ข่าว การเมือง อาชญากรรม สลากกินแบ่งรัฐบาล สังคม ดารา บันเทิง
  ค้นหาข่าว  
ร้องทุกข์ ร้องเรียน เว็บบอร์ด
helper end
  หน้าแรกข่าว > การเมือง > ฮุนเซนยอมถอน ข้อพิพาท หลังคุยกับสมัคร
 
ฮุนเซนยอมถอน ข้อพิพาท หลังคุยกับสมัคร
โดย ไทยรัฐ วัน ศุกร์ ที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2551 00:00 น.
ได้ข้อตกลงจะนัดคุยระดับรมต.ต่างประเทศ 2 ฝ่าย ที่เสียมเรียบ สารสนเทศ กัมพูชา ยังดื้อ ปัดไม่ได้ถอนเรื่องแค่เลื่อน
สมัคร - ฮุนเซน
สมัคร - ฮุนเซน

ในที่สุดกัมพูชาก็ยอมถอนเรื่องร้องเรียนที่ส่งไปยังคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ หรือยูเอ็นเอสซี ให้เปิดประชุมฉุกเฉินเพื่อพิจารณาข้อพิพาทเรื่องปราสาทเขาพระวิหาร หลังจากที่นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ได้ยกหูโทรศัพท์ไปเจรจากับสมเด็จ ฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา เมื่อเย็นวันที่ 24 ก.ค.

ทูต “ดอน” ชี้ผลยูเอ็นออกได้ 3 ทาง

ทั้งนี้ก่อนหน้าที่กัมพูชาจะยอมถอนเรื่องดังกล่าว เมื่อเช้าวันที่ 24 ก.ค. นายดอน ปรมัตถ์วินัย เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรประจำสหประชาชาติ ได้โทรศัพท์ให้สัมภาษณ์ ผ่านสถานีวิทยุและสถานีโทรทัศน์ของไทย จากกรุงนิวยอร์กสหรัฐอเมริกาว่า การประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) ล่าสุดเมื่อวันที่ 23 ก.ค. ในเวลา 16.00 น.-18.00 น. (เวลาท้องถิ่น) ยังไม่ได้ข้อยุติ โดยจะนัดประชุมอีกรอบ 10.00 น. (ประมาณ 21.00 น. ของไทย) วันที่ 24 ก.ค.ว่า จะรับคำร้องของกัมพูชาที่จะขอให้เปิดประชุมเร่งด่วน แก้ปัญหาข้อพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา บริเวณปราสาทพระวิหาร ซึ่งท่าทีของยูเอ็นเอสซีตอนนี้แบ่งออกเป็น 3 กลุ่มชัดเจน คือ 1. เป็นเรื่องทวิภาคี 2 ประเทศ โดยให้อาเซียนเข้ามามีบทบาทไกล่เกลี่ยและยูเอ็นเอสซีเข้ามาประชุมพิจารณาด้วย 2. เป็นเรื่องทวิภาคีโดยให้อาเซียน เข้ามามีบทบาท แต่ยูเอ็นเอสซีไม่เข้ามาร่วม ซึ่งกลุ่มนี้มีเสียงน้อยที่สุด โดยมีจีน สหรัฐฯ รัสเซีย รวมอยู่ด้วย และ 3. ยูเอ็นเอสซีต้องประชุมเรื่องนี้ซึ่งเป็นไปได้ที่จะรับไปประชุมร้อยละ 60-65 แต่แง่ที่ดีที่สุดคือยูเอ็นเอสซีรับพิจารณา แต่ให้แต่ละฝ่ายชี้แจงและคุยกันเองไม่หนักใจ

ปลื้มบุญสร้างโทรศัพท์ให้กำลังใจ

นายดอนกล่าวอีกว่า ไม่ว่าจะเป็นอย่างไร เราต้องพร้อมในการแสดงจุดยืนที่ชัดเจนและต้องประเมินว่า ผลการประชุมจะออกมาในทิศทางใด เพื่อเตรียมรับมือโดยมีเอกสารเป็นหลัก ไม่หนักใจ เพราะเรามีทีมงานที่เข้มแข็งและเป็นมืออาชีพ ซึ่งไม่มีประเด็นใดที่เห็นว่าเป็นทางตัน แต่ตั้งแต่เรื่องนี้เข้าสู่ยูเอ็นเอสซี ตนยังไม่ได้พูดกับทูตกัมพูชา มีแต่เห็นกันไวๆ อย่างไรก็ตาม พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ผบ.ทหารสูงสุด ได้โทรศัพท์ มาให้กำลังใจ เนื่องจากเป็นนักเรียน วปอ.รุ่นเดียวกัน

แจงขั้นตอนยูเอ็นตัดสินชี้ขาด

นายดอนกล่าวด้วยว่า จากนี้ไป หากมีการประชุมเรื่องนี้ ในยูเอ็นเอสซีจริงเป็นเรื่องที่เราต้องแสดงท่าทีในเรื่องที่เกิดขึ้น นอกจากที่เราได้ทำบันทึกเวียนไปแล้วว่า จะเน้นย้ำในประเด็นใดเพื่อให้ 15 ประเทศเข้าใจชัดขึ้น ไม่ใช่ฟังแต่กัมพูชาฝ่ายเดียว เราต้องช่วยกันคิดช่วยกันเตรียมการ ซึ่งรัฐบาลจะต้องมีการแต่งตั้งตัวแทนเข้าร่วมประชุม กัมพูชาเองจะมีนายฮอร์ นัมฮง รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ต่างประเทศกัมพูชา ที่ต้องแจ้งให้ที่ประชุมทราบว่าปัญหาคืออะไร ที่ได้นำเรื่องนี้เสนอต่อยูเอ็นเอสซีและกล่าวหาไทยอย่างไร เราก็ชี้แจงตอบในเรื่องที่เกี่ยวข้อง จากนั้นประเทศสมาชิกจะแสดงความเห็นสรุปกันอย่างไร อย่างไรก็ตาม ในที่สุดยูเอ็นเอสซี ต้องมีฉันทมติยุติเรื่องนี้ แต่หากไม่ได้ก็จะลงคะแนนเสียง

ส่อได้ขึ้นศาลโลกอีกรอบ

ผู้สื่อข่าวถามว่า มีโอกาสที่จะไปถึงศาลโลกหรือไม่ นายดอนตอบว่า เป็นเรื่องที่มีความละเอียดอ่อนมาก ถ้ามีการตั้งประเด็นเรื่องของดินแดนซึ่งน่าจะมีขึ้นด้วย จะต้องมีการอธิบายกัน เพราะต่างฝ่ายต่างอ้างสิทธิกันอย่างไร สิ่งที่เกิดขึ้นใน พ.ศ.2505 ที่ศาลโลกวินิจฉัย ให้ประสาทพระวิหารเป็นของกัมพูชา แต่ในโอกาสนั้นไม่ได้มีการตัดสินกันเรื่องดินแดนและเขตแดนใกล้เคียง ถึงจะเรียกพื้นที่ทับซ้อนหรืออย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ในที่สุดจะไม่สามารถพูดกันให้เห็นภาพชัดได้ มีสมาชิกบางประเทศเห็นว่าถ้ามันเป็นปัญหาทางด้านกฎหมายโดยตรง แล้วจำเป็นส่งไปให้ศาลโลกพิจารณาวินิจฉัยอีกครั้ง หากยูเอ็นเอสซีเสนอเรื่องนี้เข้าศาลโลก

“สหัส” ปลื้มสหรัฐฯเข้าใจไทย

เมื่อเวลา 15.00 น. ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายสหัส บัณฑิตกุล รองนายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้าคณะผู้แทนไทย เข้าร่วมการประชุม รมว.ต่างประเทศอาเซียนครั้งที่ 41 แถลงทางโทรศัพท์จากประเทศสิงคโปร์ว่า ในที่ประชุมว่าด้วยความร่วมมือด้านการเมืองและความมั่นคงในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (เออาร์เอฟ) ซึ่งมีสมาชิกร่วมประชุม 27 ประเทศ กัมพูชาได้หยิบยกกรณีการยื่นคำร้องให้คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) มาหารือด้วย และไทยได้แจกเอกสารชี้แจงทุกเวทีที่หลายฝ่ายไม่เห็นด้วยกับที่กัมพูชาก้าวกระโดดนำเรื่องเข้ายูเอ็น-เอสซี โดยเฉพาะ น.ส.คอนโดลีซซา ไรซ์ รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ ได้กล่าวในที่ประชุมระหว่างที่พูดถึงปัญหาคาบสมุทรเกาหลีว่า เวลามีเหตุการณ์อะไรสิ่งที่ควรจะทำคือ เจรจาในระดับทวิภาคีเป็นสำคัญก่อน

