|
|
| |
| สธ.ชี้คนหัวใสหาประโยชน์จากหนุ่มแต่งงานกับงู |
 |
|
 |
| โดย คม ชัด ลึก วัน เสาร์ ที่ 19 เมษายน พ.ศ. 2551 14:22 น. |
|
อธิบดีกรมสุขภาพจิต ชี้ครอบครัวหนุ่มแต่งงานอยู่กินกับงูถูกหลอกหาผลประโยชน์จากความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ หากินกับความเชื่อของชาวบ้าน ระบุเชื่อระลึกชาติเป็นเรื่องปกติ แค่เลี้ยงงูไว้ก็พอไม่ต้องถึงขั้นแต่งงานอยู่กิน แนะชาวบ้านเชื่ออย่างมีเหตุผล เจ้าคณะจังหวัดชี้เป็นเรื่องกิเลส ด้านวัฒนธรรมจังหวัดเบรกจะขายวีซีดีต้องขอผู้ว่าฯ

ความคืบหน้ากรณีผู้ว่าราชการจังหวัดอุดรธานีสั่งการให้ทุกหน่วยงานตรวจสอบกรณีเรื่องราวการแต่งงานของหนุ่มอุดรกับงูเหลือม ที่เชื่อกันว่า เป็นเนื้อคู่แต่ชาติปางก่อน จากนั้นเรื่องราวขยายวงกว้าง มีการผลิตวีซีดีชีวิตรักขาย รวมทั้งเดินสายโชว์ตัวตามที่ต่างๆ ล่าสุดงูเหลือมได้มุดกรงหนีไป ซึ่งสัตวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเรื่องงูระบุว่า เพราะต้องการไปผสมพันธุ์ตามธรรมชาติของสัตว์ หรือออกหาอาหาร และเตือนไม่ควรใกล้ชิดเพราะจะติดเชื้อโรคได้นั้น
นพ.ม.ล.สมชาย จักรพันธุ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวว่า กรณีที่ชายหนุ่มจัดพิธีแต่งงานกับงูเหลือมเพราะเชื่อว่าเป็นเนื้อคู่นั้น ในเชิงจิตวิทยาคิดว่าเป็นเรื่องความเชื่อของชาวบ้านที่เชื่อในสิ่งศักดิ์สิทธิ์และการระลึกชาติอยู่แล้ว ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่ไม่ดี จะไปห้ามชาวบ้านไม่ให้เชื่อคงไม่ได้ อีกทั้งในต่างประเทศก็มีความเชื่อเรื่องการระลึกชาติเช่นกัน เมื่อชาวบ้านเชื่อแล้วเลี้ยงงูไว้ถือเป็นเรื่องธรรมดา เพราะคนเลี้ยงสัตว์ก็เป็นเรื่องปกติ แต่การไปแต่งงานอยู่กินกับงูไม่ใช่สิ่งที่ควรทำ
"ตอนแรกผมคิดว่าการที่ชายหนุ่มแต่งงานกับงูเป็นเรื่องความเชื่อธรรมดาของชาวบ้าน แต่ต่อมาชายหนุ่มที่แต่งงานไปอยู่กินกับงูแล้วมีการประชาสัมพันธ์ โฆษณาใหญ่โต ทำให้มีคนมาดูกันจำนวนมาก มีการตั้งร้านขายข้าวของ ทำเป็นวีซีดีจนกลายเป็นธุรกิจไป เชื่อว่าคงเพราะมีคนสมองใสมาช่วยคิดและจัดฉาก ทำให้เรื่องนี้กลายเป็นธุรกิจเพื่อหารายได้ หาผลประโยชน์จากความเชื่อของชาวบ้าน ครอบครัวของชายหนุ่มที่แต่งงานกับงูคงถูกหลอกเพราะความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ เนื่องจากชาวบ้านคงไม่มองไปไกลถึงขนาดจะทำให้เรื่องนี้กลายเป็นธุรกิจ" อธิบดีกรมสุขภาพจิตกล่าว
นพ.ม.ล.สมชาย กล่าวต่อไปว่า ความเชื่อในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของชาวบ้านไม่ใช่สิ่งที่ไม่ดี และคงไม่ไปหักล้างความเชื่อของชาวบ้าน แต่ความเชื่อต้องมีขอบเขต ไม่ใช่เชื่อแบบไม่มีขอบเขต ซึ่งความเชื่อความศรัทธานั้นต้องมีทั้งสติ ปัญญา และความรู้ หากมีความเชื่อโดยไม่มีความรู้จะเป็นการงมงาย ซึ่งกรณีของชายหนุ่มที่แต่งงานและใช้ชีวิตร่วมกับงู จะต้องให้ความรู้ชาวบ้านว่าเชื่อเรื่องการระลึกชาติและเนื้อคู่ได้ แต่แค่เลี้ยงงูไว้ก็พอ ไม่จำเป็นต้องไปแต่งงานอยู่กินกับงู โดยเฉพาะงูนี้มาจากป่า ไม่ใช่งูที่เลี้ยงไว้ตั้งแต่เล็กๆ การที่คนไปใช้ชีวิตร่วมกับงูนี้อาจจะเกิดอันตรายได้
