ข่าว การเมือง อาชญากรรม สลากกินแบ่งรัฐบาล สังคม ดารา บันเทิง
 
  ค้นหาข่าว  
 
ร้องทุกข์ ร้องเรียน เว็บบอร์ด
helper end
  หน้าแรกข่าว > สกู๊ปพิเศษ > ใครคือครู ครูคือใครในวันนี้
 

ใครคือครู ครูคือใครในวันนี้

โดย มติชน วัน อาทิตย์ ที่ 6 กรกฎาคม พ.ศ. 2551 08:50 น.
โดย ประทุมทิพย์ ทองเจริญ หลักสูตรรัฐประศาสนศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช

หลายคนคงเคยได้ยินมาว่า...ครูคนแรกของเราคือพ่อ-แม่ หรือคนที่เลี้ยงดูเรามา เพราะเป็นผู้ที่สอนการใช้ชีวิตให้กับเรา ไม่ว่าจะเป็นการพูดจา การกิน การนอน การนั่ง การเดิน หรือแม้แต่การฝึกหัดเขียน ก-ฮ หรือบวกลบเลข รวมถึงการสอน A B C ถึง Z ให้เรา เพื่อเตรียมตัวก่อนเข้าสู่การเรียนชั้นอนุบาล

ช่วงนี้เราจะได้เรียนรู้จากครูคนแรกประมาณ 3-4 ปี จะว่าไปแล้วถือว่าหนักหนาสาหัสเอาการ...(เรื่องนี้คนไม่มีลูกไม่รู้หรอก รวมถึงผู้เขียนด้วย)

ต่อมาเมื่อเราเข้ารับการศึกษา (เข้าโรงเรียน) ก็จะมีครูมืออาชีพ และครูโดยวิชาชีพ จะคอยให้ความรู้ในเชิงหลักวิชาการแก่เรา

ซึ่งจากวันที่เราได้ก้าวเท้า (บางคนเท้าซ้าย บางคนเท้าขวา) เข้าสู่การเรียนอย่างเป็นทางการที่โรงเรียนใดโรงเรียนหนึ่ง (แล้วแต่ผู้ปกครองจะเห็นดีเห็นงามบ้างก็เลือกเพราะใกล้บ้าน บ้างก็เลือกเพราะมีชื่อเสียง)

จากนั้นเป็นต้นมาทำให้ชีวิตของเราผูกติดกับที่โรงเรียนมากกว่าครอบครัว เช่น ติดเพื่อน ติดครู บางครั้งเชื่อ/กลัวครู มากกว่าพ่อแม่ อาจเนื่องมาจากช่วงของการเป็นนักเรียนจะต้องใช้ชีวิตอยู่ที่โรงเรียนประมาณ 8-10 ชั่วโมง (อีก 2-3 ชั่วโมง รอผู้ปกครองมารับ...กว่าผู้ปกครองจะมาเงินค่าขนมก็หมดไปอีกหลายบาท)

นักเรียนจำนวนไม่น้อยมีทัศนคติที่ว่าครูคือผู้ชี้เป็นชี้ตายในการให้คะแนนและให้เกรดจึงเชื่อฟังครูเป็นพิเศษ บางคนถึงขั้นหลับหูหลับตาเชื่อโดยขาดวิจารณญาณในการไตร่ตรอง เชื่อเพราะเป็นผู้รู้/ครูอาจารย์ ซึ่งขัดกับหลักกาลามาสูตรที่ว่า อย่าเชื่อเพราะท่านเป็นครูของเรา เพราะครูคือ คน ย่อมมีความผิดพลาดได้จึงเป็นที่มาของคำกล่าวที่ว่า ผิดเป็นครู

ตัวอย่างที่เห็นเด่นชัดคือ องคุลีมาล ซึ่งเชื่อในคำสั่งสอนที่ผิดของครูอาจารย์ ทั้งๆ ที่พื้นฐานเดิมองคุลีมาลเป็นคนที่มีจิตใจดี เป็นต้น