ลงทุนบากหน้ากล่อมสี่เสือยูเอ็น

นายสหัสกล่าวต่อว่า ในเวทีการประชุม รมว.อาเซียน ที่สิงคโปร์ครั้งนี้ เป็นโอกาสดีที่ไทยได้ชี้แจงนอกรอบกับประเทศที่มาร่วมประชุม โดยเฉพาะสมาชิกถาวรยูเอ็นเอสซี ร่วมประชุมถึง 4 ชาติ คือ สหรัฐฯ ฝรั่งเศส รัสเซีย และจีน ตนได้หาโอกาสพูดคุยก่อนเข้าประชุมเออาร์เอฟ สหรัฐฯ จีน และรัสเซียเห็นด้วยที่จะให้เจรจาในระดับทวิภาคีก่อน ส่วนฝรั่งเศสนั้นได้พูดคุยกับนางรามา ยาเด รมช.ต่างประเทศฝรั่งเศสในตอนกลางวัน ซึ่งฝรั่งเศสได้รับข้อมูลจากกัมพูชาค่อนข้างแรง แต่พอได้ชี้แจงว่าอาเซียนและไทยมีจุดยืนอย่างไร เหตุการณ์จริงๆไม่ได้ รุนแรงอย่างที่ได้รับข้อมูลว่าเหตุการณ์ไปถึงหลุมศพแล้ว ได้อธิบายพร้อมให้เอกสาร โดยเฉพาะคำพูดของ พล.อ.เตีย บันห์ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหมกัมพูชา ใน นสพ.บางกอกโพสต์ ที่พูดว่าจีบีซีไม่ได้ล้มเหลว แต่ในที่ประชุมเออาร์เอฟ กัมพูชากลับใช้คำว่าการเจรจาล้มเหลวมาหักล้าง ซึ่งท่าทีของ 4 ชาติออกมาในทางที่ดีมาก นอกจากนี้ยังได้พูดคุยกับสมาชิกไม่ถาวรของยูเอ็นเอสซี อาทิ เวียดนาม อินโดนีเซีย รวมทั้งแคนาดา ก็มีความเห็นว่าให้เจรจาทวิภาคีก่อน ทั้งนี้ ตนได้ประสานส่งข้อมูลท่าทีดังกล่าวไปยังนายดอน ปรมัตถ์วินัย เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไทยประจำสหประชาชาติ นำไปเป็นประโยชน์ในการดำเนินการต่อไป รวมทั้งแจ้งให้นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ทราบแล้ว

ซัดเขมรปล่อยข่าวกรอกหูฝรั่งเศส

นายสหัสกล่าวอีกว่า การพูดคุยกับ รมช.ต่างประเทศฝรั่งเศสนั้น ตอนเริ่มคุยเขายังลังเลในเรื่องข้อเท็จจริง แม้กระทรวงต่างประเทศของไทย ก็ให้ข้อมูลต่างๆกับเขาไป ก่อนหน้าแล้ว แต่ว่าความใกล้ชิดเขาใกล้ชิดกับฟากโน้นมากกว่า ถ้าดูตามประวัติศาสตร์ก็เป็นที่ชัดเจนว่า เขาได้ยินจากทางโน้นมากกว่าเพราะความสนิทสนมกลมเกลียว ตอนแรกเขามองว่ามันมีเหตุการณ์รุนแรงและเป็นเรื่องที่ประชาชนในยุโรปให้ความสนใจมาก เพราะกัมพูชาได้ให้ ข่าวออกไปมากเหลือเกินว่า เหตุการณ์มันจะยิงกันตายอยู่แล้ว ก็ชี้แจงว่าจริงๆ ไม่ใช่และในการเจรจาของ ผบ.ทหารสูงสุดในจีบีซี มีความก้าวหน้าอย่างมากไม่ใช่ล้มเหลวและหลายเรื่องตกลงกันได้ แม้แต่เรื่องทหารพรานของเราบาดเจ็บจากกับระเบิด การหลีกเลี่ยงในการเผชิญหน้าทางทหาร แต่เท่าที่ทราบตกลงไม่ได้ในประเด็นเล็กๆน้อยๆ ก่อนเลือกตั้งอาจจะคุยกันยากหลังเลือกตั้งน่าจะคุยกันได้ สะดวกขึ้น ท้ายสุดเขาดีมาก ซึ่งเขาสรุปของเขาเองว่า มันน่าจะคุยกันเองเป็นขั้นตอนแล้วค่อยไปยูเอ็นเอสซี เพราะถึงยูเอ็นเอสซีแล้วจะค่อนข้างวุ่นวายยุ่งยาก แต่ท้ายสุดแล้วเขาจะออกหัวออกก้อยเราไปจับมือให้เขาหยิบพูดโทรศัพท์ พูดอย่างนี้ตอนนี้ไม่ได้ แต่เขามีความเห็นตามที่ว่าและเขาก็หันไปสั่งเจ้าหน้าที่ที่ติดตามมาด้วย

“หมัก” ต่อสายตรงคุย “ฮุน เซน”

เวลา 16.50 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีและ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ถึงข้อถกเถียงระหว่างประเทศ ในสถานการณ์เขาพระวิหาร ว่า “ผมได้พูดโทรศัพท์กับ ฯพณฯ ท่านสมเด็จ เดโช ฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชาเสร็จเมื่อสักครู่นี่เอง ตกลงกับท่านว่า วันที่ 28 ก.ค.นี้ จะมีการประชุมระดับรัฐมนตรีต่างประเทศที่เสียมเรียบ และท่านตกลงว่าจะยุติกับทางนิวยอร์ก ให้ผมเพิ่งตกลงกันเมื่อกี้นี่เอง ปัญหาของผมคือจะต้องมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ มีตัวจริงก่อนวันที่ 28 ก.ค.นี้ ซึ่งเป็นหน้าที่ของผมที่จะต้องจัดการเรื่องนี้”

จะมี รมต.ตัวจริงก่อนวันประชุม

เมื่อถามว่า แสดงว่าแต่งตั้ง รมว.ต่างประเทศเรียบร้อยแล้วใช่หรือไม่ นายสมัครไม่ตอบ ผู้สื่อข่าวพยายามถามย้ำว่าที่บอกว่าจะยุติคือปัญหาจะไม่บานปลายใช่หรือไม่ นายสมัครกล่าวชี้แจงว่าเขาจะถอนความเห็นของเขาที่นิวยอร์ก เมื่อถามว่า จะมีการถอนกำลังทหารใช่หรือไม่ นายสมัครตอบว่า กำลังทหารเหมือนเดิมๆ เมื่อถามว่าจะเปิดเผยรายชื่อรัฐมนตรีใหม่วันนี้เลยใช่หรือไม่ นายสมัครกล่าวว่า คนเป็นนายกฯ เขาไม่คุยกันเรื่องนี้ เมื่อถามว่าจะส่งรองนายกฯ ไปแทนหรือตั้ง รมว.ต่างประเทศคนใหม่ นายสมัครตอบว่า เดี๋ยวจะแก้ไขปัญหาเองแค่นี้ก่อนๆ เมื่อถามว่าครั้งนี้จะปรับครั้งเดียวเลยหรือไม่ นายสมัครกล่าวว่า ใจเย็นๆ ผมจัดการเอง แต่ต้องหารัฐมนตรีต่างประเทศให้ทัน เมื่อถามว่า จะคุยกับสมเด็จฮุนเซนหารือประเด็นพื้นที่ทับซ้อน 4.6 ตร.กม.หรือไม่ นายสมัครตอบว่าระดับนายกรัฐมนตรีไม่คุยเรื่องนี้หรอก

