ข่าว การเมือง อาชญากรรม สลากกินแบ่งรัฐบาล สังคม ดารา บันเทิง
  ค้นหาข่าว  
ร้องทุกข์ ร้องเรียน เว็บบอร์ด
helper end
  หน้าแรกข่าว > การเมือง > ผวจ.อุดร2เด้ง เซ่นผู้ชุมนุมถ่อย
 
ผวจ.อุดร2เด้ง เซ่นผู้ชุมนุมถ่อย
โดย ไทยรัฐ วัน พุธ ที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2551 00:00 น.
ฮุน เซน ยังยักท่า อ้างรอไทยถอนทหารก่อน เตช บุนนาค รายงาน ครม. ถึงผลถกเขมร ระบุยันในที่ประชุม ทวิภาคี จะไม่มีเสียงปืนนัดแรกออกจากไทยแน่นอน

ผวจ.อุดร2เด้ง เซ่นผู้ชุมนุมถ่อยหลังจากที่นายเตช บุนนาค รมว.ต่างประเทศคนใหม่ นำคณะเดินทางไปร่วมประชุมทวิภาคี และหารือกับคณะของนายฮอร์ นัม ฮง รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ต่างประเทศ กัมพูชา เกี่ยวกับปัญหาความขัดแย้งชายแดนไทย-กัมพูชา บริเวณปราสาทพระวิหาร ที่โรงแรมดิ อังกอร์ พาเลซ รีสอร์ท แอนด์ สปา จังหวัดเสียมราฐ ประเทศกัมพูชา ท่ามกลางความสนใจจากสื่อมวลชนกัมพูชา และสำนักข่าวต่างประเทศ ที่เกาะติดสถานการณ์นี้ โดยมีการถ่ายทอดสดการประชุมทุกระยะ รวมทั้งมีการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดบริเวณโรงแรมที่ใช้เป็นสถานที่ประชุม เมื่อวันที่ 28 ก.ค. แต่หลังจากเปิดห้องประชุมตั้งแต่เช้าจดเย็นก็ยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน แม้บรรยากาศโดยรวมในการประชุมจะ เป็นที่น่าพอใจนั้น

เตช แจ้งผลถกเขมรใน ครม.

ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 29 ก.ค. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า นายเตช บุนนาค รมว.ต่างประเทศ ได้รายงานต่อ ที่ประชุม ครม.ถึงผลการประชุมทวิภาคีของ รมว.ต่างประเทศ ไทย-กัมพูชา เมื่อวันที่ 28 ก.ค. ทั้งหมด 5 ประเด็น ดังนี้ 1. รมว.ต่างประเทศทั้ง 2 ฝ่าย เห็นควรใช้ความอดกลั้นอย่างที่สุด เพื่อหลีกเลี่ยงโอกาสที่จะเกิดการเผชิญหน้าด้วยกำลังทหาร เพื่อให้ปัญหานี้ได้รับการแก้ไขโดยสันติวิธี โดยใช้กลไกทวิภาคีที่มีอยู่ รวมถึงการหารือระหว่าง รมว. ต่างประเทศ และคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา หรือเจบีซี ที่จัดตั้งขึ้นตามบันทึกความเข้าใจว่าด้วยการสำรวจ และจัดทำหลักเขตแดนทางบกไทย-กัมพูชา ปี 2543 เร่งจัดประชุมเจบีซี โดยเร็ว 2. ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกันที่จะ เสนอรัฐบาลของตน ให้ความเห็นชอบจัดประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมฯครั้งต่อไปโดยเร็วที่สุด เพื่อหารือ ประเด็นต่างๆเกี่ยวกับการสำรวจ และจัดทำหลักเขตแดน ในพื้นที่ที่เกี่ยวข้องภายใต้ข้อกำหนดอำนาจหน้าที่และแผนแม่บท ของคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมฯ (เขาสัตตะ- โสม-บีพี1) ภายหลังจากการประชุม รมว.ต่างประเทศ 2 ฝ่าย ครั้งหน้า

จี้ถอนทหารคุมเชิงวัดแก้วสิขาฯ

3. ทั้ง 2 ฝ่าย เห็นพ้องกันที่จะเสนอรัฐบาลของตน ดำเนินการชั่วคราวในระหว่างที่รอการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดน โดยคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมฯ โดยเป็น ไปตามข้อกำหนดตามรัฐธรรมนูญ และกฎหมายของแต่ละ ประเทศ ดังนี้ 3.1 เก็บกู้ทุ่นระเบิดในพื้นที่ที่จะมีการสำรวจ และจัดทำหลักเขตแดน โดยคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมฯ 3.2 จัดตั้งชุดประสานงานชั่วคราว ประกอบด้วย หน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องทั้ง 2 ฝ่าย เพื่อจัดการกับปัญหาที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ รวมทั้งบริเวณวัด 3.3 ให้ปรับกำลังของฝ่ายตนออกจากวัดแก้วสิขาคีรีสะวารา พื้นที่รอบวัด และปราสาทพระวิหาร สำหรับประเทศไทยรัฐบาลจะตัดสินใจทางนโยบาย ว่าจะปรับกำลังหรือไม่ และฝ่ายทหารจะปฏิบัติตามการตัดสินใจดังกล่าว 4. มาตรการชั่วคราวข้างต้นจะไม่มีผล กระทบต่อสิทธิของ 2 ฝ่าย เกี่ยวกับการสำรวจและจัดทำ หลักเขตแดน ภายใต้กรอบคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมฯ และท่าทีทางกฎหมายของแต่ละฝ่าย 5. ทั้ง 2 ฝ่ายตกลงที่จะหารือประเด็นอื่นๆที่ยังไม่สามารถตกลงกันได้ ในการประชุม รมว.ต่างประเทศต่อไป

ยันไม่มีเสียงปืนนัดแรกจากไทย

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงการต่างประเทศด้วยว่า ในการประชุมทวิภาคี ระหว่างนายเตช กับนายฮอร์ นัม ฮง รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ต่างประเทศกัมพูชาเมื่อ 28 ก.ค. ผู้แทนฝ่ายทหารของไทยได้ยืนยันในที่ประชุม ว่า เสียงปืนนัดแรกจะไม่มาจากฝ่ายไทยแน่นอน หากมี เหตุการณ์ใดๆขึ้น ฝ่ายไทยจะไม่โต้ตอบ โดยจะตรวจสอบข้อเท็จจริงของเหตุการณ์เสียก่อน เพื่อยึดมั่นตามเจตนารมณ์ ของฝ่ายทหารและรัฐบาลของทั้ง 2 ฝ่าย ที่ให้ใช้ความอดกลั้น อย่างถึงที่สุด เพื่อหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าด้วยกำลัง ด้าน นายฮอร์ นัม ฮง กล่าวในที่ประชุมเพียงว่า การประชุมระดับ รมว.ต่างประเทศครั้งแรกนี้รุดหน้า และประสบผลสำเร็จเป็นอย่างดี และย้ำว่าไม่ใช่ครั้งสุดท้าย เพราะต้องใช้เวทีระดับ รมว.ต่างประเทศ หารือกันต่อไป

