ข่าว การเมือง อาชญากรรม สลากกินแบ่งรัฐบาล สังคม ดารา บันเทิง
 
  ค้นหาข่าว  
 
ร้องทุกข์ ร้องเรียน เว็บบอร์ด
helper end
  หน้าแรกข่าว > สกู๊ปพิเศษ > วิธีการใช้ส้วม ฯลฯ
 

วิธีการใช้ส้วม ฯลฯ

โดย มติชน วัน พุธ ที่ 14 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2550 02:03 น.
โดย โกวิท วงศ์สุรวัฒน์

ผู้เขียนเป็นเด็กรุ่นแรกๆ ที่เรียนโรงเรียนอนุบาลดอกบัว (อนุบาลแฟนฉัน) ก่อตั้งขึ้นเมื่อสมัยจอมพล ป.พิบูลสงคราม เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งจอมพล ป.พิบูลสงครามท่านเป็นผู้ปฏิวัติวัฒนธรรมไทยมานานก่อนประธานเหมาเจ๋อตุงจะปฏิวัติวัฒนธรรมที่ประเทศจีนหลายสิบปีทีเดียว

การปฏิวัติวัฒนธรรมนี้ย่อมสร้างความลำบากให้กับคนในสังคมมาก เนื่องจากเป็นการเปลี่ยนแปลงวิถีการดำเนินชีวิต เพราะว่าวัฒนธรรม (culture) คือ วิถีการดำเนินชีวิต ซึ่งวิถีการดำเนินชีวิตนั้นเกิดจากความเคยชิน

อีทีนี้ ความลำบากคือความไม่เคยชิน เมื่อปฏิวัติวัฒนธรรมให้นุ่งกางเกงแทนนุ่งผ้าม่วง (โจงกระเบน) ก็ย่อมลำบากจนกว่าจะเคยชิน การบังคับให้เลิกกินหมากก็ลำบากเหลือเกินจนกว่าจะเคยชิน การกินข้าวด้วยการใช้ช้อนส้อมแทนการใช้มือเปิบก็ลำบากจริงๆ กว่าจะเคยชิน ฯลฯ

แต่เมื่อเคยชินแล้วก็ไม่ลำบาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กๆ ที่ยังไม่เคยชินอะไรอยู่ในวัยเรียนรู้ อย่างผู้เขียนเมื่อ 50 กว่าปีที่แล้วก็เลยซึมซับมาได้เยอะในวิถีการดำเนินชีวิตแบบใหม่ของรัฐบาลไทยสมัยโน้น อาทิ

1.การรับประทานอาหารด้วยช้อนส้อม ซึ่งได้รับการอธิบายถึงประโยชน์และวิธีการใช้อย่างละเอียด (ปัจจุบันในโรงเรียนอนุบาลเลิกสอนกันแล้ว) ซึ่งเมื่อผู้เขียนกินข้าวที่บ้านก็จะต้องใช้ช้อนส้อม ในขณะที่คนอื่นๆ ในบ้านใช้มือเปิบอาหารกัน

2.วัฒนธรรมการใช้ ผ้าเช็ดหน้า ต้องพกผ้าเช็ดหน้าติดตัวไว้ใช้ปิดปากจมูก เวลาไอหรือจาม และเรื่องการถ่มถุยน้ำลายเป็นเรื่องของกุ๊ย (ผี) นักเรียนที่ดีไม่ถ่มถุยเด็ดขาด

3.ล้างมือทุกครั้งก่อนรับประทานอาหาร และหลังจากเข้าห้องส้วมหรือกลับมาจากข้างนอก ตลอดจนปัดกวาดบ้านเรือนด้วยไม้กวาดและใช้ไม้ขนไก่ปัดฝุ่นเครื่องเรือนบ่อยๆ ควรเช็ดถูอย่างน้อยวันละครั้ง

4.สอนวิธีการใช้ห้องสุขา โดยสอนถึงส้วมชนิดต่างๆ และวิธีการใช้ให้ถูกต้องโดยแสดงวิธีการใช้ให้ดูด้วย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปีนขึ้นไปนั่งยองๆ บนโถส้วมแบบนั่งราบนั้น มีรูปภาพพร้อมเครื่องหมายกากบาทแสดงเลย