ตปท.แถลงเขมรยอมถอนเรื่อง

ต่อมาเวลา 17.00 น. ที่กระทรวงการต่างประเทศ นายธฤต จรุงวัฒน์ อธิบดีกรมสารนิเทศ โฆษกกระทรวงการต่างประเทศ ได้แถลงถึงเรื่องที่นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี โทรศัพท์คุยกับ สมเด็จ ฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา และตกลงกันว่ากัมพูชาจะถอนเรื่องขอให้เปิดประชุมฉุกเฉินเพื่อพิจารณาข้อพิพาทชายแดนไทย-กัมพูชา บริเวณปราสาทพระวิหาร ออกจากคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) และ รมว.ต่างประเทศ 2 ประเทศ จะพบหารือกันที่เมืองเสียมราฐในวันที่ 28 ก.ค. ซึ่งถือเป็นการคลี่คลายไปในทางที่ดี ส่วนเหตุผลที่กัมพูชายอมถอนนั้น ต้องสอบถามรายละเอียดจากนายกรัฐมนตรีอีกครั้ง

เชื่อรัฐบาลเฟ้นคนแทนเจ้ากระทรวงได้

ผู้สื่อข่าวถามว่าขณะนี้ยังไม่มีการแต่งตั้ง รมว.ต่างประเทศ รัฐบาลจะมอบหมายให้ใครเป็นผู้แทนไปพบ รมว.ต่างประเทศกัมพูชา นายธฤต ตอบว่า เป็นเรื่องที่รัฐบาลจัดการได้ เมื่อถามว่าแต่ไม่ใช่ รมว.ต่างประเทศที่จะเป็นผู้แทนฝ่ายไทยหรือไม่ นายธฤต ตอบว่านายกฯ บอกว่า รมว.ต่างประเทศทั้ง 2 ฝ่ายจะพบกัน เมื่อถามว่าหมายความว่า จะเป็นนายสหัส บัณฑิตกุล รองนายกรัฐมนตรี ที่เป็นหัวหน้าคณะที่ไปประชุม รมว.ต่างประเทศอาเซียนหรือไม่ นายธฤตตอบว่า ตอบไม่ได้ต้องขึ้นอยู่กับนายกฯ รัฐบาลจะวางตัวผู้ที่จะไปหารือในฐานะ รมว.ต่างประเทศที่เหมาะสมแน่นอน

คุยเป็นผลงานจากการทูตไทย

นายธฤตกล่าวว่า ตนขอยืนยันท่าทีของประเทศไทย ที่เดินมาโดยตลอด เรามั่นใจว่าช่องทางทวิภาคียังเปิดอยู่ ซึ่งเป็นแนวทางที่อาเซียนเห็นด้วยและเป็นสิ่งที่เราเรียกร้อง ในการประชุมยูเอ็นเอสซี คิดว่าเป็นเรื่องที่ฝ่ายกัมพูชาเห็นว่า มิตรภาพที่ดีระหว่าง 2 ฝ่ายและทุกช่องทางที่เปิดอยู่ เป็นเรื่องที่ติดต่อพูดคุยกันได้ อย่างไรก็ตามในวันนี้ตั้งแต่ช่วงเช้า นายวีระศักดิ์ ฟูตระกูล ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ ได้โทรศัพท์ถึงคณะทูตในประเทศไทย ที่เป็นผู้แทนที่มาจากประเทศที่เป็นสมาชิก คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ซึ่งมีผู้แทนอยู่ที่ประเทศ 11 ประเทศ ขอบคุณถึงความพยายามที่เดินเรื่องอย่างแข็งขันในการสนับสนุนแนวทางของไทยเช่น สหรัฐฯ เป็นต้น

ยันชายแดนยังสงบไม่รุนแรง

นายธฤตกล่าวด้วยว่า วันนี้นายกรัฐมนตรีและ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ.ได้ย้ำว่าให้ทหารที่อยู่บริเวณชายแนวชายแดน อยู่ในความสงบไม่ให้ใช้ความรุนแรง ซึ่งตกลงไว้ในการประชุมจีบีซีวันที่ 21 ก.ค. และตนขอใช้คำว่าบรรยากาศบริเวณชายแดน มีสภาพที่เป็นมิตรกันเป็นอย่างมากไม่มีสัญญาณในขณะนี้ว่าจะมีความรุนแรงใดๆเกิดขึ้น แต่ยังไม่มีการหารือไปถึงการถอนทหารทั้ง 2 ฝ่าย ออกจากแนวชายแดนในอนาคต

กห.สั่ง “ชลิต” ไม่ให้พูดเขาพระวิหาร

พล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุข ผู้บัญชาการทหารอากาศกล่าวถึงกรณีข้อพิพาทเรื่องเขาพระวิหาร ที่กองทัพอากาศได้รับหนังสือจากกระทรวงกลาโหม ไม่ให้กองทัพอากาศให้สัมภาษณ์เรื่องนี้ ซึ่งได้มีการลงนามเมื่อวันที่ 9 ก.ค. ผู้สื่อข่าวถามว่า ที่ยูเอ็นจะพิจารณาเรื่องนี้ จะเป็นการก้าวก่ายกิจการของไทยหรือไม่ พล.อ.อ.ชลิต กล่าวว่า “เขาบอกแล้วไง ว่าเขาห้ามผมไม่ให้สัมภาษณ์” เมื่อถามว่าเหล่าทัพต้องมีการตั้งวอร์รูมในการเตรียมรับมือสถานการณ์ที่ไม่คาดฝันหรือไม่ พล.อ.อ.ชลิต กล่าวว่า ยังไม่ถึงเวลา ซึ่งทางปฏิบัติทุกเหล่าทัพในฐานะของทหาร ก็จะต้องเตรียมพร้อมในการปฏิบัติ มีหน้าที่ในการ เตรียมพร้อมให้กองทัพปฏิบัติการณ์ได้ตลอด 24 ชม. เราพร้อมการปฏิบัติการใดๆที่สนับสนุนรัฐบาลและเหล่าทัพอื่นๆเมื่อมีการสั่งการ

ระบุทหารก็รักชาติเหมือนกัน

เมื่อถามว่า กรณีที่นายกฯทำหนังสือห้ามไม่ให้มีการพูดเรื่องนี้มีเหตุผลอย่างไร พล.อ.อ.ชลิต กล่าวว่า ไม่ทราบ เมื่อถามว่า หากนายกฯ จะขอข้อคิดเห็นในสภากลาโหมเพราะกัมพูชาเริ่มรุกหนักขึ้นโดยการเพิ่มกำลัง พล.อ.อ.ชลิตกล่าวว่า ต้องรอในที่ประชุม ก็แล้ว แต่นายกฯ จะถามอย่างไรทหารอยู่ภายใต้การควบคุมและกำกับของรัฐบาล ทหารต้องมีหน้าที่อย่างนั้น เพราะ ไม่ได้อยู่ในช่วงการปฏิวัติรัฐประหาร เมื่อถามว่า ที่ผ่านมาปล่อยให้รัฐมนตรีต่างประเทศดำเนินการจนเสียหาย ทหารจะอยู่เฉยๆ ต่อไปหรือไม่ พล.อ.อ.ชลิต กล่าวว่า ทหารก็รักชาติ และคำนึงถึงความรักชาติ เราต้องคิดว่าการกระทำอะไร ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่งว่าจะมีขอบเขตได้แค่ไหน ส่วนกรณีเขาพระวิหารจะเสนอเป็นวาระแห่งชาติหรือไม่นั้น เรื่องนี้วิเคราะห์วิจารณ์ไม่ได้ เรื่องนี้เป็นภาระหน้าที่ของรัฐบาล

เตือนไทยอย่าตื่นเขมรฟ้องยูเอ็น

ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร รมว.ต่างประเทศเงาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีที่กัมพูชาได้ร้องเรียนปัญหาบริเวณพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ต่อยูเอ็น ว่า ไทยไม่ควรตื่นตระหนกเพราะแม้ยูเอ็นจะบรรจุเรื่องดังกล่าวเข้าพิจารณาในวาระ แต่คงไม่พิจารณาหรือมีมติอย่างหนึ่งอย่างใด เพราะตามกฎบัตรของยูเอ็นถ้ามีปัญหาขัดแย้งในระดับพหุภาคี ต้องหารือกันเองก่อน เว้นแต่จะมีความรุนแรง อย่างไรก็ตาม ไทยไม่ควรรอเพื่อให้ยูเอ็นมาชี้เรื่องนี้ แต่ควรจะชี้แจงว่ากลไกพหุภาคียังมีอยู่และสถานการณ์ไม่ได้รุนแรงถึงขั้นรบกัน ซึ่งคนที่ควรจะต้องนำทีมในการชี้แจงคือ รมว.ต่างประเทศ ดังนั้นนายกรัฐมนตรีควรรีบแต่งตั้ง รมว.ต่างประเทศโดยเร็ว จะรอไปถึงสัปดาห์หน้าคงไม่ไหว และ รมว.ต่างประเทศคนใหม่ จะต้องเป็นคนที่มีความรู้และเข้าใจงาน เพราะไม่มีเวลาที่จะเรียนรู้แล้ว

