ข่าว การเมือง อาชญากรรม สลากกินแบ่งรัฐบาล สังคม ดารา บันเทิง
 
  ค้นหาข่าว  
 
ร้องทุกข์ ร้องเรียน เว็บบอร์ด
helper end
  หน้าแรกข่าว > สกู๊ปพิเศษ > การครอบครองปรปักษ์ทรัพย์ของผู้อื่น
 

การครอบครองปรปักษ์ทรัพย์ของผู้อื่น

โดย มติชน วัน อังคาร ที่ 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2550 02:03 น.
โดย กระบี่ข้างศาล

ทุกวันนี้ได้เกิดปัญหาขึ้นมากมาย เพราะคนไร้จริยธรรมมากขึ้น ทำผิดศีลธรรม ตามโลกาภิวัตน์ที่ไม่ดีของอนารยประเทศ ปัญหาเรื่องที่ดินของมูลนิธิพระพยอม วัดสวนแก้ว ที่กำลังเป็นปัญหาอยู่นั้น ทุกอย่างเกิดแต่เหตุทั้งนั้น

การครอบครองปรปักษ์ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 แม้กฎหมายจะมิได้บัญญัติว่าต้องมีความสุจริตก็ตาม แต่รูปการ พฤติการณ์ การกระทำ ประกอบแล้วผู้กระทำต้องสุจริตด้วย เพราะถ้าแย่งเอาทรัพย์สินของผู้อื่นโดยตนรู้อยู่แล้วว่าเป็นทรัพย์สินของผู้อื่น ย่อมผิดศีลธรรม จริยธรรม

ถ้าเป็นสังหาริมทรัพย์ก็อาจจะมีความผิดฐานลักทรัพย์ ยักยอก หรือฉ้อโกง

ถ้าเป็นอสังหาริมทรัพย์ก็อาจมีความผิดฐานบุกรุก ฉ้อโกง ฯลฯ ได้เช่นกัน จึงต้องปรับด้วยเรื่องทรัพย์สินอันได้มาโดยการกระทำความผิดตามมาตรา 1388 มิใช่มาตรา 1382 แต่เพียงอย่างเดียวหรือถ้าเป็นการซื้อขายแลกเปลี่ยน หรือให้ โดยผู้รับโอนรู้ว่าผู้โอนไม่มีอำนาจโอนให้ตน จะอ้างว่าตนครอบครองปรปักษ์ เพื่อใช้ยันเจ้าของผู้มิได้รู้เห็นมิได้ (ผู้เขียนขออ้างคำสอนของศาสตราจารย์บัญญัติ สุชีวะ ปรมาจารย์ทางกฎหมายซึ่งได้บรรยายในคำสอนวิชาทรัพย์ด้วย)

ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 บัญญัติว่า บุคคลใดครอบครองทรัพย์สินของผู้อื่นไว้โดยความสงบและโดยเปิดเผยด้วยเจตนาเป็นเจ้าของ ถ้าเป็นอสังหาริมทรัพย์ได้ครอบครองติดต่อกันเป็นเวลาสิบปี ถ้าเป็นสังหาริมทรัพย์ได้ครอบครองติดต่อกันเป็นเวลาห้าปีไซร้ ท่านว่าบุคคลนั้นได้กรรมสิทธิ์

จะเห็นว่าบทบัญญัติดังกล่าวไม่มีคำว่าการครอบครองต้องครอบครองโดยสุจริต

แต่ถ้าตีความกฎหมายให้มีความเป็นธรรมโดยใช้หลักธรรมเป็นที่ตั้งแล้วนั้น ผู้ที่จะได้กรรมสิทธิ์จากการครอบครองต้องมีความสุจริตเป็นที่ตั้ง ซึ่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 5 บัญญัติว่า ในการใช้สิทธิแห่งตนก็ดี ในการชำระหนี้ก็ดี บุคคลทุกคนต้องกระทำโดยสุจริต