5.อันนี้ไม่ทราบว่าสอนกันหรือเปล่า แต่เรื่องของส้วมเหมือนกันคือ การทิ้งผ้าอนามัยลงในโถส้วม (บังเอิญผู้เขียนเคยได้รับการร้องเรียนจากผู้ดูแลหอพักหญิงเรื่องส้วมตัน เนื่องจากเหตุผลอย่างว่า และในปัจจุบันก็ยังคงเกิดขึ้นทั่วไปตามห้องน้ำสาธารณะ)

6.การใช้อ่างล้างหน้าต้องระวังไม่ให้น้ำกระเด็นกระจายไปทั่ว ด้วยการรีดน้ำออกจากมือหรือหน้าก่อนที่จะใช้ผ้าเช็ดให้สะอาด แทนที่จะสะบัดหัว สะบัดมือ สะบัดผมไปทั่ว (เห็นได้ในห้องน้ำสาธารณะทั่วไปที่ผู้ชายเพียงคนเดียวสามารถทำห้องน้ำสกปรกเลอะเทอะได้เพียงแค่ไปใช้อ่างล้างหน้าเท่านั้น)

สำหรับข้อนี้มีสาเหตุที่มาที่ไปเนื่องจากผู้เขียนไปใช้ห้องน้ำสาธารณะในศูนย์การค้ามาแล้วเจอพายุของการสะบัด สะบัดน้ำของทุรบุรุษผู้หนึ่งมาจึงได้ว่ากล่าวตักเตือนในฐานะพลเมืองดี (แก่) คนหนึ่งต่อเยาวชนของชาติแต่ปรากฏว่า อเวไนยสัตว์ผู้นั้นพยายามที่จะทำร้ายร่างกายผู้เขียน แต่บังเอิญผู้เขียนหลบหนีรอดชีวิตออกมาได้ก่อน

จากประสบการณ์นี้เองทำให้ผู้เขียนระลึกถึงสมัยก่อน (คนแก่มักพูดถึงความหลัง) ที่คำติเตียนที่เจ็บแสบที่สุดคือ

เด็กที่พ่อแม่ไม่สั่งสอน

บิดาของผู้เขียนพร่ำสอนอยู่เสมอว่า ท่านกลัวที่สุดที่จะได้ยินใครพูดถึงลูกของท่านว่าเป็น เด็กที่พ่อแม่ไม่สั่งสอน โดยเฉพาะเรื่องกิริยามารยาทเนื่องจากท่านบวชเป็นพระภิกษุมาตั้ง 5 พรรษา ท่านจึงเข้มงวดเรื่องกิริยามารยาทมาก โดยเฉพาะเรื่องเวจกุฎี (ส้วมของพระ) ซึ่งบิดาสอนว่าจะดูวัดไหนว่าสมภารดีหรือไม่ดีให้ดู 2 แห่ง คือที่แท่นบูชาพระประธานในโบสถ์กับที่ส้วมพระในวัด หากทั้งสองแห่งนี้สกปรกเลอะเทอะไม่สะอาดเรียบร้อยแล้วก็แสดงว่า สมภารวัดนั้นแย่อย่าไปทำบุญวัดนั้นเลย ไม่ได้ความเจริญอะไรขึ้นมาหรอก

หากส้วมพระสะอาดแสดงว่า พระวัดนั้นดี เนื่องจากมีพระวินัยเกี่ยวกับส้วมนี่เยอะนะครับท่านผู้อ่านที่เคารพ โปรดอย่าลืมว่าพระพุทธเจ้าของเราท่านมาจากวรรณะกษัตริย์นะครับ ท่านย่อมเป็นผู้ดีมีมีมารยาท ดังนั้น ท่านจึงทรงบัญญัติเรื่องมารยาทผู้ดีเอาไว้ โดยเฉพาะเรื่องการใช้ส้วม ซึ่งไม่ใช่เรื่องเล็กๆ นะครับ เคยเกิดสังฆเภท (พระสงฆ์ทะเลาะกันแบ่งเป็นฝักฝ่าย คล้ายกับสมัยนี้แหละครับ) ที่กรุงโกสัมพี ขนาดพระพุทธเจ้าเสด็จไปห้ามปรามก็ไม่สำเร็จ ท่านจึงหลีกเข้าไปจำพรรษาอยู่ในป่าพระองค์เดียว มีแต่ช้างกับลิงมาคอยดูแลพระองค์ตลอดพรรษา โดยไม่ให้พระสงฆ์ที่โกสัมพีเข้าเฝ้าเลย

