโดยมิชอบ พร้อมส่งคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ(ป.ปช.)ก่อน หากป.ป.ช.พิสูจน์ได้ว่าเจ้าหน้าที่กระทำการโดยมิชอบ ทีมทนายความจะฟ้องกลับเรียกค่าเสียหายตำรวจที่ออกหมายจับ 2,000 ล้านบาท และจะนำเงินไปช่วยเหลือมูลนิธิต่างๆ สิ่งนี้จะทำให้เป็นบรรทัดฐานของสังคมว่า พนักงานสอบสวนจะออกหมายจับควรมีหลักฐานครบถ้วน ตามคำสั่งของประธานศาลฎีกาว่าด้วยระเบียบและวิธีการออกคำสั่งและการออกหมายจับ ออกตาม ป.วิอาญา ถือเป็นหลักคุ้มครองประชาชน คดีของนายสุนัย ตำรวจไม่ได้ส่งสำนวนทั้งหมดให้ศาลพิจารณาถือว่าทำโดยมิชอบ จะดำเนินการกับนายพล ที่สั่งให้ออกหมายจับได้อย่างไร ขึ้นอยู่กับร้อยเวรที่จะให้การกับป.ป.ช. เรื่องนี้มีคนสั่งอยู่แล้ว มีนักการเมืองระดับสูงสั่งมาเหมือนกัน ตำรวจภูธรภาค 1 ยืนยันว่าไม่เคยส่งตำรวจไปรอจับกุมนายสุนัย ที่สนามบินสุวรรณภูมิ แม้จะไม่มีเอกสารยืนยัน แต่วิธีปฏิบัติที่มักนำมาใช้คือ ตำรวจจะใช้ช่วงที่นายสุนัย ผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองเพื่อกักตัวไว้ จากนั้นจะให้สายสืบแจ้งเจ้าหน้าที่เข้ามาจับกุมที่ด่านตม. เรื่องนี้ผมยืนยันได้เพราะเป็นผู้หนึ่งที่เข้าไปรับนายสุนัย ที่สนามบิน หลังจากนี้นายสุนัย ต้องระมัดระวังเรื่องการให้สัมภาษณ์ต่อสื่อมวลชน เพราะกำลังจะกลับเข้ารับราชการที่ศาลยุติธรรม จึงมอบให้ทนายความเป็นผู้ชี้แจงแทน ส่วนคดีหมิ่นประมาทที่ถูกแจ้งความดำเนินคดีนั้น จะให้ต่อสู้กันในศาล โดยทีมทนายความเตรียมเอกสารหลักฐานสำหรับต่อสู้คดีไว้แล้ว สำหรับนายสุนัย คงไม่ไปพบพนักงานสอบสวน เพราะได้ชี้แจงเป็นเอกสารครบถ้วนแล้ว คดีนี้ถือเป็นคดีแรกของประเทศไทยที่มีการต่อสู้คดีให้มีการเพิกถอนหมายจับ และศาลเพิกถอนหมายจับ จึงอยากให้เกิดบรรทัดฐานในสังคม ประชาชนทุกคนมีสิทธิ์ต่อสู้คดีตามข้อกฎหมาย หน้า 6รวมเรื่องฮอต : คลิปเด็ด ภาพเด็ด ซุบซิบดารา กระทู้ฮอต ข่าวเด่น วาไรตี้ เกมส์-ไอที ข่าวกีฬา คลิกที่นี่







ความคิดเห็นเกี่ยวกับ: สุนัย มโนมัยอุดม แฉแผนดิสเครดิต-ฟ้องตร.2พันล้าน
แสดงความคิดเห็น
ซ่อนความคิดเห็น
รำคาญข้อความโฆษณา หรือพบข้อความไม่เหมาะสม กรุณาช่วยกันคลิก "
" เพื่อช่วยให้ทีมงานดำเนินการลบข้อความดังกล่าวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ขอบคุณมากค่ะ
จำนวนข้อความทั้งหมด 13
Re: สุนัย มโนมัยอุดม แฉแผนดิสเครดิต-ฟ้องตร.2พันล้าน
Re: สุนัย มโนมัยอุดม แฉแผนดิสเครดิต-ฟ้องตร.2พันล้าน
Re: สุนัย มโนมัยอุดม แฉแผนดิสเครดิต-ฟ้องตร.2พันล้าน
Re: สุนัย มโนมัยอุดม แฉแผนดิสเครดิต-ฟ้องตร.2พันล้าน
Re: สุนัย มโนมัยอุดม แฉแผนดิสเครดิต-ฟ้องตร.2พันล้าน
ถ้า สร้างความเดือดร้อนกับคนหมู่มาก ขอให้ครอบครัววิบัต
คนที่มีนิสัย โกงชาติ โกงแผ่นดิน ตกนรกหมกไหม้
ตายก่อนวัยอันควรทุกรายเสมอ คอยดูกันต่อไป
คนที่ดี อย่าได้กังวลใจ แม้นท่านจะไม่ได้รับคำชมจากใคร แต่ท่านรู้ตัวท่านเอง จริงไหม
Re: สุนัย มโนมัยอุดม แฉแผนดิสเครดิต-ฟ้องตร.2พันล้าน
Re: สุนัย มโนมัยอุดม แฉแผนดิสเครดิต-ฟ้องตร.2พันล้าน
Re: สุนัย มโนมัยอุดม แฉแผนดิสเครดิต-ฟ้องตร.2พันล้าน
Re: สุนัย มโนมัยอุดม แฉแผนดิสเครดิต-ฟ้องตร.2พันล้าน
Re: สุนัย มโนมัยอุดม แฉแผนดิสเครดิต-ฟ้องตร.2พันล้าน
เรามีกฏหมายฉบับเดียวกัน แต่ความเข้าใจหรือการบังคับใช้ไม่เสมาอภาคกัน หากเอากฏหมายเป็นหลักในการปกครองประเทศ ก็น่าจะลำบากมาก เป็นการปกครองประเทศต้องมีทั้งนิติศาสตร์และรัฐศาสตร์
สำหรับเรื่องคุณสุนัย ที่เพิ่งทราบว่าท่านเป็นอดีตผู้พิพากษา ก็เลยสงสารตำรวจท่านผู้นั้นไปใหญ่ที่โดนฟ้องเรียกค่าเสียหายตั้งสองพันล้านบาท ที่สงสารตำรวจเพราะเคยคุยกับเพื่อนที่เป็นตำรวจบุคคลกลุ่มหนึ่งที่หากไม่จำเป็นจริงๆอย่างไปยุ่งด้วยคือกลุ่มผู้พิพากษา นักการเมืองไม่ว่าท้องถิ่นหรือประเทศ แต่ตอนนี้คงรวมเอากลุ่มพันธมิตรเข้าไปด้วย เพราะอะไรไม่ทราบ
Re: สุนัย มโนมัยอุดม แฉแผนดิสเครดิต-ฟ้องตร.2พันล้าน
Re: สุนัย มโนมัยอุดม แฉแผนดิสเครดิต-ฟ้องตร.2พันล้าน
Re: สุนัย มโนมัยอุดม แฉแผนดิสเครดิต-ฟ้องตร.2พันล้าน
เลือกชุดสัญลักษณ์แสดงอารมณ์