ข่าว การเมือง อาชญากรรม สลากกินแบ่งรัฐบาล สังคม ดารา บันเทิง
 
  ค้นหาข่าว  
 
ร้องทุกข์ ร้องเรียน เว็บบอร์ด
helper end
  หน้าแรกข่าว > สกู๊ปพิเศษ > ถึงเวลา...เปลี่ยนแปลงโครงสร้าง คณะกรรมการอัยการ
 

ถึงเวลา...เปลี่ยนแปลงโครงสร้าง คณะกรรมการอัยการ

โดย มติชน วัน จันทร์ ที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2550 04:19 น.
โดย ปฏิวัติ ธนากรรัฐ รองอัยการจังหวัดชุมพร

หากวันที่ 19 สิงหาคม 2550 ประชาชนคนไทยส่วนใหญ่ลงประชามติให้ความเห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่

จะมีผลทำให้ องค์กรอัยการ กลายมาเป็นองค์กรอื่นตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ขึ้นมาโดยทันที

ซึ่งตามมาตรา 255 แห่งร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ บัญญัติไว้ว่า พนักงานอัยการมีอำนาจหน้าที่ตามที่บัญญัติในรัฐธรรมนูญนี้และตามกฎหมายว่าด้วยอำนาจและหน้าที่ของพนักงานอัยการและกฎหมายอื่น

พนักงานอัยการมีอิสระในการพิจารณาสั่งคดีและการปฏิบัติหน้าที่ให้เป็นไปโดยเที่ยงธรรม

การแต่งตั้งและการให้อัยการสูงสุดพ้นจากตำแหน่งต้องเป็นไปตามมติของคณะกรรมการอัยการ และได้รับความเห็นชอบจากวุฒิสภา

ให้ประธานวุฒิสภาเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งอัยการสูงสุด

องค์กรอัยการมีหน่วยธุรการที่เป็นอิสระในการบริหารงานบุคคล การงบประมาณ และการดำเนินการอื่น โดยมีอัยการสูงสุดเป็นผู้บังคับบัญชา ทั้งนี้ ตามที่กฎหมายบัญญัติ

พนักงานอัยการต้องไม่เป็นกรรมการในรัฐวิสาหกิจหรือกิจการอื่นของรัฐในทำนองเดียวกัน เว้นแต่จะได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการอัยการ ทั้งต้องไม่ประกอบอาชีพหรือวิชาชีพ หรือกระทำกิจการใดอันเป็นการกระทบกระเทือนถึงการปฏิบัติหน้าที่ หรือเสื่อมเสียเกียรติศักดิ์แห่งตำแหน่งหน้าที่ราชการ และต้องไม่เป็นกรรมการ ผู้จัดการ หรือที่ปรึกษากฎหมาย หรือดำรงตำแหน่งอื่นใดที่มีลักษณะงานคล้ายคลึงกันนั้นในห้างหุ้นส่วนบริษัท

ให้นำบทบัญญัติมาตรา 202 มาใช้บังคับโดยอนุโลม

กรณีนี้จึงเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ชาติไทยที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยซึ่งเป็นกฎหมายสูงสุดได้มีการบัญญัติรับรององค์กรอัยการไว้ในรัฐธรรมนูญ ทำให้องค์กรอัยการมีสถานะทัดเทียมกับองค์กรของศาล อันเป็นหลักประกันการปฏิบัติหน้าที่ของพนักงานอัยการในการอำนวยความยุติธรรมให้แก่ประชาชนในคดีอาญา การรักษาผลประโยชน์ของรัฐ ตลอดจนการคุ้มครองสิทธิของประชาชน โดยปลอดจากการแทรกแซงจากอำนาจอื่น ซึ่งประชาชนจะเป็นผู้ได้รับประโยชน์สูงสุด

เมื่อเป็นเช่นนี้แล้ว องค์กรอัยการเองก็ต้องถึงเวลาแล้วที่จะต้องจัดให้มีการปฏิรูปและบูรณาการองค์กรของตัวเองกันอย่างขนานใหญ่ และต้องให้ได้มาตรฐานของหน่วยงานหลักในกระบวนการยุติธรรมที่ดีขึ้นกว่าเดิม ให้สมกับที่รัฐธรรมนูญได้ให้เกียรติและให้ความไว้วางใจองค์กรอัยการให้เป็นองค์กรหนึ่งตามรัฐธรรมนูญ เช่นเดียวกับองค์กรของศาลและองค์กรอิสระทั้งหลาย

ความจริงแล้ว...มีหลายสิ่งหลายอย่างที่องค์กรอัยการจะต้องทำการปฏิรูปและบูรณาการตัวเอง แต่ก่อนที่จะต้องทำการใดๆ เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว

สิ่งแรกที่องค์กรอัยการควรที่จะต้องเปลี่ยนแปลงให้ได้ก่อนเป็นอันดับแรกก็คือ...การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างคณะกรรมการอัยการ (ก.อ.)