ชี้ที่จริงไทยเป็นต่อเขมร

ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์กล่าวด้วยว่า เห็นด้วยกับการดำเนินการในการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไปไทย-กัมพูชา และแม้หลายฝ่ายจะมองว่าไม่ประสบความสำเร็จ แต่ตนกลับมอบตรงกันข้ามว่าสำเร็จ เพราะได้ มีการหันหน้ามาเจรจากันและมีกำหนดที่จะนัดเจรจากันอีกครั้ง แต่ถ้าจะให้สัมฤทธิผลจะต้องมีการวางกรอบอย่างชัดเจน โดยไทยควรตีกรอบให้กัมพูชาเข้าใจว่า ในที่สุดแล้วควรจะจดทะเบียนเป็นมรดกโลกร่วมกัน แม้จะจดไม่พร้อมกันก็ตาม โดยต้องย้ำว่าพื้นที่โดยรอบปราสาทพระวิหารเป็นของไทย ไม่ใช่พื้นที่ทับซ้อน มีทับซ้อนอย่างเดียวคือการอ้างสิทธิอธิปไตยที่ทับซ้อนกัน ฉะนั้นต้องทำให้กัมพูชาเห็นว่าไม่มีทางที่กัมพูชาจะอนุรักษ์ หรือบำรุงรักษาปราสาทพระวิหารได้ ตราบใดที่ไม่มีการสนับสนุนอย่างแท้จริงจากไทย เพราะถ้าไทยไม่อำนวยความสะดวก ก็ไม่มีทางเอาน้ำเอาไฟขึ้นไปบนปราสาทพระวิหารได้

6 กมธ.วุฒิฯประชุมปัญหาเขาพระวิหาร

อีกด้านที่รัฐสภา คณะกรรมาธิการการต่างประเทศ คณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชน คณะกรรมาธิการศึกษาตรวจสอบเรื่องการทุจริตและเสริมสร้างธรรมาภิบาล คณะกรรมาธิการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คณะกรรมาธิการการศาสนาคุณธรรม จริยธรรม ศิลปะและวัฒนธรรม และคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนสิทธิเสรีภาพและการคุ้ม ครองผู้บริโภค ของวุฒิสภา รวม 6 คณะ ได้หารือร่วมกันเป็นกรณีพิเศษถึงปัญหาความขัดแย้งในการขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหาร

ออกแถลงการณ์ย้ำจุดยืน

จากนั้น น.ส.รสนา โตสิตระกูล ประธานคณะกรรมาธิการศึกษาตรวจสอบเรื่องการทุจริตฯ แถลงว่า ทั้ง 6 คณะ มีความเห็นร่วมกันและออกแถลงเพื่อแสดงจุดยืน 5 ข้อคือ 1. ขณะนี้มีความสับสนในการใช้คำว่าพื้นที่ทับซ้อน ซึ่งที่จริงไม่มีพื้นที่ทับซ้อน มีแต่พื้นที่ประเทศไทย เท่านั้น พื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตรเป็นของไทย ชายแดนไทย-กัมพูชาอยู่ที่แนวสันปันน้ำ ตามสนธิสัญญาสยาม-ฝรั่งเศส ค.ศ.1904 และ 1907 2. รัฐบาลต้องยกเลิกแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา ฉบับวันที่ 18 มิ.ย. 2551 รวมถึงเอกสารและหลักฐานต่างๆที่ใช้ประกอบการแถลง การณ์ร่วมทุกฉบับทันที เพราะขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 190 วรรค 2 3. คำพิพากษาศาลโลก 2505 ระบุเพียงให้ไทยส่งมอบตัวปราสาท ไม่เกี่ยวกับเขตแดนและไม่ได้ยอมรับแผนที่ที่ฝรั่งเศสทำขึ้นฝ่ายเดียว ตามที่กัมพูชาใช้เป็นหลักฐานและไทยได้ยื่นสงวนสิทธิ์ที่จะรื้อฟื้นคดีใหม่ได้ หากมีหลักฐานใหม่ซึ่งสิทธิ์นั้นยังอยู่จนถึงวันนี้

ระวังจะเสียเขตแดนทางทะเล

4. ไม่เห็นด้วยที่จะให้คณะกรรมการจาก 6 ประเทศ เข้ามาจัดการเกี่ยวกับพื้นที่รอบปราสาทที่เป็นดินแดนของไทยและ 5. ให้มีมาตรการเร่งรัดรื้อถอนสิ่งปลูกสร้าง ที่เป็นเพิงพักร้านค้า รวมทั้งป้ายทางขึ้นปราสาทพระวิหารออกจากพื้นที่ 4.6 ตารางกิโลเมตร ที่เป็นของไทยออกไปโดยเร็วโดยทันทีที่มีการเปิดสมัยประชุมสภาสมัยสามัญนิติบัญญัติ จะเสนอให้ที่ประชุมวุฒิสภาตั้งคณะกรรมาธิการขึ้นมาตรวจสอบและศึกษาในเรื่องนี้ โดยจะเชิญผู้เกี่ยวข้องมาร่วมกันแก้ปัญหา แต่ขณะนี้รัฐบาลกำลังทำเหมือนเราเป็นม้าอารี ซึ่งต่อไปเราจะไม่มีคอกอยู่ เพราะจะโดนเขารุกเข้ามาเรื่อยๆ ถ้ายังยอมเขาอย่างนี้จะไม่เสียแค่เขาพระวิหาร แต่เราจะเสียแนวเขตแดนทางทะเลที่มีปัญหาทับซ้อนกันอยู่ไปทั้งหมด

ธรรมยาตรายื่นหนังสือวุฒิสภา

ที่รัฐสภาในเวลา 11.00 น. กลุ่มธรรมยาตรา ที่อ้างว่าเป็นคณะกรรมการแห่งชาติเพื่อกอบกู้รักษาอธิปไตยของชาติ นำโดยนายสมาน ศรีงาม เลขาธิการคณะกรรมการฯ พร้อมด้วย 3 คนไทยที่เข้าไปในพื้นที่ที่เป็นข้อพิพาท ระหว่างไทย-กัมพูชา ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อประธานวุฒิสภา ผ่านนายวรินทร์ เทียมจรัส ส.ว.สรรหา รองประธานคณะกรรมาธิการพัฒนาการเมือง และการมีส่วนร่วมของประชาชน วุฒิสภา เพื่อขอให้นำกติกาสัญญาไทย-ฝรั่งเศส 3 ฉบับ อันได้แก่สนธิสัญญาสยาม-ฝรั่งเศส ค.ศ.1904-1907 อนุสัญญาโตเกียว ค.ศ.1940 และข้อตกลงไทย-ฝรั่งเศส ค.ศ.1946 ขึ้นสู่การตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ เพื่อรักษาอธิปไตยของชาติและเป็นการแก้ไขข้อพิพาทระหว่างไทย-กัมพูชาด้วย นายสมานกล่าวว่า เมื่อวันที่ 15 ก.ค. คนไทยทั้ง 3 คน ได้ถูกทหารกัมพูชาจับและถอดเสื้อผ้าให้ใส่ชุดนักโทษสีดำ แล้วใช้กระบองไฟฟ้าช็อต บังคับให้เซ็นยินยอมรับความผิด จนกระทั่งทหารไทยยื่นคำขาดต่อทหารกัมพูชา ช่วยชีวิตกลับมาได้ แสดงให้เห็นว่า กัมพูชาพยายามอ้างสนธิสัญญาสยาม-ฝรั่งเศส ค.ศ.1904-1907 หลอกลวงชาวโลกให้หนุนประเทศของตัวเอง ในขณะที่รัฐบาลไทยและกองทัพยังหลงยึดถือสนธิสัญญา ฉบับที่เคยถูกยกเลิกไป โดยอนุสัญญาโตเกียวค.ศ.1940 จนทำให้ไทยเสียเปรียบอยู่ตลอด