รมว.กต.กังวลหวั่นเจอมาตรา 190

ก่อนหน้าที่นายณัฐวุฒิจะแถลงถึงเรื่องนี้นั้น บ่ายวันเดียวกัน ภายหลังประชุม ครม. นายชูศักดิ์ ศิรินิล รมต. ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ว่า นายเตช บุนนาค รมว.ต่างประเทศ ได้รายงานให้ที่ประชุม ครม.ทราบ ถึงผลการประชุมหารือร่วมกับ รมว.ต่างประเทศกัมพูชา เมื่อ 28 ก.ค. เมื่อถามว่าการเจรจาดังกล่าว ได้นำรัฐธรรมนูญมาตรา 190 มาประกอบด้วยหรือไม่ นายชูศักดิ์กล่าวว่า เรื่องนี้นายเตชก็เป็นกังวล จึงได้รายงานว่า การไปประชุมดังกล่าว เป็นเพียงขั้นตอนการเจรจา ยังไม่มีการดำเนินการตามขั้นตอนใดทั้งสิ้น และก่อนที่จะลงนาม รมว.ต่างประเทศได้ชี้แจงต่อกัมพูชาว่า จะไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย เป็นเพียงขั้นตอนการเจรจาจนกว่าผู้มีอำนาจหน้าที่ทางกฎหมาย คือรัฐบาลของทั้งสองประเทศจะนำไปพิจารณาและดำเนินการต่อไป ขั้นตอนดังกล่าวเป็นเพียงขั้นตอนทางการทูต เพราะขณะนี้จะเห็นว่าไม่ว่าจะทำสัญญาใดๆ ทุกคนรู้สึกหวั่นเกรงมาตรา 190 ดังนั้นคณะทำงานจึงได้เขียนเพื่อไม่ให้มีผลผูกพัน โดยเฉพาะข้อตกลง 5 ข้อที่ไปทำร่วมกัน และต้องมาพิจารณาว่า การไปเจรจากับกัมพูชาเข้ามาตรา 190 หรือไม่ หากมีข้อทวงติงว่าเข้ามาตรา 190 กระทรวงการต่างประเทศซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบ จะเป็นผู้เสนอเรื่องดังกล่าวเข้าสู่สภา

ยันชัดไทยไม่เสียเปรียบ

เมื่อถามว่า การเจรจาไม่มีข้อผูกพัน จะทำให้เราเสียเปรียบ นายชูศักดิ์ตอบว่า ไม่มี ยืนยันว่าเราไม่เสียเปรียบ เพราะทั้งสองประเทศยังไม่มีการทำข้อตกลงอย่างเป็นทางการ แต่เป็นการดำเนินการเพื่อคลี่คลายปัญหาและสถานการณ์ลงในระดับหนึ่ง สื่ออย่าเพิ่งวิตกกังวล อย่าเพิ่งไปตีความ เพียงแต่เราไปเจรจาเพื่อแก้ปัญหา และคลี่คลายสถานการณ์เท่านั้น เป็นการผ่อนคลายมาตรการทางทหารลง โดยการถอยคนละหนึ่งก้าว ทั้งสองประเทศก็เข้าใจตรงกันว่า ข้อตกลงทั้งหมดนี้จะไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย จนกว่ารัฐบาลของทั้งสองประเทศจะเห็นชอบ ดังนั้นคิดว่าเรื่องนี้ไม่เข้ามาตรา 190 เพราะเป็นเพียงการแก้ปัญหาสถานการณ์เท่านั้นยังไม่ได้เป็นสนธิสัญญา ทั้งนี้ได้เสนอให้กรมสนธิสัญญาพิจารณาประเด็นมาตรา 190 โดยให้ตั้งคณะทำงานและเชิญผู้แทนกระทรวง ทบวง กรม ที่เกี่ยวข้อง มาร่วม เพื่อให้ความเห็นในแต่ละประเด็น โดยกรมสนธิสัญญา จะต้องเป็นเจ้าภาพในการพิจารณาทุกเรื่องว่าเข้าข่ายมาตรา 190 หรือไม่ เพราะอะไร

เผยนายกฯ ชม เตช ทำได้ดี

ทางด้าน พล.ท.สุรพล เผื่อนอัยกา เลขาธิการสำนักงานความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีได้ชมและพอใจในการทำงานของนายเตช บุนนาค รมว.ต่างประเทศ ที่ได้เจรจากรณีปราสาทพระวิหาร ได้พูดถึงการลดการเผชิญหน้าบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา เพราะเริ่มที่จะเห็นทางออกและสามารถแก้ไขปัญหาได้ทีละเปลาะ โดยหลังการหารือจากเมื่อวันที่ 28 ก.ค. ต่อไปก็จะเป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ของทั้งสองฝ่าย ที่จะร่วมหารือกันต่อว่า ทหารของแต่ละฝ่ายจะขยับออกไป และมีระยะห่างเท่าไหร่ มีรายละเอียดอย่างไร ซึ่งจะมีการประชุมกันอีกครั้งเพราะถือเป็นการหารือเฉพาะหน้า นอกจากนี้ในระดับรัฐมนตรีก็ต้องมีการหารือร่วมกันต่อไปอีกในระยะยาว โดยจะมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาหนึ่งชุดเพื่อแก้ไขปัญหานี้เป็นการเฉพาะ เป็นการคุยกันในระดับรัฐมนตรี แต่ยังไม่ได้กำหนดระยะเวลาว่าจะคุยกันอีกครั้งเมื่อไหร่

ฮุน เซน รอถอนทหารพร้อมไทย

ขณะที่สำนักข่าวเอพีและเอเอฟพี รายงานเมื่อ 29 ก.ค. ถึงความคืบหน้าหลังการหารือนานกว่า 12 ชั่วโมง ของผู้แทนฝ่ายไทย-กัมพูชา แก้ข้อพิพาทพรมแดนระหว่างกัน เมื่อวันจันทร์ที่จังหวัดเสียมเรียบหรือเสียมราฐของกัมพูชา โดยต่างเห็นชอบในหลักการที่จะถอนทหารออกจากพื้นที่เขตพิพาทและจะจัดหารือกันครั้งต่อไป พร้อมออกแถลงการณ์ร่วมระบุทั้งสองชาติควรอดกลั้นอย่างถึงที่สุด เพื่อหลีกเลี่ยงความเป็นไปได้ที่จะเผชิญหน้ากันทางกำลังทหารนั้น ซึ่งในวันเดียวกัน สมเด็จฮุน เซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา กล่าวที่กรุงพนมเปญว่า พร้อมสั่งถอนทหารจากพรมแดนไทย แต่ยกให้ฝ่ายไทยเป็นผู้ตัดสินใจว่า จะเริ่มถอนตอนไหน สำหรับกัมพูชาพร้อมทุกเวลา สอดคล้องกับเจีย มน ผู้บัญชาการทหารของกัมพูชาที่ระบุว่า หากไทยถอนทหารออก กัมพูชาถึงจะถอนด้วย ขณะที่ฝ่ายกำลังพลยังไม่พบการเคลื่อนไหว ทหารไทยและกัมพูชา ยังประจำการอยู่ ณ จุดเดิม

กองทัพพร้อมรับคำสั่งรัฐบาล

พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผบ.ทบ. ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการประชุมพิจารณาข้อพิพาทเกี่ยวกับปราสาทพระวิหาร มีมติให้ไทยและกัมพูชาถอนกำลังออกจากพื้นที่ เพื่อลดความตึงเครียดว่า ตอนนี้รอดีกว่า คงไม่ต้องถึงขั้นให้ตนไปสั่งการก่อน และจากผลจากการประชุมนั้น ยังไม่เป็นการปฏิบัติที่ต้องดำเนินการ เพราะจะต้องให้รัฐบาลสั่งการก่อน กองทัพจึงจะดำเนินการ แนวทางที่ออกมาน่าจะเป็นการลดปัญหาความตึงเครียดในพื้นที่ได้ และทั้งสองฝ่ายก็มีแนวทางปฏิบัติที่จะช่วยลดความตึงเครียด และทำให้สถานการณ์ในพื้นที่ดีขึ้น

