|
|
| |
| แพทยสภาออกกฏคุมตุ๊ดตัดไข่ ห้ามเด็กต่ำกว่า 20ปีแปลงเพศ |
 |
|
 |
| โดย คม ชัด ลึก วัน พฤหัสบดี ที่ 27 มีนาคม พ.ศ. 2551 15:04 น. |
|

รมว.สธ. ตำหนิแพทย์ตัดไข่ให้กะเทยเด็ก จี้ สบส.เข้มงวดดูแลมากขึ้น หมอศุภชัยชี้ตัดไข่ให้เด็กอายุต่ำกว่า 18 มีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 2 หมื่น แนะพ่อแม่ฟ้องแพ่ง-อาญา ฐานทำร้ายร่างกาย ด้านแพทยสภาเตรียมออกกฎคุมเข้ม ขีดเส้นอายุ 20 ปีแปลงเพศได้ แต่ กำหนดระยะเวลาทดลองใช้ชีวิตเป็นหญิง
(27มี.ค.) นายไชยา สะสมทรัพย์ รมว.สาธารณสุข กล่าวถึงข่าวเด็กชายวัยรุ่นที่เบี่ยงเบนทางเพศนิยมไปตัดลูกอัณฑะในคลินิกบางแห่ง เพื่อให้สรีระและผิวพรรณเหมือนผู้หญิง ทั้งที่อายุยังไม่บรรลุนิติภาวะว่า ไม่เหมาะสม เพราะเด็กยังไม่บรรลุนิติภาวะ ไปลงคะแนนเสียงเลือกตั้งยังไม่ได้เลย แล้วไปตัดอัณฑะเด็กออก ถือว่าไม่ใช่ที่ คงต้องตำหนิ แพทย์ที่ทำให้เด็กก็แย่ แทนที่จะติดต่อพ่อแม่เด็กให้รับรู้ก่อน ดังนั้นกฎหมายต้องเข้มงวดมากขึ้น และให้ความสำคัญเรื่องนี้ โดยเฉพาะกรมสนับสนุนบริการสุขภาพจะต้องมีมาตรการที่เข้มงวดมากขึ้นในเรื่องนี้ เพราะถึงเวลามีปัญหาเกิดขึ้นกระทรวงสาธารณสุขอาจถูกตำหนิได้ว่ามีการปล่อยปละละเลย
นายไชยา กล่าวว่า ที่ผ่านมาตนเห็นด้วยกับแพทยสภาในการออกกฎหมายเพื่อไม่ให้แพทย์รับผิดทางอาญา โดยให้ดำเนินคดีเฉพาะทางแพ่ง แต่มีบางกรณีเกิดขึ้น อย่างเช่น คลินิกเปิดรับตัดอัณฑะให้กับเด็กที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ ก็จะไม่สามารถดำเนินคดีอาญากับแพทย์ได้ เพียงแต่ฟ้องแพ่งเท่านั้น ซึ่งเรื่องนี้เดิมไม่เคยเกิดขึ้น และคงไม่มีใครรู้หากไม่มีการนำเสนอเป็นข่าว ดังนั้นจำเป็นต้องพิจารณารอบด้าน ขณะที่ที่ทางกองการประกอบโรคศิลปะต้องดูแลและสอดส่องการให้บริการของคลินิกเหล่านี้ และเรื่องนี้ถือเป็นความพอใจเด็กและเป็นความตั้ง ใจของแพทย์ที่รับทำให้ จำเป็นต้องคุมเข้มการให้ใบอนุญาตประกอบสถานพยาบาล
ด้านนพ.ศุภชัย คุณารัตนพฤกษ์ อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า ปกติการตัดลูกอัณฑะจะทำเมื่อมีข้อบ่งชี้ว่าเป็นมะเร็งและเนื้องอก ดังนั้นหากวัยรุ่นยังอายุไม่ถึง 18 ปี ที่พ่อแม่ไม่ยินยอม สถานพยาบาลที่รับทำการผ่าตัดดังกล่าวจะมีความผิดตามพ.ร.บ.สถานพยาบาล มาตรา 234(2) คือจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท นอกจากนี้พ่อแม่เด็กอาจฟ้องแพ่งและอา ญาได้ในข้อหาทำร้ายร่างกาย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา297
นพ.ศุภชัย กล่าวต่อว่า การตัดลูกอัณฑะ จะส่งผลกระทบต่อร่างกายและจิตใจอย่างถาวร กลับสู่สภาพเดิมไม่ได้ เด็กจะเป็นเหมือนขัน ทีจีนในอดีต ส่งผลให้มีปัญหาเรื่องความสูง ความยาว อายุจะสั้น อารมณ์และจิตใจจะเปลี่ยนแปลง จนต้องมีการให้ฮอร์โมนทดแทน ส่วนที่มีการระบุว่า การตัดอัณฑะแล้วจะช่วยให้มีผิวพรรณสวยงาม ดูเป็นหญิงนั้น ยังไม่มีรายงานทางการแพทย์ยืนยันเรื่องนี้ นอกจากนี้การตัดอัณฑะ เป็นเพียงแค่การเริ่มต้นของการแปลงเพศ แต่หากเป็นการตัดอัณฑะเพียงอย่างเดียวโดยไม่มีข้อบ่งชี้ จะถือว่าเป็นการทำผิดมาตรฐานวิชาชีพ ซึ่งเรื่องนี้ต้องประสานไปยังแพทยสภา
