ค้นหาข่าว  
  หน้าแรกข่าว > สังคม
 
นักวิจัยไทยพัฒนาแบบคัดกรองเด็กสมาธิสั้น ออทิซึม และภาวะแอลดี สำเร็จครั้งแรก
โดย คม ชัด ลึก วัน พุธ ที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2550 16:48 น.
วช. ให้ทุนคณะผู้วิจัยจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และศิริราชพยาบาล พัฒนา แบบคัดกรองนักเรียนที่มีภาวะสมาธิสั้น บกพร่องทางการเรียนรู้ (แอลดี) และออทิซึม สำเร็จครั้งแรกของประเทศ ใช้คัดกรอง 5 อาการ ถือเป็นนวัตกรรมทางการศึกษาและการแพทย์ มอบให้ สพฐ. คัดกรองนักเรียน ป.1-6 จำนวน 120,000 ชุด ไทยวิกฤติหนัก มีจิตแพทย์เด็กทั่วประเทศแค่ 77 คน เกินครึ่งอยู่ในกรุงเทพฯ

รร.มิราเคิลแกรนด์ 2 พ.ค. - ศ.ดร.อานนท์ บุณยะรัตเวช เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ(วช.) ได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) วิจัยการแก้ปัญหานักเรียนที่มีภาวะสมาธิสั้น บกพร่องทางการเรียนรู้และ ออทิซึม วิจัยต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2547 ใช้งบวิจัยเกือบ 12 ล้านบาท ซึ่งบัดนี้ ผลการวิจัยเสร็จสิ้นแล้ว ซึ่งข้อมูลการจดทะเบียนคนพิการ สถิติคนพิการทุกประเภท และการนำร่องสำรวจเด็กที่มีบกพร่องทางพัฒนาการของกระทรวงสาธารณสุข พบว่า ประชากรกลุ่มที่บกพร่องทางการเรียนรู้ และบุคคลออทิซึม หรือ ออทิสติก มีประมาณ 425,000 คน ถึง 1.2 ล้านคน ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 10 กล่าวถึงสิทธิการศึกษาของคนพิการว่า บุคคลพิการมีสิทธิและโอกาสได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นพิเศษ และรัฐต้องจัดการการศึกษาให้บุคคลที่มีความสามารถพิเศษด้วยรูปแบบที่เหมาะสม โดยคำนึงถึงความสามารถของบุคคลนั้น ซึ่งแนวทางการจัดการศึกษาให้นักเรียนกลุ่มนี้เป็นเรื่องยาก หากครูไม่รู้จักพื้นฐานของเด็ก ในที่สุดจะก่อปัญหาสังคมจากการได้รับการศึกษาไม่ถูกวิธี โดยแบบคัดกรองนักเรียนที่มีภาวะสมาธิสั้น บกพร่องทางการเรียนรู้ (LD) และออทิซึม จะช่วยผู้ปกครอง บุคลากรทางการศึกษา และแพทย์ในการคัดกรองข้อมูลนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 ซึ่งมีอายุระหว่าง 6-13 ปี 11 เดือน

ผมเชื่อว่า สพฐ. นำแบบคัดกรองนี้ไปใช้ 120,000 ชุด อย่างน้อยที่สุด เด็ก 120,000 คน ได้อานิสงส์ ได้รับการศึกษาเหมาะสมกับตัวเขา ไม่ขัดแย้งกับตัวเอง ไม่ขัดแย้งกับสังคมและประชาคมโลก ก่อให้เกิดการร่วมมือทำงานอย่างสมดุล ศ.ดร.อานนท์ กล่าว

ผศ.ดร.ดารณี อุทัยรัตนกิจ หัวหน้าโครงวิจัยฯ จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า สำหรับแบบคัดกรองมี 10 หน้า ใช้คัดกรอง 5 กลุ่มอาการ คือ พฤติกรรมภาวะสมาธิสั้น พฤติกรรมภาวะบกพร่องทางการเรียนรู้ด้านการอ่าน การเขียน การคิดคำนวณ และพฤติกรรมภาวะออทิซึม ด้วยการใช้แบบสอบถามทดสอบในเด็ก 57 คน พบว่ามีความเที่ยงตรง สามารถวัดได้ตามวัตถุประสงค์