สมัคร มั่นใจทุกอย่างเรียบร้อย

ต่อมาเวลา 17.00 น. ที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศ ไทย นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ตอบข้อถามผู้สื่อข่าวถึงความคืบหน้าในการเจรจาถอนกำลังทหารออกจากพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชาว่า เขาไม่ได้เรียกว่าถอนทหาร แต่เรียกว่าปรับกำลัง เมื่อถามย้ำว่าจะปรับกำลังเมื่อใด นายสมัครตอบว่า กระทรวงการต่างประเทศกำลังพูดกับทหารอยู่ ทุกอย่างเรียบร้อย ไม่มีปัญหา

เห็นด้วยถอนทหารลดความเสี่ยง

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ผู้นำฝ่ายค้าน และหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า เห็นด้วยกับการที่ไทยและกัมพูชาจะให้มีการถอนทหารออกจากพื้นที่พิพาทบริเวณรอบปราสาทพระวิหาร เพื่อลดความเสี่ยงและความตึงเครียด แต่ต้องเป็นไปพร้อมๆกัน ขณะเดียวกัน การที่มีการเจรจาอย่างต่อเนื่อง และมีการพูดถึงขั้นตอนคณะกรรมการชายแดนร่วมไทย-กัมพูชา น่าจะเป็นเรื่องที่ดี เพราะหมายความว่าทั้งสองฝ่ายต้องการที่จะแก้ปัญหาด้วยวิธีการเจรจา ซึ่งไทยจะต้องไม่ยอมให้มีการพัฒนาพื้นที่ดังกล่าว จนกว่าจะมีการยอมรับในเรื่องของสิทธิที่ยังเป็นปัญหากันอยู่ ทั้งนี้ การที่นายเตช บุนนาค มารับตำแหน่ง รมว.ต่างประเทศ สามารถเรียกความเชื่อมั่นภายในได้ระดับหนึ่ง และเชื่อว่าทุกฝ่ายให้กำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่ ทั้งนี้ นายเตชเพิ่งเข้ามารับตำแหน่ง จะไปคาดคั้นให้มีผลการเจรจามากมายคงไม่ได้ แต่หากเริ่มนำไปสู่การถอนกำลังได้ และไม่กระทบกระเทือนสิทธิ ก็ถือว่าเป็นความสำเร็จระดับหนึ่ง

ชี้ควรให้โอกาส รมว.กต.คนใหม่

เมื่อถามว่า นายเตชมาทางสายของนายนพดล ปัทมะ อดีต รมว.ต่างประเทศ อาจทำให้ไม่สามารถทำงานได้อิสระอย่างแท้จริง นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า ไม่ว่าจะมาอย่างไรก็แล้วแต่ เมื่อมาแล้วต้องตัดสินใจอยู่ข้างประเทศและประชาชน หากไม่เป็นเช่นนั้นก็จะเป็นปัญหา เหมือน กับอีกหลายๆคน แต่ตอนนี้ควรให้โอกาสนายเตชในการทำงาน ขณะเดียวกัน ข้าราชการในกระทรวงการต่างประเทศ ก็มีความตั้งใจดีและมีความเชี่ยวชาญอยู่แล้ว แต่อาจต้องทบทวนว่าในช่วงก่อนหน้านี้ 2-3 เดือน ที่พลาดพลั้งไปในบางเรื่องเป็นเพราะอะไร และอยากให้ กลับไปดูประเด็นหลัก ให้มีความละเอียดรอบคอบ เช่นประเด็นเรื่องแผนที่หรือแผนผังต่างๆอาจเป็นปัญหา

เตือนระวังเจอ ก.ม.ปิดปาก

ที่คณะนิติศาสตร์ จุฬาฯ มีการจัดเสวนาทางวิชา การ เรื่องทางออกเกี่ยวกับปัญหาเขาพระวิหาร โดย นายสุรเกียรติ์ เสถียรไทย อดีต รมว.การต่างประเทศ และอดีตผู้เข้าสมัครชิงตำแหน่งเลขาธิการสหประชาชาติ ร่วมเสวนาด้วย โดยกล่าวว่า มีความห่วงใยต่อกรณีนี้ เพราะเรายังไม่จัดกระบวนทัพหรือยุทธศาสตร์ทางการทูต เพื่อโน้มน้าวให้ประเทศอื่นๆ เข้าใจเรา ที่ผ่านมาไทยมีเพื่อนบนเวทีโลกค่อนข้างมาก แต่ทำไมในการขึ้นทะเบียนมรดก โลกครั้งนี้ ถึงได้สิ้นไร้ไม้ตอก ไม่มีใครเข้าข้างไทย ข้อห่วงใยประการต่อมาคือ กัมพูชาทำหนังสือถึงคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติหลายฉบับ โดยฉบับวันที่ 21 ก.ค. ระบุว่าไทยเป็นภัยคุกคามต่อสันติภาพในภูมิภาคนี้ ดังนั้น ไทยต้องทำหนังสือตอบโต้กลับไป ขณะนี้เรายังไม่ได้ชี้แจงกรณีดังกล่าว รวมทั้งกรณีแถลงการณ์ร่วมไทย-กัมพูชา ที่นายนพดล ปัทมะ อดีต รมว.ต่างประเทศ ไปลงนาม ก็ต้องยกเลิก ไม่เช่นนั้นสิ่งเหล่านี้จะกลับมาทำลายน้ำหนักในการต่อสู้ของไทยบนเวทีโลก และจะเข้าข่ายกฎหมายปิดปาก ทั้งนี้ไทยต้องตั้งรับและตั้งรุกทางการทูต กัมพูชาเปิดประตูรบทางการทูตหลายประตู เราถึงได้ล้มระเนนระนาดอยู่ในขณะนี้ ควรตั้งทีมชี้แจงทำความเข้าใจ แยกเป็น 2 ทีม คือทีมวิชาการที่ชี้แจงต่อยูเนสโก และทีมการเมืองที่ชี้แจงต่อยูเอ็น แม้ว่ากัมพูชาบอกว่าจะถอนเรื่องจากยูเอ็น ก็อย่าวางใจ เพราะเป็นผล ประโยชน์ของแต่ละประเทศ

30 ส.ว.ยื่นประณาม กก.มรดกโลก

วันเดียวกัน ม.ร.ว.ปรียนันทนา รังสิต ส.ว.สรรหา รองประธานคณะกรรมาธิการการต่างประเทศ วุฒิสภา กล่าวว่า ขณะนี้ ส.ว.จำนวน 30 คน ได้ร่วมลงนามในจดหมายเปิดผนึก ส่งไปยังคณะทูตานุทูต ผู้แทนกงสุลประเทศต่างๆ รวมทั้งผู้แทน 21 ประเทศที่เป็นกรรมการตัดสินมรดกโลกในยูเนสโก โดยมีเนื้อหาพอสรุปได้ว่า ยูเนสโกมีภารกิจสำคัญในการส่งเสริมสันติภาพระหว่างประเทศ และการเคารพต่อกันทางสากล โดยยึดหลักการให้เกียรติต่อกัน เคารพในศักดิ์ศรีของอารยธรรมและวัฒนธรรมของแต่ละฝ่าย แต่การตัดสินขึ้นทะเบียนปราสาท พระวิหาร เป็นมรดกโลกให้กับกัมพูชาเพียงฝ่ายเดียว เป็นการกระทำที่ตรงกันข้ามกับหลักการพื้นฐานขององค์การอย่างสิ้นเชิง ก่อให้เกิดความตึงเครียดในภูมิภาคในระดับที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในหลายทศวรรษ ซึ่งอาจก่อให้เกิดภัยร้ายแรงได้ จึงขอประณามคำตัดสินของคณะกรรมการมรดกโลกและยูเนสโก ว่าเป็นคำตัดสินที่แสดงถึงวิสัยทัศน์อันสั้น ขาดความเป็นกลาง มีเจตนาโน้มเอียงทางการเมือง ขัดต่ออุดมการณ์ของยูเนสโกเอง เมื่อยูเนสโกไม่ปฏิบัติตามหลักการ แต่พยายามบงการประเทศอื่น รัฐบาลไทยอาจจะประท้วง ด้วยการลาออกจากการเป็นสมาชิกของมรดกโลกได้

