ข่าว การเมือง อาชญากรรม สลากกินแบ่งรัฐบาล สังคม ดารา บันเทิง
  ค้นหาข่าว  
ร้องทุกข์ ร้องเรียน เว็บบอร์ด
helper end
  หน้าแรกข่าว > สกู๊ปพิเศษ > วัฒนธรรมทางการเมือง ที่แตกต่างกัน
 

วัฒนธรรมทางการเมือง ที่แตกต่างกัน

โดย มติชน วัน พุธ ที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2551 04:19 น.
โดย โกวิท วงศ์สุรวัฒน์

โอ้โฮ! เรื่องที่เกิดขึ้นอยู่กันคนละซีกโลกแต่ทำไมถึงจะบังเอิญกันได้ปานนี้

กล่าวคือ ผู้ว่าการมลรัฐนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา ประกาศลาออกจากตำแหน่งเมื่อวันพุธที่ 12 มีนาคม พ.ศ.2551 ด้วยเหตุผลว่าเป็น private failings

ในขณะที่นายอภิรักษ์ โกษะธิน ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ประเทศไทย ประกาศในวันพฤหัสบดีที่ 13 มีนาคม พ.ศ.2551 นายอภิรักษ์ได้ยุติการทำหน้าที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครชั่วคราว พร้อมกับได้ตั้ง ดร.วัลลภ สุวรรณดี รองผู้ว่าฯ รักษาการแทน เนื่องจากคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) แจ้งข้อกล่าวหาว่ามีความผิดกรณีซื้อรถดับเพลิงและเรือดับเพลิง ทั้งๆ ที่เป็นเพียงการแจ้งข้อกล่าวหาเท่านั้น ยังไม่ได้เป็นการชี้มูลความผิดหรือส่งเรื่องขึ้นสู่การพิจารณาคดีของศาลแล้ว

เราลองมาพิจารณากันทีละเรื่องในแง่ของวัฒนธรรมทางการเมือง (Political Culture) ของสหรัฐอเมริกากับประเทศไทยกันเพื่อความสนุกสนานก็แล้วกัน เพราะว่าเรื่องบังเอิญอย่างนี้มิได้เกิดขึ้นบ่อยนัก

วัฒนธรรมทางการเมืองนี่ขออ้างเอาคำจำกัดความที่กระชับหน่อยของ Lucian W. Pye ที่ว่าวัฒนธรรมทางการเมืองคือ ผลรวมของคุณค่าพื้นฐาน ทัศนคติที่มีต่อสิ่งใดสิ่งหนึ่งและความรู้ที่ให้รูปแบบและเนื้อแท้ของกระบวนการทางการเมือง (the sum of the fundamental values, sentiments and knowledge that give form and substance to political process)

ถ้าจะว่ากันให้เข้าใจง่ายๆ ก็คือสิ่งที่เชื่อๆ และปฏิบัติกันมาทางการเมืองว่าอะไรถูกอะไรไม่ถูกนั่นแหละ ซึ่งไม่เหมือนกันในแต่ละประเทศและสังคม

เช่นในประเทศสหรัฐอเมริกานั้นประชาชนเขาเชื่อกันโดยมีเหตุผลว่านักการเมืองนักปกครองที่ดีต้องมีชีวิตครอบครัวดีต้องเป็นคนรักครอบครัวบริหารครอบครัว ว่ายังงั้นเถอะ

เพราะว่าหากในครอบครัวยังบริหารให้ดีไม่ได้แล้วจะมีปัญญาอะไรมาบริหารประเทศ

ในขณะที่ประชาชนของประเทศในยุโรปส่วนใหญ่นั้นไม่เห็นความเกี่ยวเนื่องเรื่องครอบครัวกับนักการเมืองกันอย่างคนอเมริกัน

คนยุโรปถือว่าเป็นคนละเรื่องกัน

กล่าวคือ นักการเมือง นักปกครองที่ดี ที่เก่งนั้นไม่จำเป็นที่จะต้องมีชีวิตครอบครัวที่ดีเลย จะหย่าร้างกันหรือจะมีกิ๊ก จะมีภรรยาสักกี่คน หรือจะมีลูกนอกกฎหมายก็ไม่เห็นจะเป็นอะไรเลย (ตรงนี้ฟังดูคุ้นๆ เหมือนกับประเทศหลายประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ แฮะ!)

สำหรับนายอีเลียต สปิตเซอร์ ผู้ว่าการมลรัฐนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา ต้องประกาศลาออกจากตำแหน่งผู้ว่าการรัฐไป เนื่องจากตะแกแอบไปมีเพศสัมพันธ์กับโสเภณีที่โรงแรมเมย์ ฟลาวเวอร์ ในกรุงวอชิงตัน ดี.ซี. แล้วถูกจับได้เท่านั้นเอง โดยที่หนังสือพิมพ์นิวยอร์ก ไทม์เอาตีพิมพ์นี่เป็นเรื่องคอขาดบาดตายเลยนะ โถ! หากเมืองไทยเราเป็นอย่างนี้บ้างแล้วเราจะเหลือท่านผู้แทนราษฎรผู้ทรงเกียรติกันสักกี่คนหนอ?

