หน้าแรกข่าว > สังคม > เทคโนโลยี > RFID เพื่อโลจิสติกส์ยุคใหม่

RFID เพื่อโลจิสติกส์ยุคใหม่

      • 28 ต.ค. 52 00.45 น.
      • อ่าน ครั้ง
    • เลือกขนาดตัวอักษร : font-dec font-inc
  • เดลินิวส์ สนับสนุนเนื้อหา
180 กม.ต่อชม.ยังอ่านทัน

เทคโนโลยี อาร์เอฟไอดี RFID หรือ เรดิโอ ฟรีเควนซี่ ไอเดนทิฟิเคชั่น (Radio Frequency Identification) เป็นระบบจำแนกวัตถุด้วยคลื่นความถี่วิทยุที่พัฒนาขึ้นเพื่อใช้แทนบาร์โค้ด มีจุดเด่นตรงสามารถอ่านข้อมูลจากแท็ก (Tag) หรือแถบป้ายบอกข้อมูลได้หลาย ๆ ชิ้นโดยไม่ต้องคอยเอามาแตะสัมผัส ทัศนวิสัยไม่ดีมีความเปียกชื้น แรงสั่นสะเทือน การกระทบกระแทก หรือในที่ระดับความเร็วสูง ก็อ่านค่าได้ เอามาใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย เช่น ใช้เป็นบัตรผ่านเข้าออกสถานที่ต่าง ๆ บัตรจอดรถ ตามศูนย์การค้าต่าง ๆ หรือติดไว้ในรถบรรทุกสินค้าเพื่อติดตามข้อมูลระหว่างการขนส่ง

บริษัทเอเซนเทค (ประเทศไทย) จำกัด ผู้เชี่ยวชาญด้านไอทีระบบขนส่ง ได้ร่วมกับพันธมิตรผู้ผลิตชิปอาร์เอฟไอดี ประเทศจีน นำ แท็ก รุ่นใหม่ ซึ่งไม่ใช่แบตเตอรี่ (พาสซีฟ แท็ก) ที่ได้ปรับปรุงความไวในการรับส่งสัญญาณกับเครื่องอ่านอาร์เอฟไอดี ชนิดยูเอช เอฟ (UHF) ให้เพิ่มขึ้นและลดการใช้พลังงานลงเหลือเพียง 30 ไมโครวัตต์ ซึ่งน้อยกว่าชิปรุ่นแรกที่ใช้ 50 ไมโครวัตต์ ช่วยให้ได้ระยะการอ่านไกลมากขึ้นตามไปด้วย ราว 20-30 เปอร์เซ็นต์

แท็ก มีขนาดบางจนแทรกลงในเนื้อกระดาษได้ จึงแนบกับป้ายของกรมการขนส่งทางบก หรือจะติดไว้ที่โคมไฟหน้ารถก็ได้

กำพทสุทธิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทเอเซนเทคฯ กล่าวว่า เทคโนโลยีและชิปรุ่นใหม่ที่นำมาใช้ เมื่อติดกับรถขนส่ง จะสามารถอ่านค่าได้แม้รถเคลื่อนที่ด้วยความเร็วถึง 120-180 กม.ต่อชม. และแยกช่องทางซ้ายและขวา ลำดับรถก่อนหลังได้ เหมาะกับงานเก็บค่าผ่านทาง การติดตามรถยนต์ ระบบโลจิสติกส์ (การขนส่งต่อเนื่องหลายวิธี) และงานขนส่งทุกประเภท

ระบบติดตามการขนส่งด้วยอาร์เอฟไอดี นำมาประยุกต์ใช้กับทุกสาขาในงานอุตสาหกรรมและการจัดการซัพพลายเชน ได้แก่ เก็บข้อมูลตามจุดที่ต้องการได้สะดวกและเพิ่มเติมได้ง่าย, ประมวลผลนำเสนอต่อผู้เกี่ยวข้องได้อย่างรวดเร็วทันการใช้งาน นำไปใช้วิเคราะห์เพื่อประโยชน์ต่อการบริหาร เช่น ต้นทุนหรือแผนงาน ช่วยลดงานเอกสาร, ลดต้นทุนในการปฏิบัติงาน ทั้งเวลาและกำลังคนจากการบันทึกและประมวลผล, ลดความผิดพลาดที่เกิดจากป้อนข้อมูลโดยพนักงาน และสามารถเชื่อมต่อกับอุปกรณ์ต่าง ๆ ในระบบควบคุมอัตโนมัติ เช่น แขนกลกั้นรถ, ไฟสัญญาณ เป็นต้น

ตัวอย่างการใช้งานอาร์เอฟไอดี ที่ได้ผลดี คือระบบค่าผ่านทางประเทศสิงคโปร์ ซึ่งไม่มีด่านเก็บเงินและรถวิ่งผ่านได้ด้วยความเร็วสูง ระบบจะติดตั้งเครื่องอ่านคร่อมทางไว้หลายจุด สามารถอ่านค่าแท็กที่ติดรถวิ่งผ่านและจำแนกได้อ่นยำ จึงไม่มีปัญหารถติดค้างหน้าด่านเก็บเงิน

กำพล อธิบายข้อดี ด้วยว่า ค่าใช้จ่ายต่ำ ลงทุนระบบราวหนึ่งแสนห้าหมื่นบาท แท็กติดรถยนต์ชิ้นละไม่เกินสิบห้าบาท ไม่มีค่าแอร์ไทม์ (ค่าส่งสัญญาณ) และเปรียบเทียบกับการติดตามด้วยจีพีเอส หรือระบบบอกตำแหน่งวัตถุด้วยดาวเทียม จะมีค่าอุปกรณ์ติดรถยนต์คันละสองหมื่นบาท และมีค่าแอร์ไทม์ จากการส่งสัญญาณผ่านระบบจีพีอาร์เอส

กำพลเปิดเผยว่า จะจัดบรรยายเทคโน โลยีอาร์เอฟไอดี ย่านความถี่ยูเอชเอฟ สำหรับโลจิสติกส์และการขนส่งพร้อมกับให้ทดสอบด้วยการติดแท็กในรถยนต์ที่เคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูง 120-180 กม.ต่อชม.เพื่อวัดความแรงสัญญาณ สำหรับแยกช่องซ้าย ขวา ลำดับก่อนหลัง วันที่ 29 ต.ค.เวลา 11.00-17.00 น. ที่สนามแข่งรถบางกอก แดรก อเวนิว คลองห้า ถนนรังสิต-นครนายก

เป็นเทคโนโลยีที่คนในธุรกิจขนส่งรุ่นใหม่ไม่ควรมองข้าม.

Tags:
 

ร่วมแสดงความคิดเห็น

[เพิ่มเติม]

รหัสความปลอดภัย

ต้องการรหัสอื่น

เงื่อนไข การร่วมแสดงความคิดเห็น ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็บบอร์ดไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง และถ้าท่านพบเห็นข้อความใดที่ขัดต่อกฎหมายและศีลธรรม หรือเป็นการกลั่นแกล้งเพื่อให้เกิดความเสียหาย ต่อบุคคล หรือหน่วยงานใด กรุณาส่ง email มาที่ feedback@sanook.com เพื่อให้ผู้ควบคุมระบบทราบและทำการลบข้อความนั้น ออกจากระบบต่อไป ขอขอบพระคุณล่วงหน้า มา ณ โอกาสนี้