โครงสร้างของคณะกรรมการอัยการในปัจจุบันเป็นไปตามมาตรา 15 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ.2521 ซึ่งบัญญัติไว้ว่า ให้มีคณะกรรมการอัยการคณะหนึ่งเรียกย่อว่า ก.อ. ประกอบด้วย

(1) ประธานคณะกรรมการ ซึ่งเลือกจากผู้รับบำนาญตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการซึ่งเคยรับราชการเป็นข้าราชการอัยการมาแล้วในตำแหน่งไม่ต่ำกว่ารองอธิบดีกรมอัยการหรือรองอัยการสูงสุด หรือผู้ทรงคุณวุฒิในทางกฎหมายซึ่งเป็นผู้รับบำนาญตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการและเคยรับราชการในตำแหน่งไม่ต่ำกว่าอธิบดีหรือเทียบเท่าขึ้นไป ทั้งนี้ ต้องไม่เคยเป็นสมาชิกหรือเจ้าหน้าที่พรรคการเมืองในระยะเวลาสิบปีที่ผ่านมา และไม่เป็นข้าราชการการเมือง สมาชิกรัฐสภา หรือทนายความ

(2) อัยการสูงสุดเป็นกรรมการอัยการโดยตำแหน่ง

(3) รองอัยการสูงสุดตามลำดับอาวุโส จำนวนไม่เกินสี่คนเป็นกรรมการอัยการโดยตำแหน่ง

(4) กรรมการอัยการผู้ทรงคุณวุฒิหกคน ซึ่งข้าราชการอัยการที่ได้รับเงินเดือนตั้งแต่ชั้น 2 ขึ้นไปเป็นผู้เลือกจาก

(ก) ข้าราชการอัยการซึ่งรับเงินเดือนตั้งแต่ชั้น 4 ขึ้นไป และมิได้เป็นกรรมการอัยการโดยตำแหน่งอยู่แล้ว สามคน

(ข) ผู้รับบำเหน็จหรือบำนาญตามกฎหมายว่าด้วยบำเหน็จบำนาญข้าราชการ ซึ่งเคยรับราชการเป็นข้าราชการอัยการมาแล้ว และต้องไม่เป็นข้าราชการการเมือง เจ้าหน้าที่ในพรรคการเมือง หรือทนายความ สามคน

(5) กรรมการอัยการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้รับเลือกจากวุฒิสภาจำนวนสองคน และคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งจำนวนหนึ่งคน

ตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารแผ่นดิน พ.ศ.2534 มาตรา 31 วรรคท้าย กำหนดให้สำนักงานอัยการสูงสุดแบ่งส่วนราชการแตกต่างจากหน่วยราชการอื่นได้ เนื่องจากสำนักงานอัยการสูงสุดมีกฎหมายจัดรูปแบบองค์กร การกำหนดบทบาท และสถานะของพนักงานอัยการเทียบคล้ายกับฝ่ายตุลาการ ซึ่งแตกต่างจากหน่วยราชการอื่นๆ อย่างสิ้นเชิง

ดังนั้น...การจัดโครงสร้างของคณะกรรมการอัยการจึงต้องเทียบเคียงกับการจัดโครงสร้างของคณะกรรมการของฝ่ายตุลาการ นั่นก็คือ...คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.) และคณะกรรมการตุลาการศาลปกครอง (ก.ศ.ป.) ซึ่งบัญญัติรับรองไว้ทั้งในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2540 และในร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ พ.ศ.2550

ซึ่งตามมาตรา 221 แห่งร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ บัญญัติไว้ว่า คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมประกอบด้วยบุคคลดังต่อไปนี้

(1) ประธานศาลฎีกาเป็นประธานกรรมการ

(2) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในแต่ละชั้นศาล ได้แก่ ศาลฎีกาหกคน ศาลอุทธรณ์สี่คน และศาลชั้นต้นสองคน ซึ่งเป็นข้าราชการตุลาการในแต่ละชั้นศาล และได้รับเลือกจากข้าราชการตุลาการในแต่ละชั้นศาล (ตามมาตรา 274 แห่งรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2540 กำหนดให้มีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในแต่ละชั้นศาล ศาลละสี่คน)

(3) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนสองคน ซึ่งไม่เป็นหรือเคยเป็นข้าราชการตุลาการและได้รับเลือกจากวุฒิสภา

