เลี้ยบวิพากษ์นโยบายแจกเงิน ''มาร์ค'' ''จะล้มเหลวเหมือนบุช''

เลี้ยบวิพากษ์นโยบายแจกเงิน ''มาร์ค'' ''จะล้มเหลวเหมือนบุช''

สัปดาห์ที่ผ่านมาฐานเศรษฐกิจมีโอกาสนั่งคุยกับน.พ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี อดีตรัฐมนตรีคลังยุครัฐบาลสมัคร อย่างเป็นเรื่องเป็นราวในหลากหลายประเด็น ตั้งแต่เบื้องหน้าเบื้องหลังการผลักดันนโยบายในช่วงนั่งเก้าอี้ขุนคลัง อนาคต และที่พลาดไม่ได้คือ วิจารณ์เสถียรภาพรัฐบาล และนโยบายน้ำดับไฟเศรษฐกิจของ นายกฯอภิสิทธิ์ ซึ่งน.พ.สุรพงษ์หรือหมอเลี้ยบซัดตรงนโยบายแจกเงินของรัฐบาลจะล้มเหลว

น.พ.สุรพงษ์ใช้ บริษัท บอดี้เชพฯ ธุรกิจของครอบครัวที่ตั้งอยู่หน้าหมู่บ้านสิวลีริมถนนวิภาวดีรังสิตเป็นที่นัดหมาย ฉะนั้นบรรยากาศของสถานที่ซึ่งดำเนินธุรกิจด้านความงามจึงต่างจากเรื่องราวที่คุยเกือบสิ้นเชิง โดยการสัมภาษณ์ เปิดประเด็นด้วยคำถามต่อความเห็นของอดีตรัฐมนตรีคลังที่มีต่อนโยบายเศรษฐกิจรัฐบาลอภิสิทธิ์

ผมคิดว่าในฐานะที่เป็นคนไทย ผมว่าคนไทยทุกคนอยากเห็นประเทศไทยสามารถจะฝ่าวิกฤติเศรษฐกิจของประเทศและเศรษฐกิจของโลกไปได้ในช่วงนี้ คงไม่มีใครอยากให้รัฐบาลซึ่งทำหน้าที่บริหารประเทศต้องประสบกับความล้มเหลวในการผลักดันนโยบาย เพราะหมายความว่าจะทำให้ประเทศไทยซึ่งเผชิญกับวิกฤติมาตลอดช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมาจะยิ่งตกอยู่ในปลักของปัญหาจากเศรษฐกิจการเมืองแน่นยิ่งขึ้นไปอีก และจะทำให้เราไม่สามารถที่จะฟื้นตัวกลับมาได้ตามศักยภาพเดิมที่เรามีอยู่ แม้เริ่มต้นแบบไว้ไมตรีหากเมื่อถามมุมมองต่อเสถียรภาพรัฐบาล อดีตเลขาฯพรรคพลังประชาชน (พปช.) หรือ พรรคเพื่อไทยปัจจุบัน ฟันฉับว่าไม่น่าไว้ใจ

ผมคิดว่าปัญหาของรัฐบาลชุดนี้ ปัญหาใหญ่คงอยู่ที่เรื่องสภาพการณ์แวดล้อมทั้งทางด้านการเมือง ด้านเศรษฐกิจที่ไม่เอื้อ นั่นเป็นประการหนึ่ง อีกประการหนึ่งคือ เรื่องเกี่ยวกับการเป็นเอกภาพภายในพรรคร่วมรัฐบาลด้วยกันเอง และประการสุดท้าย เป็นเรื่องเกี่ยวกับปัญหาในเชิงประสิทธิภาพของระบบทั้งระบบการเมืองและระบบราชการที่จะสามารถอำนวยให้การแก้ปัญหาของรัฐบาลทำได้อย่างราบรื่น

หมายความว่าภายใต้สภาวะเช่นนี้ยากที่รัฐบาลจะประสบความสำเร็จใจการบริหาร ?