ผวจ.อุดร2เด้ง เซ่นผู้ชุมนุมถ่อยธรรมยาตรายังชุมนุมผามออีแดง

ส่วนสถานการณ์ที่ จ.ศรีสะเกษ เย็นวันเดียวกัน บริเวณด่านทหารพรานทางขึ้นสู่ผามออีแดง นายสมาน ศรีงาม แกนนำกลุ่มธรรมยาตรา นำคณะถือป้ายผ้า มีข้อความหนุนให้ทหารต่อสู้เอาดินแดนคืนมา พร้อมออกแถลงการณ์ 10 ข้อ สรุปว่า การเจรจาที่เสียมราฐไทยแพ้กัมพูชา การถอนกำลังทหารนั้นฝ่ายกัมพูชาต้องเป็นฝ่ายถอน เพราะเป็นดินแดนไทย การที่จะถอนทหารออกจากวัดแก้วสิกขาคีรีวรา เท่ากับยอมให้ทหารกัมพูชายึดครองดินแดน และการที่ให้กัมพูชามาเก็บทุ่นระเบิดในดินแดนไทย คือลูกไม้ฝ่ายกัมพูชาที่ทำให้ไทยหลงกล การรุกยุทธวิธีทางทหารถือว่าไทยได้เปรียบ จึงถอนทหารไม่ได้อย่างเด็ดขาด

นายวีระยุทธ ดวงแก้ว กำนันตำบลเสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ กล่าวว่า ทหารไทยไม่ควรถอนกำลังออกมาจนกว่าจะมีความชัดเจน เพราะตนเกิดและอยู่ที่นี่ รู้ลูกเล่นของกัมพูชาดี รวมทั้งการปิดเขาพระวิหาร ตราบใดที่การเจรจาไม่เรียบร้อยก็ไม่ควรเปิด ผลกระทบถ้าเทียบกันแล้ว ฝ่ายเราเสียผลประโยชน์น้อยกว่ามาก ชาวตำบลเสาธงชัยยินดีรอให้ทุกอย่างชัดเจน จึงจะเปิดเขาพระวิหารอย่างถาวรได้ต่อไป

เขมรปิดปากไม่วิจารณ์ผลประชุม

ที่ฝั่งปอยเปต อ.โอวโจวโรว จ.บันเตียเมียนเจย ประเทศกัมพูชา บรรดาคอการเมืองและสภากาแฟตามชุมชนต่างๆ ไม่มีการพูดคุยหรือวิพากษ์วิจารณ์ถึงผลการประชุมไทย-กัมพูชา กรณีข้อพิพาทปราสาทพระวิหาร แม้แต่ทีวีช่องซีทีเอ็น ของกัมพูชา ซึ่งที่ผ่านมาได้นำเสนอข่าวและวิพากษ์วิจารณ์เรื่องนี้อย่างแข็งกร้าวมาหลายวัน ก็ได้หยุดนำเสนอข่าวดังกล่าวทันทีเช่นกัน โดยหันไปเสนอข่าวผลการเลือกตั้งของกัมพูชาแทน ทำให้บรรยากาศในฝั่งปอยเปตเงียบเหงา ชาวเขมรส่วนใหญ่บอกว่า เป็นคำสั่งของรัฐบาลไม่ให้วิจารณ์กรณีข้อพิพาทปราสาทพระวิหาร เช่นเดียวกับที่ตลาดโรงเกลือ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว พ่อค้า แม่ค้าชาวเขมร ต่างเปิดทีวีช่องซีทีเอ็นของกัมพูชา รอดูข่าวผลการประชุม แต่ทีวีเขมรไม่ได้นำเสนอข่าวดังกล่าว ทำให้พ่อค้าแม่ค้าชาวเขมร ต้องสอบถามคนไทยถึงผลการประชุม เมื่อรู้ว่ายังไม่สามารถหาข้อยุติได้ ชาวเขมรจำนวนมากแสดงท่าทางผิดหวัง เนื่องจากกลัวเกิดเหตุการณ์บานปลาย จนอาจส่งผลกระทบทำให้เกิดการปิดด่านชายแดนได้

พันธมิตรอุดรฯร้อง กมธ.ตร.

ในส่วนปัญหาการตะลุมบอนกันของม็อบ 2 ฝ่ายที่ จ.อุดรธานี จนถึงขั้นเลือดตกยางออก ทั้งที่เป็นคนไทยร่วมชาติเดียวกันนั้น ที่รัฐสภา เวลา 10.00 น. นายเจริญ หมู่ขจรพันธ์ ผู้ประสานงานพันธมิตรฯ จ.อุดรธานี พร้อมด้วยผู้บาดเจ็บจากการถูกทำร้ายร่างกายโดยกลุ่มชมรมคนรักอุดรฯ เข้ายื่นเรื่องต่อนายเฉลิมชัย ศรีอ่อน ประธานคณะกรรมาธิการการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร ขอให้สอบสวนพฤติกรรมของตำรวจอุดรธานี โดยนายเจริญกล่าวว่า ความพยายามเข่นฆ่าผู้คนครั้งนี้ สาเหตุใหญ่เป็นเพราะเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ปฏิบัติหน้าที่ตามที่ควรจะเป็น จงใจปล่อยให้กลุ่มคนที่บ้าคลั่งนับพันคน บุกเข้ามาที่ชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรฯอย่างง่ายดาย ขณะที่กลุ่มคนเหล่านี้ทุบตีชาวบ้านอย่างเมามัน เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไม่ได้เข้าจับกุม ขัดขวาง ได้แต่ยืนดู อธิบายได้อย่างเดียวเท่านั้นว่า ได้รับคำสั่งให้ปฏิบัติตัวเช่นนั้น จึงขอให้คณะกรรมาธิการฯสืบสวนสอบสวน ในพฤติกรรมของตำรวจเมืองอุดรธานี ในเหตุการณ์ดังกล่าวด้วย และควรมีการสั่งย้ายเจ้าหน้าที่ตำรวจทุกระดับที่เกี่ยวข้อง ออกนอกพื้นที่โดยด่วน เพื่อให้การสอบสวนเป็นไปด้วยความรวดเร็ว พร้อมกันนี้ขอฝากให้ดูแลเรื่องความปลอดภัยกับทุกคนที่เข้ามาร้องเรียนด้วย