ข้องใจรัฐบาลทำไมเพิกเฉย

ด้านนายวรินทร์กล่าวภายหลังการรับหนังสือว่า จะนำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมาธิการ โดยจะเชิญผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายระหว่างประเทศ มาศึกษารายละเอียดของสนธิสัญญาและอนุสัญญาต่างๆ ที่ประเทศไทยได้เปรียบ เนื่องจากที่ผ่านมา มักจะอ้างกันแต่อนุสัญญาที่ฝ่ายไทยเสียเปรียบเกือบทั้งสิ้น ไม่เคยหยิบยกเรื่องที่มีประโยชน์ต่อไทยขึ้นมา จะได้ทราบว่าเหตุใดฝ่ายบริหารถึงเพิกเฉยที่จะหยิบยกขึ้นมาต่อสู้ และอาจต้องกลับไปฟ้องศาลโลกใหม่ ที่ผ่านมาศาลโลกรับรอง แต่ตัวปราสาทเท่านั้น พอฝ่ายเราไปรับรอง ก็ทำให้กัมพูชาอ้างความเป็นเจ้าของพื้นที่ด้วย หากพบว่ารัฐบาลไม่ยอมดำเนินการ วุฒิสภาก็จะใช้ช่องทางตามรัฐธรรมนูญ ที่อาจยื่นอภิปรายหรือถอดถอนต่อไป

ทหารยันเน้นเจรจาเป็นหลัก

อีกด้านเช้าวันเดียวกัน ที่สโมสรทหารบก ถนนวิภาวดีรังสิต คณะกรรมาธิการการทหารวุฒิสภา จัดเสวนาทางวิชาการ เรื่องยุทธศาสตร์การอยู่ร่วมกันกับประเทศเพื่อนบ้าน โดย พล.ต.วรวิทย์ ดรุณชู รองเจ้ากรมกิจการชายแดนทหารในฐานะผู้แทนกรมกิจการชายแดนทหารชี้แจงการดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกองทัพว่า ปัญหาพื้นที่ตามแนวชายแดนของไทยทั้ง 4 ด้าน จะมีคณะกรรมการชายแดนคอยรับผิดชอบอยู่ ซึ่งจากการวิเคราะห์สถานการณ์ แล้วมั่นใจว่าจะไม่เกิดปัญหากระทบกระทั่งจนถึงต้องใช้กำลังทางการทหาร อย่างไรก็ตาม หลังการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (จีบีซี) ในวันที่ 21 ก.ค. ที่ผ่านมาสถานการณ์ความตึงเครียดในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชาเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น และฝ่ายไทยจะใช้กลไกการเจรจาลักษณะนี้ในทุกระดับ เพื่อหาข้อยุติและคาดว่าในช่วงปลายเดือน ส.ค.จะมีการประชุมจีบีซีอีกครั้ง โดยคราวนี้ทางกัมพูชาจะรับเป็นเจ้าภาพ

กมธ.กิจการชายแดนไทยลงพื้นที่

ที่ห้องประชุม 1 ศาลากลางจังหวัดศรีสะเกษ เมื่อเวลา 09.30 น. นายสัมพันธ์ เลิศนุวัฒน์ ประธานคณะกรรมาธิการกิจการชายแดนไทย สภาผู้แทนราษฎร พล.ท. มะ โพธิ์งาม รองประธานกรรมาธิการ พร้อมคณะ เดินทางมาศึกษาดูงานเพื่อรับฟังปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติราชการและปัญหาข้อพิพาทกรณีปราสาทพระวิหารจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง โดยมีนายเสนีย์ จิตตเกษม ผวจ.ศรีสะเกษ พ.อ.ไชยอนันต์ คำชุ่ม รองเลขาธิการ กกล.สุรนารี พร้อมหัวหน้าส่วนราชการให้การต้อนรับ และบรรยายสรุปถึงสถานการณ์ใน จ.ศรีสะเกษ หลังการประชุม นายสัมพันธ์ เลิศนุวัฒน์ กล่าวว่า คณะกรรมาธิการฯเดินทางมาดูพื้นที่รับฟังปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติราชการและปัญหาข้อพิพาทกรณีปราสาทพระวิหาร เพื่อนำไปเสนอต่อรัฐบาลหาแนวทางแก้ไข ส่วนผลกระทบจากกรณีข้อพิพาทฯนั้น จังหวัดศรีสะเกษได้รับผลกระทบเพียงเล็กน้อย ขณะนี้การค้าขายบริเวณจุดผ่านแดนถาวรช่องสะงำ ก็เป็นไปอย่างปกติ มีการค้าขายกันคึกคักเหมือนเดิม และมีนักท่องเที่ยวเดินทางมา จ.ศรีสะเกษ อย่างสม่ำเสมอ ทั้งนี้ การแก้ไขปัญหาชายแดนควรจะยึดแนวทางสันติ มีการเจรจากันฉันพี่น้องสองฝ่าย ไม่ควรนำไปฟ้องชาวโลก เนื่องจากเราอยู่ใกล้ชิดติดแดนกันมานานนับพันปี ที่ได้มาเห็นในวันนี้ก็จะนำไปเสนอรัฐบาลเพื่อแก้ไขปัญหาต่อไป

ผู้ช่วย ผบ.ทบ. ดูสถานการณ์ผามออีแดง

สำหรับบรรยากาศโดยรอบบริเวณเขาพระวิหาร ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เมื่อเวลา 11.00 น. วันเดียวกัน พล.อ.จิระเดช คชรัตน์ ผู้ช่วย ผบ.ทบ. พร้อมคณะ เดินทางมาที่ผามออีแดง โดยมี พล.ท.สุจิตร สิทธิประภา แม่ทัพภาคที่ 2 พล.ต.วีรฤทธิ์ จรสัมฤทธิ์ รองแม่ทัพภาคที่ 2 พล.ต.กนก เนตระคะเวสนะ ผู้บัญชาการกองกำลังสุรนารี ให้การต้อนรับและบรรยายสรุป ที่ศาลาอุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร บนผามออีแดง ก่อนเดินชมภูมิประเทศของผามออีแดงและส่องกล้องตรวจการณ์ไปที่เขาพระวิหาร จากนั้น พล.อ.จิระเดช พร้อมคณะ ได้ไปเยี่ยมกำลังพลที่สมรภูมิเขาพระวิหาร บริเวณพื้นที่ที่ยังไม่ปักปันเขตแดน พร้อมทั้งทักทายกำลังพลของกัมพูชาและของไทยอย่างเป็นกันเอง โดยเฉพาะกับทหารไทยได้กำชับให้รินน้ำใจแบ่งปันอาหารให้กับฝ่ายกัมพูชาด้วยเท่าที่จะสามารถแบ่งปันได้

ยันทหาร 2 ฝ่าย ยังล้อมวงกินข้าวด้วยกัน

พล.อ.จิระเดช คชรัตน์ ผู้ช่วย ผบ.ทบ. เปิดเผยว่า ได้มาเยี่ยมกำลังพลที่ตรึงกำลังมาหลายวันแล้ว เห็นว่ากำลังพลทั้ง 2 ฝ่ายตั้งประชิดกัน แต่ไม่มีปัญหาอะไรต่างนั่งล้อมวงกินข้าวพูดคุยกันอย่างมีมิตรภาพ หลายคนที่เป็นห่วงว่าจะเกิดความรุนแรงนั้น ขอยืนยันว่าขณะนี้ ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร และยังได้ประสานกับผู้บังคับบัญชาฝ่ายทหารกัมพูชา ให้กำชับทหารให้ปฏิบัติไปในแนวทางสันติ ให้ทหารทั้ง 2 ฝ่าย สร้างความเข้าใจกันอยู่กันอย่างมิตร สำหรับเรื่องอื่นให้เป็นเรื่องระดับสูง การวางกำลังทั้ง 2 ฝ่าย ต้องระมัดระวังมิให้อุบัติเหตุเกิดขึ้น ถ้ามีเหตุการณ์ใดๆ ผู้บังคับบัญชาทั้ง 2 ฝ่าย ต้องช่วยกันแก้ปัญหา

