|
|
| |
โจ๋ฮิต! โปสกวน คำด่าขายได้ โดนใจคนให้ถูกใจคนรับ |
|
|
 |
| โดย มติชน วัน เสาร์ ที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2551 00:00 น. |
|
ขาโจ๋ฮิต 'โปสกวน' คำด่าขายได้ ใช้คำแรงสะใจ เช่น 'E หอย','คว๊าย...ควาย ที่ยังรักมึงอยู่ทุกวันนี้' คนขายเผยกำลังนิยม งงนักศึกษาสั่งเป็นร้อยแจกเพื่อน ไม่เห็นมีใครว่าหยาบคาย คนซื้อชอบ บอกมันโดนจนได้ใจดี
รายงานข่าวว่า ในภาวะที่โปสการ์ดเป็นที่นิยม จนมีการทำรูปแบบต่างๆ ออกมาจำหน่ายมากมายนั้น ล่าสุด มีพ่อค้าหัวใสคิดพลิกแพลงใช้คำด่าคำไม่สุภาพมาเป็นจุดขายวัยรุ่นแล้วเรียกมันว่า 'โปสกวน' บางใบเป็นรูปสุนัขกับดอกไม้ พร้อมถ้อยคำว่า 'อีดอก' บางใบเป็นรูปใบหน้าสุนัขสีดำ พร้อมถ้อยคำว่า 'เกิดมามีกรรม ตัวดำ เสือกสวย' ขณะที่บางเจ้าใช้ถ้อยคำกวนๆ เช่นทำเป็นรูปตุ๊กตา พร้อมตัวอักษรว่า 'รักมึงจัง นังตอแหล'
จากการสอบถาม 'กิตตินันท์' ผู้ขายโปสกวนรายหนึ่ง กล่าวว่า ทำขายได้มาระยะหนึ่งแล้ว เบื้องต้นขายโปสการ์ดที่ทำจากภาพถ่ายของตัวเองแบบธรรมดาๆ แต่ภายหลังเห็นว่าคำประเภท 'ควาย...อะไรๆ ก็กู', 'คว้าย...ควาย ที่ยังรักมึงอยู่ทุกวันนี้' ฯลฯ เป็นที่นิยมในหมู่วัยรุ่นและคนเริ่มต้นทำงาน จึงทดลองนำมาใส่ในภาพและมีคนชอบพอสมควร
'จริงๆ แล้วสังคมไทยรับอิทธิพลตะวันตกมาเยอะ การใช้คำพวกนี้กลายเป็นเรื่องธรรมดาทั่วไปสำหรับกลุ่มคนที่มาซื้อ เพราะชีวิตประจำวันเขาใช้คำพวกนี้พูดกับเพื่อนอยู่แล้ว' กิตตินันท์กล่าว และว่า จากการสอบถามพบว่าเกือบทั้งหมดจะซื้อไปให้เพื่อนสนิท
สำหรับปฏิกิริยาของคนอีกกลุ่มที่เป็นผู้ใหญ่แล้วนั้น ผู้ขายกล่าวว่า บางคนก็ดูงงๆ แต่ไม่ได้ต่อว่าอะไรนัก ' แค่บ่นๆ ว่าไม่อยากให้มีคำหยาบหรือคำพูดอย่างมึง-กูอยู่บนโปสการ์ด เข้าใจว่าเขาคงอยากจะให้เราใช้คำพูดเพราะๆ ซึ่งมันจะดูสุภาพและน่ารักกว่า หรือบางคนชอบภาพโปสการ์ด แต่เขาไม่อยากให้มีคำหยาบ ก็จะพูดทำนองตัดพ้อนิดๆ แต่ยังไม่เคยเจอคนที่เข้ามาต่อว่าถึงขั้นให้เลิกขาย แรงขนาดนั้นยังไม่มี แต่ผมก็พร้อมจะอธิบายให้เข้าใจว่าทำไมถึงใช้คำแบบนี้ เชื่อว่า ใครที่ได้ฟังเหตุผลและรู้ถึงความเป็นไปของวัยรุ่นสมัยนี้แล้ว อาจจะเปลี่ยนความคิดเรื่องนี้ไปเลยก็ได้ '
ขณะที่ 'ซี' พ่อค้าอีกรายที่วางขายโปสกวน 'ว่างัย...! สาดด', 'ว่าไง E หอย', 'อีดอก' กล่าวว่า ตอนแรกขายโปสการ์ดอวยพรทั่วไปตามปกติ ขณะเดียวกันก็มีคำกวนๆ ประเภท 'อีวอก' วางขายอยู่บ้าง แต่ลูกค้าซึ่งอ้างว่าเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยชื่อดังคนหนึ่งมาสั่งทำโปสการ์ด 'อีดอก' จึงจัดการให้