หมอเลี้ยบเริ่มด้วยคำพูดติดปากว่า ผมคิดว่า ก่อนขยายความต่อว่า ความสำเร็จครั้งนี้ (การบริหารเศรษฐกิจของรัฐบาลอภิสิทธิ์) ไม่ได้ขึ้นอยู่ที่ตัวรมว.คลัง (กรณ์ จาติกวณิช) คนเดียวแน่นอน เพราะประการแรกคือ รมว.คลังมีประสบการณ์ทางการเมืองในระดับประเทศน้อยเมื่อเปรียบเทียบกับรัฐมนตรีคลังที่มาจากนักการเมืองคนอื่นๆ ประการที่สองคือ เรื่องเศรษฐกิจครั้งนี้ท่านนายกรัฐมนตรี (อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ) ประกาศเป็นผู้นำในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจเอง

ปูพื้นฐานจบก็วิจารณ์รัฐมนตรีคลังต่อว่า รัฐบาลจะประสบความสำเร็จในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจหรือไม่ขึ้นอยู่กับนายกรัฐมนตรีเพียงคนเดียว ฉะนั้นรมว.คลังก็เหมือนเป็นองคาพยพหนึ่งในการร่วมแก้ปัญหาเศรษฐกิจ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็คงขึ้นอยู่กับตัวผู้นำ ก็คือตัวนายกรัฐมนตรีที่จะได้รวมพลังของรัฐมนตรีทางด้านเศรษฐกิจทุกๆ คนให้สามารถเข้ามาแก้ปัญหาได้

ส่วนบทบาทของรัฐมนตรีคลังกรณ์ นั้นหมอเลี้ยบไม่ได้ให้ราคามากนัก เพราะฉะนั้นเราก็จะเห็นบทบาทของรมว.คลัง ในเรื่องของการร้อยบริบททางด้านเศรษฐกิจเข้ามาหากันในช่วงนี้น้อยกว่าในช่วงอื่นๆ (เปรียบเทียบกับรัฐมนตรีคลังรัฐบาลก่อน)

วิจารณ์ภาพรวมแล้วต่อด้วยนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลอภิสิทธิ์ที่สร้างความฮือฮาโดยเฉพาะนโยบายยัดเงินใส่กระเป๋าคนละ 2,000 บาทที่ถูกวิจารณ์ว่าเป็นการทำประชานิยมแบบเดียวกับที่รัฐบาลไทยรักไทย และพลังประชาชนทำมา หมอเลี้ยบบอกว่า ตนเองไม่คิดว่าก๊อบปี้(เลียนแบบ)จำเป็นหรือไม่จำเป็น หากเป็นทิศทางที่ถูกต้อง และต้องสานต่อก็เป็นเรื่องที่ต้องทำ เขาระบุ แต่มีข้อแม้ว่า ต้องไม่ทำให้แกนหลักนโยบายเฉไฉไป โดยยกตัวอย่าง โครงการ 30 บาทรักษาทุกโรคว่ามีบางประเด็นที่จะทำให้แกนหลักของการปฏิรูประบบสุขภาพ หรือบริการสาธารณสุขเปลี่ยนไป

อดีตรัฐมนตรีคลังยังได้ตั้งข้อสังเกตอีกด้วยว่าการทำตามนโยบายเดิมบางเรื่องทำได้บางเรื่องทำไม่ได้ เพราะสถานการณ์เศรษฐกิจเปลี่ยนไป เขายกตัวอย่าง 6 มาตรการ 6เดือน(เริ่มสิงหาคม 2551) ของรัฐบาลพลังประชาชนว่าโจทย์สำคัญตอนนั้นคือเงินเฟ้อเนื่องจากแรงกดดันของราคาน้ำมันตอนที่ตนออกมาตรการช่วงนั้นยังมีความเชื่อว่าราคาน้ำมันดิบอาจพุ่งขึ้นไปถึง 200 ดอลลาร์สหรัฐฯต่อบาร์เรล แต่วันนี้โจทย์คือความเชื่อมั่นคนไม่กล้าใช้เงิน ปัญหาส่งออกรุนแรงกว่าปี 2551 ซึ่งเวลานั้นเครื่องยนต์ส่งออกยังทำงานแม้ชะลอลงก็ตาม ผนวกกับความเชื่อของเขาที่ว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯภายใต้การนำของรัฐบาลโอบามา จะไม่ฟื้นตัวเร็วเช่นคิด เพราะเม็ดเงินที่รัฐบาลสหรัฐฯจะอัดเข้าไปเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจมีสัดส่วนน้อยมากเมื่อเทียบกับขนาดเศรษฐกิจ

ฉายภาพรวมเศรษฐกิจจบหมอเลี้ยบย้ำหนักแน่นว่านโยบายแจกเงินคนละ 2,000 บาทให้กับผู้มีรายได้ต่ำกว่า 15,000 บาทต่อเดือนของรัฐบาลอภิสิทธิ์จะล้มเหลว โดยยกกรณีคืนภาษีที่รัฐบาลอดีตประธานาธิบดีบุชเคยใช้ที่ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง เพราะเงินมีเงินเพียง 30% (ที่ได้รับแจกหรือคืนในรูปภาษี) กลับไปหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ

ฉะนั้นหลายๆที่ ที่(ประเทศ) จะทำแนวทางนี้ ก็มีการพัฒนาไป เช่น ไต้หวัน ในส่วนของประเทศไทยถ้ายังเดินหน้ามุ่งไปในการใช้เงินประมาณ 16,000 ล้านบาท หรือ 18,000 ล้านบาทก็ตามในการที่จะให้เงิน 2,000 บาทกับประชาชนก็น่าจะได้ผลไม่มากนักตามที่รัฐบาลคาดการณ์ไว้ แต่ผมคิดว่าปัญหาที่สำคัญมากกว่า มันไม่ใช่ว่าใส่เงินเข้าไปเพื่อให้เงินหมุนในระบบ ถ้าหากความเชื่อมั่นไม่มีแล้ว เงิน 2,000 บาท ผมเชื่อว่าคนก็จะเก็บ ยิ่งไม่เชื่อมั่นยิ่งเก็บ

ขึ้นลูกนโยบายแจกเงินแล้วหมอเลี้ยบพาดพิงถึง อภิสิทธิ์ ต่อว่า สิ่งที่ท่านนายกฯพูดว่าเมื่อเกิดไฟไหม้ต้องใช้น้ำดับไฟ ปัญหา คือ วันนี้ไฟไม่ได้ไหม้บ้าน ไฟไหม้หมู่บ้าน ลำพังรัฐบาลดับไฟไม่ทัน .....น้ำในมือของรัฐบาลขณะนี้ก็คือ ตัวงบประมาณ ซึ่งจะออกมาใช้ได้จำนวนหนึ่ง ซึ่งก็ไม่มากนัก เงิน 16,000 ล้านบาทหรือ 18,000 ล้านบาท ไม่ได้มากเลยเมื่อเทียบกับระบบเศรษฐกิจทั้งระบบ ดังนั้นสิ่งที่รัฐบาลจะต้องทำไม่เพียงแต่เอาน้ำของรัฐบาลมาช่วยดับไฟ แต่ต้องพยายามทำให้คนทั้งหมู่บ้านมีความรู้สึกว่าน้ำที่มีอยู่ในหลังคาเรือนของตัวเอง ต้องมาช่วยกันดับไฟที่ต้นตอด้วย แต่จะทำอย่างนั้นได้ ต้องทำให้เกิดความเชื่อมั่นว่าการดับไฟครั้งนี้จะทำให้หมู่บ้านสามารถที่จะอยู่ได้ต่อไปอย่างยั่งยืน

ในมุมของหมอเลี้ยบบอกต่อว่าตนเห็นด้วยกับข้อเสนอให้ใช้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวเป็นหัวหอกในการกระตุ้นเศรษฐกิจ ซึ่งหลายประเทศประสบความสำเร็จมาแล้วเช่น สเปนที่จ้างคนหนุ่มสาวออกไปพัฒนาแหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมในช่วงเศรษฐกิจตกต่ำ หรือการจัดกิจกรรมเพื่อสร้างบรรยากาศให้ประชาชนเห็นว่าเศรษฐกิจกำลังจะคึกคัก มันเหมือนกับว่าคนในหมู่บ้านวันนี้มันห่อเหี่ยว เห็นใจแล้วก็ไม่รู้ว่าจะเอาน้ำของตัวเองไปร่วมดับไฟหรือไม่ แต่ถ้ารัฐบาลสร้างความรู้สึกว่าเศรษฐกิจไทยก็ยังเดินหน้าไปได้ ความรู้สึกที่มีความรู้สึกว่าต้องเก็บเงินก้อนสุดท้ายเอาไว้เพื่อที่จะประทัง หรือรู้สึกว่าครอบครัวตัวเอง ธุรกิจตัวเองจะเป็นอย่างไร ก็จะคลายความกังวลในเรื่องเหล่านี้ไปได้ หมอเลี้ยบเปรียบเปรย ก่อนเตือนรัฐบาลว่า ถ้ายังมองเชิงบวกมากไป โดยไม่มีมาตรการที่มั่นใจว่าได้ผลอย่างที่คิด

