ข่าว การเมือง อาชญากรรม สลากกินแบ่งรัฐบาล สังคม ดารา บันเทิง
 
  ค้นหาข่าว  
 
ร้องทุกข์ ร้องเรียน เว็บบอร์ด
helper end
  หน้าแรกข่าว > สกู๊ปพิเศษ > บทวิเคราะห์ข่าวต่างประเทศ เรื่อง วิกฤติการเมืองครั้งใหม่ในพม่า
 

บทวิเคราะห์ข่าวต่างประเทศ เรื่อง วิกฤติการเมืองครั้งใหม่ในพม่า

โดย กรมประชาสัมพันธ์ วัน พฤหัสบดี ที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2550 09:26 น.
การประท้วงในพม่าเริ่มบานปลายลุกลามเป็นเหตุการณ์รุนแรง เมื่อตำรวจปราบจลาจลใช้กระบอง แก๊สน้ำตาและยิงปืนขู่เพื่อสลายการชุมนุมของกลุ่มผู้ประท้วง ซึ่งมีพระและแม่ชีเป็นแกนนำที่หน้าพระเจดีย์ ชเวดากองในกรุงย่างกุ้ง หลังกลุ่มผู้ประท้วงฝ่าฝืนคำสั่งห้ามการชุมนุมที่ประกาศใช้เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ท่ามกลางความวิตกกังวลของนานาชาติที่เกรงกันว่า รัฐบาลทหารพม่าจะใช้กำลังทหารปราบปรามกลุ่มผู้ประท้วงอีก ดังเช่นที่เคยเกิดขึ้นเมื่อปี 2531 ซึ่งครั้งนั้นมีรายงานว่า มีผู้เสียชีวิตมากถึง 3,000 คน

การประท้วงในพม่าเริ่มขึ้นตั้งแต่วันที่ 19 สิงหาคมที่ผ่านมา หลังรัฐบาลประกาศขึ้นราคาน้ำมันเชื้อเพลิงหลายเท่าตัว ในขณะที่รายได้ของประชาชนไม่เพิ่มขึ้น ชีวิตความเป็นอยู่ยังแร้นแค้น กระแสกดดันดังกล่าวส่งผลให้การประท้วงขยายตัวลุกลามจากกรุงย่างกุ้งออกไปหลายเมือง รวมทั้งเมืองมัณฑะเลย์ ซึ่งเป็นเมืองใหญ่อันดับ 2 และเป้าหมายของการประท้วงการปรับขึ้นราคาน้ำมันได้กลายเป็นการชุมนุมต่อต้านรัฐบาล โดยมีพระสงฆ์ซึ่งเคยมีบทบาทสำคัญในการต่อสู้เพื่อให้พม่า พ้นจากการเป็นอาณานิคมของอังกฤษและอำนาจเผด็จการเป็นแกนนำ ต่อมาก็มีแม่ชีเข้าร่วมการชุมนุมด้วยเป็นครั้งแรก

การประท้วงในช่วงแรกเป็นเพียงการเดินขบวนสวดมนต์เพื่อสันติภาพและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นของประชาชนโดยมีการรวมตัวกันที่พระเจดีย์ชเวดากองและพระเจดีย์ซูเล ซึ่งเป็นศูนย์รวมทางด้านจิตใจของพุทธศาสนิกชนชาวพม่า แต่เมื่อมีนักศึกษาและประชาชนเข้าร่วมการชุมนุมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง กลุ่มผู้ประท้วงจึงเริ่มเรียกร้องให้รัฐบาลจัดการเจรจากับพรรคฝ่ายค้านเพื่อสร้างความปรองดองในชาติ และปล่อยตัวนักโทษการเมืองทั้งหมด รวมทั้งนางออง ซาน ซูจี ผู้นำเรียกร้องประชาธิปไตย และเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา มีผู้เข้าร่วมเดินขบวนต่อต้านรัฐบาลในกรุงย่างกุ้งมากถึง 100,000 คน มากที่สุดนับตั้งแต่เกิดการลุกฮือขึ้นต่อต้านรัฐบาลเมื่อปี 2531

การประท้วงครั้งล่าสุดทำให้รัฐบาลต้องออกประกาศเตือนพระสงฆ์ที่เข้าร่วมการประท้วงหลายพันคนไม่ให้เข้าร่วมในกิจที่ไม่เกี่ยวกับพระและกลับวัดโดยเร็ว ทางการพม่ายังได้ส่งรถบรรทุกทหารเต็มคันประมาณ 10 คันเตรียมพร้อมรักษาความปลอดภัยตามถนนสายสำคัญต่างๆ แต่กลุ่มผู้ประท้วงก็ไม่ได้ให้ความสนใจต่อการประกาศเตือนของรัฐบาลแต่อย่างใด และเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา รัฐบาลได้ออกคำสั่งห้ามการชุมนุมในกรุงย่างกุ้งและเมืองมัณฑะเลย์เกินกว่า 5 คน พร้อมกับประกาศห้ามประชาชนออกนอกเคหะสถานตั้งแต่เวลา 21.00 น.- 05.00 น. เป็นเวลานาน 60 วัน และมีรายงานว่า มีการสั่งย้ายสถานที่กักบริเวณนางซูจี จากบ้านพักไปยังเรือนจำอิน เส่งด้วย ขณะที่กองกำลังความมั่นคงได้เคลื่อนกำลังเข้าไปดูแลบริเวณโดยรอบพระเจดีย์ชเวดากองและซูเลด้วย แต่ก็ไม่สามารถยับยั้งการชุมชนของเหล่าพระสงฆ์ นักศึกษาและประชาชนที่รวมตัวกันชุมนุมอีกมากถึง 100,000 คนเมื่อวานนี้ ส่งผลให้เจ้าหน้าที่กองกำลังรักษาความมั่นคงใช้กระบอง แก๊สน้ำตา ยิงปืนเตือน ก่อนที่จะยิงขู่เพื่อสลายการชุมนุม แต่ต่อมา พระสงฆ์และประชาชนก็กลับมารวมตัวประท้วงอีกประมาณ 10,000 คน ซึ่งแหล่งข่าวจากโรงพยาบาลและวัดแจ้งว่า ความรุนแรงที่เกิดขึ้นทำให้มีพระมรณภาพ 2 รูป ประชาชนเสียชีวิต 1 คน และยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บ มีพระสงฆ์รวมอยู่ด้วย นอกจากนี้ยังมีข่าวว่า เจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวพระสงฆ์ไปหลายสิบรูป แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถยืนยันตัวเลขทั้งผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต อย่างไรก็ตาม กลุ่มผู้ประท้วงยังยืนกรานที่จะจัดการประท้วงต่อไปจนกว่าจะได้มาซึ่งการปกครองในระบอบประชาธิปไตยและรัฐบาลยุติการกดขี่ข่มเหงประชาชน