อรัญฯ ป่วนลือสะพัดอาจปิดด่าน

ขณะที่ความเคลื่อนไหวบริเวณด่านพรมแดนอรัญประเทศ จุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว ในช่วงเช้าวันที่ 24 ก.ค. ยังคงมีชาวเขมรเข้ามาค้าขายในตลาดโรงเกลืออย่างต่อเนื่อง แต่บางตาลงกว่าทุกวัน ขณะเดียวกันได้เกิดกระแสปั่นป่วนขึ้น บริเวณหน้าด่านพรมแดนอรัญประเทศ เนื่องจากมีพนักงานบ่อนกาสิโนชาวไทยจำนวนมากได้สอบถามเจ้าหน้าที่ด่าน ตม. อรัญประเทศ ว่ากัมพูชาจะปิดด่านพรมแดนจริงหรือไม่ ทางเจ้าหน้าที่ต้องอธิบายว่ายังไม่มีคำสั่งใดๆ และยังไม่มี การปิดด่านใดๆทั้งสิ้น ซึ่งจากการสอบถามดังกล่าว ทำให้ เจ้าหน้าที่ต้องออกตรวจสอบเพื่อหาต้นตอของข่าวลือ

ต่อมาในช่วงสาย พ.ท.เอกรัติ เมธาวัฒนานันท์ รอง ผบ.ฉก.กรม.ทพ.ที่ 12 กกล.บูรพา สั่งการให้ พ.ต.ศลิษฏพงษ์ แก้วพิลา ผบ.ร้อย ทพ.ที่ 1201 ฉก.กรม.ทพ.ที่ 12 กกล.บูรพา ออกตรวจสอบหลังมีข่าวลือสะพัดไปทั่วชายแดนทั้งฝั่งปอยเปต ประเทศกัมพูชา และฝั่ง อ.อรัญประเทศ ของไทย ว่ามีใบปลิวและการส่งเอสเอ็มเอสทางโทรศัพท์มือถือไปยังพ่อค้าแม่ค้าชาวเขมรในตลาดโรงเกลือ และพนักงานบ่อนกาสิโนชาวเขมร ให้ร่วมมือแอนตี้ประเทศไทย

ส่งเอสเอ็มเอสชวนแอนตี้สินค้าไทย

จากการตรวจสอบพบว่ามีการส่งเอสเอ็มเอสมายังโทรศัพท์มือถือของชาวกัมพูชาที่มาค้าขายในตลาดโรงเกลือและพนักงานบ่อนกาสิโนชาวกัมพูชาจริง เป็นโทรศัพท์ที่ใช้ซิมการ์ดของกัมพูชา โดยข้อความในเอสเอ็มเอสเป็นภาษาอังกฤษ แปลเป็นไทยว่า “เราเป็นชาวเขมรต้องรักเขมรด้วยกัน เขมรต้องช่วยเหลือเขมรด้วยกัน จงพยายามที่จะลดและเลิกใช้สินค้าไทยหรือสินค้าใดๆ ที่เป็นภาษาไทย เราไม่ควรที่จะให้คนไทยดูถูกเราอีกต่อไป หากคุณเป็นชาวเขมรและมีสายเลือดเขมรจริง กรุณาส่ง SMS ต่อไปยังเพื่อนๆ ชาวเขมรหรือชาวเขมรทั่วโลกด้วย”

กัมพูชาเสริมกำลังทหารกว่า 100 นาย

นายเลือน ยี อายุ 25 ปี พนักงานบ่อนกาสิโนฝั่งปอยเปต ชาวกัมพูชา เปิดเผยว่า เอสเอ็มเอสดังกล่าว ถูกส่งมายังพนักงานบ่อนชาวเขมรและข้าราชการชาวเขมรทั่วปอยเปต ได้โทรศัพท์ไปสอบถามเพื่อนในตลาดโรงเกลือ ส่วนใหญ่ได้รับเอสเอ็มเอสนี้เช่นกัน เชื่อว่าเอสเอ็มเอสดังกล่าว ได้ถูกส่งต่อไปยังชาวกัมพูชาทั่วโลกแล้ว ยอมรับว่าข้อความเป็นการยุยงให้ชาวเขมรเลิกซื้อสินค้าของไทยทั้งหมด และส่อให้เกลียดคนไทยด้วย ด้วยเหตุนี้ตั้งแต่ช่วงเช้า ในฝั่งปอยเปตต่างมีกระแสข่าวลือสะพัดว่า จะมีการปิดด่านพรมแดนของกัมพูชา เนื่องจากอาจจะมีสงครามเกิดขึ้น ทำให้ชาวเขมรบริเวณชายแดนบ้านปอยเปตและพ่อค้าแม่ค้าในตลาดโรงเกลือต่างแตกตื่นตกใจ บางคนรีบแจ้งให้ญาติที่มาค้าขายในตลาดโรงเกลือ เก็บข้าวของกลับเข้าประเทศด่วน ส่งผลให้บรรยากาศการค้าขายในตลาดโรงเกลือดูเงียบเหงาไปถนัดตา

ส่วนสถานการณ์บริเวณชายแดนฝั่งกัมพูชา ด้านตรงข้าม อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว พบว่ามีการเสริมทหารกัมพูชาเข้ามาในพื้นที่ โดยเฉพาะฝั่งตรงข้ามบ้านปลายแหลมหนองเอี่ยน ต.ท่าข้าม อ.อรัญประเทศ มีการเสริมกำลังทหารกัมพูชาเข้ามาอีกกว่า 100 นาย โดยแต่ละนายจะไม่แต่งชุดทหาร แต่แต่งเป็นชุดพลเรือนทั้งหมด ส่วนกำลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทย ก็ยังคงใช้กำลังของ ฉก.กรม.ทพ.ที่ 12 กกล.บูรพา ดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย โดยไม่มีการเสริมกำลังเข้าพื้นที่แต่อย่างใด

บุรีรัมย์จลาจลม็อบฮือรื้อเวทีปราศรัย
เหตุจรจาจล
อย่างไรก็ตาม ได้เกิดเหตุสลดใจและน่าอัปยศอดสูขึ้นที่บริเวณหน้าสถานีรถไฟ อ.เมืองบุรีรัมย์ เมื่อช่วงเย็นวันที่ 24 ก.ค. หลังมีการตั้งเวทีเพื่อปราศรัยของกลุ่มพิทักษ์รักเมืองบุรีรัมย์ โดยมีนายโสภณ เพชรสว่าง หน.กลุ่ม พร้อมแกนนำเตรียมขึ้นเวทีปราศรัย ปรากฏว่ามีกลุ่มต่อต้านกว่า 500 คน รวมตัวตะโกนด่าทอ พร้อมขว้างปาไข่เน่าใส่ตำรวจและกลุ่มนายโสภณ เพื่อไม่ให้ขึ้นปราศรัยบนเวที พร้อมกรูเข้ารื้อเวที พังเครื่องเสียง ลำโพง เสียหายยับเยิน ขณะเกิดเหตุ พล.ต.ต.ประสิทธิ์ ทำดี ผบก.ภ.จ.บุรีรัมย์ พ.ต.อ.วิชัย สังข์ประไพ รอง ผบก.ภ.จ.บุรีรัมย์ นำกำลังตำรวจกว่า 500 นาย เข้าควบคุมเหตุการณ์ โดยไม่มีอาวุธ ยิ่งสร้างความไม่พอใจให้กลุ่มผู้ก่อเหตุ ที่อยู่ ในอารมณ์บ้าคลั่ง พากันขว้างท่อนไม้ ก้อนหิน และเสาธงเหล็ก ใส่กลุ่มตำรวจ ก่อนบุกทุบรถคุมผู้ต้องหาและรถสายตรวจพังเสียหายกระจกแตก 5 คัน แถมยังบุกขึ้นสถานีรถไฟ ใช้ไม้และหินขว้างใส่กระจกกับหอสัญญาณ การจราจรเสียหายหลายแห่ง ก่อนจะแยกย้ายพากันหลบหนี แต่ถูกตำรวจไล่จับกุมได้ 12 คน

เหตุการณ์อัปยศทำ ตร.เจ็บ 17 นาย สาหัส 2

พล.ต.ต.ประสิทธิ์ ทำดี ผบก.ภ.จ.บุรีรัมย์ กล่าวว่า ไม่น่าเกิดเหตุการณ์ที่น่าอดสูเช่นนี้ ถึงขั้นทำร้ายตำรวจบาดเจ็บ 17 ราย สาหัส 2 ราย รถเสียหายหลายคัน สถานที่ราชการคือรถไฟเสียหายหลายแห่ง ได้นำกำลังมาคุ้มกันโดยไม่มีอาวุธเพราะเกรงจะเกิดเหตุรุนแรง พยายามอดกลั้นอย่างเต็มที่ แต่โชคดีที่ประชาชนไม่เป็นอันตราย ส่วนพวกก่อเหตุจะต้องดำเนินคดีอย่างเด็ดขาด เพราะก่อเหตุโดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย จากการสอบถามบอกเพียงไม่พอใจกลุ่มที่ปราศรัยเท่านั้น

