ข่าว การเมือง อาชญากรรม สลากกินแบ่งรัฐบาล สังคม ดารา บันเทิง
  ค้นหาข่าว  
ร้องทุกข์ ร้องเรียน เว็บบอร์ด
helper end
  หน้าแรกข่าว > สังคม > แฉเด็กดูทีวีอาบไฮเตอร์ อยากขาวเหมือนโฆษณา
 

แฉเด็กดูทีวีอาบไฮเตอร์ อยากขาวเหมือนโฆษณา

โดย คม ชัด ลึก วัน จันทร์ ที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2551 00:00 น.
เครือข่ายเยาวชนสุดทน จอตู้ไทยมีแต่ความรุนแรง ละครต้องกรี๊ดๆ-ข่มขืน-ตบ-เตะ แถมเกมชิงทองทะลักรายการเด็ก ผลสำรวจพบร้อยละ 60 เด็กนั่งดูทีวีคนเดียว เผยหนูน้อยวัย 6 ขวบเจอโฆษณาทีวี บอกต้องขาวถึงสวย คว้าไฮเตอร์อาบน้ำ

ที่สภาคริสจักรแห่งประเทศไทย แนวร่วมเยาวชนสร้างสรรค์สื่อไทย ได้แก่ สภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย สภาเยาวชนกรุงเทพมหานคร เครือข่ายประธานนักเรียน เครือข่ายเอดส์และเพศศึกษา (V-Teen) เครือข่ายเยาวชนสร้างสรรค์สังคม (Saf) เครือข่ายนิเทศศาสตร์ จัดแถลง "ดูดู๊ดูสื่อไทย ทำไมถึงทำกับเด็กได้"

นายสาโรช จำปาศักดิ์ รองประธานสภาเด็กและเยาวชนแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เครือข่ายร่วมตัวกันสำรวจ "การดูโทรทัศน์ของเด็กและเยาวชนอายุ 10-25 ปี" เมื่อวันที่ 2-5 พฤษภาคม ที่ผ่านมา จำนวน 565 คน พบกลุ่มตัวอย่างเกือบ 60% จะดูทีวีคนเดียว ดังนั้น เมื่อพบรายการที่ไม่เหมาะกับช่วงวัย เช่น ไม่เหมาะกับผู้ชมอายุต่ำกว่า 13 ปี (น.13) หรือ 18 ปี (น.18) รายการเฉพาะไม่เหมาะกับเด็กและเยาวชน (ฉ) เด็ก 10-15 ปี 58% จะดูตามปกติ เด็ก 16-20 ปี 81.6% ดูตามปกติเช่นกัน ส่วนกลุ่มที่ดูทีวีกับผู้ปกครองแล้วเจอรายการไม่เหมาะกับวัย แต่ดูโดยไม่เปลี่ยนช่องนั้น มีผู้ปกครองเพียง 54.8% ที่พูดคุยให้คำแนะนำระหว่างดู

"เมื่อถามถึงการแสดงละครฉากต่างๆ ที่เด็กและเยาวชนส่วนใหญ่เห็นว่าไม่เหมาะสมถึงขั้นไม่เหมาะสมเลย คือ ฉากข่มขืน 68.4% ฉากร้องกรี๊ดๆ เมื่อไม่ได้สิ่งที่ต้องการ 60.8% ฉากตบตีกัน 56.9% ฉากยิงกัน แทงกัน 54.7% เด็กและเยาวชน 62.9% เห็นว่าค่อนข้างจำเป็นถึงจำเป็นที่สุดที่ต้องจัดเรตติ้งรายการทีวีตามเวลา ให้ละคร หรือรายการที่มีความรุนแรง ออกอากาศช่วงที่เด็กส่วนใหญ่เข้านอนแล้ว ซึ่ง 52.4% อยากให้เด็กมีส่วนร่วมจัดเรตติ้งด้วย ส่วนความรู้สึกที่มีต่อละครปัจจุบัน 64.8% เห็นว่าค่อนข้างรุนแรงถึงรุนแรงเกินไป" นายสาโรชกล่าว

นายสาโรช กล่าวอีกว่า ฉากที่คิดว่ารุนแรง 8 อันดับแรก คือ 1.ฉากตบตีกันนานๆ 2.ข่มขืน 3.ด่าทอ 4.ขว้างปาทำลายสิ่งของ 5.ล้อเลียนดูถูก คนแก่ ผู้หญิง เพศทางเลือก 6.แต่งกายโป๊ วับๆ แวมๆ 7.ดื่มเหล้า 8.กระโดดถีบ โดย 70.4% บอกว่าเคยเห็นเด็กๆ เลียนแบบการแสดงต่างๆ ในทีวี เช่น ร้องกรี๊ดๆ เวลาไม่พอใจ ด่ากัน ตบตีกัน เล่นเป็นพ่อผัวเมีย และกลุ่มตัวอย่าง 33.8% ยอมรับว่าตัวเองก็เคยอยากเลียนแบบพฤติกรรมเหล่านี้