ตอนนี้ที่สหรัฐอเมริกาเรื่องของผู้ว่าการรัฐนิวยอร์กผู้ลาออกไปแล้วนี่กำลังบานปลาย เพราะว่านางเอกกลับดังกว่าพระเอกไปแล้ว กล่าวคือ คุณ Ashley Alexandra Dupre ผู้เป็นโสเภณี (แปลว่าหญิงงามครับ) ที่บริการท่านผู้ว่าสปิตเซอร์นั้นกลายเป็นดาราที่มีผู้คนค้นหารูปและเฟสบุ๊กของเธอทางอินเตอร์เน็ตกว่า 5 ล้านคน ภายในเวลา 3 วัน

ความจริงคุณแอชเลย์ทำงานสังกัดสำนัก (ซ่อง) จักรพรรดิ (Emperor) นั้นโดยคิดค่าบริการแค่ชั่วโมงละ 1,000 เหรียญเอง (32,000 บาท) ซึ่งศาสตราจารย์ Sudhir Venkatesh แห่งภาควิชาสังคมวิทยา มหาวิทยาลัยโคลอมเบีย (เป็นมหาวิทยาลัยระดับเดียวกันกับฮาร์วาร์ด กับเยลเชียวนะครับ) ได้ทำการศึกษาเรื่องโสเภณีชั้นสูง (ราคาแพง) 400 คน ในนิวยอร์ก กล่าวว่า ความจริงตัวท่านผู้ว่าฯสปิตเซอร์ก็ไม่ใช่ว่าหน้ามืดฟุ่มเฟือยนักหรอก เพราะว่ามีโสเภณีที่คิดค่าบริการถึงครั้งละ 10,000 เหรียญ (320,000 บาท) แต่ท่านอดีตผู้ว่าฯท่านก็ประหยัดอยู่แล้ว

ขอแถมเรื่องที่น่าสนใจอีกหน่อยคือตัวผู้ว่าการรัฐนิวยอร์กคนใหม่ที่ขึ้นมาแทนนายสปิตเซอร์นั้นท่านเป็นคนผิวดำและตาบอดด้วยนะ

ท่านชื่อ David Paterson เคยเป็นรองผู้ว่าการรัฐนิวยอร์กโดยตำแหน่งอยู่แล้ว

คิดดูเถอะว่านิวยอร์กซึ่งเป็นมลรัฐที่มีขนาดเศรษฐกิจเป็นอันดับที่ 3 ของสหรัฐอเมริกาที่รองมาจากแคลิฟอร์เนียและเท็กซัส (หากจัดเอาว่านิวยอร์กเป็นประเทศเอกราชแล้วมลรัฐนิวยอร์กจะมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับที่ 16 ของโลก) คนใหม่เอี่ยมนี่มีผู้ว่าการรัฐนิวยอร์กที่เป็นคนผิวดำและพิการด้วย

คราวนี้มาถึงเรื่องท่านผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร คุณอภิรักษ์ โกษะโยธิน แห่งประเทศไทยของเรานี่ ว่าไปก็น่าประหลาดใจนิดหน่อยนะ เนื่องจากว่าวัฒนธรรมการเมืองไทยเกี่ยวกับเรื่องการคอร์รัปชั่นนี่นะ คนไทยทั่วไปเห็นเป็นเรื่องธรรรมดาเหมือนอย่างนักการเมืองไทยเที่ยวโสเภณีหรือมีเมียน้อยนั่นแหละ

แต่การที่ท่านประกาศพักงานในตำแหน่งโดยไม่รับเงินเดือนของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเพื่อเป็นการสร้างมาตรฐานของการเมืองไทยขึ้นใหม่ ก็นับว่าน่าสนใจและน่าสรรเสริญ

แต่ดูออกจะแปลกๆ ในสายตาคนไทยจำนวนไม่น้อยที่ไม่คุ้นเคยกับวัฒนธรรมในรูปแบบดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม อยากจะขอยกตำแหน่ง นักการเมืองไทยที่หน้าบางที่สุดแห่งสหัสวรรษ ให้กับท่านผู้ว่าฯอภิรักษ์ โกษะโยธิน อย่างไร้คู่แข่งในโอกาสอันน่าตื่นเต้นนี้

หน้า 6

 
หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว ครั้ง
อ่านข่าวทั้งหมดของ มติชน ได้ที่นี่
 
 
ข่าวอื่นๆ คลิปข่าวเด็ด S! TV
news เปิดเบื้องหลัง ปฏิวัติ 19 ก.ย. ล้มเหลว-พ่ายแพ้-แตกแยก
news รายงานพิเศษ สสช. : การประมวลข้อมูลพื้นที่การก่อสร้าง เพื่อจัดทำตัวชี้วัดที่อยู่อาศัย
news การแก้ไขผลกระทบจากราคาน้ำมัน
news อย่าขโมยฝันชาวนา
news อนาคตขององค์การการค้าโลก : อนาคตของการเจรจารอบโดฮา..?
news เปิดโลกผจญภัย ตามรอยพระพุทธเจ้า
tvASTV1
tvDMC
tvMVTV1
tvMVTV2
tvMVTV3
tvNation
tvสทท.11
tvMCOT
กระทู้ที่เกี่ยวข้อง ตั้งกระทู้ใหม่, ดูกระทู้ทั้งหมด >>
วัฒนธรรมทางการเมือง ที่แตกต่างกัน