ขณะที่รัฐบาลพม่าได้ออกแถลงการณ์ผ่านทางโทรทัศน์ว่า เจ้าหน้าที่ได้พยายามใช้มาตรการที่นุ่มนวลที่สุดคลี่คลายสถานการณ์เพื่อหลีกเลี่ยงเหตุการณ์ที่ไม่พึงปรารถนาและปกป้องชีวิตของประชาชน

อย่างไรก็ตาม คณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ ซึ่งจัดการประชุมฉุกเฉิน เมื่อเวลา 02.00 น. ที่ผ่านมาได้แถลงเรียกร้องให้คณะผู้ปกครองทหารของพม่ายินยอมให้นายอิบราฮิม กัมบารี ผู้แทนของสหประชาชาติเดินทางเข้าพม่าโดยเร็วที่สุด พร้อมกับใช้ความยับยั้งชั่งใจในการแก้ปัญหาการชุมนุมประท้วงต่อต้านรัฐบาล แต่ไม่ได้ออกแถลงการณ์อย่างเป็นทางการประณาม และยังไม่ได้พิจารณามาตรการลงโทษพม่าด้วย ในขณะที่จีนยืนกรานว่า การออกมาตรการลงโทษพม่าไม่ใช่วิธีแก้ปัญหาและจะไม่ช่วยให้สถานการณ์ในพม่าคลี่คลายลง ส่วนรัสเซียเห็นว่า เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในพม่าเป็นกิจการภายในและรัสเซียเชื่อว่า สถานการณ์จะกลับสู่สภาพปกติในเร็วนี้ ซึ่งก่อนหน้านี้สหรัฐและสหภาพยุโรปได้ประกาศที่จะใช้มาตรการลงโทษพม่าที่เข้มงวดยิ่งขึ้น พร้อมกับขอให้จีน อินเดียและสมาคมประชาชาติเอเชียตะวันออก เฉียงใต้หรืออาเซียนที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับพม่าทั้งทางด้านการทหารและการเมืองใช้อิทธิพลโน้มน้าวให้รัฐบาลทหารพม่าผ่อนปรนนโยบายแข็งกร้าวและยุติการปราบปรามกลุ่มผู้ประท้วงด้วย ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญทางการเมืองแสดงความเห็นว่า หากมีการเพิ่มมาตรการลงโทษพม่าอย่างเข้มงวดแล้ว ก็ควรจะต้องใช้มาตรการทางทูตเพิ่มความกดดัน โดยเฉพาะจากจีน อินเดียและอาเซียนเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและเกิดผลที่เป็นรูปธรรมยิ่งขึ้น .

 


 
หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว ครั้ง
อ่านข่าวทั้งหมดของ กรมประชาสัมพันธ์ ได้ที่นี่
 
ข่าวอื่นๆ คลิปข่าวเด็ด S! TV
news สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานภาค 7 อุบลราชธานี รับสมัครเตรียมเป็นผู้ทดสอบมาตรฐานฝีมือ
news นักเรียน - เยาวชนจันทบุรีแห่ชมนิทรรศการพระบิดาแห่งฝนหลวง
news สำนักงานพัฒนาชุมชน จ.ลำพูน ดำเนินงานพัฒนาชุมชนปีงบประมาณ 2553
news จ.สุราษฎร์ธานี ฉลองพระชนมายุ 84 พรรษา แด่สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวด
news สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ออกแถลงการณ์ คัดค้านการตั้งคณะกรรมการ 4 ฝ่ายแก้ไขปัญหามาบตาพุดไม่มีความเหมา
news จังหวัดสุราษฎร์ธานี จัดกิจกรรมวันนัดพบแรงงานและงานอาชีพ
tvASTV1
tvDMC
tvMVTV1
tvMVTV2
tvMVTV3
tvNation
tvสทท.11
tvMCOT
กระทู้ที่เกี่ยวข้อง ตั้งกระทู้ใหม่, ตั้งกระทู้โหวต, ดูกระทู้ทั้งหมด >>
บทวิเคราะห์ข่าวต่างประเทศ เรื่อง วิกฤติการเมืองครั้งใหม่ในพม่า