ความจริงแล้ว ชีวิตการเป็นครูไม่ได้สวยหรู หรือสะดวกสบายอย่างที่ใครคิด หรือคาดเดา

ครูคือคนธรรมดาสามัญคนหนึ่งที่สัมผัสได้ทั้งทุกข์และสุขเหมือนคนในวิชาชีพอื่น

สังคมมักจะคาดหวังว่าครูต้องเป็นอย่างนั้น ครูต้องเป็นอย่างนี้ โดยเฉพาะการเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับลูกศิษย์ หรือที่เรียกว่า พ่อพิมพ์ แม่พิมพ์ของชาติ

จากบทความ 108 ศีลธรรมสำหรับครู โดยพระนิโรธรังสี คัมภีร์ปัญญาจารย์ แสดง ณ วัดหินหมากเป้ง อ.ศรีเชียงใหม่ จ.หนองคาย วันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2525 ให้ที่มาว่า ครู เป็นคำที่มาจากคำว่า ครุ ในภาษาบาลีแปลว่า หนัก มีความหมายว่า เป็นผู้หนักแน่นในคำสอน/ในอุบายที่จะตักเตือนแนะนำกุลบุตรกุลธิดา)

จนบางครั้งทำให้บรรดาลูกครูทั้งหลายเกิดความน้อยใจว่าพ่อแม่ของตน (ครู) ให้ความสำคัญ/อบรมลูกศิษย์ (ลูกคนอื่น) มากกว่าลูกของตนเองเสียอีก

ไม่ว่าใครจะเป็นอะไร มีตำแหน่งฐานะทางสังคม หรือร่ำรวยมาจากไหน คนเหล่านี้ล้วนมีครูอาจารย์ทุกคน ครูจึงถือว่าเป็นบุคคลที่มีโอกาสดีในการที่จะอบรมสั่งสอนคนทุกชั้น ทุกระดับ บางครั้งการสอนผู้อื่นก็ได้ข้อคิดดีๆ มาสอนตัวเราเอง (ผู้สอน) ได้เช่นกันโดยที่เราไม่รู้ตัว

สิ่งที่น่าภาคภูมิใจอีกอย่างที่คนทั่วไปมักชื่นชมในความเป็นครูอาจารย์ คือการที่ลูกศิษย์ไหว้จากใจจริงไม่ได้อยากไหว้เพราะมีผลประโยชน์อย่างที่นักการเมืองในบ้านเรามักถูกแซวว่าเมื่อลงจากตำแหน่งจะหาคนมาทักหรือกราบไหว้อย่างจริงใจหาได้ยากยิ่ง

ผิดกับอาชีพครูอาจารย์ที่ลูกศิษย์ไม่ว่าจะอายุมากกว่า อายุน้อยกว่าหรือรุ่นราวคราวเดียวกันกับครู ต่างก็แสดงความเคารพด้วยการประนมมือไหว้ที่ออกมาจากใจ...หรือนี่คือน้ำทิพย์ชโลมใจที่ดีกว่าอายุวัฒนะตัวใดในโลกที่ครูได้รับจากศิษย์....

น่าเสียดายที่ค่านิยมสมัยใหม่ให้ความสำคัญกับอาชีพครูอาจารย์น้อยลงกว่าเดิมมาก

ผู้เขียนเคยได้ยินอาจารย์สมัยก่อนเล่าให้ฟังในฐานะลูกหลานว่า สมัยก่อน (ประมาณ 3-5 ทศวรรษเห็นจะได้) อาชีพครูเป็นอาชีพที่มีการแข่งขันสูงมาก ต้องเป็นคนเก่งจริงๆ จึงจะมีโอกาสเป็นครูได้ เก่งไม่พอยังต้องมีจิตวิญญาณแห่งความเป็นครูด้วย คนที่เรียนเก่งได้ที่ 1 ที่ 2 ของห้องมักจะถูกวางตัวให้ได้รับทุนการศึกษาต่อเพื่อที่จะกลับมาเป็นครูคนต่อไป บางคนโชคดีได้ไปเรียนต่อต่างประเทศกลับมาก็ใช้ความรู้ช่วยพัฒนาแวดวงการศึกษาบ้านเราได้ดีพอสมควร

