|
|
| |
ความขัดแย้งทางการเมืองปัจจุบัน : บทวิเคราะห์และทางออก (1) |
|
|
 |
| โดย มติชน วัน ศุกร์ ที่ 20 มิถุนายน พ.ศ. 2551 00:05 น. |
|
โดย เกษียร เตชะพีระ
(เรียบเรียงปรับปรุงจากคำอภิปรายของผู้เขียนในการสัมมนาเรื่อง ความมืดยามเที่ยง : ความรู้ทางรัฐศาสตร์กับทางออกการเมืองไทย เนื่องในโอกาสครบรอบ 59 ปี คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วันศุกร์ที่ 13 มิถุนายนศกนี้)
ผมขอแบ่งเนื้อหาที่จะพูดออกเป็น : -
1) รูปธรรมของข้อขัดแย้งทางการเมืองปัจจุบัน
2) รากเหง้าทางความคิดการเมืองของความขัดแย้งดังกล่าว
3) ฐานทางเศรษฐกิจสังคมซึ่งเป็นบริบทของความขัดแย้ง และ
4) ทางออกที่พอเป็นไปได้
1) รูปธรรมของข้อขัดแย้งทางการเมืองปัจจุบัน
ผมอยากเริ่มโดยประมวลเรียบเรียงข้อเสนอความเรียกร้องต้องการที่เป็นรูปธรรมของคู่ขัดแย้งหลักทางการเมืองปัจจุบันทั้ง 2 ฝ่าย มาแสดงเปรียบเทียบกัน ในแง่ยุทธศาสตร์บั้นปลาย เป้าหมายเฉพาะหน้า ทีทรรศน์ต่อปัญหาหลัก และจุดเน้นโน้มเอียง
1.1) ฝ่ายพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
เนื้อหาส่วนนี้เรียบเรียงจากบทสัมภาษณ์ขนาดยาว ของคุณพิภพ ธงไชย หนึ่งในห้าแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย โดยกองบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ ลงใน ไทยโพสต์แทบลอยด์ ฉบับประจำวันอาทิตย์ที่ 8 มิ.ย.ศกนี้ เรื่อง พิภพ ธงไชย ชายขอบโกลาหล
ประกอบกับบทสัมภาษณ์คุณชัยวัฒน์ ถิระพันธ์ นักวิชาการจากบางกอกฟอรั่ม ผู้เข้าร่วมกิจกรรม เครือข่ายประชาธิปไตยเห็นต่างกันได้ แต่อย่าใช้ความรุนแรง ที่ใช้ สีขาว เป็นสัญลักษณ์ของอาจารย์ปริญญา เทวานฤมิตรกุล กับพวก โดยคุณประวิตร โรจนพฤกษ์ และจิรนันท์ หาญธำรงวิทย์ เป็นผู้สัมภาษณ์ ลงใน เว็บข่าวประชาไท เมื่อวันที่ 9 มิ.ย.ศกนี้ เรื่อง ชัยวัฒน์ ถิระพันธ์ : อีกเฉดของ สีขาว บนราชดำเนิน 2551 ซึ่งคุณชัยวัฒน์ได้แสดงทรรศนะเห็นอกเห็นใจสนับสนุนการเคลื่อนไหวประท้วงของฝ่ายพันธมิตร อันสอดคล้องต้องตรงกับคุณพิภพในประเด็นสำคัญอย่างน่าสนใจ
ผมทราบดีว่า ไม่แน่ว่าความคิดของแกนนำพันธมิตรทั้ง 5 จะเป็นเอกภาพ ทรรศนะของแกนนำบางคน เช่น คุณสนธิ ลิ้มทองกุล ก็มีลักษณะเด่นเป็นพิเศษเฉพาะตัว ซึ่งผมตั้งใจจะเขียนถึงต่อไปภายหน้า (ในชื่อเรื่อง ระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ของสนธิ ลิ้มทองกุล)
อย่างไรก็ตาม ในฐานที่แกนนำทั้ง 5 ประชุมปรึกษาหารือลงมตินำรวมหมู่และรับผิดชอบร่วมกันเป็นประจำ ทรรศนะของคุณพิภพจึงน่าจะพอเป็นตัวแทนอธิบายหลักการเป้าหมายการเคลื่อนไหวของพันธมิตรอย่างสมเหตุสมผลต่อสาธารณชนได้
สรุปได้ว่า : -
ยุทธศาสตร์นิติรัฐ
กรณีจักรภพและไล่รัฐบาลเป็นแค่ยุทธวิธี
ซื้อเวลาเพื่อเอาทักษิณเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม
ให้สามารถเอาผู้มีอำนาจสูงสุดทางการเมืองเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมได้
เป็นการสร้างหลักนิติรัฐ นิติธรรม
ปัญหาหลักคือคอร์รัปชั่น ฉ้อฉลอำนาจโดยรัฐบาลและสภาจากการเลือกตั้ง
วิพากษ์ ลดค่า ปัดป่ายประชาธิปไตยแบบตัวแทน ว่าเป็นนักเลือกตั้งบ้าอำนาจในเสื้อคลุมประชาธิปไตย ซื้อเสียงเข้ามาทุจริตโกงบ้านกินเมือง
[เอ็นจีโอ ตุลาการภิวัตน์ = ประชาธิปไตย]
1.2) ฝ่ายแนวประชาธิปไตยขับไล่เผด็จการ/พรรคพลังประชาชน
เนื้อหาส่วนนี้เรียบเรียงจากข้อเขียนของอาจารย์ 2 คน ซึ่งมีอิทธิพลทางความคิดและบทบาทชี้แนะแนวทางการเมืองของฝ่าย นปก./พปช. และกลุ่มต้านรัฐประหารอื่นๆ ได้แก่ : -
รองศาสตราจารย์ ดร.พิชิต ลิขิตกิจสมบูรณ์ แห่งคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ผู้เข้าร่วมผลักดันชี้แนะ นปก. อย่างสู้รบเด็ดเดี่ยวและเปิดเผยโดดเด่นแต่แรกเริ่ม และปัจจุบันก็ได้รับมอบหมายความไว้วางใจแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งกรรมการธนาคารกรุงไทยของรัฐ ภายใต้รัฐบาลที่มีพรรคพลังประชาชนเป็นแกนนำและรับผิดชอบดูแลกระทรวงการคลัง นับแต่วันที่ 20 มีนาคมศกนี้ เป็นต้นมา ตามที่ปรากฏในหนังสือรวมบทความการเมืองเรื่อง หมายเหตุประชาธิปไตย 19:9:49 การกลับมาของอำมาตยาธิปไตย (กรุงเทพฯ : สำนักพิมพ์ประชาทรรศน์, เมษายน 2550) และ
อาจารย์ ดร.สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล แห่งภาควิชาประวัติศาสตร์ คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กูรู และตำรวจความคิดประจำเว็บบอร์ดการเมือง (web board guru & thought police) ผู้วิพากษ์วิจารณ์ต่อต้านฝ่ายพันธมิตร-เครือผู้จัดการ-ตุลาการภิวัตน์-รัฐประหาร-การยุบพรรคไทยรักไทย-รัฐธรรมนูญ 2550 - ฝ่าย สองไม่เอา ฯลฯลฯลฯลฯ อย่างเกรี้ยวกราดดุร้าย ดื้อรั้นเถรตรง ไม่ฟังอีร้าค้าอีรม และเอาการเมืองนำวิชาการเสมอมา ตามที่ปรากฏค่อนข้างสม่ำเสมอในเว็บบอร์ดฟ้าเดียวกัน,ประชาไท และที่อื่นๆ ดูตัวอย่างใน ปัญญาชน 14 ตุลา พันธมิตร และแอ๊กติวิสต์ 2 ไม่เอา รัฐประหาร 19 กันยา : รัฐประหารเพื่อระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
(กรุงเทพฯ: สำนักพิมพ์ฟ้าเดียวกัน, 2550), หน้า 382 - 430.
สรุปได้ว่า : -
ยุทธศาสตร์ประชาธิปไตย
อำนาจอธิปไตยเป็นของปวงประชามหาชนใช้เอง ความเสมอภาคทางการเมืองของประชาชน
คือหนึ่งคนหนึ่งเสียง ปฏิเสธระบบอุปถัมภ์
ฉะนั้น ต้องแก้รัฐธรรมนูญให้เป็นประชาธิปไตย
ลดค่า ปัดป่ายปัญหาการซื้อสิทธิขายเสียงทุจริตในการเลือกตั้ง, คอร์รัปชั่นและฉ้อฉลอำนาจ ละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชนของรัฐบาลและสภาจากการเลือกตั้ง
วิพากษ์โจมตีเผด็จการอำมาตยาธิปไตยในเสื้อคลุมคนดีและความเป็นไทยแบบศักดินา
เน้นความถูกต้องของนโยบายที่เป็นที่ต้อนรับยึดมั่นของประชาชนและความสำคัญขั้นตัดสินชี้ขาดของการได้อำนาจรัฐมาอย่างชอบธรรมผ่านการเลือกตั้ง
[การเลือกตั้ง = ประชาธิปไตย]
2) รากเหง้าทางความคิดการเมืองของความขัดแย้งปัจจุบัน
สิ่งที่เรารู้จักและเรียกรวมกันไปว่าระบอบการเมืองเสรีประชาธิปไตย (liberal democracy) นั้น เอาเข้าจริงมีรากเหง้าจากแนวคิดปรัชญาการเมือง 2 แนว ได้แก่ เสรีนิยม กับ ประชาธิปไตย (liberalism & democracy) ซึ่งต่างก็มีที่มาและเนื้อหาสาระแตกต่างกัน ทว่ามาเชื่อมผสานเข้าด้วยกัน ภายใต้เงื่อนไขที่แน่นอนในประวัติศาสตร์สมัยใหม่ของบางประเทศทุนนิยมตะวันตก เช่น อังกฤษ ฝรั่งเศส อเมริกา ดังนี้คือ : -
หลักการเสรีนิยม หลักการประชาธิปไตย
จุดเน้น สิทธิเสรีภาพเหนือร่างกาย ชีวิตและทรัพย์สินของบุคคล พลเมืองและหลักนิติธรรม
ความเสมอภาคและอำนาจอธิปไตยของประชาชน
ทิศทาง จำกัดอำนาจของผู้ปกครอง กระจายอำนาจไปให้ประชาชน
เนื้อหา แสดงออกผ่านองค์ประกอบด้านรัฐธรรมนูญของระบอบประชาธิปไตย ซึ่งปกป้องคุ้มครองสิทธิเสรีภาพของพลเมืองจากอำนาจรัฐ เน้นความจำเป็นที่สถาบัน
ต่างๆ ต้องตรวจสอบถ่วงดุลกันอย่างซับซ้อน เพื่อป้องกันการสะสมรวมศูนย์รวบริบผูกขาดฉวยใช้อำนาจโดยมิชอบของผู้กุมตำแหน่งรัฐบาล, มีนัยถึงการปกครอง
เพื่อประชาชน
แสดงออกผ่านองค์ประกอบด้านประชาชนของระบอบประชาธิปไตย ซึ่งมุ่งให้ประชาชนได้เป็นเจ้าของและใช้อำนาจรัฐด้วยตัวเองอย่างเสมอภาคกัน, เน้นบทบาทของพลเมืองธรรมดาและการเข้าร่วมของมวลชนผ่านการ
เลือกตั้งที่เสรี เป็นธรรม สม่ำเสมอ และกระบวนการเคลื่อนไหวอื่นๆ โดยรวมตัวจัดตั้งกันเป็นพรรคการเมือง,
มีนัยถึงการปกครองโดยประชาชน
นักคิดปรัชญา จอห์น ล็อก, เจมส์ เมดิสัน, อเล็กซิส เดอ ต๊อก
เกอวิลล์ จอห์น สจ๊วต มิลล์ เบนจามิน กองสตองต์
จัง-จ๊ากส์ รุสโซ
หลักหมายอ้างอิง
ระบบการเมืองการปกครองอเมริกันอันเกิดจากสภาร่าง
รัฐธรรมนูญปี ค.ศ. 1787
ระบบการเมืองการปกครองฝรั่งเศสอันเกิดจากการปฏิวัติปี ค.ศ. 1789
การมาเชื่อมผสานและดำรงอยู่ด้วยกันของหลักการเสรีนิยมกับประชาธิปไตยภายในระบอบเสรีประชาธิปไตยดังกล่าวนี้ ใช่ว่าจะกลมกลืนราบรื่นเสมอไป หากมีความตึงเครียดลักลั่นแฝงฝังอยู่ และอาจลุกลามกลายเป็นความขัดแย้งจนเสียดุลได้หากเงื่อนไขพลิกผันเปลี่ยนแปลงไป
ประเด็นคือในโลกยุคโลกาภิวัตน์ระยะหลังนี้ ได้เกิดแรงกดดันทางเศรษฐกิจสังคมต่างๆ ทั้งภายในและภายนอก ที่ทำให้หลักเสรีนิยมกับหลักประชาธิปไตยในระบอบเสรีประชาธิปไตยของนานาประเทศขัดแย้งแยกห่างออกจากกันมากขึ้นกระทั่งถึงขั้นฉีกขาดแตกหักจากกันได้
สภาพการณ์ดังกล่าวนี้ก็ได้เกิดขึ้นกับการเมืองไทยหลายปีหลังนี้เช่นกัน มันสะท้อนอาการตาบอดคนละข้าง แล้วแยกขั้วปะทะกันระหว่าง : -
Liberal...........democracy
เสรี..........ประชาธิปไตย
พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย........นปก. พปช.
ซึ่งหากผลักไปถึงสุดโต่ง อาจกลายเป็นการสร้างระบอบการเมืองที่พิกลพิการเพราะขาดพร่องหลักการอย่างใดอย่างหนึ่งไป กล่าวคือ : -
ตัวอย่างรูปธรรมของระบอบเหล่านี้ในต่างประเทศและไทยก็เช่น
Liberal .... democracy
เสรี .... ประชาธิปไตย
พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ... นปก. พปช.
Liberal autocracy or semi-democracy .... Illiberal or authoritarian democracy
เสรีอัตตาธิปไตยหรือเสรีประชาธิปไตยครึ่งใบ .... ประชาธิปไตยไม่เสรีหรือประชาธิปไตยอำนาจนิยม
- ระบอบ คมช.หรือรัฐธรรมนูญ 2550 .... ระบอบทักษิณ
- ระบอบประชาธิปไตยที่ไร้ประชาชนของตะวันตก ระบอบนิติรัฐแบบปรึกษาหารือซึ่ง
เสนอโดยศาสตราจารย์ปันเหว่ย แห่งมหาวิทยาลัยปักกิ่ง .... ระบอบฟูจิโมริในเปรู, ระบอบปูตินในรัสเซีย
หน้า 6
|
|
| |
|
| |
| หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว
ครั้ง |
อ่านข่าวทั้งหมดของ มติชน ได้ที่นี่
 |
 |
|
|
ความขัดแย้งทางการเมืองปัจจุบัน : บทวิเคราะห์และทางออก (1)
|
|
|