ข่าว การเมือง อาชญากรรม สลากกินแบ่งรัฐบาล สังคม ดารา บันเทิง
 
  ค้นหาข่าว  
 
ร้องทุกข์ ร้องเรียน เว็บบอร์ด
helper end
  หน้าแรกข่าว > สกู๊ปพิเศษ > ทัศนคติของสังคมไทย ต่อเหตุการณ์บ้านเมืองในปัจจุบัน
 

ทัศนคติของสังคมไทย ต่อเหตุการณ์บ้านเมืองในปัจจุบัน

โดย มติชน วัน อาทิตย์ ที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2551 09:05 น.
โดย อุดม ทิพย์รักษ์ หัวหน้าศูนย์วัฒนธรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช

ข้อเขียนหรือบทความต่อไปนี้อย่าได้มองว่า จะเป็นการนำเสนอในลักษณะของมวยมุมน้ำเงิน มุมแดง หรือกรรมการสิงห์เชิ้ตสีขาว

แต่จะเป็นการสะท้อนความคิดเห็นที่สังคมไทยมีต่อเหตุการณ์ต่างๆ ในฐานะตัวแทนของชาวพุทธคนหนึ่ง ซึ่งเป็นพลเมืองที่มีจำนวนมากที่สุดในอาณาจักรประเทศไทยแห่งนี้ ที่มีความคิดรวบยอดว่าท้ายที่สุดแล้ว ธรรมะย่อมชนะอธรรม จึงดูว่าประชาชนค่อนข้างจะเฉยเมย ไม่มีบทบาทหรือตอบสนองต่อเหตุการณ์อย่างค่อยๆ เป็น ค่อยๆ ไป ไม่หวือหวานัก และมักจะเป็นการรอคอยตอนจบของเหตุการณ์แบบมีความสุข (Happy Ending) ทำให้หลายคนอาจจะมองว่าประชาชนส่วนใหญ่ยังไม่มีความพร้อมที่จะรับรู้ถึงสิทธิและปฏิบัติตามหน้าที่ในทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีระบบเศรษฐกิจแบบทุนนิยมได้อย่างแท้จริง อาจจะเนื่องมาจากการดำเนินชีวิตในแต่ละวันต้องพะวักพะวงอยู่กับการทำมาหากิน เพื่อเลี้ยงชีวิตให้มีความสุขตามอัตภาพไปวันๆ ก็เป็นส่วนหนึ่งของความเป็นจริง

แต่โดยส่วนลึกแล้วน่าจะมาจากอิทธิพล ความเชื่อจากคำสอนในพระพุทธศาสนานั่นเอง

พุทธศาสนาเข้าสู่ประเทศไทยผ่านเมืองนครศรีธรรมราชและแผ่กระจายไปยังกรุงสุโขทัยจนกลายเป็นศาสนาประจำชาติไปโดยพฤตินัย มีการสั่งสอนถ่ายทอดหลักธรรมที่เป็นสากล มาสู่รุ่นลูกรุ่นหลายจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิต อาทิ ความกตัญญูกตเวที หากผู้ใดทำคุณประโยชน์ให้ก็ควรตอบแทนบุญคุณเขาตามโอกาสที่อำนวย

ฉะนั้น ในช่วงของการเลือกตั้งและการจัดตั้งรัฐบาลจึงมีการตอบแทนบุญคุณกันบ้างตามสมควร

ในเรื่องของกฎแห่ง กรรมมุนา วัตตะตี โลโก สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม ใครทำกรรมอันใดย่อมได้รับผลกรรมอันนั้น คนที่เกิดมาร่ำรวยเป็นใหญ่เป็นโต มีหน้ามีตาในสังคม เนื่องจากในอดีตชาติเขาเคยทำบุญทำทาน ทำความดีไว้มาก หากในชาตินี้ได้กระทำกรรมไม่ดีบ้าง จึงอาจจะยังไม่ต้องรับผลกรรมที่เขากำลังกระทำอยู่ในปัจจุบัน แต่เมื่อใดก็ตามที่ผลบุญเก่าได้หมดลง กรรมใหม่ที่ทำไว้ก็จะให้ผลตอบสนองเองหรืออย่างน้อยที่สุดความร่ำรวย หรือยศถาบรรดาศักดิ์ ก็ไม่สามารถนำติดตัวไปได้แม้แต่อย่างเดียวเมื่อต้องละโลกนี้ไป ให้ผลของกรรมตัดสินกันเอง

เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร ใครจะทำให้เราเดือดร้อนอย่างไรก็ตาม ก็ไม่ควรไปอาฆาตพยาบาทควรให้อภัยแก่กันและกัน จึงมักจะมองว่าคนไทยลืมง่ายจำยาก ดั่งเช่นเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 ผ่านไปแล้วก็ถือว่าเป็นบทเรียนที่ต้องระมัดระวัง แต่หากจะเกิดขึ้นใหม่อีก ก็พร้อมที่จะให้อภัยกันได้อยู่แล้ว สมานฉันท์กันไว้ดีกว่า

ไทยจะสูญเสียหรือไม่สูญอาณาเขตในส่วนใดๆ ก็ตามให้กับเพื่อนบ้านที่มีชายแดนติดกัน ก็โปรดปลงให้ตก และถ้าหากจะต้องเสียดินแดน (จริงๆ) ก็คิดเสียว่าเพราะในอดีตเราอาจจะเคยยึดเอาดินแดนส่วนนั้นของเขามา เมื่อเขาจะเอากลับคืน ก็ควรจะปลงไปเรื่อยๆ