แต่ปัจจุบันค่านิยมของสังคมเปลี่ยนไปจากเดิมมาก คนเก่งสนใจที่จะเลือกศึกษาต่อในสาขา หรือวิชาชีพอื่นมากกว่า....จนบางครั้งน่าน้อยใจว่าอาชีพครูเป็นทางเลือกสุดท้ายหรือไม่ที่เยาวชนคนเก่งรุ่นใหม่จะเลือกเรียน/เลือกเป็น

ประเด็นนี้ หากพิจารณาให้ดีตามกระบวนการทางวิทยาศาสตร์จะพบว่า การที่ประเทศต้องการให้เยาวชนเป็นคนเก่ง เติบโตเป็นบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถทัดเทียมหรือแข่งขันกับต่างประเทศได้ย่อมต้องมาจากการสอนทั้งศาสตร์และศิลป์จากครู/อาจารย์ที่เก่ง ดี มีความรู้ ความสามารถ และมีคุณธรรมมิใช่หรือ...

หากครู/อาจารย์ไม่เก่ง ขาดความรู้ความสามารถ หรือทักษะบางอย่างที่สำคัญ แล้วจะไปสอนลูกศิษย์ให้เป็นคนเก่งได้อย่างไร...นี่คือตรรกะอย่างง่ายที่ใครหลายคนอาจมองข้ามไป

ถึงเวลาแล้วหรือยังที่เราควรหันมาปวารณาตัวเองบ้าง...ว่าทุกวันนี้เราเป็นครูอาจารย์ที่ดีแล้วหรือยัง

เราได้สั่งสอนศิษย์เต็มกำลังความรู้ความสามารถที่เรามีอยู่แล้วหรือไม่...

ในฐานะและบทบาทของความเป็นครูอาจารย์เราได้ให้ความสำคัญกับสิ่งใดเป็นลำดับต้นๆ สิ่งนี้ต่างหากที่เราควรคำนึงถึงเหนือสิ่งอื่นใดไม่ใช่วัตถุสิ่งของที่เราจะมอบให้นักศึกษา แต่คือความรู้ความสามารถต่างหากที่เราจะหยิบยื่นให้กับนักศึกษาเหล่านี้ ให้พวกเขาซึ่งเปรียบเสมือนลูกของเราได้ยืนหยัดเผชิญหน้าแข่งขันในตลาดแรงงานกับนักศึกษามหาวิทยาลัยอื่นทั่วประเทศได้อย่างเต็มภาคภูมิ

ด้วยความเคารพและสำนึกในพระคุณครูอาจารย์ทุกท่าน...ปัญญาวุฒิ กเรเตเต ทินโนวาเท นมามิหัง...

หน้า 5

 


 
หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว ครั้ง
อ่านข่าวทั้งหมดของ มติชน ได้ที่นี่
 
ข่าวอื่นๆ คลิปข่าวเด็ด S! TV
news สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานภาค 7 อุบลราชธานี รับสมัครเตรียมเป็นผู้ทดสอบมาตรฐานฝีมือ
news นักเรียน - เยาวชนจันทบุรีแห่ชมนิทรรศการพระบิดาแห่งฝนหลวง
news สำนักงานพัฒนาชุมชน จ.ลำพูน ดำเนินงานพัฒนาชุมชนปีงบประมาณ 2553
news จ.สุราษฎร์ธานี ฉลองพระชนมายุ 84 พรรษา แด่สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวด
news สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ออกแถลงการณ์ คัดค้านการตั้งคณะกรรมการ 4 ฝ่ายแก้ไขปัญหามาบตาพุดไม่มีความเหมา
news จังหวัดสุราษฎร์ธานี จัดกิจกรรมวันนัดพบแรงงานและงานอาชีพ
tvASTV1
tvDMC
tvMVTV1
tvMVTV2
tvMVTV3
tvNation
tvสทท.11
tvMCOT
กระทู้ที่เกี่ยวข้อง ตั้งกระทู้ใหม่, ตั้งกระทู้โหวต, ดูกระทู้ทั้งหมด >>
ใครคือครู ครูคือใครในวันนี้