"ทางกรมสุขภาพจิตได้ประสานกับจังหวัดอุดรธานี เช่น นายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ขอให้ช่วยให้ความรู้ที่ถูกต้องแก่ชาวบ้านให้เชื่ออย่างมีเหตุผล และหากทางจังหวัดอุดรธานีประสานยังกรมสุขภาพจิตขอให้ช่วยไปให้ความรู้แก่ชาวบ้าน กรมสุขภาพจิตก็ยินดี เพราะมีศูนย์สุขภาพจิตอยู่ที่ จ.ขอนแก่น อยู่แล้ว" อธิบดีกรมสุขภาพจิตกล่าว
ส่วนทางด้านกฎหมายกรณีสัตว์ป่าคุ้มครองนั้น นายปิยะวัฒน์ สุณะตรัย เจ้าหน้าที่กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กล่าวว่า งูเหลือมจัดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครองชนิดหนึ่ง ดังนั้น การจะครอบครองได้ต้องได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่ กรมอุทยานแห่งชาติฯ ซึ่งหมายถึงผู้ที่รัฐมนตรีแต่งตั้งในประกาศกระทรวง ทั้งนี้ ถึงแม้จะพบงูในบ้าน หรือที่นา ก็ไม่ใช่จะนำมาเลี้ยงได้ เพราะงูเหลือมได้รับการคุ้มครองโดยสภาพของสัตว์เองอยู่แล้ว จะบอกว่าพบที่อื่นซึ่งไม่ใช่ในป่า จึงมีสิทธิ์เลี้ยงได้นั้นไม่ถูกต้อง ผู้ที่ครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจะมีความผิด โทษสูงสุดจำคุกไม่เกิน 4 ปี ปรับไม่เกิน 4 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ซึ่งในแนวทางปฏิบัติ ต้องไปกล่าวโทษและแจ้งความส่งฟ้องข้อหามีสัตว์ป่าไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่
พระราชวราลังการ เจ้าคณะจังหวัดอุดรธานี ฝ่ายธรรมยุติ วัดโพธิสมภรณ์ ให้ความเห็นว่า เป็นเรื่องของกิเลส จากการติดตามข่าวพบว่า ส่วนใหญ่มุ่งไปทางเลข ทางหวย เพราะผู้คนในภาคอีสานกำลังพากันบ้าหวย คนที่เอาเงินไปบริจาคก็เพื่อขอเลขขอหวย ส่วนเหตุการณ์ที่งูหายไปนั้น คงเพราะอยู่อย่างอดอยาก กี่วันแล้วที่งูไม่ได้กินอาหาร เมื่อหิวมันก็หนีจากกรงไปหาจับกบจับเขียดกิน ธรรมชาติของงูเมื่อมันหิว แล้วมีคนเข้าใกล้ก็จะดุร้าย ชูหัวฉกเป็นเรื่องปกติ
ด้านความเคลื่อนไหวของหน่วยงานราชการใน จ.อุดรธานี ล่าสุด นายเริงฤทธิ์ พลนามอินทร์ วัฒนธรรมจังหวัดอุดรธานี กล่าวว่า หลังจาก นายสุพจน์ เลาวัณย์ศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัด สั่งการให้สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสอบสวนเรื่องนี้ จากการลงพื้นที่และนำวีซีดีมาตรวจสอบเนื้อหา พบว่า เป็นเพียงภาพบันทึกเหตุการณ์ประกอบเนื้อหาตามที่ปรากฏในข่าวสื่อมวลชนก่อนหน้านี้ ซึ่งยังไม่พบว่าในเนื้อหาผิดข้อกฎหมายแต่ประการใด
"ตรวจสอบพบว่า ผู้ผลิตได้แจ้งวัตถุประสงค์ว่า ทำวีซีดีออกมาจำหน่ายเพื่อหารายได้ช่วยเหลือนายเสถียร เพื่อนำไปใช้สอยโดยเฉพาะในการซ่อมแซมบ้านพักที่ชำรุดเสียหายเนื่องจากลมพายุ จึงแจ้งผู้ผลิตทราบเกี่ยวกับข้อกฎหมายการผลิตและจัดจำหน่าย ว่าต้องได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนท้องที่ คือ ผู้ว่าราชการจังหวัดเท่านั้นจึงจะสามารถดำเนินการได้ ดังนั้น จึงขอให้หยุดการขาย หรือผลิต ซึ่งได้รับความร่วมมือจากฝ่ายผู้จัดทำด้วยดี" นายเริงฤทธิ์กล่าว
ส่วนบรรยากาศที่บ้านของ นายเสถียร เคนกุดรัง ในหมู่บ้านดอนหญ้านาง ต.นาข่า อ.เมือง จ.อุดรธานี เมื่อวันที่ 18 เมษายน อยู่ในสภาพเงียบเหงา กลับเข้าสู่สภาพเดิมเหมือนช่วงก่อนมีการแต่งงาน โดยนายเสถียรเก็บตัวเงียบอยู่ในบ้าน มีเพียงเพื่อนบ้านและญาติๆ เท่านั้นที่มาคอยสอบถามเป็นระยะๆ |
|
| |
|
| หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว
ครั้ง |
สนับสนุนเนื้อหาโดย
 |
|