ผู้ที่จะมาใช้สิทธิในทางศาลต้องมาด้วยมือสะอาดนั้นก็หมายความว่า กรรมสิทธิ์ที่ได้มานั้นจะต้องได้มาจากความสุจริต มิใช่ได้มาโดยไม่ชอบ มิฉะนั้นก็จะกลายเป็นว่า กฎหมายสนับสนุนให้บุคคลทำผิดศีลธรรม ผิดจริยธรรม เที่ยวไปบุกรุก ฉ้อโกง ฯลฯ ผู้อื่น

ตัวอย่างเช่นนายแดง เห็นว่าที่ดินมีโฉนดของนายดำอยู่ใกล้บ้านของตน และนายดำไม่ได้มาดูแลระวังที่ดิน นายแดงจึงเข้าไปใช้ประโยชน์ในที่ดินของนายดำ โดยการปลูกบ้านเพื่ออยู่อาศัย ทำสวนผลไม้ และกระทำโดยเปิดเผยและเจตนาเป็นเจ้าของโดย นายดำไม่รู้หรือขัดขวางดังกล่าวจะถือว่านายแดงครอบครองที่ดินโดยสงบ

จนกระทั่งเวลาได้ล่วงเลยไป 10 กว่าปี นายแดงได้มายื่นคำร้องต่อศาลว่าตนได้กรรมสิทธิ์โดยการครอบครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382

ดังนี้จะเห็นว่าการยื่นคำร้องต่อศาลของนายแดงดังกล่าวนั้นขาดเจตนาสุจริต เพราะการครอบครองที่ดินนั้น นายแดงได้เจตนาบุกรุกที่ดินของนายดำซึ่งเป็นความผิดอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362 ซึ่งบัญญัติว่า ผู้ใดเข้าไปในอสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่น เพื่อถือการครอบครองอสังหาริมทรัพย์นั้นทั้งหมด หรือแต่บางส่วน หรือเข้าไปกระทำการใดๆ อันเป็นการรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของเขาโดยปกติสุข ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองพันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

เมื่อนายแดงบุกรุกที่ดินของนายดำอันเป็นความผิดอาญา จึงต้องปรับเข้ากับเรื่องทรัพย์อันได้มาโดยการกระทำความผิด ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1383 ซึ่งบัญญัติว่า ทรัพย์สินอันได้มาโดยการกระทำความผิดนั้น ท่านว่าผู้กระทำผิด หรือผู้รับโอนไม่สุจริตจะได้กรรมสิทธิ์โดยอายุความก็ต่อเมื่อพ้นกำหนดอายุความอาญา หรือพ้นเวลาที่กำหนดไว้ในมาตราก่อน ถ้ากำหนดไหนยาวกว่าท่านให้ใช้กำหนดนั้น

อย่างไรก็ตาม ความผิดอาญาฐานบุกรุกนั้นความผิดยังคงดำเนินอยู่ตลอด ยังถือว่าตราบใดที่นายแดงยังครอบครองที่ดินของนายดำโดยไม่สุจริตอยู่จึงยังถือว่านายแดงบุกรุกอยู่ตลอดเวลา อายุความยังไม่เริ่มนับเพราะถือว่าเป็นความผิดต่อเนื่องตลอดจนกว่านายแดงจะหยุดบุกรุกที่ดินของนายดำ คือออกจากที่ดินของนายดำไป

การที่นายแดงครอบครองที่ดินของนายดำอยู่จนถึงวันที่มายื่นคำร้องแม้เวลาจะผ่านไปนานเท่าใดก็ตามนายแดงยังบุกรุกอยู่จนวันยื่นคำร้อง

เมื่อมายื่นคำร้องในขณะที่ตนไม่สุจริตเพราะการกระทำผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 362 โดยตลอดมา นายแดงย่อมไม่ได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินที่ตนครอบครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1382

เรื่องนี้เปรียบเทียบได้กับความผิดฐานละเมิดในทางแพ่ง ซึ่งตราบใดที่ผู้กระทำความผิดฐานละเมิดยังคงกระทำความผิดต่อเนื่องไม่หยุด

