เฮเลน พบตำรวจปัดร่วมแก๊ง ซินแสโชกุน จ่อหมายจับอีก 8

เฮเลน พบตำรวจปัดร่วมแก๊ง ซินแสโชกุน จ่อหมายจับอีก 8

เฮเลน พบตำรวจปัดร่วมแก๊ง ซินแสโชกุน จ่อหมายจับอีก 8
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

นักแสดงอิสระ "เฮเลน" เข้าพบกองปราบ ปฏิเสธร่วมฉ้อโกงแก๊งซินแสโชกุน ขณะตำรวจจ่อขอศาลออกหมายจับเพิ่มอีก 8 คน เครือข่าย ฐานร่วมกันฉ้อโกงประชาชนเสียหายกว่า 50 ล้านบาท

น.ส.ชุติมณฑ์ ศรีเทพ หรือ เฮเลน นักแสดงอิสระ วัย 57 ปี เดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนกองปราบปราบ เพื่อให้ข้อมูลและยืนยันความบริสุทธิ์ ว่าไม่ได้ร่วมฉ้อโกง หรือมีส่วนรู้เห็นกับการกระทำความผิดกับ น.ส.พสิษฐ์ อริญชย์ลาภิศ หรือ ซินแสโชกุน แต่อย่างใด หลังมีภาพปรากฏบนใบโฆษณาทริปไปเที่ยวโอซากา ประเทศญี่ปุ่น ของบริษัทเวลล์ เอฟเวอร์ จำกัด

โดย น.ส.ชุติมณฑ์ กล่าวว่า ตนและซินแสโชกุน รู้จักกันผ่านเพื่อนเมื่อต้นเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งครั้งแรกที่เจอกันซินแสโชกุนอาสาดูดวงให้ พร้อมชักชวนให้ร่วมโครงการขายอาหารเสริมดังกล่าว ซึ่งมีโปรโมชั่นว่า หากซื้อผลิตภัณฑ์ จะได้ไปเที่ยวญี่ปุ่น โดยจ่ายเงินเพียง 13,130 บาท และจะให้เหมาลำเครื่องบิน ตนเห็นว่าดูเป็นบริษัทใหญ่ เพราะมีนายทุนอยู่ต่างประเทศ จึงตัดสินใจเข้าร่วมลงทุน และทำโปสเตอร์โปรโมทเองทั้งหมด โดยใช้ชื่อว่า "หลบเมืองร้อนไปทริปสุขภาพดี ที่..โอซาก้า" ซึ่งโปสเตอร์ดังกล่าวนั้นจะถูกส่งแค่เฉพาะกลุ่มแอพลิเคชั่นไลน์ของเพื่อนตนเท่านั้น

จากนั้นเพื่อนๆ ที่เป็นทั้งเซเลปและบุคคลมีชื่อเสียงหลายคนสนใจ โอนเงินให้ตนจนครบทุกคน เนื่องจากเห็นว่าราคาถูก แต่จากการตรวจสอบไม่พบบริษัททัวร์ใดทราบเรื่องดังกล่าว ประกอบกับสายการบิน คาเธ่ย์ แปซิฟิค ก็ติดต่อมายังตน พร้อมระบุว่าในวันที่ 11-16 เม.ย. ซึ่งเป็นช่วงที่ซินแสโชกุนจัดทริปนั้น ไม่มีการจองไฟท์บินแต่อย่างใด

ตนจึงพยายามถาม ซินแสโชกุน เกี่ยวกับทริปที่จะเดินทางไปญี่ปุ่น แต่ซินแสโชกุนพยายามบ่ายเบี่ยง ตอบเพียงว่า ทริปนี้เกิดขึ้นแน่นอน แต่หลังจากนั้นไม่เกิน 1 สัปดาห์ เลขาซินแสโชกุนได้โอนเงินค่าเดินทางของเพื่อนตนทั้ง 11 คนคืนมาให้ทั้งหมด และตนก็ได้ไปบอกกับเพื่อนๆ ว่าทริปดังกล่าวเกิดปัญหา ก่อนจะโอนเงินคืนเพื่อนๆ ที่เหลือทุกคนแล้ว

ขณะที่ ผู้สื่อข่าวมีรายงานว่า ในวันที่ 17 เม.ย. ที่จะถึงนี้ ทางพนักงานสอบสวนจะไปขออำนาจศาล เพื่อออกหมายจับบุคคล อีก 8 คน ซึ่งเป็นเครือข่ายของ ซินแสโชกุน เจ้าของธุรกิจเครือข่ายขายตรง ซึ่งทั้ง 8 คนยังคงถูกควบคุมตัวอยู่ที่มณฑลทหารบกที่ 11 ( มทบ.11) ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน โดยในวันที่ 18 เม.ย. นี้ ทหารจะนำตัวทั้ง 8 คน มาส่งมอบให้พนักงานสอบสวนกองปราบปราม เพื่อแจ้งข้อกล่าวหา ก่อนนำฝากขังศาลอาญาต่อไป  อย่างไรก็ตาม จากการที่เจ้าหน้าที่ประเมินความเสียหาย จากคดีนี้เบื้องต้นพบว่ามีประมาณ 50 ล้านบาท

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook