|
|
| |
|
 |
| โดย มติชน วัน พฤหัสบดี ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2551 04:17 น. |
|
คอลัมน์ เดินหน้าชน
โดย เจตนา จนิษฐ jetana@matichon
อากาศเมืองไทยยามนี้ร้อนตับแลบอยู่แล้ว ยิ่งมาเจอบรรยากาศการเมืองแห่งการมุ่งช่วงชิงอำนาจห้ำหั่นเอาเป็นเอาตายกันอย่างไม่ยอมลดราวาศอกของทั้งสองฝ่ายที่มีทั้งมองเห็นและมองไม่เห็น ยิ่งทำให้อุณหภูมิพุ่งใกล้จุดเดือดรอวันปรอทแตก
เห็นแล้วน่าเป็นห่วง ถ้าทั้งสองฝ่ายยังไม่ยอมถอยออกมาตั้งสติกันให้นิ่ง ขืนยังดันทุรังจะเอาชนะคะคาน มุ่งแต่ประโยชน์ส่วนตัวพวกพ้อง ไม่คำนึงถึงความเสียหายที่จะเกิดกับประชาชน เกิดกับส่วนรวมประเทศชาติ ทั้งในด้านเศรษฐกิจ สังคม ความมั่นคง และความน่าเชื่อถือ
สุดท้ายแล้วก็จะแพ้ด้วยกันทั้งสองฝ่าย
เรามีบทเรียนแห่งความหายนะของชาติหลายบทที่ผ่านมาที่เกิดจากปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง ความขัดแย้งของ 2 ขั้วอำนาจการเมือง แต่ทำไมไม่จำกัน!
ผมรู้สึกเบื่อจริงๆ กับนักการเมืองบ้านเรา โดยเฉพาะพวกที่ชอบใส่หน้ากากเรียกร้องความสมานฉันท์สามัคคี แต่การกระทำกลับสวนทาง มีแต่สร้างความแตกแยก ปลุกปั่นยุยงซ่อนเร้นอ้างประชาชนมาทำลายล้างกันไม่จบสิ้น
เลยอยากให้ท่านนักการเมือง นักเคลื่อนไหวทางการเมืองทั้งหลาย ลองฟังความรู้สึกความเห็นตัวแทนของประชาชนส่วนใหญ่ในประเทศนี้เขารู้สึกอย่างไรบ้าง อย่าไปเหมารวมตัดสินใจแทนหรือแอบอ้างประชาชนเสียทั้งหมด
โดยข้อมูลที่แสดงความเห็นต่อไปนี้เป็นข้อมูลบางส่วนของประชาชนหลากหลายอาชีพในเขต กรุงเทพมหานคร ภาคกลาง (ยกเว้น กทม.) ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ จำนวน 576 ชุมนุม อาคาร/หมู่บ้าน จากทั้งสิ้น 109,966 ชุมนุมอาคาร/หมู่บ้าน ที่ผ่านการสุ่มตัวอย่าง บุคคลอายุ 18 ปีขึ้นไป จำนวน 5,760 คน ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ ระหว่างวันที่ 9 ถึง 11 มกราคม 2551 เกี่ยวกับสถานการณ์ความขัดแย้งในปัจจุบัน ตลอดจนแนวคิดการสร้างความสมานฉันท์ในสังคมไทย
ข้อมูลส่วนหนึ่งที่แสดงถึงความรักความสามัคคีทางการเมืองของคนไทยเพื่อให้เปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมา ระบุว่า ประชาชนเห็นว่าคนไทยมีความรักความสามัคคีน้อยลง ร้อยละ 47.2 เหมือนเดิม ร้อยละ 32.4 เพิ่มขึ้น ร้อยละ 13.7 และไม่แน่ใจ อีกร้อยละ 6.7
โดยกรุงเทพมหานครมีสัดส่วนของผู้ที่เห็นว่าคนไทยมีความรักความสามัคคีน้อยลง สูงที่สุด คือ ร้อยละ 52.5
ขณะที่ข้อมูลการสอบถามประชาชนถึงแนวคิดที่จะลดความขัดแย้งและสร้างความสมานฉันท์ทางการเมืองในสังคมนั้น มีประชาชนทั่วประเทศ 82.2% ที่เสนอความเห็นในเรื่องนี้ พบว่า 5 อันดับแรก คือ
1.ทุกคนควรหันหน้าเข้าหากัน พูดคุยกัน เพื่อให้แต่ละฝ่ายได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความคิดเห็น (ร้อยละ 23.7)
2.นักการเมืองควรมีความซื่อสัตย์สุจริต ตั้งใจทำงาน เพื่อประเทศ และแสดงความจริงใจที่จะแก้ปัญหาความขัดแย้ง (ร้อยละ 13.6)
3.คนไทยต้องคำนึงถึงประโยชน์ของประเทศชาติมากกว่าส่วนตัว (ร้อยละ 12.2)
4.ควรเคารพกติกาและกฎหมายบ้านเมือง/ยึดหลักประชาธิปไตยเป็นแนวทางในการสร้างความสมานฉันท์ (ร้อยละ 10.8)
5.ยึดถือและปฏิบัติตามกระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เรื่องความรัก ความสามัคคี ความปรองดอง ความพอเพียง (ร้อยละ 10.4)
สำหรับความคิดเห็นอื่นๆ ที่น่าสนใจ อาทิ ให้เคารพและยอมรับความคิดเห็นซึ่งกันและกัน มีน้ำใจ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ลดทิฐิของตนเอง ลดความเห็นแก่ตัว (ร้อยละ 9.1)
ให้ใช้เหตุผลในการแก้ไขปัญหา จัดการความขัดแย้งด้วยสันติวิธี (ร้อยละ 4.9)
ไม่ควรนำพลังมวลชน มาสร้างความแตกแยกหรือสร้างอำนาจต่อรองทางการเมือง (ร้อยละ 4.0)
รัฐบาลต้องบริหารประเทศด้วยความเป็นธรรมและโปร่งใส แก้ปัญหาความขัดแย้งด้วยความเป็นกลางทางการเมือง (ร้อยละ 3.3)
ให้ส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม/ส่งเสริมการศึกษา สร้างคนให้มีความรู้คู่คุณธรรม (ร้อยละ 2.7)
ทั้งหมดเป็นข้อมูลที่ผมยกมาเพียงบางส่วนที่สำนักงานสถิติแห่งชาติได้ทำการสำรวจไว้หลายหัวข้อกรณีความต้องการสร้างความสมานฉันท์ในสังคม พ.ศ.2551 และเปิดเผยในเว็บไซต์ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ
นักการเมืองท่านไหน นักเคลื่อนไหวทางการเมือง หรือแกนนำสารพัดม็อบ ที่อยากรู้ความเห็นความรู้สึกของประชาชนจริงๆ ลองเข้าไปดู
แล้วจะรู้ว่าสิ่งที่พวกท่านกำลังจะทำนั้นประชาชนส่วนใหญ่เขาคิดอย่างไร เห็นด้วยหรือไม่ !?!
หน้า 6
|
|
| |
| หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว
ครั้ง |
อ่านข่าวทั้งหมดของ มติชน ได้ที่นี่
 |
| |
 |
|