ข่าว การเมือง อาชญากรรม สลากกินแบ่งรัฐบาล สังคม ดารา บันเทิง
 
  ค้นหาข่าว  
 
ร้องทุกข์ ร้องเรียน เว็บบอร์ด
helper end
  หน้าแรกข่าว > สกู๊ปพิเศษ > เศรษฐกิจไทยกับการท่องเที่ยว
 

เศรษฐกิจไทยกับการท่องเที่ยว

โดย มติชน วัน พฤหัสบดี ที่ 10 พฤษภาคม พ.ศ. 2550 02:02 น.
โดย ไชยา ยิ้มวิไล

สภาวะชาติบ้านเมืองปัจจุบันนี้ ต้องยอมรับว่า ลุ่มๆ ดอนๆ มาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งปัญหาทางด้านเศรษฐกิจที่อยู่ใน สภาวะนิ่ง จนกลายสภาพมาเป็น ถอยหลัง ในที่สุด

จากหลากหลายสำนักและสถาบันต่างๆ ด้านเศรษฐกิจ ต่างทยอยออกมาแถลงถึงผลของการเก็บข้อมูล ตัวเลขทางเศรษฐกิจ ต่างๆ โดยเฉพาะ อัตราการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ หรือ ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ ที่มักเรียกกันติดปากว่า จีดีพี (GDP) ว่าปี 2550 นี้ อัตราการเจริญเติบโต ถดถอย จากเดิมที่ตั้งเป้ากันไว้ว่าจะเติบโตประมาณร้อยละ 4 ถึง 4 กว่าๆ แต่ล่าสุดน่าจะตกมาอยู่ที่ระดับร้อยละ 3.5-3.8 และไตรมาสสุดท้ายปีนี้มีคาดการณ์กันว่าอาจจะต่ำกว่าระดับร้อยละ 3 เนื่องด้วยสภาวะเศรษฐกิจสหรัฐ และจีน

เหตุผลสำคัญเกิดจากสองปัจจัย กล่าวคือ ปัจจัยด้านการบริโภคของประชาชนและปัจจัยความไม่เชื่อมั่นของนักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติ ส่วนเหตุผลสำคัญต่างแสดงความคิดเห็นไปในทิศทางเดียวกันคือ การเมือง

ความจริงที่เราต้องยอมรับว่า ความสัมพันธ์ ระหว่างการเมืองและเศรษฐกิจนั้นในยุคโลกปัจจุบันแยกกันไม่ออกเด็ดขาด ยิ่งการเมืองในบ้านเราเป็นสภาพอย่างที่เห็นและเป็นอยู่นั้น ไม่ต้องเอ่ยถึงเลยว่า เศรษฐกิจตกสะเก็ดมากน้อยอย่างไร ทุกฝ่ายต่าง ไม่เอามือล้วงกระเป๋า ก็ยืนกอดอก เฝ้ารอดูท่าทีไปจนถึงไม่ปลายปี 2550 นี้ก็ช่วงไตรมาสแรกของปี 2551

อย่างไรก็ตาม สภาพปัญหาที่พอประมวลและประเมินได้นั้น เกิดจาก สภาพภายใน (INSIDE) แทบทั้งสิ้น พูดง่ายๆ คือ เรา หวั่นไหว-ตื่นตูม กับความเคลื่อนไหวและแรงกระเพื่อมกันเองภายใน จน หวาดวิตก-วิตกจริต ไม่ยอมจับจ่ายใช้สอยและมีการลงทุน

เมื่อเป็นเช่นนั้น ภายนอก (OUTSIDE) โดยเฉพาะภาคการลงทุนต่างชาติก็พลอยต้อง ชะลอ ไปโดยปริยายเพราะหุ้นส่วนคนไทยคอยกระตุกขาไว้ว่า ใจเย็นรอเดี๋ยว!