คำถามในแบบคัดกรองได้จากคำจำกัดความของกลุ่มอาการต่าง ๆ การทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง ประสบการณ์ของครู ประสบการณ์ทางคลินิกของแพทย์ นักจิตวิทยาว่าเป็นอย่างไร แบบคัดกรองใช้ง่าย แต่ต้องผ่านการอบรมก่อน เพราะเกี่ยวข้องกับจริยธรรม การประเมินผลออกมาเป็นการชี้อนาคตของชีวิต ต้องมีคุณธรรมและจริยธรรมในการใช้ ผศ.ดร.ดารณี กล่าว

ผศ.นพ.ชาญวิทย์ พรนภดล จิตแพทย์เด็ก คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล กล่าวว่า ข้อมูลจากพ่อแม่และทางโรงเรียน ช่วยให้จิตแพทย์วินิจฉัยเด็กได้อย่างเป็นระบบ ครูใช้เครื่องมือเป็นระบบคำนวณเกณฑ์การคัดกรองมาแล้ว จะช่วยแพทย์ได้มาก งานวิจัยนี้เป็นครั้งแรกของประเทศไทย ที่พัฒนาแบบคัดกรองพฤติกรรมเด็กโดยไม่ได้แปลมาจากต่างประเทศ ทุกข้อคำถามในแบบคัดกรองนี้ สร้างใหม่ล้วน ๆ คิดจากนักวิชาการไทย ไม่ต้องกลัวว่าจะละเมิดลิขสิทธิ์ใคร เป็นการสร้างแบบคัดกรองตามกระบวนการทางจิตวิทยา และเป็นแค่แบบคัดกรอง มิใช่การวินิจฉัยโรค ดังนั้น ผู้ที่นำไปใช้ต้องคำนึงด้วย อย่า ตีตรา เด็ก แต่สิ่งที่ สพฐ. เตรียมการได้คือ ถ้าพบเด็กมีพฤติกรรมภาวะสมาธิสั้น ให้หาเพื่อนประกบ หลีกเลี่ยงการทำโทษด้วยการตี ให้อยู่ไกลหน้าต่าง ประตู ทาง สพฐ. ลงมือทำได้เลย หากปรับแล้วไม่ดีขึ้น การส่งพบแพทย์เด็กซึ่งในประเทศไทยมีที่ทำงานได้แค่ 77 คน อัตราส่วน 1 ต่อล้านคน ในจำนวนนี้ 55 คน อยู่ในกรุงเทพมหานคร อีก 22 คน อยู่ต่างจังหวัด จึงมีข้อจำกัดในการบำบัดรักษา ดังนั้น การใช้แบบคัดกรองโดยครูที่ผ่านการอบรม จะเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการช่วยเหลือ

เป็นแบบคัดกรองฉบับแรกในประเทศไทย เรียกว่า KUS-SI เป็นชื่อย่อของโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และศิริราช เมื่อใช้จริงจะพบข้อจำกัด บางข้อเมื่อใช้ในพื้นที่อาจเจอปัญหาไม่เข้ากับวัฒนธรรมของท้องถิ่น ดังนั้น จึงต้องลงทะเบียนเป็นสมาชิกเข้ารับการอบรม มีการติดตามเพื่อนำข้อมูลกลับมาพัฒนาเป็น KUS-SI ฉบับที่ 2 และ KUS-SI ฉบับที่ 3 ต่อไป ผศ.นพ.ชาญวิทย์ กล่าว-->

วช. ให้ทุนคณะผู้วิจัยจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และศิริราชพยาบาล พัฒนา แบบคัดกรองนักเรียนที่มีภาวะสมาธิสั้น บกพร่องทางการเรียนรู้ (แอลดี) และออทิซึม สำเร็จครั้งแรกของประเทศ ใช้คัดกรอง 5 อาการ ถือเป็นนวัตกรรมทางการศึกษาและการแพทย์ มอบให้ สพฐ. คัดกรองนักเรียน ป.1-6 จำนวน 120,000 ชุด ไทยวิกฤติหนัก มีจิตแพทย์เด็กทั่วประเทศแค่ 77 คน เกินครึ่งอยู่ในกรุงเทพฯ

รร.มิราเคิลแกรนด์ 2 พ.ค. - ศ.ดร.อานนท์ บุณยะรัตเวช เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ(วช.) ได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ร่วมกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (มก.) วิจัยการแก้ปัญหานักเรียนที่มีภาวะสมาธิสั้น บกพร่องทางการเรียนรู้และ ออทิซึม วิจัยต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2547 ใช้งบวิจัยเกือบ 12 ล้านบาท ซึ่งบัดนี้ ผลการวิจัยเสร็จสิ้นแล้ว ซึ่งข้อมูลการจดทะเบียนคนพิการ สถิติคนพิการทุกประเภท และการนำร่องสำรวจเด็กที่มีบกพร่องทางพัฒนาการของกระทรวงสาธารณสุข พบว่า ประชากรกลุ่มที่บกพร่องทางการเรียนรู้ และบุคคลออทิซึม หรือ ออทิสติก มีประมาณ 425,000 คน ถึง 1.2 ล้านคน ตามพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 มาตรา 10 กล่าวถึงสิทธิการศึกษาของคนพิการว่า บุคคลพิการมีสิทธิและโอกาสได้รับการศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นพิเศษ และรัฐต้องจัดการการศึกษาให้บุคคลที่มีความสามารถพิเศษด้วยรูปแบบที่เหมาะสม โดยคำนึงถึงความสามารถของบุคคลนั้น ซึ่งแนวทางการจัดการศึกษาให้นักเรียนกลุ่มนี้เป็นเรื่องยาก หากครูไม่รู้จักพื้นฐานของเด็ก ในที่สุดจะก่อปัญหาสังคมจากการได้รับการศึกษาไม่ถูกวิธี โดยแบบคัดกรองนักเรียนที่มีภาวะสมาธิสั้น บกพร่องทางการเรียนรู้ (LD) และออทิซึม จะช่วยผู้ปกครอง บุคลากรทางการศึกษา และแพทย์ในการคัดกรองข้อมูลนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 ซึ่งมีอายุระหว่าง 6-13 ปี 11 เดือน

ผมเชื่อว่า สพฐ. นำแบบคัดกรองนี้ไปใช้ 120,000 ชุด อย่างน้อยที่สุด เด็ก 120,000 คน ได้อานิสงส์ ได้รับการศึกษาเหมาะสมกับตัวเขา ไม่ขัดแย้งกับตัวเอง ไม่ขัดแย้งกับสังคมและประชาคมโลก ก่อให้เกิดการร่วมมือทำงานอย่างสมดุล ศ.ดร.อานนท์ กล่าว

ผศ.ดร.ดารณี อุทัยรัตนกิจ หัวหน้าโครงวิจัยฯ จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า สำหรับแบบคัดกรองมี 10 หน้า ใช้คัดกรอง 5 กลุ่มอาการ คือ พฤติกรรมภาวะสมาธิสั้น พฤติกรรมภาวะบกพร่องทางการเรียนรู้ด้านการอ่าน การเขียน การคิดคำนวณ และพฤติกรรมภาวะออทิซึม ด้วยการใช้แบบสอบถามทดสอบในเด็ก 57 คน พบว่ามีความเที่ยงตรง สามารถวัดได้ตามวัตถุประสงค์

คำถามในแบบคัดกรองได้จากคำจำกัดความของกลุ่มอาการต่าง ๆ การทบทวนวรรณกรรมที่เกี่ยวข้อง ประสบการณ์ของครู ประสบการณ์ทางคลินิกของแพทย์ นักจิตวิทยาว่าเป็นอย่างไร แบบคัดกรองใช้ง่าย แต่ต้องผ่านการอบรมก่อน เพราะเกี่ยวข้องกับจริยธรรม การประเมินผลออกมาเป็นการชี้อนาคตของชีวิต ต้องมีคุณธรรมและจริยธรรมในการใช้ ผศ.ดร.ดารณี กล่าว

