ข่าว การเมือง อาชญากรรม สลากกินแบ่งรัฐบาล สังคม ดารา บันเทิง
  ค้นหาข่าว  
ร้องทุกข์ ร้องเรียน เว็บบอร์ด
helper end
  หน้าแรกข่าว > สกู๊ปพิเศษ > บทบาทแก้รธน.-บทถนัดสมัคร
 

บทบาทแก้รธน.-บทถนัดสมัคร

โดย มติชน วัน ศุกร์ ที่ 28 มีนาคม พ.ศ. 2551 04:17 น.
คอลัมน์ เดินหน้าชน

โดย จำลอง ดอกปิก

ในความเป็นจริง คณะผู้บริหาร หรือ กรรมการบริหาร แทบทุกพรรคการเมือง ต่างมีส่วนรู้เห็นกับการทุจริตเลือกตั้ง ไม่ทางตรงก็ทางอ้อม อย่างน้อยที่สุด เงินที่แจกจ่ายสนับสนุนผู้สมัครในสังกัด คณะผู้บริหารพรรคย่อมรู้ดีว่า จำนวนที่ให้ไปมากกว่าที่ กกต.กำหนดไว้นั้น ผู้สมัคร ส.ส.จะนำไปดำเนินกิจกรรมใด

ที่ผ่านมาจะมีก็แต่ผู้สมัครตัวประกอบเท่านั้นได้รับการช่วยเหลือจากพรรคในวงเงินเท่ากับหรือต่ำกว่ากฎหมายกำหนด ทุกพรรครู้อยู่แก่ใจ เงินที่หว่านออกไปย่อมต้องหวังผลเป็นจำนวน ที่นั่ง ส.ส.กลับมา ระหว่างนั้นจึงมีการประเมินคะแนนเสียงในพื้นที่เลือกตั้งเป็นระยะ ผู้ที่มีคะแนนเสียงดี หรือสูสีมีลุ้นแซงชนะคู่แข่งจะได้รับการอัดฉีดเงินงวดพิเศษเพิ่มเติม ส่วนผู้ที่มีแนวโน้มสอบตก นอกจากไม่ได้เงินเพิ่มแล้ว เงินงวดที่ให้คำมั่นสัญญาปากเปล่ากันไว้ ต้องถูกตัดไปในที่สุด

ทุกเม็ดเงินที่หว่านลงไปจะเห็นได้ว่าล้วนแล้วแต่หวังผลทั้งสิ้น เมื่อเป็นเช่นนี้ระดับผู้บริหารพรรคการเมืองจะปฏิเสธได้อย่างไรว่า ไม่มีส่วนรู้เห็นกับการกระทำของผู้สมัคร ยิ่งเป็นถึงระดับกรรมการบริหารพรรคดำเนินการเสียเอง เหตุผลข้างๆ คูๆ ดูแลไม่ทั่วถึง มิอาจนำมาหักล้างได้แน่นอน ก็ทำเองแท้ๆ ไม่ใช่เรื่องไปดูแลใครที่ไหนเลย

จับไม่ได้ไล่ไม่ทันก็แล้วไป มีพยาน หลักฐานเมื่อไหร่เรื่องใหญ่ระดับใบแดงแน่ๆ!

นี่เป็นข้อมูลปัญหาพื้นฐาน ก่อนถูกแปรเป็นร่างและรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย มาตรา 237 ที่ได้จดบันทึกรายงานการประชุมสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญไว้ชัดเจนว่า บางทีตัวเองให้เงินให้ทองไปก็ต้องรับผิดชอบ

เจตนารมณ์มาตรานี้ ต้องการให้การเลือกตั้งเป็นไปโดยบริสุทธิ์ ยุติธรรม ต้องการให้พรรคการเมืองขยาดกลัวการยุบพรรค จะได้ไม่ไปทำอะไรนอกลู่นอกทาง เมื่อกฎหมายแม่บทการปกครองประเทศสูงสุดบัญญัติไว้เช่นนี้ ทุกพรรคต้องอยู่ภายใต้กติกา หนทางอยู่รอดปลอดภัยใครๆ ก็รู้ อย่าทำผิด

หากละเมิดฝ่าฝืน ไม่มีทางเลือกอื่น นอกจากจับเข้าสู่หลักประหารสถานเดียว !!