"เด็ก 10-15 ปี เกือบ 50% ยอมรับว่า โฆษณาขนมกรุบกรอบที่มีของแจกของแถมทำให้อยากซื้อขนมมากถึงมากที่สุด และเจอโฆษณาเหล่านี้มากถึงมากที่สุดในรายการเด็กเกือบ 50% เช่นกัน ซึ่งทุกกลุ่มอายุ 46.4% พบโฆษณา 1900 ในลักษณะต่างๆ มากถึงมากที่สุดในทีวี ขณะที่ 42.2% ยืนยันว่า โฆษณาเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีผลจูงใจให้อยากดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮฮล์ สถานการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เด็กและเยาวชน 53.7% ห่วงใยเด็กด้วยกันเอง ซึ่ง 60.8% ต้องการให้คุมการโฆษณาขนมกรุบกรอบ ที่มีของแจก ของแถม การชิงโชค 77.4% อยากให้เจ้าของสถานีโทรทัศน์มีความตระหนัก ช่วยกันแก้ปัญหา และ 76.6% คิดว่ารัฐบาล หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเร่งแก้ปัญหา" นายสาโรช กล่าว

น.ส.อาวีวรรณ สร้อยคำ อายุ 17 ปี นักเรียนชั้น ม.6 โรงเรียนเทพศิรินทร์ร่มเกล้า เครือข่ายเยาวชนสร้างสรรค์สังคม กล่าวว่า การแสดง การโฆษณา หรือพฤติกรรมต่างๆ ที่เกิดขึ้นในทีวี มีอิทธิพลอย่างมากต่อเด็กและเยาวชน ไม่ใช่แค่การมีพฤติกรรมรุนแรงเท่านั้น การฉายภาพซ้ำๆ เดิมๆ ก็ยิ่งตอกย้ำความคิด ความเชื่อแบบในทีวีให้แก่เด็ก น้องของตนอายุเพียง 6 ขวบ ดูทีวี ดูโฆษณา ที่นำเสนอย้ำๆ ว่า คนมีผิวขาวถึงจะดูดี ดูสวย จึงใช้ไฮเตอร์อาบน้ำ ขณะที่เพื่อนบางคนเมื่อรับประทานอาหารแล้วต้องล้วงคอให้อาเจียนออกมา หรือไม่ก็รับประทานยาระบาย เพราะกลัวอ้วน ซึ่งทีวีเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดขึ้น เนื่องจากสามารถหล่อหลอมคนในสังคมส่วนใหญ่ให้คล้อยตามได้

นายวรภัทร วีรพัฒนคุปต์ อายุ 22 ปี เครือข่ายเอดส์และเพศศึกษา กล่าวว่า รายงานของหน่วยงานอาชญากรรมและยาเสพติด องค์การสหประชาชาติ พ.ศ.2550 ระบุว่า ไทยติดอยู่ในกลุ่ม 68 ประเทศที่มีสถิติการข่มขืนเพิ่มขึ้น จากการสำรวจใน 189 ประเทศทั่วโลก สอดคล้องกับสถิติการกระทำความผิดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติตั้งแต่เดือนตุลาคม 2548-กันยายน 2549 พบคดีที่เกี่ยวกับชีวิต ร่างกาย และเพศ อาทิ ทำร้ายร่างกาย ข่มขืนฆ่ากันตาย สูงถึง 33,669 คดี ขณะที่ข้อมูลศูนย์พิทักษ์สิทธิสตรี มูลนิธิเพื่อนหญิง มีผู้เข้ารับคำปรึกษาปัญหาข่มขืนกระทำชำเรา จากปี 2548 มี 51 ราย เพิ่มเป็น 140 ราย ใน ปี 2550 ซึ่งเพิ่มขึ้นเกือบ 3 เท่าตัว การทำร้ายร่างกายที่มี 44 ราย เพิ่มเป็น 191 รายในปี 2550 หรือสูงขึ้นเกิน 4 เท่าตัว

"คดีความรุนแรงทางเพศที่เพิ่มสูงขึ้นสะท้อนให้เห็นวัฒนธรรมแบบชายเป็นใหญ่ คิดว่าทำอะไรกับผู้หญิงก็ได้ กรณีข่มขืนมีหลายครั้งที่ผู้ถูกกระทำเลือกจบปัญหาด้วยการปิดเงียบ ไม่สู้คดี เพราะอายแล้วก็โทษตัวเอง หากผู้เสียหายตั้งครรภ์บางคนเลือกแก้ปัญหาอยู่กินฉันสามีภรรยากับคู่กรณี สิ่งเหล่านี้มีส่วนให้การกดขี่ทางเพศในสังคมไทยเพิ่มสูงขึ้น น่าเสียดายที่สื่อซึ่งเป็นขุมพลังทางปัญญา สามารถชี้นำสังคมไปสู่การสร้างบรรทัดฐานที่ดีขึ้น กลับทำให้ค่านิยมเรื่องข่มขืน ทำร้ายร่างกายเป็นเรื่องปกติ จนถึงขั้นกลายเป็นเรื่องถูกต้องดีงามน่าชื่นชม" นายวรภัทร กล่าว