จะเห็นว่ากฎหมายมุ่งประสงค์ที่จะคุ้มครองผู้สุจริต ไม่มีทางที่กฎหมายจะสอนให้คนผิดศีลธรรม ไม่มีจริยธรรม แต่กลับสอนให้เป็นโจร ฯลฯ

ในทางกลับกัน ถ้านายดำได้บอกยกที่ดินให้กับนายแดงด้วยวาจาเท่านั้นโดยไม่ได้ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าพนักงาน เมื่อนายแดงเข้าไปครอบครองทำประโยชน์ และปลูกบ้านอยู่อาศัยบนที่ดินดังกล่าว โดยสงบเปิดเผย และเจตนาเป็นเจ้าของ เมื่อเวลาผ่านไปกว่า 10 ปี เป็นการกระทำโดยสุจริตนายแดงมายื่นคำร้องขอครอบครองปรปักษ์ต่อศาล นายแดงย่อมได้กรรมสิทธิ์เพราะนายแดงครอบครองทรัพย์โดยสุจริต

ซึ่งตรงกับคำพิพากษาฎีกาที่ 2251/2538 ที่ว่า แม้การที่บิดาโจทก์ยกที่พิพาทให้โจทก์ โดยมิได้จดทะเบียนการให้ตามกฎหมายทำให้เป็นโมฆะก็ตาม แต่เมื่อโจทก์ได้ครอบครองที่พิพาทมานับตั้งแต่บิดาโจทก์ยกที่พิพาทให้โดยความสงบและเปิดเผยตัว ด้วยเจตนาเป็นเจ้าของติดต่อกันเกินกว่า 10 ปีแล้ว โจทก์ย่อมได้กรรมสิทธิ์ในที่พิพาทโดยการครอบครองปรปักษ์ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1382 ซึ่งเป็นการวินิจฉัยสอดคล้องกับหลักศีลธรรมแล้ว

ปัจจุบันที่ดินเป็นอสังหาริมทรัพย์ที่มีเจ้าของและมีราคาแพง ไม่เหมือนกับเมื่อ 50-100 ปีก่อน ซึ่งสมัยก่อนนั้นที่ดินรกร้างว่างเปล่ามีมากมายที่ไม่มีใครจับจองเป็นเจ้าของ กฎหมายจึงให้สิทธิผู้ที่ครอบครองและใช้ประโยชน์ในที่ดินได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินดังกล่าวมาฟรีๆ แต่ปัจจุบันนี้แตกต่างกับสมัยก่อนมากเพราะกว่าคนคนหนึ่งจะซื้อที่ดินมาเป็นกรรมสิทธิ์ของตนนั้น ต้องใช้เงินมากมาย จึงไม่ควรให้บุคคลที่ไม่สุจริตและฉวยโอกาสในขณะที่เจ้าของเผอเรอกับทรัพย์ของตนเองแล้ว เข้าครอบครองบุกรุก อ้างครอบครองปรปักษ์เพื่อต้องการทรัพย์นั้นเป็นกรรมสิทธิ์ของตน ถือเป็นการแย่งการครอบครองที่มีเจตนาไม่สุจริต มีพฤติกรรมที่ไม่มีจริยธรรม ผิดศีลธรรม จึงไม่ควรที่จะได้กรรมสิทธิ์ คนไทยเป็นผู้มีจริยธรรมจึงไม่ควรสนับสนุนบุคคลที่ไม่สุจริตมีพฤติกรรมผิดศีลธรรม

ดังเหตุผลที่กล่าวข้างต้นประกอบทั้งผู้ที่นำคดีไปสู่ศาลต้องมือสะอาด ซึ่งตามบัญญัติกฎหมายประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 5 เป็นบททั่วไป บัญญัติให้ผู้ที่มาศาลจึงต้องมือสะอาด (คือมีการทำการฟ้องหรือร้อง ที่มีมูลฐานมาจากการกระทำที่สุจริต)