พร้อมให้ความยุติธรรมเต็มที่

ด้านนายเฉลิมชัยกล่าวว่า คณะกรรมาธิการฯจะพิจารณาให้ความยุติธรรมกับประชาชนให้ดีที่สุดและขอให้เชื่อมั่นในการทำหน้าที่ โดยในวันที่ 30 ก.ค. เวลา 09.00 น. จะเดินทางลงพื้นที่เพื่อสอบข้อเท็จจริงที่ จ.อุดรธานี เพื่อรับฟังคำชี้แจงของผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 4 และผู้กำกับการตำรวจภูธรจังหวัดอุดรธานี จากนั้นจะเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องเข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการฯ ที่รัฐสภาต่อไป เพื่อนำข้อมูลมาประกอบการพิจารณา และอาจเชิญผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติเข้าชี้แจงในโอกาสต่อไปด้วย

ให้ตำรวจดูแลรักษาความปลอดภัย

ขณะที่ นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ ที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการฯ กล่าวว่า เกรงว่า เหตุในลักษณะนี้อาจเกิดขึ้นในพื้นที่อื่นอีก เพราะอาจมีการใช้รูปแบบการต่อต้านการชุมนุมที่ จ.อุดรธานีเป็นต้นแบบ เรื่องอย่างนี้ผู้ที่รับผิดชอบไม่ควรปล่อยให้เกิดขึ้น หากทุกฝ่ายมีความบริสุทธิ์ใจ สำหรับผู้บาดเจ็บที่มาร้องเรียน ทางคณะกรรมาธิการฯได้จดชื่อและที่อยู่ของทุกคนไว้แล้ว โดยประธานคณะกรรมาธิการฯจะทำหนังสือถึง ผบ.ตร. และ ผบก.ป. พร้อมแนบรายชื่อบุคคลเหล่านี้ ขอให้ตำรวจช่วยคุ้มครองดูแลความปลอดภัยให้ด้วย เพราะหากบุคคลเหล่านี้ยังได้รับอันตรายอีก จะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นในการดูแลรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

2 คณะ กมธ.ลงพื้นที่ตรวจสอบเหตุ

ต่อมาเวลา 14.00 น. นายเจริญ หมู่ขจรพันธ์ ผู้ประสานงานพันธมิตรฯ อุดรธานี เข้ายื่นเรื่องร้องต่อนายสมชาย แสวงการ ส.ว.สรรหา ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชน สิทธิเสรีภาพและการคุ้มครองผู้บริโภค วุฒิสภา ให้ตรวจสอบผู้กระทำผิดและหามาตรการ ป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้อีก โดยนายสมชายกล่าวว่า การทำร้ายร่างกายเป็นการละเมิดสิทธิเสรีภาพ นอกจากคณะกรรมาธิการสิทธิมนุษยชนฯ แล้ว ยังมีคณะกรรมาธิการอีก 2 คณะที่จะร่วมตรวจสอบเหตุการณ์ดังกล่าว ร่วมกันคือคณะกรรมาธิการการยุติธรรมและการตำรวจ และคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมืองและการมีส่วนร่วมของประชาชนวุฒิสภา โดยจะมีการลงพื้นที่เกิดเหตุในวันที่ 30 ก.ค. และจะเชิญ ผบ.ตร. ปลัดกระทรวงมหาดไทย ผู้ว่าฯอุดรธานี ผบก.ภ.จ.อุดรธานี และ ผกก.สภ. เมืองอุดรธานี เข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการฯในวันที่ 31 ก.ค.นี้ โดยจะดำเนินการให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมต่อไป

ปลัด มท.ตำหนิพ่อเมืองอุดร

อีกด้านที่กระทรวงมหาดไทยในเวลา 11.00 น. นายพงศ์โพยม วาศภูติ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ ว่า เหตุการณ์ที่มีการปะทะกันอย่างรุนแรงระหว่างกลุ่มพันธมิตรฯและกลุ่มต่อต้านที่ จ.อุดรธานี ตนได้ตำหนินายสุพจน์ เลาวัณย์ศิริ ผวจ.อุดรธานี ว่า ทำไมจึงไม่รู้ว่ามีการปลุกระดมในพื้นที่ จนเป็นเหตุให้มีการปะทะ และตนได้สั่งให้ผู้ตรวจราชการกระทรวงมหาดไทยในเขตพื้นที่ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงกับนายสุพจน์ว่า มีการแกล้งวางเฉย มีใบสั่ง หรือละเลยการปฏิบัติหน้าที่จริงหรือไม่ หากพบว่ามีความผิดจริงจะต้องมีการลงโทษ ส่วนการปะทะที่ จ.มหาสารคามและบุรีรัมย์นั้น จะให้ผู้ตรวจฯลงพื้นที่ตรวจสอบและรายงานข้อเท็จจริงก่อน หากพบว่ามีการกระทำที่ไม่เหมาะสม ก็จะตั้งคณะกรรมการ สอบเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ ขอเรียกร้องไปยังเจ้าหน้าที่ตำรวจและผู้บังคับการตำรวจภูธร จ.อุดรธานี ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นควรจะมีการดำเนินการที่จริงจัง ตรงไปตรงมา ไม่ควรที่จะอยู่เฉย

ป.ป.ช.ตั้งอนุฯไต่สวน ผวจ.อุดรฯ

นอกจากนี้ นายกล้านรงค์ จันทิก กรรมการ ป.ป.ช. ได้แถลงผลการประชุม ป.ป.ช.ว่า ที่ประชุมมีมติตั้งคณะ อนุกรรมการไต่สวน ผวจ.อุดรธานี ผบก.ภ.จ.อุดรธานี และผกก.สภ.เมืองอุดรธานี ข้อหาปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ กรณีปล่อยให้ประชาชนจำนวนมาก พร้อมอาวุธหลายชนิด บุกเข้าทำร้ายประชาชนที่จัดชุมนุมต่อต้านรัฐบาล ที่สวนสาธารณะหนองประจักษ์ จ.อุดรธานี โดยให้นายวิชา มหาคุณ กรรมการ ป.ป.ช. เป็นประธานอนุกรรมการไต่สวน และนายประสาท พงษ์ศิวาภัย กรรมการ ป.ป.ช. เป็นอนุกรรมการไต่สวน หลังจากที่ ป.ป.ช.ได้พิจารณาข่าวทางสื่อมวลชน ประกอบกับมีผู้ส่งแผ่นดีวีดีบันทึกเหตุการณ์มาให้ ป.ป.ช. โดย ผวจ. อุดรธานี ผบก.ภ.จ.อุดรธานี และ ผกก.สภ.อุดรธานี ในฐานะผู้รับผิดชอบพื้นที่ได้ปล่อยปละละเลยให้ประชาชนกลุ่มหนึ่งไปทำร้ายร่างกายประชาชนอีกกลุ่มหนึ่ง ที่ใช้สิทธิแสดงความเห็นโดยสงบปราศจากอาวุธ เป็นเหตุให้มีประชาชนได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก และบางคนได้รับบาดเจ็บสาหัส

ส.ส.ปชป.อยากรู้ดำเนินคดีใครบ้าง

วันเดียวกัน ที่รัฐสภา มีการประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณารายจ่ายประจำปีงบประมาณ 2552 โดยได้พิจารณางบประมาณจำแนกตามจังหวัด 75 จังหวัด ซึ่งถือเป็นครั้งแรกที่มีการแยกส่วนงบประมาณราย จังหวัด ออกจากงบประมาณของกระทรวงมหาดไทยโดยเมื่อมีการพิจารณางบประมาณในกลุ่มจังหวัดภาคอีสานตอนบน นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ส.ส.กทม. กรรมาธิการฯ จากพรรคประชาธิปัตย์ ได้ตั้งข้อสังเกตถึงเหตุการณ์การรุมทำร้ายกลุ่มพันธมิตรฯที่ จ.อุดรธานีว่า อยากถามผู้ว่าฯอุดรธานีว่า หลังจากเหตุการณ์คนไทยลุกขึ้นมาฆ่ากัน จนถึงวันนี้ผู้ว่าฯยังนอนหลับดีอยู่หรือไม่ และอยากถามว่าทำไมจึงมีเหตุการณ์คนไทยลุกขึ้นมาฆ่ากันเอง รวมทั้งคนที่ถูกทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัส ที่ไปรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลขอนแก่นก็ยังถูกคุกคาม ขณะนี้ ได้ตั้งข้อหาใครและดำเนินคดีกับใครบ้าง อยากให้รายงานให้ทราบว่ามีคนเจ็บกี่คน มีคนตายหรือไม่