ตามมาตรา 226 แห่งร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ บัญญัติว่า คณะกรรมการตุลาการศาลปกครองประกอบด้วยบุคคลดังต่อไปนี้

(1) ประธานศาลปกครองสูงสุดเป็นประธานกรรมการ

(2) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนเก้าคนซึ่งเป็นตุลาการในศาลปกครองและได้รับเลือกจากตุลาการในศาลปกครองด้วยกันเอง

(3) กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้รับเลือกจากวุฒิสภาสองคนและจากคณะรัฐมนตรีหนึ่งคน

เมื่อพิจารณาเปรียบเทียบระหว่างคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมและคณะกรรมการตุลาการศาลปกครองกับคณะกรรมการอัยการ จะพบว่ามีข้อแตกต่างอยู่สองประการคือ

1.ประธานศาลฎีกาเป็นประธานคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม และประธานศาลปกครองสูงสุดเป็นประธานคณะกรรมการศาลปกครอง แต่ในโครงสร้างของคณะกรรมการอัยการกลับปรากฏว่าประธานคณะกรรมการอัยการมาจากข้าราชการบำนาญที่ข้าราชการอัยการเป็นผู้เลือกเข้ามา ส่วนอัยการสูงสุดเป็นเพียงกรรมการอัยการโดยตำแหน่งเท่านั้น

2.กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้รับเลือกตั้งจากตุลาการศาลยุติธรรมและตุลาการศาลปกครอง มาจากข้าราชการตุลาการเท่านั้น ไม่มีกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่มาจากข้าราชการตุลาการบำนาญแต่อย่างใด ซึ่งแตกต่างจากกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิของคณะกรรมการอัยการที่มาจากการเลือกตั้งของข้าราชการอัยการจากข้าราชการอัยการบำนาญจำนวนสามคนและจากข้าราชการอัยการจำนวนสามคน

และถ้าหากเปรียบเทียบโครงสร้างของคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรมกับคณะกรรมการอัยการในเชิงลึกลงไปอีก ก็จะพบความแตกต่างอีกประการหนึ่งว่า...ตามร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิเป็นข้าราชการตุลาการในแต่ละชั้นศาลและได้รับการเลือกตั้งจากข้าราชการตุลาการในแต่ละชั้นศาล โดยศาลฎีกาหกคน (เดิมสี่คน) ศาลอุทธรณ์สี่คน และศาลชั้นต้นสองคน (เดิมสี่คน)

แต่กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่เป็นข้าราชการอัยการตามโครงสร้างของคณะกรรมการอัยการ ต้องเป็นข้าราชการอัยการซึ่งรับเงินเดือนตั้งแต่ชั้นสี่ขึ้นไปที่ได้รับการเลือกตั้งจากข้าราชการอัยการตั้งแต่ชั้นสองขึ้นไป

จากการเปรียบเทียบดังกล่าวแสดงให้เห็นว่า...ในโครงสร้างของคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม ข้าราชการตุลาการในแต่ละชั้นศาล มีตัวแทนของตนนั่งทำหน้าที่อยู่ในคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม

แต่ในโครงสร้างของคณะกรรมการอัยการ ให้สิทธิเฉพาะข้าราชการอัยการตั้งแต่ชั้นสี่ขึ้นไปเท่านั้นที่จะเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิได้ อีกทั้งยังจำกัดสิทธิเลือกตั้งของข้าราชการอัยการชั้นหนึ่งด้วย และในความเป็นจริงเมื่อมีการเลือกตั้งกรรมการอัยการผู้ทรงคุณวุฒิในแต่ละครั้งผู้ที่ได้รับการเลือกตั้งเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในสายข้าราชการอัยการก็คือ ข้าราชการอัยการชั้นหกหรือชั้นเจ็ด ซึ่งเป็นข้าราชการอัยการชั้นผู้ใหญ่ทั้งนั้น ส่วนข้าราชการอัยการชั้นสี่หรือชั้นห้าไม่เคยได้รับการเลือกตั้ง

การเลือกตั้งเช่นนี้จึงเป็นเสมือนการเลือกตั้งในระบบศักดินาของอัยการเท่านั้น ทำให้ข้าราชการอัยการเท่านั้น ทำให้ข้าราชการอัยการในแต่ละระดับชั้นขาดตัวแทนของตนที่จะทำหน้าที่อยู่ในคณะกรรมการอัยการ

เป็นเหตุให้ปัญหาหลายสิ่งหลายอย่างในสำนักงานอัยการสูงสุดไม่ได้รับการแก้ไขและเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้นเท่าที่ควร