ชาวบ้านเมืองโกสัมพีเลยเลิกตักบาตรทำบุญกับพระสงฆ์หัวดื้อเหล่านั้นตลอดพรรษาเหมือนกัน จนพระอดอยากสำนึกตัวเลิกทะเลาะกันแล้วพากันไปกราบขอขมาพระพุทธองค์ ซึ่งกาลสมัยนั้นทำให้มีการสร้างพระพุทธรูปปางปาลิไลยก์ที่เป็นรูปพระพุทธเจ้าประทับห้อยพระบาทและมีช้างหมอบเอาผลไม้มาถวายกับลิงที่เอารวงผึ้งมาถวายนั่นเอง

ที่เขียนบทความนี้ก็เนื่องจากเทศกาล ส้วมโลก ที่จัดขึ้นหลายเดือนก่อน ซึ่งผู้เขียนชื่นชมมาก เพราะผู้เขียนชอบเข้าส้วม แต่เมื่อไปดูแล้วไม่มีการกล่าวถึงมารยาทของการใช้ส้วมสักเท่าไรเลย ดูหนักไปทางฮาร์ดแวร์มากกว่าซอฟต์แวร์แฮะ! เนื่องจากดูจะเน้นถึงความนำสมัยและเทคโนโลยีของส้วมที่หลากหลายเป็นหลัก กับการที่เจ้าของสถานที่ต้องรักษาสะอาดให้ดี แต่ไม่ได้ให้การศึกษาคนใช้ส้วมให้เป็น ซึ่งดูออกจะเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด ขอฝากเอาไว้คราวหน้าด้วย

ซึ่งการจัดงานครั้งนี้ยอดจริงๆ เพราะการคิดเอาส้วมเข้ามาไว้ในห้องนอนได้นี่ต้องถือว่าเป็นก้าวหน้าของมนุษยชาติ ยิ่งกว่าเราไปถึงดวงจันทร์ได้ด้วยซ้ำไป

หน้า 6

 


 
หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว ครั้ง
อ่านข่าวทั้งหมดของ มติชน ได้ที่นี่
 
ข่าวอื่นๆ คลิปข่าวเด็ด S! TV
news สถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานภาค 7 อุบลราชธานี รับสมัครเตรียมเป็นผู้ทดสอบมาตรฐานฝีมือ
news นักเรียน - เยาวชนจันทบุรีแห่ชมนิทรรศการพระบิดาแห่งฝนหลวง
news สำนักงานพัฒนาชุมชน จ.ลำพูน ดำเนินงานพัฒนาชุมชนปีงบประมาณ 2553
news จ.สุราษฎร์ธานี ฉลองพระชนมายุ 84 พรรษา แด่สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวด
news สมาคมต่อต้านสภาวะโลกร้อน ออกแถลงการณ์ คัดค้านการตั้งคณะกรรมการ 4 ฝ่ายแก้ไขปัญหามาบตาพุดไม่มีความเหมา
news จังหวัดสุราษฎร์ธานี จัดกิจกรรมวันนัดพบแรงงานและงานอาชีพ
tvASTV1
tvDMC
tvMVTV1
tvMVTV2
tvMVTV3
tvNation
tvสทท.11
tvMCOT
กระทู้ที่เกี่ยวข้อง ตั้งกระทู้ใหม่, ตั้งกระทู้โหวต, ดูกระทู้ทั้งหมด >>
วิธีการใช้ส้วม ฯลฯ