ฟ้ามีตาและลงโทษผู้ที่กระทำผิดทำนองคลองธรรม ใครทำดีก็ย่อมได้รับผลดี หน้าตาสดใส จิตใจ เบิกบาน ใครทำมิดี (มิร้าย) หน้าตาจะหม่นหมอง จิตใจว้าวุ่น ฟ้าดินจะลงโทษให้มีอันเป็นไปภายใน 3 วัน 7 วัน (แต่ก็ยังไม่เห็นผู้ใดโดนธรณีสูบเลยสักคน)

อุเบกขา ให้วางเฉยต่อสิ่งที่เรา (รัฐบาล) ไม่สามารถจะไปทำอะไรกับมันได้ อย่างเช่น สินค้าเกษตรมีราคาตกต่ำบ้าง สูงบ้าง เงินเฟ้อ น้ำมันเชื้อเพลิงมีราคาแพง สามารถปรับราคาขึ้น (ลง) ได้ทุกวัน นั่นเป็นเพราะกลไกราคาของตลาดโลก ไม่ใช่ปัจจัยที่เราจะไปกำหนดได้เอง ไม่ควรไปคิดให้วุ่นวายใจเปล่าๆ มันเป็นเช่นนั้นเอง

ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นอนัตตา ขึ้นอยู่กับเหตุและปัจจัย ประเทศไทยมีการเลือกตั้ง มีการจัดตั้งรัฐบาล จะแก้ไขรัฐธรรมนูญ มีการชุมนุมขับไล่รัฐบาล มีการชุมนุมสนับสนุนรัฐบาล รัฐบาลจะอยู่หรือจะไปก็เป็นเรื่องของเหตุและปัจจัย (อันนี้มิได้หมายถึงเงินนะ) จึงไม่ควรไปยึดมั่นถือมั่นเพราะมันไม่ใช่ตัวกู ของกู ปล่อยวางเสียให้ได้ทุกข์ใจเปล่าๆ

การมองโลกในแง่ดี เป็นวิธีคลายทุกข์ คลายเครียดได้เป็นอย่างดี ให้หัดมองแต่ส่วนดีของเขา ส่วนชั่วอย่าไปรู้ของเขาเลย ไม่มีใครดีสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ ไม่มีใครเลวร้อยเปอร์เซ็นต์ ดีชั่ว คละเคล้ากันไป เคารพกันที่คุณงามความดี ความรู้ วัยวุฒิ ตามสัดส่วนที่ทำให้คลายทุกข์ ก็ใช้ได้

ประการสำคัญคนไทยส่วนใหญ่มักจะติดในเรื่องการบนบานศาลกล่าว คือเมื่อมีปัญหาใดๆ ที่ไม่สามารถแก้ไขได้ด้วยตนเอง ไม่มีทางออกหรือหาทางออกไม่ได้ก็มักจะบนบานอ้อนวอนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ตนนับถือ ขอให้ช่วยบำบัดทุกข์ ขจัดภัย หรือขอให้มีโชคลาภ ร่ำรวย แล้วจะแก้บนด้วยอามิสที่เป็นสิ่งของจำพวก ขนม นม เนย หมู่ เห็ด เป็ด ไก่ เป็นต้น

สำหรับเหตุการณ์บ้านเมืองกำลังที่ยักแย่ยักยันกันอยู่ขณะนี้ คนไทยส่วนใหญ่ก็บนบานอ้อนวอนต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ขอให้ส่งฮีโร่ม้าขาวมาช่วยเร็วๆ ส่วนจะเป็นม้าขาวหรือไม่ และจะมาหรือไม่นั้น ก็ขึ้นอยู่กับเหตุและปัจจัยอีกนั่นแหละครับ

แต่สิ่งที่ชาวพุทธเรามักละเลยกันมาก ก็คือการสร้างกรรมใหม่ ในขณะปัจจุบันอันเป็นเหตุปัจจัย เพื่อการเปลี่ยนแปลง แก้ไข เหตุการณ์ให้เป็นไปตามที่เราต้องการได้

อย่ามัวงอมืองอเท้าอ้อนวอนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ให้ช่วยดลบันดาลเลย จงทำปัจจุบันให้ดี อนาคตก็จะดีเอง

อัตตาหิ อัตตะโน นาโถ ตนนั่นแลเป็นที่พึ่งแห่งตน

หน้า 5

 


 
หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว ครั้ง
อ่านข่าวทั้งหมดของ มติชน ได้ที่นี่
 
ข่าวอื่นๆ คลิปข่าวเด็ด S! TV
news สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานภาค 7 อุบลราชธานี รับสมัครเตรียมเป็นผู้ทดสอบมาตรฐานฝีมือ
news นักเรียน - เยาวชนจันทบุรีแห่ชมนิทรรศการพระบิดาแห่งฝนหลวง
news สำนักงานพัฒนาชุมชน จ.ลำพูน ดำเนินงานพัฒนาชุมชนปีงบประมาณ 2553
news จ.สุราษฎร์ธานี ฉลองพระชนมายุ 84 พรรษา แด่สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวด
news สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ออกแถลงการณ์ คัดค้านการตั้งคณะกรรมการ 4 ฝ่ายแก้ไขปัญหามาบตาพุดไม่มีความเหมา
news จังหวัดสุราษฎร์ธานี จัดกิจกรรมวันนัดพบแรงงานและงานอาชีพ
tvASTV1
tvDMC
tvMVTV1
tvMVTV2
tvMVTV3
tvNation
tvสทท.11
tvMCOT
กระทู้ที่เกี่ยวข้อง ตั้งกระทู้ใหม่, ตั้งกระทู้โหวต, ดูกระทู้ทั้งหมด >>
ทัศนคติของสังคมไทย ต่อเหตุการณ์บ้านเมืองในปัจจุบัน