ายอรุณฉัตร คุรุวาณิชย์ อายุ 21 ปี ประธานสภาเยาวชนกรุงเทพฯ กล่าวว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นเพราะเมื่อ พ.ร.บ.การประกอบกิจการวิทยุและกิจการโทรทัศน์ พ.ศ.2551 มีผลบังคับใช้ ทำให้กรมประชาสัมพันธ์คิดว่าหมดอำนาจกำกับดูแลทีวี ประกาศการจัดระดับความเหมาะสมของเนื้อหาสื่อโทรทัศน์ (เรตติ้ง) ที่รายการ น.13 ออกอากาศได้หลังเวลา 20.00 น. รายการ น.18 ออกอากาศได้หลังเวลา 20.30 น. รายการเฉพาะ “ฉ.” ออกอากาศหลังเวลา 22.00 น. รวมถึงประกาศคุมโฆษณาขนมขบเคี้ยวในรายการสำหรับเด็ก จึงถูกฝ่าฝืน เกิดวิกฤติกับผู้บริโภคสื่อโทรทัศน์ โดยเฉพาะเด็ก เยาวชน และครอบครัว

"รายการและโฆษณาที่มีเนื้อหาไม่เหมาะสมกับเด็กและเยาวชน สามารถออกอากาศในเวลาที่เด็กและเยาวชนส่วนมากกำลังดูทีวี ซึ่งจะนำไปสู่พฤติกรรมเลียนแบบและค่านิยมไม่พึงประสงค์ เรื่องอบายมุขและความรุนแรงที่เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาเด็กและเยาวชนซึ่งเป็นอนาคตของชาติ การพัฒนาเด็กต้องคำนึงถึงการจัดสภาพแวดล้อม การรับรู้บริโภคข้อมูลที่เหมาะสมแก่วิจารณญาณตามวัยวุฒิ เพื่อสร้างพื้นฐานทางความคิด สติปัญญา และอารมณ์ที่มีคุณภาพสมวัยบนพื้นฐานของสังคมคุณธรรมจริยธรรม และโลกที่เหมาะสมสำหรับเด็ก (World Fit for Children)" นายอรุณฉัตร กล่าว

นายอรุณฉัตร กล่าวอีกว่า เด็กและเยาวชนจึงต้องมารวมตัวกันในนาม “แนวร่วมเยาวชนสร้างสรรค์สื่อไทย” เพื่อขอความจริงใจจากรัฐบาลและผู้เกี่ยวข้องด้านโทรทัศน์ ให้แก้ปัญหาความรุนแรงบนหน้าจอ โดยมีข้อเรียกร้อง คือ 1.รัฐบาลควรเร่งหามาตรการเฉพาะหน้าในช่วงสุญญากาศเร็วที่สุด 2.ต้องมีมาตรการป้องกันแก้ปัญหาระยะยาว ทบทวนแนวทางจัดระดับความเหมาะสมของสื่อต่างๆ ให้สอดคล้องกับบริบทสังคมไทย ยึดการมีส่วนร่วมของผู้บริโภค โดยเฉพาะเด็ก เยาวชน และครอบครัว ให้มีส่วนร่วมวางนโยบาย 3.ในอนาคตให้สนับสนุนการจัดตั้งองค์กรที่เป็นอิสระเพื่อเป็นพื้นที่ของเด็ก เยาวชน ครอบครัว องค์กรพัฒนาเอกชน และองค์กรภาคประชาสังคมในการพิจารณารายการโทรทัศน์ 4.ขอให้ผู้บริหารสถานีโทรทัศน์ทุกช่อง ผู้ผลิตรายการ และผู้เกี่ยวข้อง ปฏิบัติตามมาตรการเดิม และร่วมมือกับทุกมาตรการที่เป็นไปเพื่อคุ้มครองเด็ก เยาวชน และครอบครัว อย่าเห็นแก่ผลประกอบการจนลืมความรับผิดชอบต่อสังคม
 
หน้านี้ถูกเปิดอ่านแล้ว ครั้ง
อ่านข่าวทั้งหมดของ คม ชัด ลึก ได้ที่นี่
 
 
ข่าวอื่นๆ คลิปข่าวเด็ด S! TV
news เยื่อหุ้มสมองอักเสบ
news อย.เชือดเครื่องสำอางรกเด็ก ฝ่าฝืนคุก1ปีแถมปรับ 6 หมื่น
news ไชยาปูดเรื่องใหม่หมอวิชัย ทำอภ.แพ้คดีต้องจ่ายเงินล้าน
news กรมอุทยานกรอบไม่มีเงินซื้อนม
news มะนาวถูก
news คลีนิคชุมชน
tvASTV1
tvDMC
tvMVTV1
tvMVTV2
tvMVTV3
tvNation
tvสทท.11
tvMCOT
กระทู้ที่เกี่ยวข้อง ตั้งกระทู้ใหม่, ตั้งกระทู้โหวต, ดูกระทู้ทั้งหมด >>
แฉเด็กดูทีวีอาบไฮเตอร์ อยากขาวเหมือนโฆษณา