อย่างไรก็ดีหมอเลี้ยบยอมรับว่านโยบาย6 มาตรการ 6 เดือนที่ตนผลักดันออกมาไม่เป็นไปตามแผน เพราะเศรษฐกิจไตรมาสสุดท้ายของปี 2551 ติดลบ 3.5%(ตัวเลขสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง)จากเดิมที่รัฐบาลสมัครคาดว่าเมื่ออัด 6 มาตรการ 6 เดือนเข้าไปแล้วจะกระตุ้นให้เศรษฐกิจไตรมาสสี่ปีที่แล้วขยายตัวจาก 4.1% เป็น 4.2% หากหมอเลี้ยบออกตัวว่า เป็นเพราะสถานการณ์เปลี่ยนไปโดยเฉพาะการเมืองที่เข้ามาฉุดความเชื่อมั่นหลังพันธมิตรฯ(พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย) เข้ายึดทำเนียบ

จบภาควิจารณ์แล้วหมอเลี้ยบพูดถึงตัวเองว่าทุกวันนี้ใช้เวลาส่วนใหญ่ท่องเที่ยวในประเทศที่ไม่ไปต่างประเทศเพราะต้องขออนุญาตศาล เริ่มเขียนบันทึกความทรงจำในแง่มุมที่ไม่ปรากฏเป็นข่าว เช่น เกร็ดวิธีการทำงาน และวิธีการบริหาร และสุดท้ายที่ทำอยู่คือ ที่ปรึกษาลูกๆ ที่เข้ามาช่วยงานที่บริษัทแต่ดูอยู่ห่างๆ รู้ว่าตอนนี้ให้เขาทำแล้วเราคอยดูเขา มีเวลาคอยดูเขาห่างๆ ยังดีกว่าตอนที่เราไม่อยู่แล้ว และเขาลุยเองแล้วธุรกิจจะเป็นอย่างไรตอนนั้นเราไม่รู้เลย ตอนนี้เราก็ต้องคอยดูเขาว่ายน้ำ ถ้าเขาทำท่าจะจมก็คอยเอื้อมมือไปช่วยเขา หมอเลี้ยบกล่าวและยืนยันว่าไม่ได้เงินเดือนจากบริษัทและไม่อยากเป็นที่ปรึกษาเป็นทางการเพราะกลัวภาพการเมืองของตนจะทำให้ภาพลักษณ์ธุรกิจมีปัญหา

ปิดท้ายการสนทนาด้วยคำถามว่าจะกลับมาเล่นการเมืองอีกหรือไม่หลังครบกำหนดตัดสิทธิ์การเมือง อีก 5 ปีข้างหน้าผมอายุ 57 ปีต้องดูสุขภาพตัวเองก่อนว่าขณะนั้นไหวหรือไม่

