สนุก!
ค้นหา
สารบัญเว็บไทย
ข่าว
อีเมล์
หาเพื่อน คิวคิว
ฟังเพลง
คลาสสิฟายด์
ริงโทน
สนุก! ทูลบาร์
ดูทั้งหมด>>
ค้นหาเว็บ
ค้นหาข่าว
30 สำนักข่าวทั่วไทย
ประเด็นร้อนใน S! News
เว็บบอร์ด
สลากกินแบ่งรัฐบาล
การเมือง
อาชญากรรม
กีฬา
เทคโนโลยี
ต่างประเทศ
เศรษฐกิจ
บันเทิง
การศึกษา
ราชสำนัก
ไลฟ์สไตล์/วาไรตี้
ท่องเที่ยว
อสังหาริมทรัพย์
ภูมิภาค
สังคม
สกู๊ปพิเศษ
หาบ้าน
หารถ
หางาน
แนะนำ-ติชม สนุก!ข่าว
เลือกหมวด
การเมือง
อาชญากรรม
กีฬา
เทคโนโลยี
ต่างประเทศ
เศรษฐกิจ
บันเทิง
การศึกษา
ราชสำนัก
ภูมิภาค
สังคม
สกู๊ปพิเศษ
วัน
1
2
3
4
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
26
27
28
29
31
เดือน
ม.ค.
ก.พ.
มี.ค.
เม.ย.
พ.ค.
มิ.ย.
ก.ค.
ส.ค.
ก.ย.
ต.ค.
พ.ย.
ธ.ค.
51
50
49
48
47
หากมีปัญหาการใช้งาน ข้อเสนอแนะ ติ-ชม หรือมีคําถามอื่นใดโปรดติดต่อ
QQ
:
156036
:
พูดคุยในเว็บบอร์ด
:
ส่งอีเมล์หาเรา
หน้าแรกข่าว
>
สังคม
> ขุนพันธรักษ์ราชเดช อยู่เฉยๆ ก็มีความสุข
ขุนพันธรักษ์ราชเดช อยู่เฉยๆ ก็มีความสุข
โดย มติชน วัน เสาร์ ที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2550 07:49 น.
คอลัมน์ ลายแทงความสุข
โดย ชุติมา นุ่นมัน aae_ok@yahoo.com
บ่ายวันนั้น อาคารมติชน คึกคักเป็นพิเศษ โดยเฉพาะบริเวณชั้น 4 ที่พำนักของกองบรรณาธิการมติชน พวกเราได้ต้อนรับ นักประวัติศาสตร์รุ่นใหม่ ของ จ.นครศรีธรรมราช นพ.บัญชา พงษ์พานิช แขกรับเชิญคนสำคัญ ที่จะมาบรรยาย ว่าด้วยหัวข้อยอดฮิต จตุคาม-รามเทพ วัตถุมงคล ที่กำลังถูกกล่าวขวัญ และถวิลหามาครอบครอง ของคนไทย และต่างประเทศบ้านใกล้เรือนเคียง หลายสิบล้านคน ให้คนในชายคามติชนฟัง
วันนั้น คุณหมอ ไม่ได้มาบรรยายสรรพคุณ หรือปาฏิหาริย์ ขององค์จตุคาม-รามเทพ แต่มาเล่าเรื่อง พล.ต.ต.ขุนพันธรักษ์ราชเดช อดีตนายตำรวจมือปราบผู้เลื่องชื่อของเมืองนคร บุคคลคนแรก ที่มีส่วนในการสร้างตำนานให้วัตถุมงคลองค์นี้เป็นที่รู้จักกันอย่างหลากหลาย
คุณตา ใช้ชีวิตยังไง อยู่ยังไง ถึงจะมีความสุขครับ
บทสนทนา ภาพและเสียง จากแถบบันทึก ที่คุณหมอเก็บเอาไว้เมื่อครั้งได้แวะไปเยี่ยม พล.ต.ต.ขุนพันธรักษ์ราชเดช ที่บ้านพัก ซอยราชเดช อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ขณะที่ พล.ต.ต.ขุนพันธ์ อายุ 102 ปี ถูกนำมาเผยแพร่เป็นครั้งแรก ห้องประชุมตอนนั้น เงียบกริบ จดจ่อรอฟังคำตอบ
ชายชราในจอตู้ หัวเราะชอบใจกับคำถามของคู่สนทนาตรงหน้า ก่อนจะบอกว่า อยู่ให้มีความสุข ก็อยู่เฉยๆ สิ
