ข่าว การเมือง อาชญากรรม สลากกินแบ่งรัฐบาล สังคม ดารา บันเทิง
 
  ค้นหาข่าว  
 
ร้องทุกข์ ร้องเรียน เว็บบอร์ด
helper end
  หน้าแรกข่าว > สกู๊ปพิเศษ > ตระเวนสวน ชมพู่ เมืองเพชร ดูวิธีอนุรักษ์ไม้ผลไทยดั้งเดิม
 

ตระเวนสวน ชมพู่ เมืองเพชร ดูวิธีอนุรักษ์ไม้ผลไทยดั้งเดิม

โดย คม ชัด ลึก วัน จันทร์ ที่ 16 มิถุนายน พ.ศ. 2551 13:45 น.
ตระเวนสวน ชมพู่ เมืองเพชร ดูวิธีอนุรักษ์ไม้ผลไทยดั้งเดิมในจำนวนเกษตรกรทำสวนชมพู่ ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นชมพู่เพชรแท้แห่งเมืองเพชรบุรี สวน เจ๊หน่อย ของ ผาณิต ตันติสุขารมณ์ บนพื้นที่ 5 ไร่เศษ เป็นเพียงไม่กี่สวนที่คงไว้ซึ่งการปลูกโดยอาศัยภูมิปัญญาดั้งเดิม

ใช้ไม้ไผ่ทำนั่งร้านในการดูแลรักษา รวมถึงการเก็บเกี่ยว ต่างจาก "สวนเพชร" ของ สมศักดิ์ สิทธิโชคธรรม ที่ปฏิเสธนั่งร้านและหันยึดวิธีปลูกแบบใหม่ เน้นทำต้นทรงพุ่ม เพราะมองแง่การลงทุนที่ประหยัดกว่า ทว่าทั้งคู่ต่างมีเป้าหมายเดียวกันคือ อนุรักษ์ไว้ซึ่ง "ชมพู่เพชรแท้" ไม้ผลเลื่องชื่อที่อยู่คู่จังหวัดมายาวนาน

"ชมพู่เพชร" ที่ปักป้ายขายกันตามร้านผลไม้ทั่วไป จะมีสักกี่ร้านที่เป็นชมพู่เพชรแท้จากเมืองเพชรบุรี เพราะปัจจุบันมีหลายสายพันธุ์ทั้งเพชรสายรุ้ง เพชรสุวรรณ สายน้ำผึ้ง ทับทิมจันทร์ ทว่าที่เป็นของแท้ดั้งเดิมคือ “เพชรสายรุ้ง” อดีตซื้อขายกันกิโลกรัมละ 100-300 บาท แต่หลังมีพันธุ์อื่นเกิดขึ้นทำให้ราคาต่ำลงอยู่ที่ 60-170 บาท จนเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้พันธุ์นี้ที่เคยรุ่งเรืองช่วงปี 2525 วันนี้เหลือเกษตรกรปลูกไม่ถึง 10 ราย และหากินยากขึ้นทุกที ส่วนจะได้ของแท้หรือไม่ ให้สังเกตง่ายๆ คือผลแก่จะสีชมพูเกือบแดง ตัวผลขาวขุ่น เนื้อแน่นกรอบ รสชาติหวานจนถึงหวานจัด ตรงก้นมี 4 กลีบเบียดกันแน่น

ตระเวนสวน ชมพู่ เมืองเพชร ดูวิธีอนุรักษ์ไม้ผลไทยดั้งเดิม "ท่องโลกเกษตร" สัปดาห์นี้มีโอกาสเข้าไปสวนชมพู่เพชรแท้ หลังร่วมงาน "Big Cleaning Day" วันทำความสะอาดประจำปี ลุ่มน้ำเพชรและตัวเมืองที่มีนายสยุมพร ลิ่มไทย ผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นหัวเรือใหญ่ ส่งลูกทีมพาตระเวนสวน "ต้นแบบ" ที่ผลิตชมพู่เพชรแท้และได้รับการยอมรับจากผู้บริโภคมากว่า 1 ทศวรรษ กระทั่งถูกบรรจุในแผนประชาสัมพันธ์กระตุ้นการท่องเที่ยวจังหวัด