แต่ก็เป็นกรณีที่น่าแปลกใจว่า อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ก็ยังรักษาสถานภาพได้ดี โดยมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าออกบ้านเราอย่างต่อเนื่อง สร้างรายได้ให้กับประเทศชาติช่วง 7-8 เดือนที่ผ่านมา นับแสนล้านบาท จนมีการสำรวจจากบริษัท วีซ่า เอเชีย-แปซิฟิก ร่วมกับสมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (พาต้า : PATA) ทางออนไลน์กับกลุ่มตัวอย่าง 5,000 กว่ารายที่คัดเลือกจากนักท่องเที่ยว 10 ประเทศที่ตั้งใจจะมาเที่ยวภูมิภาคเอเชีย

ผลการสำรวจปรากฏว่า ประเทศไทยเรายังเป็นจุดหมายปลายทางแรกที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ต้องการมาเที่ยว ทั้งๆ ที่สถานการณ์ทางด้านการเมืองยังอยู่ในสภาวะที่ไม่สงบ ทั้งนี้บรรดานักท่องเที่ยวที่อยากจะเที่ยวเมืองไทยนั้น 2 ใน 3 ของกลุ่มตัวอย่างจำนวนร้อยละ 47 ระบุว่าเคยมาเที่ยวเมืองไทยแล้ว ซึ่งส่อนัยชัดเจนว่า ติดใจประเทศไทย

พูดง่ายๆ ก็หมายความว่า นักท่องเที่ยวต่างชาติที่ถูกสำรวจในครั้งนี้ จัดทำขึ้นในประเทศออสเตรเลีย แคนาดา จีน เยอรมนี อินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ สวีเดน สหรัฐอเมริกา และอังกฤษ ต่างตอบเป็นเสียงเดียวกัน ประเทศไทย เป็นประเทศที่น่าท่องเที่ยวที่สุด

สถานที่ท่องเที่ยวของไทย ตลอดจน วัฒนธรรมพื้นบ้าน ความสวยงามของธรรมชาติและความเป็นมิตรของคนไทย ต่างดึงดูดให้นักท่องเที่ยวเดินทางมาเที่ยวเมืองไทยเป็นอันดับหนึ่ง ทั้งๆ ที่ข่าวคราวสถานการณ์ความไม่สงบภายในประเทศมีการนำเสนออย่างต่อเนื่องก็ตาม

แต่บรรดานักท่องเที่ยวทั้งหลายเหล่านี้ กลับไม่ให้ความสนใจ และ/หรือ น้ำหนักแต่ประการใด

เมื่อช่วงกลางเดือนเมษายน ผู้เขียนจำต้องเดินทางไปยุโรป จึงมีเวลาได้สังเกตการณ์ผู้โดยสารบนสายการบินไทย พร้อมสนทนาพูดคุยกับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ปรากฏว่าบนเครื่องบินทั้งขาไปและขากลับ เต็มไปด้วยชาวต่างชาติประมาณร้อยละ 75-80 และมักตอบเป็นเสียงเดียวกันว่า ชอบเมืองไทยมาก! และก็มิได้อยู่ท่องเที่ยวเฉพาะในกรุงเทพมหานคร แต่ท่องเที่ยวไปทั่วทั้งภาคเหนือและภาคใต้

ถามว่า ชอบอะไรประเทศไทย! เขาเหล่านั้นมักจะตอบทันทีว่า ชอบอาหารไทย-ชอบคนไทย ถามต่อว่า ปลอดภัยหรือไม่! เขาตอบอย่างไม่ลังเลเลยว่า ปลอดภัย และก็มิใช่ครั้งแรกที่มาเที่ยวเมืองไทย แต่มาเที่ยวแล้วหลายครั้งและปีหน้าก็จะมาเที่ยวอีก

หน่วยงานที่เกี่ยวข้องคงหนีไม่พ้น การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ที่ต้องยอมรับว่าทั้งๆ ที่สถานการณ์บ้านเมืองเป็นเช่นนี้ แต่จากผลงาน AMAZING THAILAND ที่ได้ถูกดำเนินการรณรงค์อย่างต่อเนื่อง แม้แต่รัฐมนตรี ดร.สุวิทย์ ยอดมณี ที่ดูแลการท่องเที่ยวและกีฬา ตลอดจน ผู้ว่าฯ ททท.คุณพรศิริ มโนหาญ ที่ได้มีโอกาสสนทนาพูดคุยด้วยเมื่อไม่นานมานี้ ต่างเดินสายเชิญชวนนักท่องเที่ยวมาโดยตลอด ซึ่งทั้งสองท่านก็เพิ่งจะมารับตำแหน่ง แต่ต้องถือว่า จริงจัง! กับบทบาทหน้าที่อย่างน่าชื่นชม

อย่างไรก็ดี การเดินสายเพื่อให้ชาวต่างชาติ เข้าใจ สถานการณ์บ้านเมืองเรา ถือว่าเป็น ภารกิจ ที่สำคัญที่สุด จึงน่าจะเป็นเหตุผลสำคัญที่นักท่องเที่ยว ตลอดจนผลสำรวจที่ปรากฏออกมาว่า เมืองไทยคือจุดหมายปลายทางแรกที่อยากมาเที่ยว!

