|
|
| |
เรื่องเล่าจากแนวรบชายแดนใต้ :ยุทธศาสตร์พระราชทาน |
|
|
 |
| โดย มติชน วัน พฤหัสบดี ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2551 04:17 น. |
|
โดย รุ่ง แก้วแดง ประธานมูลนิธิสุข-แก้ว แก้วแดง
ไฟใต้ที่เกิดขึ้นมากว่า 4 ปีแล้วนั้น เป็นที่รับรู้ของคนทั่วประเทศว่าเป็นปัญหาหนักของทุกรัฐบาล เป็นความวิตกกังวลใจของคนทั้งชาติ และเป็นความทุกข์ของแผ่นดิน จากผลการสำรวจของโพลทุกสำนักก็ระบุชัดตรงกันว่า ปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นปัญหาสำคัญของบ้านเมืองที่ประชาชนส่วนใหญ่อยากให้รัฐบาลแก้ไขก่อนเป็นอันดับแรก
รัฐบาลได้แถลงนโยบายว่าจะมุ่งมั่นแก้ไขปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่มาถึง ณ วันนี้ หน่วยงานของรัฐก็ยังไม่มีแผนงานโครงการที่เป็นรูปธรรม ส่วนหนึ่งเอาโครงการเก่ามาปัดฝุ่น แต่อีกส่วนหนึ่งก็ยังไม่เข้าใจปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้เหมือนเดิม
ในฐานะที่เป็นคนจังหวัดชายแดนภาคใต้ หลังจากเกษียณอายุราชการแล้วได้กลับไปใช้ชีวิตอยู่ที่บ้านเกิด พบว่าปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นไม่สามารถที่จะแก้ได้ในเร็ววัน เพราะรากของปัญหาฝังลึกมานานเหมือนภูเขาน้ำแข็ง
สาเหตุใหญ่ของปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นมาจากข้าราชการจำนวนมากที่ถูกส่งลงไปแก้ปัญหายังไม่เข้าใจในเรื่องของประวัติศาสตร์ ศาสนา วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของคนใต้อย่างแท้จริง
การจะแก้ปัญหา 3 จังหวัดให้ประสบความสำเร็จได้นั้น ต้องยึดพระราโชบายที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้พระราชทานไว้แล้ว คือ เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา โดยทุกเรื่องทุกโครงการจะต้องนำ 3 คำสำคัญนี้มาประเมินว่าคนที่ลงไปทำงานนั้นเข้าใจอย่างจริงจัง เข้าถึงอย่างลึกซึ้ง และพัฒนาสำเร็จหรือไม่ ไม่ใช่เพียงท่องแค่จำแต่เวลาปฏิบัติจริงกลายเป็นคนละเรื่อง และเป็นเช่นนี้มานานหลายปี
ซึ่งจะยกตัวอย่างมาให้พิจารณาในที่นี้สัก 2-3 ตัวอย่าง
ด้านประวัติศาสตร์นั้น เราคนไทยจะต้องเข้าใจว่า 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มีประวัติศาสตร์ความเป็นมาที่ยาวนาน มีหลักฐานมากมายที่ยืนยันได้ว่ามีความเก่าแก่กว่าประวัติศาสตร์ของประเทศไทยที่เริ่มต้นในยุคสุโขทัย และคงไม่ต้องพูดถึงการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์สมัยโบราณก่อนจะมีอาณาจักรลังกาสุกะด้วยซ้ำไป
อาณาจักรลังกาสุกะ ไม่ได้เป็นเพียงชื่อบ้านนามเมืองที่อยู่ในบันทึกของพ่อค้าและนักเดินทางชาวจีนเท่านั้น แต่มีซากของโบราณสถานและโบราณวัตถุกระจัดกระจายอยู่เต็มพื้นที่ 3 ตารางกิโลเมตร แม้กระนั้นรัฐบาลไทยก็ให้ความสนใจน้อยมาก การขุดค้นจึงไม่ก้าวหน้า ทั้งๆ ที่ถ้าสืบค้นกันจริงๆ จะพบร่องรอยหลักฐานที่สามารถเสนอให้เป็นมรดกโลกได้