โสภณ” เสียใจเตรียมฟ้องผู้ก่อเหตุ

ด้านนายโสภณ เพชรสว่าง กล่าวว่า ไม่เคยเกิดเหตุการณ์คนบุรีรัมย์ก่อเหตุเช่นนี้มาก่อน พวกตนเปิดปราศรัยเพียงเพื่อจะชี้แจงเรื่องปราสาทพระวิหาร และจะเร่งรัดรัฐบาลรีบแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจเท่านั้น ยืนยันว่าไม่มีพวกพันธมิตรมาร่วม รู้สึกเสียใจมาก ปรึกษากับสมาชิกเตรียมฟ้องร้องผู้ก่อเหตุและผู้บงการแล้ว

ชมตำรวจควบคุมฝูงชนด้วยมือเปล่า

ต่อมา พล.ต.ต.อำนวย มหาผล รอง ผบช.ภ.3 เดินทางลงพื้นที่เรียกนายตำรวจเข้าประชุมอย่างเคร่งเครียด หลังรับฟังเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้วได้เปิดเผยว่า น่าเสียใจที่ความขัดแย้งทางความคิดจะบานปลายจนเป็นเหตุรุนแรง ได้กำชับให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่ายเพราะทุกคนมีสิทธิ์ตามกฎหมาย แต่ไม่ใช่ทำตามใจ กฎหมายต้องเป็นกฎหมาย ใครผิดต้องถูกดำเนินคดีแน่นอน อย่างไรก็ตามต้องขอชมเชยที่ตำรวจใช้ความนุ่มนวลไม่มีอาวุธ

อาเซียนยังเรียกร้องให้แก้ปัญหาโดยสันติ

ขณะเดียวกัน เหตุความขัดแย้งเรื่องพรมแดนของไทย-กัมพูชาดังกล่าว สำนักข่าวต่างประเทศยังรายงานอย่างต่อเนื่อง โดยเอเอฟพีรายงานว่า ดร.คอนโดลีซซา ไรซ์ รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ กล่าวในที่ประชุมอาเซียน ว่าด้วยความมั่นคงในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (เออาร์เอฟ) ระหว่างสมาชิกอาเซียน 10 ชาติ กับคู่เจรจาอีก 16 ชาติ ผนวกกับสหภาพยุโรป (อียู) ที่สิงคโปร์ เมื่อ 24 ก.ค. เรียกร้องให้ไทยกับกัมพูชา แก้ข้อพิพาทพรมแดนกันอย่างสันติวิธี เออาร์เอฟรู้สึกเป็นห่วงกับการที่แต่ละฝ่าย ต่างเสริมกำลังทหารและอาวุธเข้าพื้นที่เขตพิพาทตลอด 10 วันที่ผ่านมา พร้อมระบุจะยังใช้แนวทางการเจรจากับชาติในภูมิภาคเพื่อหาทางยุติปัญหาและว่าสหรัฐฯจะยึดเอาแนวทางตามอาเซียนมาประเมิน หากเรื่องนี้ถูกยกขึ้นสู่เวทีหารือของยูเอ็นเอสซี

สำหรับกรณียูเอ็นเอสซีจะเปิดประชุมฉุกเฉินหารือข้อพิพาทพรมแดนไทย-กัมพูชานั้น นายเลอ ลอง มินห์ เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรเวียดนามประจำยูเอ็น ซึ่งเป็นประธานยูเอ็นเอสซีประจำเดือน ก.ค. เผยว่า ยูเอ็นเอสซี กำลังพิจารณาคำร้องของฝ่ายกัมพูชา แต่ยังไม่มีการตัดสินใจอะไรออกมา รวมทั้งกำหนดวันเวลา แต่อาจเป็นไปได้ว่าจะมีขึ้นในสัปดาห์หน้า

ฝรั่งเศสหนุนให้มีการไกล่เกลี่ย

ด้านนายฌ็อง-มอริซ รือแปร์ต์ เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรฝรั่งเศสประจำยูเอ็น กล่าวว่า หลังการหารือเมื่อคืนวันพุธ ยูเอ็นเอสซีน่าจะตัดสินใจในวันพฤหัสฯ เกี่ยวกับกำหนดวันเวลาและรูปแบบการประชุมตามคำร้องฝ่ายกัมพูชา และว่าพวกเรารู้สึกเป็นห่วงต่อสถานการณ์ความขัดแย้ง ยูเอ็นเอสซีควรเข้ามารับผิดชอบเพราะมีหน้าที่ดูแลเรื่องความสงบและความมั่นคง ในส่วนของฝรั่งเศส สนับสนุนให้อาเซียนเข้ามาไกล่เกลี่ยปัญหาเนื่องจากไทยและกัมพูชาต่างก็เป็นสมาชิกอาเซียน อย่างไรก็ดียังไม่เป็นที่ชัดเจนว่ายูเอ็นเอสซีจะแก้ปัญหานี้อย่างไรและด้วยวิธีการไหน

เขมรโยนไทยเสริมทหารชิดแดน

ส่วนรอยเตอร์และเอเอฟพีรายงานว่า นายเขียว กันหะริธ รมว.สารสนเทศและโฆษกรัฐบาลกัมพูชา เรียกร้องให้ไทยและกัมพูชาถอนทหารทั้งหมดจากเขตพิพาท ระบุสถานการณ์ถือว่าอยู่ในขั้นไม่สงบและไม่ราบรื่น เนื่องจากไทยเสริมทัพประชิดพรมแดน ในจำนวนที่มากกว่าฝ่ายกัมพูชา ซึ่งกระทรวงต่างประเทศของไทยได้ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหานี้แล้ว นายเขียวเผยอีกว่ากัมพูชาจะไม่โอนอ่อนกับที่เคยเรียกร้องให้ไทยถอนทหารจากพื้นที่ เพราะถือเป็นการละเมิดอธิปไตยกัมพูชา ละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศและกฎบัตรอาเซียน ส่วน พล.อ.เตีย บันห์ รมว.กลาโหมกัมพูชา ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมทหาร กำชับไม่ให้ใช้กำลังรวมทั้งแจ้งผลหารือกับฝ่ายไทยที่ไม่มีผลคืบหน้าเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาด้วย

สิงคโปร์ติงอย่าทำเรื่องเล็กเป็นเรื่องใหญ่

รอยเตอร์ยังรายงานอ้างคำกล่าวนายจอร์จ เยียว รมว.ต่างประเทศสิงคโปร์ ซึ่งเป็นประธานหมุนเวียนอาเซียน ระบุว่าเรื่องพิพาทพรมแดนไทย-กัมพูชา ยังไม่อยู่ในขั้นที่ต้องนำขึ้นหารือในเวทีประชุมยูเอ็นเอสซี และไม่ควรทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ ควรนำเรื่องกลับมาให้อาเซียนจัดการแก้ไขผ่านการเจรจาแบบทวิภาคี ซึ่งฝ่ายไทยก็เห็นชอบ ขณะที่สมาชิกเออาร์เอฟ 27 ชาติ เรียกร้องให้ทั้งสองฝ่ายแสดงความอดกลั้นไม่ใช้ความรุนแรงแก้ปัญหา ขณะที่โฆษกของนายฮอร์ นัมฮง รมว.ต่างประเทศกัมพูชา กล่าวว่า นายฮอร์จะบินไปนครนิวยอร์กของสหรัฐฯ ในวันศุกร์ เพื่อบรรยายสรุปเรื่องปัญหาพรมแดนต่อยูเอ็นเอสซีในวันจันทร์หน้า ตามที่ได้ทำเรื่องร้องขอไปให้ช่วยแก้ปัญหา