เมื่อพิจารณาตามสถิตอัตรากำลังในปัจจุบันของสำนักงานอัยการสูงสุด...ข้าราชการอัยการมีจำนวนทั้งสิ้น 2,355 คน ประกอบไปด้วย อัยการอาวุโส 157 คน อัยการชั้นแปด 1 คน อัยการชั้นเจ็ด 6 คน อัยการชั้นหก 413 คน อัยการชั้นห้า 318 คน อัยการชั้นสี่ 618 คน อัยการชั้นสาม 550 คน อัยการชั้นสอง 392 คน และอัยการชั้นหนึ่ง 57 คน

สำหรับข้าราชการธุรการของสำนักงานอัยการสูงสุดมีจำนวนทั้งสิ้น 1,845 คน

จึงถึงเวลาแล้วที่ควรที่จะมีตัวแทนของข้าราชการอัยการในแต่ละระดับชั้น (ยกเว้นข้าราชการอัยการชั้นหนึ่งและชั้นสองที่อาวุโสยังน้อย) เข้าไปทำหน้าที่เป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ

ในคณะกรรมการอัยการเฉกเช่นเดียวกับกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ในแต่ละชั้นศาลของคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม

โดยข้าราชการอัยการชั้นเจ็ดและชั้นแปดอาจเทียบเคียงได้กับผู้พิพากษาศาลฎีกา ข้าราชการอัยการชั้นห้าและชั้นหกอาจเทียบเคียงได้กับผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ และข้าราชการอัยการชั้นสามและชั้นสี่อาจเทียบเคียงได้กับผู้พิพากษาศาลชั้นต้น

และตามร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ในส่วนที่เกี่ยวกับองค์กรอัยการ ได้มีการกำหนดให้องค์กรอัยการมีหน่วยธุรการที่เป็นอิสระในการบริหารงานบุคคล การงบประมาณ และการดำเนินการอื่น กรณีจึงถึงเวลาแล้วเช่นกันที่ควรจะให้ข้าราชการธุรการของสำนักงานอัยการสูงสุดมีตัวแทนของตนอย่างน้อยหนึ่งคนทำหน้าที่อยู่ในคณะกรรมการอัยการ

ฉะนั้น...สิ่งที่ควรจะต้องแก้ไขและเปลี่ยนแปลงในโครงสร้างของคณะกรรมการอัยการตามพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ.2521 เพื่อรองรับการเป็นองค์กรอื่นตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ มีดังต่อไปนี้

(1) ยกเลิกตำแหน่งประธานกรรมการของคณะกรรมการอัยการซึ่งเลือกมาจากข้าราชการอัยการบำนาญหรือข้าราชการบำนาญผู้ทรงคุณวุฒิทางกฎหมาย และยกเลิกกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งเลือกมาจากข้าราชการอัยการบำนาญ เหตุผลเพื่อให้ท่านผู้อาวุโสเหล่านี้ได้พักผ่อนอย่างมีความสุขในบั้นปลายของชีวิต แล้วปล่อยให้การบริหารจัดการและนำพาองค์กรอัยการก้าวไปข้างหน้าเป็นภารกิจของข้าราชการอัยการที่ยังรับราชการอยู่

(2) ให้อัยการสูงสุดเป็นประธานกรรมการของคณะกรรมการอัยการ เฉกเช่นเดียวกับที่ประธานศาลฎีกาเป็นประธานกรรมการของคณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม และประธานศาลปกครองสูงสุดเป็นประธานกรรมการของคณะกรรมการตุลาการศาลปกครอง เหตุผลเพราะว่าอัยการสูงสุดเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดของข้าราชการอัยการและข้าราชการธุรการของสำนักงานอัยการสูงสุด

(3) ให้รองอัยการสูงสุดตามลำดับอาวุโส จำนวนไม่เกินสี่คนเป็นกรรมการอัยการโดยตำแหน่ง กรณีนี้เป็นไปตามโครงสร้างปัจจุบัน

(4) ให้มีกรรมการอัยการผู้ทรงคุณวุฒิหกคน ซึ่งได้รับเลือกจากข้าราชการอัยการ ดังนี้

(ก) ข้าราชการอัยการ ซึ่งรับเงินเดือนชั้น 6 สองคน ซึ่งได้รับเลือกจากข้าราชการอัยการซึ่งรับเงินเดือนชั้น 6

(ข) ข้าราชการอัยการ ซึ่งรับเงินเดือนชั้น 5 สองคน ซึ่งได้รับเลือกจากข้าราชการอัยการซึ่งรับเงินเดือนชั้น 5