พูดจบก็หัวเราะชอบใจอีกครั้ง ถ้าไม่รู้มาก่อนว่า นั่นคือ คนที่มีอายุเลยศตวรรษมาแล้วถึง 2 ปี จะสนทนาตอบโต้กับหนุ่มฉกรรจ์อย่างคล่องแคล่ว แทบจะไม่ติดขัดเลยก็คงไม่เชื่อสายตาเป็นแน่ หลายๆ คนอมยิ้มกับคำตอบของ คุณตา
คุณหมอบัญชา เล่าให้ฟังเพิ่มว่า เท่าที่รับรู้ คุณตาขุนพันธ์ ค้นพบคำตอบให้ชีวิตของตัวเอง มานานมากแล้ว แต่ถามว่า นานแค่ไหน คุณหมอเองก็ไม่รู้เหมือนกัน
คุณหมอบัญชาระหว่างนั่งคุยกับขุนพันธ์ เมื่อตอนอายุ 102 ปี ที่บ้านพัก ซอยราชเดช จ.นครศรีธรรมราช
คนที่จะรู้ตัวว่ามีความสุขได้ ต้องค้นพบความหมายของชีวิต วางแผนชีวิต ว่าจะไปทางไหน จะรู้สึก นิ่ง อิ่ม ไม่แสวงหาและขวนขวายอะไรทั้งสิ้น คุณสมบัติเหล่านี้ คุณตาขุนพันธ์ ปฏิบัติให้ลูกหลานและคนรอบข้างรับรู้เสมอมา
ท่านเป็นคนสมถะ มักน้อย และสันโดษ พอใจเท่าที่ตัวเองมี เห็นได้ชัดจากเรื่องบ้าน ใครจะนึกว่า นายตำรวจระดับผู้บังคับบัญชาจะมีแค่บ้านหลังเล็กๆ ที่พออยู่ได้ การใช้ปัจจัยสี่ของคุณตา สะท้อนถึงความพอดีของท่านได้อย่างดี อย่างเรื่องอาหาร คุณตาจะทานน้อยมาก น้อยจนลูกสาวบ่นว่า พ่อทานน้อยจนคนทำไม่มีกำลังใจทำให้ ผมเคยถามว่าทำไมท่านถึงทานน้อย คุณตาบอกว่า กินเท่าที่อิ่ม เท่าที่พอ ท่านถือว่า อาหาร คือยา ไม่ใช่สิ่งบำรุงบำเรอ ในวัย 100 ปี ของท่าน จะระวังมากที่สุดคือ การกิน เพราะถ้าท้องไส้ไม่ดี ระบบในร่างกายทุกอย่างก็จะรวนไปด้วย
เสียงคุณหมอบัญชา จากแถบภาพถามคุณตาอีกครั้งว่า เวลาว่างคุณตาทำอะไรบ้าง ชายชราตอบเสียงใสเจือเสียงหัวเรือว่า นับสตางค์ สิ้นคำคุณตาจากในทีวี ก็เรียกเสียงหัวเราะจากคนในห้องประชุมได้อีกครืนใหญ่
คุณหมอบัญชาอธิบายเพิ่มเติมว่า แม้คุณตาจะบอกว่า ว่างๆ นับสตางค์ หรือนับเงินเล่น แต่ใครๆ ก็รู้ว่า จริงๆ แล้วท่านมีเงินไม่มาก การนับสตางค์ที่คุณตาบอก อาจจะเป็นอารมณ์ขัน หรือเป็นการนับเหรียญเล่นๆ ยามว่างเท่านั้นเอง
หลายๆ คนอาจจะสงสัยว่า ระดับ พล.ต.ต.ขุนพันธรักษ์ราชเดช ที่ได้รับการเล่าลือกันว่า เป็นจอมขมังเวท จะทำพิธีศักดิ์สิทธิ์อะไร ใครๆ ทั้งใน จ.นครศรีธรรมราช และจังหวัดใกล้เคียงต่างก็นึกถึง ทำไมถึงไม่มีเงิน ไม่ร่ำรวย คำตอบคือ เป็นเพราะคุณตา ไม่เคยวางตัวเป็นเจ้าพิธีและเรียกหาเครื่องสักการะตอบแทนจากผู้ที่มาขอให้ท่านทำพิธีให้เลย หรือใครให้มาโดยขัดไม่ได้ ท่านจะนำเอาปัจจัยเหล่านั้นถวายวัดหมดทั้งสิ้น