เริ่มจากสวน "เจ๊หน่อย" ตั้งอยู่ริมถนนเขื่อนเพชร-เขาลูกช้าง ต.ท่าไม้รวก อ.ท่ายาง ผาณิตเจ้าของสวนบอกว่า ทำมากว่า 10 ปี ปลูกพันธุ์เพชรสายรุ้ง จากเมื่อก่อนปลูก 15 ไร่ ราว 300 ต้น ก็ลดพื้นที่ลงเหลือ 5 ไร่ หรือราว 80 ต้นในปัจจุบัน

"ที่ลดพื้นที่ปลูกเหลือ 5 ไร่ เพราะการลงทุนแต่ละไร่ต่อหนึ่งฤดูกาลสูง ขณะที่กระบวนการการผลิตจนครบวงจร ก่อนผลผลิตออกสู่ท้องตลาดนั้นก็ต้องดูแลเอาใจใส่เป็นพิเศษ มากกว่าการทำสวนผลไม้ชนิดอื่น ปีไหนฝนตกมากไปหรือประสบภาวะน้ำท่วม ปีนั้นต้องหยุดทำทันทีเพราะเสี่ยงต่อการขาดทุน พี่จึงลดขนาดพื้นที่ลงเพื่อที่จะได้ดูแล และรับมือได้อย่างทั่วถึงหากมีปัญหาเกิดขึ้น"

นอกจากปัญหาดินฟ้าอากาศที่เป็นอุปสรรคสำคัญต่อการผลิตแล้ว ผาณิตเล่าขณะพาเดินชมสวนว่า การที่ยึดภูมิปัญญาดั้งเดิม โดยทำนั่งร้านไม้ไผ่สำหรับขึ้นเก็บผลผลิตนั้น เป็นการลงทุนที่สูง เฉพาะชมพู่ 1 ต้น ต้องลงทุน 1,600-2,000 บาท แบ่งเป็นค่าแรง 300 บาท ค่าไม้ไผ่ลำละ 23-25 บาท ขณะที่อายุการใช้งานราว 2 ปี ก็ต้องรื้อและสร้างใหม่

ตระเวนสวน ชมพู่ เมืองเพชร ดูวิธีอนุรักษ์ไม้ผลไทยดั้งเดิม"นั่งร้านที่สวนจะใช้ไม้ไผ่ทำ เพราะมีผลต่อคุณภาพของผลผลิต บางเจ้าเปลี่ยนไปใช้นั่งร้านที่ทำจากเหล็กแทน เพราะลงทุนครั้งเดียว แต่เนื่องจากทำจากเหล็กจะร้อนมาก ส่งผลกระทบทำให้รสชาติเพี้ยนไปจากที่หวานกรอบ อาจกลายเป็นกระด้าง จืดชืด" เธอบอก พร้อมการันตีชมพู่ที่สวนทุกผลหวาน กรอบ จึงเป็นธรรมดาที่ผลผลิตที่ออกมาเพียง 10 เปอร์เซ็นต์ในแต่ละปี ไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด แม้ราคาขายส่งจะสูงถึงกิโลกรัมละ 100 บาท

เช่นเดียวกับ "สวนเพชร" บนพื้นที่ 30 ไร่ ของ สมศักดิ์ สิทธิโชคธรรม แห่ง ต.ท่าไม้รวก อ.ท่ายาง สวน "ต้นแบบ" ซึ่งปลูกพันธุ์สายรุ้งเช่นกัน และปฏิเสธการทำนั่งร้าน พร้อมหันใช้วิธีปลูกแบบใหม่ที่เน้นตกแต่งทรงพุ่ม เพราะมองต้นทุนการทำนั่งร้านไม้ไผ่นั้นสูง ไม่คุ้มกับผลผลิตที่ราคาเริ่มถูกลง