(ค) ข้าราชการอัยการ ซึ่งรับเงินเดือนชั้น 4 หนึ่งคน ซึ่งได้รับเลือกจากข้าราชการอัยการซึ่งรับเงินเดือนชั้น 4

(ง) ข้าราชการอัยการ ซึ่งรับเงินเดือนชั้น 3 หนึ่งคน ซึ่งได้รับเลือกจากข้าราชการอัยการชั้น 1 ชั้น 2 และชั้น 3

เหตุผลเพื่อให้ข้าราชการอัยการในแต่ละระดับชั้นมีตัวแทนของตนในคณะกรรมการอัยการยกเว้นข้าราชการอัยการชั้นหนึ่งและชั้นสองซึ่งอาวุโสน้อย จึงยังไม่ควรที่จะเป็นกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ แต่ควรให้สิทธิข้าราชการอัยการชั้นหนึ่งและชั้นสองมีสิทธิเลือกตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากข้าราชการอัยการชั้นสามเป็นตัวแทนของตน

(5) ให้มีกรรมการอัยการผู้ทรงคุณวุฒิจำนวนหนึ่งคน ซึ่งข้าราชการธุรการของสำนักงานอัยการสูงสุดเลือกจากข้าราชการธุรการตั้งแต่ระดับเจ็ดขึ้นไป เหตุผลเพื่อให้ข้าราชการธุรการของสำนักงานอัยการสูงสุดที่มีอยู่เป็นจำนวนมากทั่วประเทศ ได้มีตัวแทนของตนทำหน้าที่ในคณะกรรมการอัยการ

(6) กรรมการอัยการผู้ทรงคุณวุฒิซึ่งได้รับการเลือกสรรจากสภาผู้แทนราษฎรหนึ่งคน รับการเลือกสรรจากวุฒิสภาหนึ่งคน และคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งหนึ่งคน เหตุผลเพื่อให้องค์กรอัยการมีจุดเชื่อมโยงกับฝ่ายบริหารและฝ่ายนิติบัญญัติ ซึ่งมาจากการเลือกตั้งของประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยที่แท้จริง

และเพื่อประโยชน์ในการประสานงาน การงบประมาณ และการดำเนินการอื่นใด

สิ่งที่กล่าวมาทั้งหมด เป็นเพียงแนวความคิดที่สะท้อนออกมาจากมุมมองของพนักงานอัยการคนหนึ่ง ซึ่งอาจจะสอดคล้องกับแนวความคิดของพนักงานอัยการคนอื่นอีกหลากหลายคน

แต่การเปลี่ยนแปลงแก้ไขโครงสร้างของคณะกรรมการอัยการจะมีความเป็นไปได้มากน้อยเพียงใด ย่อมขึ้นอยู่กับวิสัยทัศน์ของคณะผู้บริหารสำนักงานอัยการสูงสุดในปัจจุบัน และผู้มีอำนาจในบ้านเมืองที่จะต้องพิจารณาหาคำตอบ

แต่สัจธรรมที่แท้จริงของทุกสรรพสิ่งในโลกนี้...ย่อมมีพัฒนาการและมีความเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา

ไม่มีสรรพสิ่งใดที่จะอยู่เหนือการเปลี่ยนแปลงไปได้

หน้า 7

 


 
หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว ครั้ง
อ่านข่าวทั้งหมดของ มติชน ได้ที่นี่
 
ข่าวอื่นๆ คลิปข่าวเด็ด S! TV
news สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานภาค 7 อุบลราชธานี รับสมัครเตรียมเป็นผู้ทดสอบมาตรฐานฝีมือ
news นักเรียน - เยาวชนจันทบุรีแห่ชมนิทรรศการพระบิดาแห่งฝนหลวง
news สำนักงานพัฒนาชุมชน จ.ลำพูน ดำเนินงานพัฒนาชุมชนปีงบประมาณ 2553
news จ.สุราษฎร์ธานี ฉลองพระชนมายุ 84 พรรษา แด่สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวด
news สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ออกแถลงการณ์ คัดค้านการตั้งคณะกรรมการ 4 ฝ่ายแก้ไขปัญหามาบตาพุดไม่มีความเหมา
news จังหวัดสุราษฎร์ธานี จัดกิจกรรมวันนัดพบแรงงานและงานอาชีพ
tvASTV1
tvDMC
tvMVTV1
tvMVTV2
tvMVTV3
tvNation
tvสทท.11
tvMCOT
กระทู้ที่เกี่ยวข้อง ตั้งกระทู้ใหม่, ตั้งกระทู้โหวต, ดูกระทู้ทั้งหมด >>
ถึงเวลา...เปลี่ยนแปลงโครงสร้าง คณะกรรมการอัยการ