รอยเตอร์ตีข่าวหมักโทร.หาฮุน เซน

ค่ำวันเดียวกัน สำนักข่าวเอพีและเอเอฟพีรายงานว่า กัมพูชาและไทยเห็นชอบเพื่อหารือแก้ข้อพิพาทพรมแดนระหว่างกันมากกว่าจะยื่นเรื่องให้ยูเอ็นพิจารณา โดยนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี หารือทางโทรศัพท์กับสมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา เห็นชอบที่จะจัดหารือกันในระดับรัฐมนตรีต่างประเทศที่จังหวัดเสียมเรียบ ในกัมพูชา ในวันจันทร์ที่ 28 ก.ค. ซึ่งสมเด็จฮุน เซน ยอมที่จะถอนเรื่องร้องเรียนจากยูเอ็นเอสซีออกมาก่อนด้วย ด้านนายเขียว กันหะริธ รมว.สารสนเทศกัมพูชา ออกมายืนยันการหารือดังกล่าวแล้ว รวมทั้งเรื่องที่จะถอนหรือระงับการร้องเรียน แต่หลังจากนั้นไม่นานรอยเตอร์ ก็รายงานเพิ่มเติมว่า หลังนายกฯไทยระบุว่านายกฯกัมพูชาจะถอนเรื่องร้องเรียนยูเอ็นออกมานั้น นายเขียว กันหะริธ รมว.สารสนเทศกัมพูชา ออกมาระบุว่าสมเด็จฮุน เซน เพียงแต่กล่าวว่าเห็นชอบที่จะเลื่อน เรื่องการร้องเรียนยูเอ็นออกไปก่อนเท่านั้น ไม่ได้หมายความว่ากัมพูชาจะถอนเรื่องดังกล่าวออกมาเลย พวกเราต้องการเห็นท่าทีของไทยต่อเรื่องนี้ก่อนว่าจะเป็นอย่างไร

Tag (ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง): กัมพูชา คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ยูเอ็นเอสซี ปราสาทเขาพระวิหาร ดอน ปรมัตถ์วินัย ศาลโลก


หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว ครั้ง
สนับสนุนเนื้อหาโดย
 
  เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ปราสาทตาเมือนธม ประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยดังกรณี เขาพระวิหารหรือไม่ (6 ส.ค. 51)
ตาเมือนธม ส่อบานปลาย! เตีย บัน ลั่นทวงคืน อนุพงษ์ - กรมศิลป์ ย้ำของไทย (6 ส.ค. 51)
เขมรให้ทหารบวชอยู่บนพระวิหารจำนวนมาก (5 ส.ค. 51)
บัวแก้ว ชงเข้าครม.ชี้ขาดวันนี้ ลดกำลังพท.ทับซ้อนไทย-เขมร (5 ส.ค. 51)
ผวา ตาเมือนธม เสร็จเขมร ไทยส่งทหารคุม3ปราสาท (5 ส.ค. 51)
ห้ามทหารเขมรรุกปราสาทตาเหมือนธม (4 ส.ค. 51)
สะพัดเขมรส่งทหารเวียดนาม เสริมชายแดนไทย - กัมพูชา (4 ส.ค. 51)
เขมรอ้างไทยยึด ตาเมือนธม หลังทหารกันไม่ให้ขึ้นปราสาท (3 ส.ค. 51)
สื่อลาว! แฉภาพ นพดล-ทองลุน ตั้งธงสร้างเขื่อนบ้านกุ่ม (3 ส.ค. 51)
ทหารเขมรพร้อมอาวุธบุกปราสาทตาเมือนสุรินทร์ (3 ส.ค. 51)
เตช ขอฝรั่งเศสช่วยแก้ข้อพิพาท ไทย-เขมร (1 ส.ค. 51)
ภริยาฮุนเซ็นร่วมทำพิธีเสริมดวงเมืองบนเขาพระวิหาร (1 ส.ค. 51)
สื่อเขมรตีข่าวเจรจาข้อพิพาท ปลุกระดมคนเขมรเกลียดไทย (29 ก.ค. 51)
อนุพงษ์ โยนรัฐสั่งถอนทหาร เตชนำผลไทย-เขมรแจงครม. (29 ก.ค. 51)
เตช ถกเขมรกรณีพระวิหารคืบ ถอนทหารออกพ้นวัด-ถกเจบีซี (29 ก.ค. 51)
ผลเจรจาไทย-เขมรยุติลงแล้ว ถอนทหารออกจากวัดถกเจบีซี (28 ก.ค. 51)
ไทย - กัมพูชาถกเขาพระวิหาร ยังไม่ยุติ (28 ก.ค. 51)
ทูตทหาร11ประเทศลงพื้นที่สังเกตุการณ์เขาพระวิหาร (28 ก.ค. 51)
ไทย เขมร เจรจรพระวิหาร ยุติ ต่างฝ่ายย้ำจุดยืนของตัวเอง (28 ก.ค. 51)
เปิดประวัติ เตช บุนนาค รมว.ต่างประเทศคนใหม่ (28 ก.ค. 51)
เตชบินถกเขมรแล้ว (28 ก.ค. 51)
อิทธิฤทธิ์พระวิหาร! ฮุน เซน ลอยลำตั้ง รบ.พรรคเดียว (28 ก.ค. 51)
บิ๊กบัง จี้รัฐทวงคืนพื้นที่พระวิหาร 4.6 ตร.กม. (27 ก.ค. 51)
คาดฮุนเซนชนะขาดลอย ซิวเก้าอี้นายกฯกัมพูชาต่อ (27 ก.ค. 51)
คาดพระวิหารส่ง ฮุนเซน ชนะ เลือกตั้งใหญ่พรุ่งนี้ (26 ก.ค. 51)
อานันท์ ชี้เป็นบุญของรัฐบาล ได้ เตช กู้หน้า (26 ก.ค. 51)
แฉมือป่วนพธม.อุดรฯ รับค่าจ้างตีเจ็บ 500 ตายหมื่นบ. (26 ก.ค. 51)
ดัน เตช บุนนาค นั่ง รมว.ต่างประเทศ ถกเขมร (26 ก.ค. 51)
เตือนตกหลุมพลางเขมรจะทำไทยเสียอธิปไตย (25 ก.ค. 51)
เขมรยันแค่เลื่อน ไม่คิดยกเลิกร้องเรียนไปที่ยูเอ็น (25 ก.ค. 51)
สมัครยิ้ม-ฮุนเซนถอนเรื่องพ้นคณะมนตรียูเอ็น (24 ก.ค. 51)
ฝรั่งเศส เริ่มลังเล กัมพูชา ใส่ไฟถึงขั้นจะยิงกัน (24 ก.ค. 51)
ข้อพิพาท เขาพระวิหาร เดือด SMSยุคนเขมรแอนตี้สินค้าไทย (24 ก.ค. 51)
UNเสียงแตกเลื่อนถกกรณีพระวิหารพรุ่งนี้ (24 ก.ค. 51)
มนตรีมั่นคงยูเอ็นรับลูก อุ้มเขมร ส่อจะเอาแดนเพิ่ม (24 ก.ค. 51)
ทักษิณ วอนอย่าดึงเข้าไปเกี่ยวข้อพิพาทพระวิหาร (23 ก.ค. 51)
สหรัฐ-รัสเซีย-จีน หนุนไทย ใช้เวทีทวิภาคีแก้ปัญหา (23 ก.ค. 51)
ชาวเขมรผวาข่าวลือคนไทยวางยาในอาหาร (23 ก.ค. 51)
แม่ทัพภาค2 เสริมทหารเข้าพื้นที่ หลังมีข่าวเขมรเพิ่มจำนวนรถถัง (23 ก.ค. 51)
ติง กัมพูชา อย่าเพิ่งร้องยูเอ็น อาเซียนหวั่นแก้ปัญหายากขึ้น (22 ก.ค. 51)

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ: ฮุนเซนยอมถอน ข้อพิพาท หลังคุยกับสมัคร

แสดงความคิดเห็น

ซ่อนความคิดเห็น

รำคาญข้อความโฆษณา หรือพบข้อความไม่เหมาะสม กรุณาช่วยกันคลิก " แจ้งลบ " เพื่อช่วยให้ทีมงานดำเนินการลบข้อความดังกล่าวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ขอบคุณมากค่ะ

จำนวนข้อความทั้งหมด 251

  1. Re: ฮุนเซนยอมถอน ข้อพิพาท หลังคุยกับสมัคร

ร่วมแสดงความคิดเห็น

[เพิ่มเติม]

รหัสความปลอดภัย

ต้องการรหัสอื่น

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บบอร์ดไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ feedback@sanook.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้