ผวจ.อุดร2เด้ง เซ่นผู้ชุมนุมถ่อยแฉถูกคนต่างถิ่นบุกด่าจนตีกัน

ระหว่างนั้น นายวิเชียร ขาวขำ ส.ส.อุดรธานี กรรมาธิการฯ จากพรรคพลังประชาชน ได้กล่าวสวนขึ้นทันทีว่า เรื่องม็อบชนม็อบที่อุดรฯ เข้าใจว่าคนที่เข้าไปชุมนุมนั้น ไปด่าคนอุดรฯด้วยถ้อยคำหยาบคาย จนทำ ให้เกิดเรื่อง การเข้าไปก่อกวนแบบนั้นไม่ตีให้ตายก็บุญแล้ว เพราะตอนนี้ทราบว่าคนที่อยู่ห้องไอซียูเป็นคน จ.ตรัง และนนทบุรีทั้งสิ้น ขณะที่นายวิลาศ รุจิวัฒนพงศ์ รองผู้ว่าฯอุดรธานี รับมอบหมายจากนายสุพจน์ เลาวัณย์ศิริ ผู้ว่าฯอุดรธานี ชี้แจงว่า ได้รับมอบหมายจากผู้ว่าฯ ให้มาชี้แจงเรื่องอื่นที่เกี่ยวเนื่องกับงบประมาณเท่านั้น แต่ไม่ได้ รับมอบอำนาจให้ตอบคำถามเรื่องม็อบ

เสธ.บัว โต้ข้อหาหนุนหลังพันธมิตรฯ

สำหรับกรณีที่ ส.ส.พรรคพลังประชาชน ออกมาระบุว่า มีนายทหารยศ พล.ต. เข้าไปร่วมชุมนุมกับกลุ่มพันธมิตรฯที่ จ.อุดรธานี นั้น พล.ต.สุรพันธ์ อินทรบัวศรี หรือ “เสธ.บัว” ผู้ทรงคุณวุฒิกองบัญชาทหารสูงสุด กล่าวว่า พล.อ.อุดมชัย องคสิงห เลขานุการ รมว.กลาโหม ได้เรียกตนไปสอบสวนข้อเท็จจริง ยอมรับว่าไปในที่เกิดเหตุจริง แต่ไม่ได้ไปชุมนุม เพียงแต่วันนั้นไปธุระที่ จ.เลย และเพื่อนที่เรียนนิด้าด้วยกัน ซึ่งเป็นพันธมิตรฯที่ จ.อุดรธานี ไปตั้งเต็นท์ขายเสื้อ ได้โทรศัพท์ตามให้ไปสังเกตการณ์การชุมนุม จึงเดินทางไปกับคนขับรถ ไม่ได้มีกำลังทหาร หรือกำลังพลตามไปด้วย ระหว่างทางได้เปิดวิทยุชุมชนฟังว่ามีการปลุกระดมให้คนรักอุดรออกมาปะทะและทำร้ายกลุ่มพันธมิตรฯ จึงรีบเดินทางไป ก็เห็นคนที่วิ่งเข้ามารุมตีอาการบ้าคลั่ง ตนพยายามห้ามจนบาดเจ็บเล็กน้อยที่นิ้วมือ ปัจจุบันยังช่วยราชการอยู่ที่สำนักงานนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรี ที่ผ่านมาเคยทำงานอยู่กับ พล.อ.เรืองโรจน์ มหาศรานนท์ รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับกลุ่มพันธมิตรฯ และไม่ได้แฝงตัวเข้าไป เมื่อถามว่า ส.ส. พลังประชาชนให้ข้อมูลว่า เป็นเด็กของ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ พล.ต.สุรพันธ์ กล่าวว่า ไม่ใช่ ตนรับราชการเป็นทหารในกองทัพภาคที่ 2 สมัย พล.อ.เปรม ดำรงตำแหน่งแม่ทัพภาคที่ 2 ตั้งแต่ตอนนั้นจนถึงขณะนี้ ไม่เคยพบกันอีกเลย

ขวัญชัย ประกาศสู้พันธมิตรเต็มตัว

ช่วงเช้าวันเดียวกัน ที่สถานีวิทยุชุมชนคนรักอุดรฯ เอฟเอ็ม 97.5 เมกะเฮิรตซ์ นายขวัญชัย สาระคำ หรือไพรพนา ประธานชมรมคนรักอุดร ที่ได้รับแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ในตำแหน่งประจำสำนักเลขาธิการสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ประกาศลาออกจากตำแหน่ง โดยเผยถึงเหตุผลว่า ไม่ต้องการที่จะทำให้เกิดความเสื่อมเสียกระทบกระเทือนต่อรัฐบาลและ ครม. ในการที่จะออกมาต่อสู้ กับกลุ่มพันธมิตรฯ และหลังจากลาออกแล้ว จะออกมาเคลื่อนไหว ในฐานะของชมรมคนรักอุดรฯอย่างเต็มตัว ต่อไปนี้จะใช้สถานีวิทยุของตนเองตอบโต้กับกลุ่มพันธมิตรฯและพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับแกนนำกลุ่มพันธมิตรฯตลอดเวลา

เปิดวีดิโอ-ภาพนิ่งหาตัวผู้ก่อเหตุ

ทางด้านความคืบหน้าในการดำเนินคดีกลุ่มผู้ทำร้าย ร่างกาย ที่ สภ.เมืองอุดรธานี พ.ต.อ.ชัยยันต์ ลาภกิจ รอง ผบก.ภ.จ.อุดรธานี ในฐานะประธานคณะพนักงานสอบสวน และ พ.ต.อ.ก่อเกียรติ วงษ์สุเมธ ผกก.สภ.เมืองอุดรธานี ได้มอบหมายให้พนักงานสอบสวนเร่งสอบสวนพยานหลักฐาน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นภาพเหตุการณ์จากวีดิโอ และภาพนิ่ง นำมาให้พยานระบุว่าเป็นใครเพื่อนำไปเทียบกับทะเบียนประวัติของกระทรวงมหาดไทย โดยได้มีการนำ เอาภาพเหตุการณ์ตอนที่นายชนะศักดิ์ ผ่องเพริดพริ้ง อายุ 54 ปี กำลังถูกชายกว่า 10 คน เข้ารุมตีด้วยไม้ค้อนตีตะปู จนสลบแล้วถูกตีซ้ำ มาเปรียบเทียบจนได้ภาพผู้ที่รุมตีหลายคน แต่มีผู้ระบุชื่อสกุลได้เพียง 2 คนเท่านั้น จึงทำการสอบสวนตามหลักฐานเพื่อเร่งขออนุมัติจับกุมต่อไป