อีกปัจจัยที่คุณตาขุนพันธ์ เชื่อมั่นว่าเป็นแนวทางสร้างความสุขให้ตัวเองคือ การหาสิ่งประเล้าประโลมใจ เมื่อครั้งที่คุณตาเจอกับครูเอียดเฒ่า ผู้ประสาทวิชาเวทมนตร์ ที่สำนักเขาอ้อ จนบรรลุเป็นจอมขมังเวทนั้น สิ่งที่ท่านได้ศึกษาเรียนรู้ ค้นคว้าเอาเป็นสิ่งประเล้าประโลมใจ ที่ทำให้ท่านมีความสุขมากๆ คือ การเข้าป่า หาสมุนไพร ยาอายุวัฒนะ
ของดี ของคุณตานั้น จริงๆ แล้วไม่ใช่พระเครื่อง หรือวัตถุมงคลอย่างที่หลายๆ คนเข้าใจ แต่เป็นสมุนไพรซึ่งคุณตาได้ขึ้นชื่อว่า มีความรู้เรื่องสมุนไพรสูงมาก ท่านเคยเดินเท้าขึ้นเขาหลวงเพียงเพื่อไปกินน้ำที่หยดลงมาจากรากของต้นเต่าร้างเพียงแค่หยดเดียวเท่านั้น กินเสร็จท่านก็เดินกลับบ้าน คุณหมอเล่า คนฟังนึกภาพไปยิ้มไป
นักเดินป่าทุกคนต่างรู้ถึงกิตติศัพท์ของความยากลำบากในการเดินทางขึ้นเขาหลวงกันเป็นอย่างดี ว่าทรหดแค่ไหน การกินน้ำที่หยดลงมาจากรากของต้นเต่าร้างยักษ์ ก็ไม่ได้ทำกันง่ายๆ ต้องเอาตัวมุดเข้าไปอยู่ใต้ราก จากนั้นก็อ้าปากรอให้น้ำหยดลงมาเพียงแค่หยดเดียว เป็นความสนุก ที่คุณตาชอบและหาได้เองโดยไม่ทำให้ใครเดือดร้อน
คุณหมอบอกว่า คุณตาขุนพันธ์ เคยบอกว่า ที่ท่านไปเรียนวิชาคุณวิเศษกับครูเอียดเฒ่า ที่สำนักเขาอ้อนั้น ท่านเรียนเพราะสอดคล้องกับการประกอบอาชีพตำรวจของท่าน ไม่ได้เรียนเพื่อต้องการแสวงหาอำนาจแต่อย่างใด
ที่สำคัญท่านเรียนแล้ว ไม่เคยอวดอ้างวิชาความรู้นั้นกับใคร ที่เรารู้ๆ กันนั้นเป็นเพราะการพูดต่อๆ กันปากต่อปาก ว่าเมื่อสู้กับโจรแล้วท่านหายตัวได้ แต่ผมถามคุณตากี่ครั้งถึงเรื่องเวทมนตร์ความมีคุณวิเศษในตัวท่าน ท่านไม่เคยพูดเลย แม้กระทั่ง ตอนที่ท่านสู้กับเสือฝ้าย โจรร้ายหลายคดี และฆ่าเสือฝ้ายตาย ผมถามว่า คุณตาใช้เวทมนตร์อะไร ท่านก็ไม่ตอบ ได้แต่หัวเราะ แต่เป็นเสียงหัวเราะที่เศร้ามากๆ
ครั้งหนึ่ง คุณหมอบัญชา เคยถามคุณตาขุนพันธ์ว่า สุดท้ายแล้ว คุณตาต้องการอะไรในชีวิตจริงๆ เพราะถ้านึกถึง ขุนพันธรักษ์ราชเดชแล้ว หลายคนจะรู้สึกว่า
ท่านเป็นคนเก่งสุดยอด เป็นจอมขมังเวทผู้ยิ่งใหญ่ ความต้องการสูงสุดในชีวิต อาจจะเป็นสิ่งเร้นลับและสูงส่ง เกินที่คนปกติจะอาจเอื้อม
ครั้งนั้น คุณตาขุนพันธ์ ตอบคุณหมอบัญชาว่า เป้าหมายสูงสุดในชีวิตท่านคือ นิพพาน ซึ่งในความหมายของท่านคือ ความว่างเปล่า สงบ ร่มเย็น
แล้วคุณตาก็บอกต่อจากนั้นทันทีว่า ท่าจะไปไม่ถึงโดยไม่ยอมบอกเหตุผลว่าทำไม
คุณหมอจบบทสนทนาในวันนั้น ด้วยคำถามที่น่าชวนให้เก็บไปคิดว่า แล้วพวกเราจะยังมัวไปเสาะหาอะไรที่เกินไกลไปกว่าความพอดี ในเมื่อตัวของขุนพันธรักษ์ราชเดชเอง ยังมุ่งมั่นตั้งเป้าหมายชีวิตไว้แค่ความว่างเปล่าเท่านั้น