การส่งผู้สมัครลงเลือกตั้งครั้งล่าสุด เท่ากับยอมรับหลักการ กติกาขั้นพื้นฐานของทุกพรรคการเมือง ยอมรับว่ามีโทษรุนแรงถึงขั้นยุบพรรคการเมือง เพิกถอนสิทธิเลือกตั้งกรรมการบริหารพรรคการเมือง 5 ปีอยู่ในสารบบอยู่แล้ว

มิใช่เพิ่งมารู้เมื่อผิดว่า โทษรุนแรงเสียที่ไหน

เรื่องโทษรุนแรงเกินไปหรือไม่นี้ ยังเป็นที่ถกเถียง ต่างคนก็ต่างมุมมอง แต่สิ่งหนึ่งที่เป็นความจริงแท้ก็คือ เมื่อไหร่ก็ตามผู้ยกร่างรัฐธรรมนูญไม่ได้มาจากฝ่ายการเมือง ย่อมมองนักการเมืองอย่างมีอคติ ดังจะเห็นได้จากการเขียนบทบัญญัติในอีกหลายมาตรา ไม่ผ่อนปรนเหมือนกับที่ฝ่ายการเมืองยกร่างหรือแก้ไขเอง

กระนั้นก็เป็นสิทธิของฝ่ายการเมืองที่จะแก้ไขตาม 3 ช่องทางที่เปิดกว้างหากเห็นว่าเป็นอุปสรรค

เพียงแต่ว่า การริเริ่มจากฝ่ายรัฐบาล ที่คล้ายกับคนทำผิดแล้วยังมาทำเอะอะเสียงดังในขณะนี้ ถูกตั้งคำถามถึงความชอบธรรมเป็นอย่างมาก อย่างน้อยที่สุด มีพลังประชาชน พรรคชาติไทย และมัชฌิมาธิปไตยเป็นผู้มีส่วนได้เสียโดยตรง

หากไม่ตกอยู่ในสถานะไม่ต่างจากจำเลยแล้วคิดแก้ไขก็คงไม่มีปัญหาอะไร มิหนำซ้ำผู้คนยังอาจเห็นอกเห็นใจด้วยซ้ำ

อย่างไรก็ตาม ในสถานการณ์คับขัน ถูกกดดันด้วยมาตรา 237 เช่นนี้ เราได้เห็นบทบาทผู้นำ สมัคร สุนทรเวช ในฐานะหัวหอกแก้รัฐธรรมนูญ โดดเด่นเป็นรูปธรรมครั้งแรก นับแต่เข้าดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี

เป็นความเจนจัด ชัดเจนในงานการเมือง มากกว่าการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ และปัญหาความมั่นคงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ที่เป็นวาระเร่งด่วนสำคัญของประเทศ

มือที่มองไม่เห็น

คงเฟ้นมารับบทถนัดเช่นนี้เป็นการเฉพาะ

หน้า 6

 
หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว ครั้ง
อ่านข่าวทั้งหมดของ มติชน ได้ที่นี่
 
 
ข่าวอื่นๆ คลิปข่าวเด็ด S! TV
news การเมือง - หนังสือ - บุคคล
news กฎหมายต้องไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ
news แนวโน้มสถานการณ์ในอนาคต : ระบอบ
news มองนอกดูใน-ยิ่งอ่าน…ยิ่งได้
news แก้ปัญหาแพทย์ถูกฟ้องคดีอาญา
news ทางตันจากการยุบพรรค
tvASTV1
tvDMC
tvMVTV1
tvMVTV2
tvMVTV3
tvNation
tvสทท.11
tvMCOT
กระทู้ที่เกี่ยวข้อง ตั้งกระทู้ใหม่, ดูกระทู้ทั้งหมด >>
บทบาทแก้รธน.-บทถนัดสมัคร