กลัว นปก.บุก จำลองสั่งป้องกันเข้ม

สำหรับบรรยากาศบริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ เมื่อเวลา 06.30 น. พล.ต.จำลอง ศรีเมือง หนึ่งในแกนนำ พันธมิตรฯ ใช้เครื่องขยายเสียงประกาศให้ชายฉกรรจ์เพิ่ม กำลังรักษาความปลอดภัยให้มากขึ้น หลังจากที่จะมีกลุ่ม นปก. จำนวนหนึ่งเดินทางมาบริเวณสำนักงาน ป.ป.ช. โดย กำชับให้เพิ่มกำลังคนทุกด้านที่เป็นทางเข้าออก หลังจากที่ พล.ต.จำลองประกาศ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย จึงเริ่มตรวจเข้มคนเข้าออกประตูทั้งสามด้าน โดยเฉพาะทางเข้าบริเวณแยกมิสกวันชั้นแรก โดยเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประมาณ 20 คน ได้ถืออาวุธประเภทไม้ท่อนเหล็ก และไม้ตีกอล์ฟ ครบมือ ยืนประจำการอยู่ตลอดเวลา ส่วนบริเวณทางเข้า-ออกหลังเวทีมีแผงเหล็กกั้น 2 ชั้น อย่างแน่นหนา ขณะที่ทางเข้า-ออก ข้างกระทรวงศึกษาธิการ มีแผงกั้นอย่างแน่นหนาเช่นกัน โดยมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยจำนวนมากยืนรักษาการณ์อยู่ทุกจุด

ร้องสภาทนายความให้ช่วย

เวลา 11.00 น. นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงาน กลุ่มพันธมิตรฯ นายเจริญ หมู่ขจรพันธ์ ผู้ประสานงานพันธมิตรฯ จ.อุดรฯ พร้อมด้วยนายชนะศักดิ์ ผ่องเพริด-พริ้ง นายแก้ว จันธิชู นายโกวิทย์ เรี่ยวแรงไกรสร ผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ถูกกลุ่มต้านพันธมิตรฯที่ จ.อุดรธานี และนางวชิราภรณ์ โคตรสาร ผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์เดียวกันที่ จ.มหาสารคาม เข้าพบนายเดชอุดม ไกรฤทธิ์ นายกสภา ทนายความ ที่สภาทนายความ ถนนราชดำเนินใน ยื่นหนังสือ กรณีถูกรุมทำร้าย นายสุริยะใสกล่าวว่า ที่มายื่นหนังสือ เพื่อต้องการให้สภาทนายความช่วยหาช่องทางย้ายเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ออกนอกพื้นที่ชั่วคราวเพื่อสะดวกในการตรวจสอบ เนื่องจากผู้บาดเจ็บหลายคนถูกข่มขู่ และต้องการให้เจ้าหน้าที่สภาทนายความลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง

ขรก.ศธ.ฟ้องพันธมิตรทำหนวกหู

ที่ศาลแพ่ง วันเดียวกัน นายสุรินทร์ หิรัญ กับพวกรวม 6 คนที่เป็นกลุ่มข้าราชการ และลูกจ้างประจำกระทรวงศึกษาธิการ เดินทางไปยื่นฟ้อง พล.ต.จำลอง ศรีเมือง นายสนธิ ลิ้มทองกุล นายสมศักดิ์ โกศัยสุข นายพิภพ ธงไชย นายสมเกียรติ พงษ์ไพบูลย์ และนายสุริยะใส กตะศิลา แกนนำกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย เรื่องละเมิด ขับไล่รื้อถอนเวทีปราศรัยของกลุ่มพันธมิตรฯ โดยคำฟ้องสรุปว่า กลุ่มพันธมิตรฯได้เคลื่อนย้ายเวทีปราศรัย มาชุมนุมยังถนนราชดำเนินนอก และปิดถนนตั้งแต่สะพานมัฆวานรังสรรค์ จนถึงแยกสวนมิสกวัน ด้านหน้ากระทรวงศึกษาธิการ ใช้เครื่องขยายเสียงขับไล่รัฐบาลด้วยถ้อยคำหยาบคาย จนเกิดเสียงดังรบกวนการทำงานของข้าราชการในกระทรวง นอกจากนี้การชุมนุมยังทำให้เกิดขยะมูลฝอยจำนวนมาก ทำให้เจ้าหน้าที่ในกระทรวงต้องทนทำงานในที่มีกลิ่นเหม็น เสียสุขภาพอนามัยเป็นอย่างยิ่ง โจทก์ ทั้งหมดต้องประกอบกิจวัตรประจำวันดังกล่าว ต้องเดินทางไปและกลับบ้าน มาทำงานที่กระทรวง ต้องเสื่อมความสะดวก เสื่อมสิทธิตามปกติ เพราะกลุ่มพันธมิตรฯ มาปิดกั้นถนน ขอให้ศาลมีคำสั่งบังคับให้เปิดพื้นที่ผิวจราจร และห้ามให้ใช้เครื่องกระจายเสียง หรือปราศรัย หรือจัดรายการ ระหว่างเวลาปฏิบัติงานของโจทก์ ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า โจทก์ใช้สิทธิฟ้องคดีตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ศาลแพ่งจึงมีอำนาจพิพากษา และโจทก์ใช้ในฐานะประชาชนโดยสุจริต ไม่จำเป็นต้องส่งให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ดังนั้นศาลจึงต้องวินิจฉัยก่อนว่า เห็นควรจะให้มีการไต่สวนคำร้องคุ้มครองชั่วคราวของโจทก์หรือไม่ และเห็นควรรอการไต่สวน โดยให้คู่ความรอฟังคำสั่งในวันที่ 30 ก.ค.นี้ เวลา 09.00 น.

กล่าวหาเป็นยุทธศาสตร์รัฐบาลหุ่นเชิด

ในช่วงค่ำ นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานกลุ่มพันธมิตรฯ แถลงว่ากรณีข้าราชการกระทรวงศึกษาฯ ไปร้องศาลแพ่งว่าการชุมนุมของพันธมิตรฯรบกวนการปฏิบัติหน้าที่ฯ และขอให้ศาลมีการไต่สวนฉุกเฉินเพื่อเปิดการจราจรถนนราชดำเนินนั้น มั่นใจว่าการร้องศาลแพ่งครั้งนี้จะไม่ง่ายเหมือนกรณี ร.ร.ราชวินิต เชื่อว่าเรื่องนี้เป็น ยุทธศาสตร์ของรัฐบาลหุ่นเชิด ที่พยายามกำจัดการชุมนุมทุกวิถีทาง แต่หากศาลห้ามชุมนุมที่สะพานมัฆวานจริงๆ ก็ยังมีที่อื่นอีกมากให้เลือก ส่วนที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติให้มีการไต่สวนเหตุการณ์พันธมิตรฯถูกล้อมตีที่อุดรฯ นั้น เห็นว่าการไต่สวนหาผู้รับผิดชอบในเหตุการณ์ เน้นที่การเอาผิดข้าราชการในพื้นที่เท่านั้น ทั้งที่เรื่องนี้มีการทำกันอย่างเป็นขบวนการ มีคนรู้เห็นเป็นใจในการใช้ความรุนแรง จึงไม่น่าเอาผิดคนในพื้นที่อย่างเดียว ส่วนที่พันธมิตรฯนัดชุมนุมใหญ่ในเวลา 14.00 น.วันที่ 1 ส.ค. เพราะมีความเป็นไปได้ว่าหลังเปิดประชุมสภา พรรคพลังประชาชนจะมีการยื่นแก้รัฐธรรมนูญ