'หลังจากนั้นก็มาสั่งทำอีกเรื่อยๆ อย่างน้องคนหนึ่งเดินมาบอกว่า พี่ขอแบบ 'ไอ้เหี้ย เสือก' แบบนี้เลย แล้วพอเราทำออกวางขายก็มีเด็กนักเรียนมาซื้อเยอะมาก แล้วไม่มีเด็กคนไหนบอกว่าหยาบคายเลยนะ สังคมมันเป็นแบบนี้อยู่ไง ส่วนหนึ่งเลยก็เพราะสื่อ' เขากล่าว พ่อค้ารายเดียวกันยังบอกอีกว่า เหตุผลที่ทำโปสการ์ดแบบนี้ขายเพราะเห็นว่าผู้ซื้อมีความต้องการ เป็นเรื่องของอุปสงค์อุปทานตามปกติ
'เราขายของ ถ้าไม่มีอะไรที่แปลกใหม่เลย ก็ขายไม่ได้ เลยต้องมีอะไรที่แรงๆ บ้าง แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะละเลยเรื่องดีๆ นะ อย่างตอนนี้กระแสรณรงค์ภาวะโลกร้อนก็เตรียมโปสการ์ดที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ออกมาแล้ว เพราะเราถือว่าตัวเองก็เป็นสื่อประเภทหนึ่งเหมือนกัน อะไรที่จะทำให้ดีขึ้นได้ก็จะทำแน่ๆ'
ด้านผู้ซื้อ 'ราเชน' อาชีพขายของ กล่าวว่า ซื้อโปสการ์ดลักษณะนี้ไปหลายครั้งแล้ว เพื่อนำไปให้กับคนที่คิดว่ามาะสม
'โปสการ์ดเป็นเรื่องของอารมณ์ คนที่มาซื้อก็ต้องเลือกการ์ดที่เหมาะกับคนที่เขาจะให้อยู่ คนที่มาซื้อคงไม่ซื้อการ์ดที่เขียนว่า 'กูรักมึงว่ะ' ไปให้ผู้ใหญ่หรอก ก็ต้องซื้อการ์ดอย่างนี้ไปให้เพื่อน เพื่อนสนิทที่พอได้เห็นโปสการ์ดใบนี้ปุ๊บ ก็คิดถึงเราปั๊บ '
ขณะที่ 'กุลวดี' นักศึกษามหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง ที่ครั้งนี้ซื้อไป 100 ใบเพื่อส่งให้เพื่อน กล่าวว่า ซื้อเพราะชอบคำที่โดนใจ
'มันโดน บางคำได้ใจดี เห็นแล้วอยากซื้อไปให้เพื่อน คำมันตรงกับอารมณ์ของเพื่อนเราตอนนี้ แล้วรู้สึกว่าเพื่อนคงแฮปปี้ที่ได้รับ' เธอกล่าว
ส่วน 'พิมประไร' อาชีพขายเสื้อผ้า กล่าวว่า ยอมรับว่าจริงๆ แล้วคำหยาบเหล่านี้ไม่น่ามีอยู่ในโปสการ์ด แต่บางทีต้องมองเรื่องต่างๆ ในมุมของวัยรุ่นบ้าง เพราะเด็กคงไม่คิดว่าเรื่องอย่างนี้เป็นเรื่องที่แย่ เนื่องจากใช้คำพวกนี้ในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว
'ถ้าจะมาคิดว่าเรื่องใช้ถ้อยคำหยาบคายพวกนี้เป็นเรื่องใหญ่ จริงๆ ในสังคมมันมีเรื่องที่แย่ๆ และน่าวิตกไปมากกว่าเรื่องนี้อีก' พิมประไรกล่าว
|
|
| |
| หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว
ครั้ง |
อ่านข่าวทั้งหมดของ มติชน ได้ที่นี่
 |
| |
 |
|
|
โจ๋ฮิต! โปสกวน คำด่าขายได้ โดนใจคนให้ถูกใจคนรับ
|
|
|