ดังนั้น เกี่ยวกับเรื่องผู้ที่จะอ้างขอกรรมสิทธิ์โดยการครอบครองปรปักษ์ทรัพย์สินผู้อื่นต่อศาล ต้องเป็นผู้ที่กระทำโดยสุจริตเท่านั้น ไม่ใช่การอ้างแย่งการครอบครองที่มีเจตนาไม่สุจริต เช่นบุกรุกฉ้อโกง ฯลฯ เป็นการครอบครองทรัพย์สินของผู้อื่นโดยผิดศีลธรรม (นั้นคือมีมูลคดีจากความไม่สุจริต) ย่อมไม่ควรที่จะได้กรรมสิทธิ์

ฉะนั้นผู้อ้างว่าครอบครองปรปักษ์ทรัพย์สินของผู้อื่นต้องมาศาลด้วยมือสะอาดจึงจะได้ ถ้าผู้อ้างที่ร้องขอต่อศาลขาดความสุจริตตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 5 ศาลควรยกคำร้องหรือไม่รับรองสิทธิให้แก่ผู้ที่มาศาลด้วยมือไม่สะอาดนั้น

สำหรับในกรณีที่ศาลรับคำร้องแล้ว การส่งหมายสำเนาคำร้องให้เจ้าของหรือทายาทต้องให้ได้รับจริงๆ ไม่ควรประกาศหนังสือพิมพ์เด็ดขาด กับควรไต่สวนอย่างรอบคอบให้สิ้นสงสัยว่าที่ดินนั้นมิใช่ทรัพย์สินที่ได้กระทำผิดจริยธรรมศีลธรรมมา ศาลต้องไปเดินเผชิญสืบที่ดินให้แน่ชัดว่ามีการกระทำประโยชน์ครอบครองจริงหรือไม่

บางรายขอมามากแต่เมื่อเผชิญสืบแล้ว เห็นได้ว่าควรได้ที่ดินเล็กน้อยเท่านั้นก็มี เพราะศาลต้องมีจิตวิญญาณที่ไม่สนับสนุนผู้กระทำผิดศีลธรรม ผิดจริยธรรม อันจะเป็นการชี้ทางสว่างเพื่อนำพาให้สังคมไทยเป็นสุข มีแต่สุจริตชน

ดังปัญหาการซื้อที่ดินของมูลนิธิวัดสวนแก้วที่เกิดขึ้นย่อมเป็นตัวอย่างแก่สังคมไทย พึงระมัดระวังในผลการกระทำของทุกๆ ฝ่าย สังคมไทยต้องพึ่งธรรมะเป็นใหญ่

หน้า 6

 


 
หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว ครั้ง
อ่านข่าวทั้งหมดของ มติชน ได้ที่นี่
 
ข่าวอื่นๆ คลิปข่าวเด็ด S! TV
news สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานภาค 7 อุบลราชธานี รับสมัครเตรียมเป็นผู้ทดสอบมาตรฐานฝีมือ
news นักเรียน - เยาวชนจันทบุรีแห่ชมนิทรรศการพระบิดาแห่งฝนหลวง
news สำนักงานพัฒนาชุมชน จ.ลำพูน ดำเนินงานพัฒนาชุมชนปีงบประมาณ 2553
news จ.สุราษฎร์ธานี ฉลองพระชนมายุ 84 พรรษา แด่สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวด
news สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ออกแถลงการณ์ คัดค้านการตั้งคณะกรรมการ 4 ฝ่ายแก้ไขปัญหามาบตาพุดไม่มีความเหมา
news จังหวัดสุราษฎร์ธานี จัดกิจกรรมวันนัดพบแรงงานและงานอาชีพ
tvASTV1
tvDMC
tvMVTV1
tvMVTV2
tvMVTV3
tvNation
tvสทท.11
tvMCOT
กระทู้ที่เกี่ยวข้อง ตั้งกระทู้ใหม่, ตั้งกระทู้โหวต, ดูกระทู้ทั้งหมด >>
การครอบครองปรปักษ์ทรัพย์ของผู้อื่น