ทางกรมสนับสนุนบริการสุขภาพจะประสานกับแพทยสภา เพื่อตรวจสอบคลินิกที่ดำเนินการในลักษณะดังกล่าวว่า มีการดำเนินการตามมาตรฐานหรือไม่ ขณะเดียวกันพ่อแม่ของเด็กที่อายุต่ำกว่า 18 ปี หากมีลูกไปรับบริการแล้วสามารถมาร้องเรียนเพื่อเอาผิดได้ และถึงแม้พ่อแม่จะยินยอมให้ผ่าตัด แต่การดำเนินการจะต้องมีข้อบ่งชี้ในการผ่าตัด โดยเฉพาะต้องผ่านการประเมินของจิตแพทย์ นักจิตวิทยา แพทย์สาขาที่เกี่ยวข้อง และหลังการผ่าตัดจะต้องมีกระบวนการรักษาเพราะต้องกินยาฮอร์โมนเสริมไปตลอดชีวิตนพ.ศุภชัย กล่าว
นพ.ศุภชัย กล่าวว่า ขอฝากไปยังเด็กที่คิดจะตัดอัณฑะว่า เรื่องเอกลักษณ์ทางเพศจะมีการพัฒนาระยะยาว อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงได้ในอนาคตด้วยตัวของมันเอง ดังนั้นก่อนตัดสินใจทำอะไรควรปรึกษาผู้ปกครองก่อนขณะเดียวกันผู้ปกครองต้องเข้าใจเด็ก และให้คำแนะนำเหมาะสม
ด้าน นพ.ธารา ชนะกาญจน์ ผู้อำนวยการกองการประกอบโรคศิลปะ กล่าวว่า การตัดอัณฑะลักษณะนี้ ส่วนใหญ่เป็นการลักลอบทำตามคลินิก ทำให้ไม่ทราบจำนวนคลินิกที่เปิดให้บริการ ซึ่งโดยปกติทางกองการประกอบโรคศิลปะจะมีการออกตรวจในทุกปี หรือในกรณีทีมีการร้องเรียนและที่ผ่านมาก็ไม่เคยได้รับการร้องเรียนแต่อย่างใด อีกทั้งส่วนใหญ่ผู้ให้บริการจะให้ข้อมูลผ่านอินเตอร์เน็ต โดยให้เบอร์โทร.ติดต่อเท่านั้น ทำให้การตรวจจับยาก
ด้าน นพ.อำนาจ กุสลานันท์ เลขาธิการแพทยสภา กล่าวว่า เมื่อได้รับข้อมูลจากนายนที ธีระโรจนพงษ์ ผอ.กลุ่มเกย์การเมืองไทยแล้วว่าคลินิกใดให้บริการตัดอัณฑะให้เด็กที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ จะเข้าไปตรวจสอบทันที และดำเนินการลงโทษทางวินัยทันที โดยโทษสูงสุดที่แพทย์ทำผิดจริยธรรม คือ การเพิกถอนใบอนุญาต
ทั้งนี้ในเดือนเม.ย.นี้จะมีการประชุมคณะอนุกรรมการพิจารณาหลักเกณฑ์การแปลงเพศของแพทยสภาเป็นครั้งแรก เพื่อวางกฎเกณฑ์เป็นแนวทางปฏิบัติและออกเป็นข้อบังคับว่า เด็กอายุเท่าใดที่จะสามารถแปลงเพศได้ ซึ่งโดยส่วนตัวเห็นว่า ผู้ที่จะแปลงเพศควรมีอายุตั้งแต่ 20 ปีขึ้นไป และต้องผ่านการประเมินจิตใจจากจิตแพทย์ตั้งแต่ 1 คนขึ้นไป ขณะเดียวกันต้องกำหนดระยะเวลาในการทดลองใช้ชีวิตเป็นผู้หญิงว่าจะเป็น 6 เดือน หรือ 1 ปี โดยในบางประเทศกำหนดเอาไว้ถึง 2 ปี ซึ่งหากแพทย์ที่ฝ่าฝืนข้อบังคับที่จะมีความผิดต่ำสุด คือ การพักใช้ใบอนุญาต โดยข้อบังคับเรื่องการแปลงเพศนี้จะออกมาใช้ทันในปีนี้อย่างแน่นอน
ภาพ : ประกอบจากอินเทอร์เน็ต
|
|
| |
| หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว
ครั้ง |
สนับสนุนเนื้อหาโดย
 |
| |
|