Advertisement Replay Ad
เปลี่ยวสุดในโลก เผยภาพสนามฟุตบอลที่จีน กับทางเข้าสุดมึน

เปลี่ยวสุดในโลก เผยภาพสนามฟุตบอลที่จีน กับทางเข้าสุดมึน

พล.อ.ประยุทธ์ วอนอย่าโยงอุบัติเหตุกับเรื่องโหราศาสตร์

พล.อ.ประยุทธ์ วอนอย่าโยงอุบัติเหตุกับเรื่องโหราศาสตร์

นายกฯ บ่นถ้าหากแก้หวยไม่ได้ อาจจะยกเลิกลอตเตอรี่

นายกฯ บ่นถ้าหากแก้หวยไม่ได้ อาจจะยกเลิกลอตเตอรี่

“เรย์ แมคโดนัลด์” เผยภรรยาท้อง 4-5 เดือน ปลื้มได้ลูกชาย

“เรย์ แมคโดนัลด์” เผยภรรยาท้อง 4-5 เดือน ปลื้มได้ลูกชาย

อี๊ด ขอโทษ ลาล่า ลูลู่ ไม่ตั้งใจลืมเชิญมาร่วมงานแต่ง

อี๊ด ขอโทษ ลาล่า ลูลู่ ไม่ตั้งใจลืมเชิญมาร่วมงานแต่ง

นัท มีเรีย พร้อมเต็มที่ อั้ม ขอของขวัญวันเกิดปีนี้คือการมีลูก

นัท มีเรีย พร้อมเต็มที่ อั้ม ขอของขวัญวันเกิดปีนี้คือการมีลูก

ทาทา รักการเป็นแม่ ฝันสร้างครอบครัวใหญ่ มีลูก 5 คน

ทาทา รักการเป็นแม่ ฝันสร้างครอบครัวใหญ่ มีลูก 5 คน

ทหารอเมริกัน-เกาหลี ซดดื่มเลือดงูสดๆ ฝึกคอบราโกลด์เมืองไทย

ทหารอเมริกัน-เกาหลี ซดดื่มเลือดงูสดๆ ฝึกคอบราโกลด์เมืองไทย

ลำไย ไหทองคำ ปรี๊ดแตก ฟลอโล่วไอจีปลอม 2 แสน แต่ของจริง 2 หมื่น

ลำไย ไหทองคำ ปรี๊ดแตก ฟลอโล่วไอจีปลอม 2 แสน แต่ของจริง 2 หมื่น

"เปรี้ยว ฆ่าหั่นศพ" ขึ้นศาลยืนยันไม่ได้ฆ่า "น้องแอ๋ม"

"เปรี้ยว ฆ่าหั่นศพ" ขึ้นศาลยืนยันไม่ได้ฆ่า "น้องแอ๋ม"

คลิปสะพรึงมาก มดดำ คชภา ถูกแขกรับเชิญบ้าจี้ตบหัวกลางรายการ

คลิปสะพรึงมาก มดดำ คชภา ถูกแขกรับเชิญบ้าจี้ตบหัวกลางรายการ

"ฐิติราช" โต้สื่อด่วนสรุปเจ้าของหวย 30 ล้าน ขอใจเย็นๆ รู้ผลแน่ 28 ก.พ.นี้

"ฐิติราช" โต้สื่อด่วนสรุปเจ้าของหวย 30 ล้าน ขอใจเย็นๆ รู้ผลแน่ 28 ก.พ.นี้

นึกว่าดาราหน้าใหม่ "ป๊อก วิลลี่" แปลงกายวัยใสเป็นน้องนักศึกษา

นึกว่าดาราหน้าใหม่ "ป๊อก วิลลี่" แปลงกายวัยใสเป็นน้องนักศึกษา

“บิ๊กโจ๊ก" บุกทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์มาเลย์ 2 เดือนอู้ฟู่ 100 ล้าน

“บิ๊กโจ๊ก" บุกทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์มาเลย์ 2 เดือนอู้ฟู่ 100 ล้าน

มูลนิธิสืบฯ เปิดไทมไลน์อนาคตคดี "เปรมชัย" กับพวกล่าเสือดำ

มูลนิธิสืบฯ เปิดไทมไลน์อนาคตคดี "เปรมชัย" กับพวกล่าเสือดำ

พ่อแม่ตกตะลึง เห็นลูกน้อยส่งยิ้มให้ขณะทำอัลตร้าซาวด์

พ่อแม่ตกตะลึง เห็นลูกน้อยส่งยิ้มให้ขณะทำอัลตร้าซาวด์

กองทัพซีเรียโจมตีทางอากาศฐานที่มั่นกบฏ คร่าชีวิตคนกว่า 100 ศพ

กองทัพซีเรียโจมตีทางอากาศฐานที่มั่นกบฏ คร่าชีวิตคนกว่า 100 ศพ

ต้องสู้เพื่อคนรัก เจินเจิน ปล่อยโฮ หลังรู้สามีป่วยเป็นมะเร็งระยะที่ 3

ต้องสู้เพื่อคนรัก เจินเจิน ปล่อยโฮ หลังรู้สามีป่วยเป็นมะเร็งระยะที่ 3

อัยการส่งฟ้อง "เสก โลโซ" แล้ว นัดพิพากษา 15 มีนาคมนี้

อัยการส่งฟ้อง "เสก โลโซ" แล้ว นัดพิพากษา 15 มีนาคมนี้

หนุ่มคลั่งนอนขวางถนนกลางภูเก็ต ชาวบ้านสุดทนรุมประชาทัณฑ์

หนุ่มคลั่งนอนขวางถนนกลางภูเก็ต ชาวบ้านสุดทนรุมประชาทัณฑ์

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์