ข่าว การเมือง อาชญากรรม สลากกินแบ่งรัฐบาล สังคม ดารา บันเทิง
 
  ค้นหาข่าว  
 
ร้องทุกข์ ร้องเรียน เว็บบอร์ด
helper end
  หน้าแรกข่าว > สกู๊ปพิเศษ > นโยบายสุขภาพ บนความจริงของสังคม
 

นโยบายสุขภาพ บนความจริงของสังคม

โดย มติชน วัน จันทร์ ที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2551 04:17 น.
โดย สมพันธ์ เตชะอธิก

การเปิดพื้นที่สาธารณะเพื่อสะท้อนปัญหาและความต้องการนโยบายและความต้องการนโยบายด้านสุขภาพของเครือข่ายภาคประชาชนนั้น เป็นพลังทางสังคมที่เป็นจริง แต่นักการเมืองจะเอาด้วยหรือไม่? เป็นเรื่องที่ท้าทายสถาบันวิจัยระบบสาธารณสุข (สวรส.) มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ และเครือข่ายสุขภาพที่จัดเวทีระดมความคิดเห็นเพื่อเสนอนโยบายที่ดีให้กับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขและรัฐบาลทำเพื่อสุขภาพที่ดีแก่ประชาชน เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2551 ณ สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ กรุงเทพฯ

ปัญหาสุขภาพเป็นปัญหาสำคัญของชีวิต มีคนไข้ไทยตายโดยป้องกันได้ประมาณ 25,000-47,500 คน ตัวเลขจริงๆ ไม่มีใครเปิดเผย แต่ที่ร้องเรียนไปที่เครือข่ายผู้เสียหายทางการแพทย์เกือบ 500 กรณี ซึ่งผู้เสียหายไม่ได้ต้องการฟ้องร้องแพทย์ แต่ไม่มีหนทางอื่น เพราะไม่มีการพูดคุยที่ดีมากพอและไม่มีกลไกการแก้ไขให้ผู้เสียหาย มีเพียงเงิน 200,000 บาทชดเชย ทุกข์ทรมานทั้งกายใจและชีวิตทั้งชีวิต

จึงมีข้อเสนอนโยบายให้จัดตั้งกองทุนชดเชยความเสียหายโดยไม่ต้องรอผลพิสูจน์ถูกผิด มีองค์กรกลางชี้มูลและชดเชยที่เป็นธรรมโดยให้แพทยสภามีตัวแทนภาคประชาชนด้วย มีโครงการความปลอดภัยของคนไข้ นำความผิดพลาดมาเปิดเผยเป็นบทเรียนสอนแพทย์และให้ความรู้แก่คนไข้ โดยยกร่างและออกพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้เสียหายจากการรับบริการสุขภาพ

ปัญหาผู้ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุจราจรเฉลี่ยปีละกว่าแสนราย และเสียชีวิตเฉลี่ยปีละ 13,000 ราย โดยมีการดื่มสุราเกี่ยวข้องร้อยละ 40-60% เสียหายทางเศรษฐกิจปีละกว่า 190,000 ล้านบาท จึงเสนอให้รัฐมนตรีออกกฎกระทรวงสาธารณสุข ระบุการโฆษณาระหว่างเวลา 22.00-05.00 น. ห้ามอวดอ้างสรรพคุณหรือชักจูงใจให้ดื่ม การโฆษณานอกเวลาดังกล่าวไม่สามารถกระทำได้ การใช้ป้ายกลางแจ้งต้องไม่อยู่ในรัศมี 500 เมตร จากบริเวณที่ตั้งของสถานศึกษาทุกระดับ

ปัญหาผู้ประสบภัยจากรถ ต้องได้รับค่าเสียหายและค่ารักษาพยาบาลทันที ให้กรมการขนส่งทางบกจัดเก็บเบี้ยประกันภัยไม่เกินร้อยละ 1 พร้อมการต่อทะเบียนรถหรือจดทะเบียนใหม่ ให้กรมบัญชีกลางจัดการกองทุนคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถภาคบังคับ ไม่เกินร้อยละ 5 ของเบี้ยประภันภัย จะใช้ระบบนี้ได้ รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุข คณะรัฐมนตรี และรัฐสภา ต้องประกาศใช้พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถภาคบังคับ และยกเลิกพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ.2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

ปัญหาผู้สูงอายุที่ยังไม่มีระบบใดรองรับมีจำนวนมากขึ้นๆ ที่ขาดการดูแลเอาใจใส่และขาดดุลรายได้หรือไม่สามารถพึ่งพิงตนเองด้านรายได้ รัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขควรจัดให้มีระบบและกลไกการบริหารจัดการที่ดีสำหรับการออมเพื่อการชราภาพในอนาคตโดยรัฐลงทุน, ดึงเงินจากคนรวยช่วยคนจน, จัดสวัสดิการรักษาพยาบาลโดยไม่เสียเงิน เป็นต้น

ปัญหาพยาบาลที่ดูแลระดับชุมชน/หมู่บ้าน ซึ่งมีผู้ป่วยกว่า 30 ล้านคน รัฐมนตรีควรมีนโยบาย 1 พยาบาล 1 ชุมชน/หมู่บ้าน โดยผลิตให้ได้ปีละ 1,250 คน ใช้งบประมาณ 150 ล้านบาท โดยให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นมีส่วนร่วมในด้านงบประมาณและการบรรจุพยาบาลทำงานในพื้นที่