ผศ.นพ.ชาญวิทย์ พรนภดล จิตแพทย์เด็ก คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล กล่าวว่า ข้อมูลจากพ่อแม่และทางโรงเรียน ช่วยให้จิตแพทย์วินิจฉัยเด็กได้อย่างเป็นระบบ ครูใช้เครื่องมือเป็นระบบคำนวณเกณฑ์การคัดกรองมาแล้ว จะช่วยแพทย์ได้มาก งานวิจัยนี้เป็นครั้งแรกของประเทศไทย ที่พัฒนาแบบคัดกรองพฤติกรรมเด็กโดยไม่ได้แปลมาจากต่างประเทศ ทุกข้อคำถามในแบบคัดกรองนี้ สร้างใหม่ล้วน ๆ คิดจากนักวิชาการไทย ไม่ต้องกลัวว่าจะละเมิดลิขสิทธิ์ใคร เป็นการสร้างแบบคัดกรองตามกระบวนการทางจิตวิทยา และเป็นแค่แบบคัดกรอง มิใช่การวินิจฉัยโรค ดังนั้น ผู้ที่นำไปใช้ต้องคำนึงด้วย อย่า ตีตรา เด็ก แต่สิ่งที่ สพฐ. เตรียมการได้คือ ถ้าพบเด็กมีพฤติกรรมภาวะสมาธิสั้น ให้หาเพื่อนประกบ หลีกเลี่ยงการทำโทษด้วยการตี ให้อยู่ไกลหน้าต่าง ประตู ทาง สพฐ. ลงมือทำได้เลย หากปรับแล้วไม่ดีขึ้น การส่งพบแพทย์เด็กซึ่งในประเทศไทยมีที่ทำงานได้แค่ 77 คน อัตราส่วน 1 ต่อล้านคน ในจำนวนนี้ 55 คน อยู่ในกรุงเทพมหานคร อีก 22 คน อยู่ต่างจังหวัด จึงมีข้อจำกัดในการบำบัดรักษา ดังนั้น การใช้แบบคัดกรองโดยครูที่ผ่านการอบรม จะเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการช่วยเหลือ

เป็นแบบคัดกรองฉบับแรกในประเทศไทย เรียกว่า KUS-SI เป็นชื่อย่อของโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์และศิริราช เมื่อใช้จริงจะพบข้อจำกัด บางข้อเมื่อใช้ในพื้นที่อาจเจอปัญหาไม่เข้ากับวัฒนธรรมของท้องถิ่น ดังนั้น จึงต้องลงทะเบียนเป็นสมาชิกเข้ารับการอบรม มีการติดตามเพื่อนำข้อมูลกลับมาพัฒนาเป็น KUS-SI ฉบับที่ 2 และ KUS-SI ฉบับที่ 3 ต่อไป ผศ.นพ.ชาญวิทย์ กล่าว

 
หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว ครั้ง
อ่านข่าวทั้งหมดของ คม ชัด ลึก ได้ที่นี่
 
 
ข่าวอื่นๆ คลิปข่าวเด็ด S! TV
news คตส.เผยสรุปผลสอบเอื้อประโยชน์ชินคอร์ปได้ภายใน ก.ย นี้
news วิจิตรมอบสกศ.ทำเกณฑ์หาจำนวนครูขาดแคลน
news สกอ.หนุนมรภ.38 แห่งแลกเปลี่ยนทางวิชาการม.จีน
news อ็อกแฟมหนุนหมอมงคลทำซีแอล..
news สธ.ดับอารมณ์ฟ้องร้องแพทย์
news กินอาหารรักษาโรคลมชัก (Ketogenic Diet)
news กฟผ.ทดลองผลิตไฟฟ้าจากคลื่น ตั้งเป้าให้เป็นพลังงานทางเลือก
news ด้วยหน้าที่
news นาโนเทคพัฒนาต่อยอดยามะเร็ง ช่วยผู้ป่วยพ้นทุกข์จากการรักษา
news ประกวดภาพถ่ายเสาชิงช้า ชิง1แสนพร้อมถ้วยรางวัล
tvASTV1
tvDMC
tvMVTV1
tvMVTV2
tvMVTV3
tvNation
tvสทท.11
tvInteractive TV