Tag (ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง): พันธมิตรประชาชน นปก อุดรธานี ม็อบเถื่อน ฮุน เซน เตช บุนนาค ปราสาทพระวิหาร ไทย กัมพูชา


หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว ครั้ง
สนับสนุนเนื้อหาโดย
 
  เรื่องที่เกี่ยวข้อง
พธม.รื้อเวทีมัฆวานฯ 14-19 พ.ย.เปิดทางพระราชพิธีฯ (22 ก.ย. 51)
บ้านนายกฯใหม่คึกคัก ผบ.ตร.-สส.พปช. แห่เข้าพบ (22 ก.ย. 51)
ปชป.เหน็บ 3 บิ๊ก ตัวจริงจัดโผครม. นายใหญ่-นายหญิง-นายในบ้าน แนะ5ข้อตั้งรมต. (22 ก.ย. 51)
สุเทพ แนะ แม้ว สงบปากเลิกทำตัวเป็นเจ้าของพปช. พิภพ ท้านายกฯพิสูจน์ตัวเอง (19 ก.ย. 51)
จงรัก สั่งคุมเข้มม็อบ2ฝ่ายตั้งจุดตรวจสกัดเผชิญหน้า (19 ก.ย. 51)
สมชาย ต่อสายเคลียร์ สนธิ เมื่อคืน ชวลิต แนะแก้ปัญหาพันธมิตรฯ โดยการแก้ไข ความคิด (19 ก.ย. 51)
สมชาย ทาบ ทนง-โอฬาร ร่วมทีมเศรษฐกิจรัฐบาลใหม่ (18 ก.ย. 51)
เด็กเนวิน ทวงเก้าอี้ แต่ไก่โห่ ลั่นต้องได้รัฐมนตรี 6ตำแหน่ง (17 ก.ย. 51)
มติสภาเลือก สมชาย นายกฯ ชนะ อภิสิทธิ์ ขาด298ต่อ163 (17 ก.ย. 51)
พนง.NBTจี้เปลี่ยนโลโก้เป็นช่อง 11 (16 ก.ย. 51)
6พรรคร่วมนัดถก19.00น.คืนนี้ ดัน สมชาย นั่งนายกฯ 17ก.ย. (16 ก.ย. 51)
เพื่อนเนวินส่อจูบปาก สมชาย ยุติปัญหาความขัดแย้งในพปช. (16 ก.ย. 51)
ส่อเลื่อนพิพากษาคดี ที่ดินรัชดา เป็น 17 ต.ค.! นักกม.ชี้เหตุ แม้ว-อ้อ เผ่น ศาลฯตัดสินลับหลัง (16 ก.ย. 51)
72 สส.กบฏ พปช. ขู่โนโหวต!! ค้าน สมชาย นั่งนายกฯ (16 ก.ย. 51)
กานต์ บอกอาจยุบสภา พปช.ยังไม่ได้มตินายก (15 ก.ย. 51)
เยาวภา ขู่เตรียมร่างยุบสภา หากส.ส.ไม่หนุนผัวนั่งนายกฯ (15 ก.ย. 51)
ตร.จัดชุดเฉพาะกิจจับ 9 แกนนำพันธมิตรฯ (15 ก.ย. 51)
พันธมิตร ปรับพื้นที่รับชุมนุมยืดเยื้อ (15 ก.ย. 51)
73 สส.ก๊วนเนวินจี้กก.บห.ทบทวนหนุนสมชาย (15 ก.ย. 51)
มติคณะกก.บริหารพรรคพปช. เสนอ สมชาย เป็นนายกฯใหม่ (15 ก.ย. 51)
เด็ก ยุทธ ตู้เย็น ดัน สมชาย อ้างเหมาะเป็นนายกฯมากสุด (15 ก.ย. 51)
ประชุมกรรมการบริหาร พปช. เลือก สมชาย นั่งนายกฯวันนี้ (15 ก.ย. 51)
ยงยุทธ-เจ๊แดง ดัน สมชาย นั่งนายก! สายเหนือดัน สมพงษ์ สำรอง (15 ก.ย. 51)
พันธมิตรฯเหนือเสนอดัน ชวน นั่งเก้าอี้นายกฯ (15 ก.ย. 51)
พันธมิตร ออกแถลงการณ์ไม่เอา นายกฯหุ่นเชิด ประกาศต้อง "รัฐบาลประชาภิวัฒน์" เท่านั้น (15 ก.ย. 51)
5พรรคตอบรับเข้าร่วม จันทร์นี้รู้ใครนั่งนายกฯ (15 ก.ย. 51)
โหร คมช. หนุนรบ.แห่งชาติ ระบุ3ส.บารมีไม่ถึงอยู่ไม่นาน (14 ก.ย. 51)
แกนนำนปช.ระบุ 19 ก.ย.เตรียมชุมนุมที่สนามหลวง (14 ก.ย. 51)
พธม.เมินแลกข้อหากบฎกับ 111 ทรท. (14 ก.ย. 51)
เพื่อแผ่นดินตกลง3 ส.เข้าร่วมจัดตั้งรัฐบาล (14 ก.ย. 51)
3 ส.เดินสายเชิญพรรคร่วมตั้งรัฐบาล (14 ก.ย. 51)
ผู้ว่าการรถไฟยันสายใต้วิ่งได้ทุกขบวนจันทร์นี้ (14 ก.ย. 51)
เกิดมาสู้เพื่อความถูกต้อง นายกสโมสรนศ.ม.รังสิต (14 ก.ย. 51)
ยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินมีผลวันนี้ สมชาย วอนยุติความขัดแย้ง (14 ก.ย. 51)
สนธิ เสนอให้ตุลาการยุบสภาเลือกตั้งใหม่ (14 ก.ย. 51)
ยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉิน (14 ก.ย. 51)
ปูด มิสเตอร์ที คนใกล้ชิดอดีตนายกฯ หากินโครงการรถเมล์ 4พันคัน!! (14 ก.ย. 51)
ยุใช้อำนาจตุลาการยุบสภา สนธิปฏิเสธนายกฯพปช. (14 ก.ย. 51)
ใบสั่งแม้ว สมชาย นายกฯเติ้งผนึก5พรรคหักพปช.ชู สมพงษ์ (14 ก.ย. 51)
ยันพปช.ปูดแลก นิรโทษกรรม111 - คดีกบฏ (13 ก.ย. 51)

ความคิดเห็นเกี่ยวกับ: ผวจ.อุดร2เด้ง เซ่นผู้ชุมนุมถ่อย

แสดงความคิดเห็น

ซ่อนความคิดเห็น

รำคาญข้อความโฆษณา หรือพบข้อความไม่เหมาะสม กรุณาช่วยกันคลิก " แจ้งลบ " เพื่อช่วยให้ทีมงานดำเนินการลบข้อความดังกล่าวได้รวดเร็วยิ่งขึ้น ขอบคุณมากค่ะ

จำนวนข้อความทั้งหมด 279

  1. Re: ผวจ.อุดร2เด้ง เซ่นผู้ชุมนุมถ่อย

  2. Re: ผวจ.อุดร2เด้ง เซ่นผู้ชุมนุมถ่อย

  3. Re: ผวจ.อุดร2เด้ง เซ่นผู้ชุมนุมถ่อย

  4. Re: ผวจ.อุดร2เด้ง เซ่นผู้ชุมนุมถ่อย

ร่วมแสดงความคิดเห็น

[เพิ่มเติม]

รหัสความปลอดภัย

ต้องการรหัสอื่น

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บบอร์ดไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ feedback@sanook.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้