ปัญหาการกระจายอำนาจในการถ่ายโอนสถานีอนามัยไป อบต.และเทศบาล รัฐมนตรีควรประกาศนโยบายที่ชัดเจนในการสนับสนุนการถ่ายโอนฯ

โดยสร้างความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยจัดกระบวนการเรียนรู้ การเตรียมความพร้อม ความสมัครใจ ไม่บังคับใช้เหมือนกันหมดทั่วประเทศและทำให้สุขภาพประชาชนดีขึ้น

ข้อเสนอนโยบายทั้ง 7 เรื่อง มีการอภิปรายเพิ่มเติมในรายละเอียดอีกมากและมีเอกสารข้อมูลทางวิชาการรองรับ รวมทั้งข้อเสนออย่างมีเหตุมีผล แต่ท่ามกลางการเมืองแห่งอำนาจและผลประโยชน์เฉพาะกลุ่มเฉพาะพวก ทำให้ดูเหมือนการนำเสนอเป็นรูปธรรมและความคิดที่เศร้าใจเหลือเกิน

ผู้ที่มีโสตประสาทดี ได้ยินฟ้าร้องไกลๆ ได้ยินเสียงที่ยังไม่ได้พูด นพ.บรรลุ ศิริพานิช ผู้อาวุโสแห่งวงการแพทย์ กล่าวปิดเวทีสาธารณะ ท่ามกลางสถานการณ์การใช้อำนาจของรัฐมนตรีกระทรวงสาธารณสุขโยกย้ายข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ระดับเลขาธิการอาหารและยา ทั้งๆ ที่ตามกฎหมายแล้วรัฐมนตรีมีอำนาจโยกย้ายได้แค่ปลัดกระทรวง ปลัดกระทรวงมีอำนาจโยกย้ายตำแหน่งอื่นๆ การปล่อยให้มีการใช้อำนาจผิดๆ โดยปลัดกระทรวงยอมเซ็นชื่อ ด้วยกลัวว่าตนเองจะถูกปลด/โยกย้ายได้ ถ้าไม่ทำตามคำสั่งด้วยวาจาจากรัฐมนตรี ด้วยเหตุนี้จึงมีการประท้วงจากชมรมแพทย์ชนบทและเครือข่ายสุขภาพทั่วประเทศไม่ยอมรับการบริหารงานที่ใช้อำนาจเพื่อตนเองและพวกพ้อง

การเสนอนโยบายต่างๆ แม้ว่าจะมีข้อมูล องค์ความรู้ทางวิชาการและเหตุผลที่ดี แต่ก็เป็นไปอย่างไม่มีความหวังในทางการเมือง อย่างไรก็ตาม นพ.บรรลุได้ยกคำจากพระราชนิพนธ์ พระมหาชนก ว่าจำเป็นต้องกระโดดน้ำโดยไม่รู้ไม่เห็นอนาคต แต่ต้องอดทนทำต่อไป มาตบท้ายให้กำลังใจกับกลุ่มผู้เสนอนโยบายที่ดีแต่การเมืองจะซื้อไปทำหรือไม่? เป็นเรื่องที่กระบวนการภาคประชาชนต้องเคลื่อนไหวผลักดัน กดดัน ต่อรอง และเรียกร้องต่อไป

เพราะนักการเมืองต่อหน้าพูดนโยบายเพื่อประชาชนในทีวี ลับหลังมักถามตรงๆ ว่า ทำเรื่องนี้แล้วได้คะแนนเสียงเพิ่มขึ้นเท่าไร? ภาพพจน์ต่อประชาชนดีขึ้นมากน้อยเพียงใด? สุดท้ายจะได้เปอร์เซ็นต์จากคอมมิสชั่นและคอร์รัปชั่นเท่าไร?

หน้า 6

 


 
หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว ครั้ง
อ่านข่าวทั้งหมดของ มติชน ได้ที่นี่
 
ข่าวอื่นๆ คลิปข่าวเด็ด S! TV
news สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานภาค 7 อุบลราชธานี รับสมัครเตรียมเป็นผู้ทดสอบมาตรฐานฝีมือ
news นักเรียน - เยาวชนจันทบุรีแห่ชมนิทรรศการพระบิดาแห่งฝนหลวง
news สำนักงานพัฒนาชุมชน จ.ลำพูน ดำเนินงานพัฒนาชุมชนปีงบประมาณ 2553
news จ.สุราษฎร์ธานี ฉลองพระชนมายุ 84 พรรษา แด่สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวด
news สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ออกแถลงการณ์ คัดค้านการตั้งคณะกรรมการ 4 ฝ่ายแก้ไขปัญหามาบตาพุดไม่มีความเหมา
news จังหวัดสุราษฎร์ธานี จัดกิจกรรมวันนัดพบแรงงานและงานอาชีพ
tvASTV1
tvDMC
tvMVTV1
tvMVTV2
tvMVTV3
tvNation
tvสทท.11
tvMCOT
กระทู้ที่เกี่ยวข้อง ตั้งกระทู้ใหม่, ตั้งกระทู้โหวต, ดูกระทู้ทั้งหมด >>
นโยบายสุขภาพ บนความจริงของสังคม