ส่วนอาณาจักรปัตตานีก็เช่นเดียวกัน ควรจะต้องทำการศึกษาให้เข้าใจในข้อเท็จจริงที่ว่า มีอาณาจักรปัตตานีที่เจริญรุ่งเรืองมาก่อนหน้านี้ มีเจ้าผู้ปกครองที่มีตัวมีตนจริง มีศิลปวัฒนธรรมที่ควรค่าแก่การศึกษาให้รู้ลึก และไม่ควรกลับที่จะต้องถกเถียงกันในข้อเท็จจริง ต้องทำให้ประวัติศาสตร์ปัตตานีกระจ่าง เป็นที่เปิดเผยและยอมรับได้ของทุกฝ่าย ไม่ใช่ปล่อยให้อึมครึมดังเช่นที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน
ด้านศาสนา ซึ่งประชากรส่วนใหญ่นับถือศาสนาอิสลามนั้น มีบทบัญญัติเป็นวิถีชีวิตของบุคคล ดังนั้น การศึกษาให้เข้าใจหลักศาสนาอิสลามสำหรับตำรวจ ทหาร และนักปกครองจึงเป็นเรื่องจำเป็น เพื่อจะได้กำหนดนโยบายการดำเนินงานที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตของพี่น้องไทยมุสลิมได้ แต่ในความเห็นของผม ผมคิดว่าข้าราชการส่วนใหญ่ ยกเว้นข้าราชการที่นับถือศาสนาอิสลาม ไม่มีความรู้และความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในเรื่องศาสนา การดำเนินงานของเจ้าหน้าที่รัฐจึงมักจะขัดกับวิถีชีวิตของราษฎร ซึ่งนำไปสู่การขัดแย้งที่ยากจะแก้ไข
ด้านวัฒนธรรม สังคมของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มีจุดเด่นตรงที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรม ซึ่งหลายประเทศสามารถนำจุดเด่นนี้ไปใช้ให้เป็นประโยชน์ในการสร้างสังคมที่มั่งคั่งไปด้วยความรู้และวัฒนธรรม ฉะนั้น ผู้กำหนดนโยบายต้องเข้าใจและสนับสนุนให้คนในสังคมที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมสามารถอยู่ร่วมกันได้
กล่าวโดยสรุปก็คือ ข้าราชการที่ลงไปทำงาน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้มีน้อยมากที่เข้าใจและเข้าถึงประวัติศาสตร์ ศาสนา วัฒนธรรม และวิถีชีวิตของคนใน 3 จังหวัดอย่างถูกต้อง เพราะขาดการเรียนรู้และไม่มีจิตวิญญาณที่จะทำงานเพื่อคนในท้องที่อย่างแท้จริง
มูลนิธิสุข-แก้ว แก้วแดง ซึ่งเป็นมูลนิธิที่มุ่งทำงานเพื่อสันติสุขของ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เคยเสนอว่าข้าราชการทั้งทหาร ตำรวจ และพลเรือนที่ลงไปทำงานภาคใต้ทุกคน ไม่ว่าตำแหน่งใหญ่โตหรือตำแหน่งเล็ก ไปชั่วคราว 3-6 เดือน หรือระยะยาวก็ตาม จะต้องมีความรู้ความเข้าใจเรื่องภาคใต้อย่างลึกซึ้ง (เข้าใจ เข้าถึง) เพียงพอที่จะทำงาน (พัฒนา) ได้
วิทยาลัยสันติสุข เป็นองค์กรหนึ่งที่อยู่ภายใต้การดำเนินงานของมูลนิธิ ได้ขออาสาเป็นผู้จัดเสวนา (ไม่เน้นการบรรยายที่น่าเบื่อ) ระหว่างข้าราชการกับประชาชนในพื้นที่ เพื่อให้ข้าราชการที่ลงไปทำงานในพื้นที่มีโอกาสเรียนรู้วิถีชีวิตของคนภาคใต้และเป็น เพื่อน กัน ไม่ใช่ เจ้านาย กับ ผู้อยู่ใต้ปกครอง ดังเช่นปัจจุบัน เพราะเราเชื่อว่าไม่มีใครเข้าใจจิตวิญญาณของคนในพื้นที่ดีกว่าคนใต้ด้วยกัน
น่าเสียดายที่รัฐบาลมองไม่เห็นความสำคัญของการเรียนรู้เพื่อเป็นเพื่อนกันระหว่างข้าราชการกับประชาชน และไม่สนับสนุนกิจกรรมของภาคประชาชนในพื้นที่
ทำให้เจ้าหน้าที่ของรัฐไม่ทำตัวเป็นผู้ให้บริการประชาชนที่ดี รวมทั้งมีขั้นตอนในการทำงานมากมายจนไม่สามารถแก้ปัญหาได้ทันท่วงที
หน้า 6
|
|
| |
| หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว
ครั้ง |
อ่านข่าวทั้งหมดของ มติชน ได้ที่นี่
 |
| |
 |
|
|
เรื่องเล่าจากแนวรบชายแดนใต้ :ยุทธศาสตร์พระราชทาน
|
|
|