หน้า 5
หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว ครั้ง
สนับสนุนเนื้อหาโดย
เรื่องที่เกี่ยวข้อง
ยันถ่ายรูปติด จตุคามฯ ไม่ปาฏิหาริย์
(21 มิ.ย. 50)
เด็ก3ขวบพิการท่อนล่างเป็นเจ้าพิธีปลุกเสกจตุคาม
(14 มิ.ย. 50)
จตุคามรามเทพ
(9 พ.ค. 50)
สกสค.สร้างจตุคามแจก-ช่วยครูใต้ ปัดไม่มีเจตนาสร้างความเชื่อ-งมงาย
(9 พ.ค. 50)
บุกวัดตรังลักจตุคาม-พระเครื่อง
(9 พ.ค. 50)
ยิงดับสาวห้อยจตุคาม-พลเมืองดีตายด้วย
(9 พ.ค. 50)
พิษจตุคาม-พระลูกวัดโวยเจ้าอาวาสไล่
(7 พ.ค. 50)
แนะสร้างพิพิธภัณฑ์จตุคามฯ
(7 พ.ค. 50)
เครื่องรางของขลังฟีเว่อร์ จากจตุคามฯถึงตะกรุดอาจารย์อ๊อด-ปลอกกระสุน
(5 พ.ค. 50)
ธุรกิจเมืองคอนแห่แจกจตุคามฯ
(3 พ.ค. 50)
ซื้อ จยย.-แถมจตุคาม โปรโมชั่นร้านหัวใสอิงกระแส
(30 เม.ย. 50)
จตุคามดันนครฯบูม5พันล.
(30 เม.ย. 50)
กระแสจตุคามรามเทพ กระตุ้นท่องเที่ยวนครศรีฯ
(29 เม.ย. 50)
พระราชธรรมสุธี เจ้าวัดที่เสกจตุคามฯ
(29 เม.ย. 50)
ดาราสาวใหญ่ทึ่งปาฏิหาริย์องค์จตุคามฯรักษาโรคหาย
(27 เม.ย. 50)
ฉกจตุคาม แท็กซี่แสบลวงสาว ทำทีขอดู-ซิ่งรถหนี
(27 เม.ย. 50)
ฮือฮา จตุคาม เจ๊เบียบ ดับไฟใต้
(26 เม.ย. 50)
จตุคามเป็นเหตุมัคนายกตื้บพระ!
(26 เม.ย. 50)
ที่ไหนๆก็มี''จตุคาม'' !!
(26 เม.ย. 50)
จตุคามฯเพื่อสาธารณประโยชน์
(26 เม.ย. 50)
ใช้ฟางข้าวปั้นจตุคามองค์ยักษ์
(25 เม.ย. 50)
บุกวัดลักจตุคามเก็บในไห
(25 เม.ย. 50)
คนโวยเช่าจตุคามฯขึ้นราคาแพงเกิน
(23 เม.ย. 50)
เลขาฯสังฆราชแจง งดมวลสารจตุคาม
(23 เม.ย. 50)
พระเมืองคอนแฉปั่นราคา-หนุนสังฆราชงดแจกมวลสารสร้างจตุคาม
(23 เม.ย. 50)
ว่าด้วยเรื่องการตลาด ''จตุคาม''
(22 เม.ย. 50)
โจรงัดฝ้าโรยตัว ลักจตุคามวัดมหาธาตุนครฯ
(21 เม.ย. 50)
กรมสรรพากรตาลุก-จ้องรีดภาษีจตุคาม
(20 เม.ย. 50)
เก๋งคว่ำพังยับรอดเพราะจตุคามฯ
(19 เม.ย. 50)
จตุคามหาย-หนุ่มสติแตกจี้จับตัวประกัน
(18 เม.ย. 50)
วิสามัญหนุ่มค้ายาห้อยจตุคามฯ
(17 เม.ย. 50)
คนแห่จองจตุคามฯเหยียบหญิงวัย 51 ปีดับ-บาดเจ็บนับร้อย
(9 เม.ย. 50)
เสื้อ-หมวกจตุคามฮิต-ขายทั่วนครศรีฯ
(9 เม.ย. 50)
อ้างไม้ตะเคียนพันปี จตุคามยักษ์องค์ใหญ่ที่สุดในโลก
(4 เม.ย. 50)
แห่เปิดแผงจตุคาม นครฯคึก ร้านเตี๋ยวยังวางขาย
(2 เม.ย. 50)
2เซียนเปิดเทคนิค ดูจตุคาม ของจริง-ปลอม
(1 เม.ย. 50)
สมภารโร่แจ้งตร.-ปลอมใบจองจตุคาม
(30 มี.ค. 50)
เปิดกรุจตุคามปี30 ตะลึง40ล. พิมพ์ใหญ่-เล็ก40องค์
(25 มี.ค. 50)