การแต่งตั้งรัฐมนตรีช่วยกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ต้องยอมรับว่าเป็นการตัดสินใจที่ถูก ในการนำดร.ณัฐ อินทรปาน ผู้คร่ำหวอดในวงการกีฬามาอย่างยาวนาน และมีประสบการณ์ตลอดจนประสานงานได้ครบถ้วนกับวงการกีฬานี้ เท่ากับ วางตัวบุคคลเหมาะกับงาน เพื่อให้ ดร.สุวิทย์ จะได้ทุ่มเทภารกิจด้านการท่องเที่ยวได้มากกว่าเดิม ซึ่งก็ปฏิบัติภารกิจหนักมาโดยตลอด ตั้งแต่ดำรงตำแหน่ง

ไม่ว่าสถานการณ์บ้านเมืองเราจะเป็นอย่างไร สงบ-ปกติ หรือ ปรวนแปร อย่างในปัจจุบัน อุตสาหกรรมการท่องเที่ยว ยังเป็นอุตสาหกรรมหลักที่สร้างรายได้ให้กับประเทศชาตินับหลายแสนล้านบาท และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ที่ต้องยอมรับว่ารณรงค์การท่องเที่ยวทุกรูปแบบอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าเชิงอนุรักษ์ธรรมชาติเชิงการเกษตร เชิงศิลปวัฒนธรรมขนบธรรมเนียมประเพณี เชิงสันทนาการ บันเทิงหย่อนใจ โดยจัดให้มีการกิจกรรมทั่วทุกภูมิภาค ทุกสัปดาห์ ทุกเดือน

ผู้เขียนว่าอย่างน้อยที่สุด ก็ยังมีหน่วยงานภาครัฐแห่งนี้ที่ ไม่มีเกียร์ว่าง! พร้อมทั้งสร้างให้เป็นอุตสาหกรรมให้เกิดรายได้กับชาติบ้านเมืองอย่างต่อเนื่อง ยิ่งสถานการณ์ปัจจุบันเป็นเช่นนี้นักท่องเที่ยวต่างชาติ ขนเงิน มาใช้จ่ายกระตุ้นการบริโภคและเศรษฐกิจ ทั้งระดับจุลภาคและภูมิภาค เราทุกคนต่างต้องช่วยกัน

มิใช่ ดีแต่ขัดแข้งขัดขากัน!

หน้า 7

 


 
หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว ครั้ง
อ่านข่าวทั้งหมดของ มติชน ได้ที่นี่
 
ข่าวอื่นๆ คลิปข่าวเด็ด S! TV
news สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานภาค 7 อุบลราชธานี รับสมัครเตรียมเป็นผู้ทดสอบมาตรฐานฝีมือ
news นักเรียน - เยาวชนจันทบุรีแห่ชมนิทรรศการพระบิดาแห่งฝนหลวง
news สำนักงานพัฒนาชุมชน จ.ลำพูน ดำเนินงานพัฒนาชุมชนปีงบประมาณ 2553
news จ.สุราษฎร์ธานี ฉลองพระชนมายุ 84 พรรษา แด่สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวด
news สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ออกแถลงการณ์ คัดค้านการตั้งคณะกรรมการ 4 ฝ่ายแก้ไขปัญหามาบตาพุดไม่มีความเหมา
news จังหวัดสุราษฎร์ธานี จัดกิจกรรมวันนัดพบแรงงานและงานอาชีพ
tvASTV1
tvDMC
tvMVTV1
tvMVTV2
tvMVTV3
tvNation
tvสทท.11
tvMCOT
กระทู้ที่เกี่ยวข้อง ตั้งกระทู้ใหม่, ตั้งกระทู้โหวต, ดูกระทู้ทั้งหมด >>
เศรษฐกิจไทยกับการท่องเที่ยว