"ที่สวนเน้นการตัดแต่งต้นให้มีทรงพุ่มเตี้ย ผลตามมาคือจะได้ชมพู่ในจำนวนต้นที่ถี่มากขึ้น จากเดิมที่ใช้นั่งร้านจะปลูก 16 ต้นต่อไร่ แต่ที่สวนของเราบนเนื้อที่ 30 ไร่ ปลูกได้ถึง 2,000 ต้น" สมศักดิ์ อธิบาย หลังพาคณะเดินชมสวนชมพู่ที่ได้ปรับเปลี่ยนมาปลูกด้วยวิธีการใหม่ ซึ่งเขาบอกช่วยลดต้นทุนได้มาก และแต่ละตระเวนสวน ชมพู่ เมืองเพชร ดูวิธีอนุรักษ์ไม้ผลไทยดั้งเดิมต้นมีความสูงเพียง 3-5 เมตร จากเดิมที่สูง 15-15 เมตร

ขณะที่การดูแลรักษาก็ไม่ยุ่งยาก จะใส่ปุ๋ยครั้งเดียวตอนเริ่มปลูก จากนั้นให้น้ำอย่างสม่ำเสมอ เมื่อติดผลก็จะห่อผลป้องกันแมลงวันทองเจาะด้วยถุงกระดาษ ระยะเวลาปลูกถึงเก็บเกี่ยวผลผลิต 90-100 วัน

"ปีนี้เป็นปีแรกที่ผลผลิตออกสู่ท้องตลาด แต่ยังไม่มาก เพราะเพิ่งปลูกได้ 3 ปี คาดปีหน้าผลผลิตจะเพิ่มมากขึ้น และจะเริ่มประชาสัมพันธ์ชมพู่เพชรสายรุ้งให้เป็นที่รู้จักกว้างขวางต่อไป" สมศักดิ์ เจ้าของสวนบนแนวคิดใหม่แจง

ปฏิเสธไม่ได้ว่าการทำสวนชมพู่ให้ได้ของดีมีคุณภาพ แม้จะมีความเสี่ยงและต้นทุนการผลิตที่สูง สำหรับคนเกษตรทั้งสอง เขาไม่ได้คิดถึงแง่รายได้สักเท่าไร นอกเสียจากช่วยกันอนุรักษ์ "ชมพู่เพชรแท้" ไม้ผลดั้งเดิมให้อยู่คู่บ้านเมืองต่อไป
 
Tag (ข้อมูลที่เกี่ยวข้อง): ชมพู่ เพชรบุรี ผลไม้ เกษตรกร

 
หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว ครั้ง
อ่านข่าวทั้งหมดของ คม ชัด ลึก ได้ที่นี่
 
ข่าวอื่นๆ คลิปข่าวเด็ด S! TV
news สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานภาค 7 อุบลราชธานี รับสมัครเตรียมเป็นผู้ทดสอบมาตรฐานฝีมือ
news นักเรียน - เยาวชนจันทบุรีแห่ชมนิทรรศการพระบิดาแห่งฝนหลวง
news สำนักงานพัฒนาชุมชน จ.ลำพูน ดำเนินงานพัฒนาชุมชนปีงบประมาณ 2553
news จ.สุราษฎร์ธานี ฉลองพระชนมายุ 84 พรรษา แด่สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวด
news สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ออกแถลงการณ์ คัดค้านการตั้งคณะกรรมการ 4 ฝ่ายแก้ไขปัญหามาบตาพุดไม่มีความเหมา
news จังหวัดสุราษฎร์ธานี จัดกิจกรรมวันนัดพบแรงงานและงานอาชีพ
tvASTV1
tvDMC
tvMVTV1
tvMVTV2
tvMVTV3
tvNation
tvสทท.11
tvMCOT
กระทู้ที่เกี่ยวข้อง ตั้งกระทู้ใหม่, ตั้งกระทู้โหวต, ดูกระทู้ทั้งหมด >>
ตระเวนสวน ชมพู่ เมืองเพชร ดูวิธีอนุรักษ์ไม้ผลไทยดั้งเดิม