อ.ธรณ์ ปวดใจ เห็นภาพปลาโรนินถูกวางขายกลางตลาด

อ.ธรณ์ ปวดใจ เห็นภาพปลาโรนินถูกวางขายกลางตลาด

อ.ธรณ์ ปวดใจ เห็นภาพปลาโรนินถูกวางขายกลางตลาด
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

(10 ส.ค.) เฟซบุ๊ก Thon Thamrongnawasawat ของ อาจารย์ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีคณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ได้แชร์ภาพปลาโรนิน หรือ กระเบนท้องน้ำ สัตว์หายาก ถูกวางขายกลางตลาดที่ภูเก็ต ในราคา 8,000 บาท ทั้งที่มูลค่าของมันประเมินค่าไม่ได้

โดยระบุว่า "#การรอคอยอันยาวนาน ปรกติอาจารย์ธรณ์เป็นคนที่มีความอดทนสูง อีกทั้งเป็นข้าราชการมาตลอด พอเข้าใจว่าระบบบางทีมันก็ใช้เวลา แต่เมื่อเห็นสิ่งที่เกิดขึ้น บางหนมันก็ยากทำใจ ดังเช่นภาพปลาโรนินที่ถูกจับมาขายที่ภูเก็ต

โรนินเป็นปลาหายากมาก ทั้งชีวิตผมเคยเห็นใต้น้ำเพียงหนเดียว ถามนักดำน้ำด้วยกัน เท่าที่รู้มีคนเคยเห็นเพียง 3-4 ราย และเป็นสมัยก่อนทั้งนั้น เพราะปัจจุบัน ปริมาณโรนินน้อยลงจนแทบไม่มีข้อมูล 

ในยุคที่ผลักดันวาฬบรูด้าและผองเพื่อนเป็นสัตว์สงวน เราใส่ชื่อปลาโรนินในฐานะสัตว์คุ้มครอง และผ่านทุกกระบวนการในเวลาไม่ถึงปี ด้วยความร่วมมือจากทุกฝ่าย โดยเฉพาะกรมทรัพยากรทางทะเลฯ กรมประมง และกรมอุทยาน 

รวมถึงท่านปลัดเกษมสันต์ ท่านรมต.ทั้งท่านดาวพงษ์และท่านสุรศักดิ์ก็ช่วยผลักดันจนผ่านที่ประชุมครม.สำเร็จ

และแน่นอนว่ายังมีคนรักทะเลจำนวนมากกว่า 50,000 ราย ที่ลงนามเป็นผู้อยู่เบื้องหลังการผลักดันครั้งนี้

คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบให้วาฬบรูด้า วาฬโอมูระ ฉลามวาฬ และเต่ามะเฟือง เป็นสัตว์สงวน และยังมีมติให้สัตว์ทะเลอีก 12 ชนิดเป็นสัตว์คุ้มครอง โดยมีโรนินเป็นหนึ่งในจำนวนนั้น

มติครม. มีในวันที่ 21 มิถุนายน 2559 หรือกว่า 1 ปีมาแล้ว โดยส่งเรื่องให้คณะกรรมการกฤษฎีกาดำเนินการต่อไป

ผมในฐานะคนที่มีส่วนในการผลักดัน ก็ตามเรื่องมาตลอด เมื่อได้เป็นกรรมการทะเลแห่งชาติ ก็เคยเรียนถามในที่ประชุมซึ่งมีท่านรองนายกประวิตรเป็นประธาน ซึ่งทุกคนก็ให้ความสนใจ จนบรรจุเป็นวาระสืบเนื่องในที่ประชุมในทุกครั้งที่ผ่านมา

เมื่อผมมาเป็นประธานในคณะทำงานสัตว์ทะเลหายาก ผมก็พยายามติดตามเรื่องนี้ รวมถึงหลายครั้งที่พยายามถามความคืบหน้าอย่างไม่เป็นทางการกับหลายต่อหลายท่าน รวมทั้งท่านที่ทำงานในกฤษฎีกา เพราะผมก็เคยเป็นวิทยากรอบรมให้

ความคืบหน้ามีอยู่บ้าง แต่ผลลัพธ์สุดท้ายยังไม่เกิด สัตว์ทั้งหมดยังไม่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายเสียที ทั้งที่เวลาผ่านไปหลังจากครม.อนุมัติได้กว่า 1 ปีแล้ว

ผมมั่นใจว่าภายในปีนี้ ทุกอย่างคงเสร็จสิ้นสมบูรณ์แต่ถ้าไม่เป็นเช่นนั้นล่ะ ? เพราะปีที่แล้ว ผมก็มั่นใจเช่นนี้

ผมไม่เคยคิดว่าจะต้องเขียนลงเฟซ ไม่อยากให้เรื่องของทะเลต้องเร่งด่วนกว่าเรื่องอื่นๆ เพราะทุกเรื่องล้วนมีความสำคัญ และกฤษฎีกามีงานมากมายมหาศาล เนื่องจากกฎหมายที่ออกมาเต็มไปหมด

แต่ผมเห็นภาพกระเบนราหูโดนจับ ไม่รู้เท่าไหร่ต่อเท่าไหร่ จนสุดท้าย เห็นภาพโรนินถูกนำมาขาย ที่เพื่อนธรณ์ส่งมาให้ดู มันเป็นอะไรที่ทำใจยาก

ผมจึงใคร่ขอร้องว่า รบกวนสักนิดได้ไหมครับ ขอความกรุณาช่วยผลักดันร่างพรบ.ฉบับนี้ให้เสร็จสิ้นกระบวนการเสียที

เพราะระหว่างที่กฎหมายยังไม่ออก ชีวิตของสัตว์ใกล้สูญพันธุ์เหล่านี้กำลังตาย โดยไม่มีใครทำอะไรได้

ผมไม่ได้อยู่ในวงการธุรกิจดำน้ำ แม้ผมจะเห็นด้วยว่าโรนินมีมูลค่าทางเศรษฐกิจต่อการท่องเที่ยวมหาศาล แต่นั่นยังไม่สำคัญเท่ากับความภาคภูมิใจของคนรุ่นเรา

ความภูมิใจที่สามารถรักษาสัตว์หายากของโลก ปลาดึกดำบรรพ์กึ่งฉลามกึ่งกระเบน ให้คงอยู่ในทะเลไทยต่อไป

ลูกเราหลานเรากำลังจะรู้จักปลาโรนินแต่เพียงชื่อ เหมือนที่คนรุ่นหนุ่มสาวสมัยนี้รู้จักปลาฉนากแต่เพียงชื่อ (ปลาฉนากอยู่ในกม.ฉบับนี้ด้วย แต่ใช้คำว่าสูญพันธุ์ไปแล้วจากน่านน้ำไทยก็พอได้)

เรายังอาจมีหวังน้อยๆ กับปลาโรนิน หากกฎหมายออกมาทันเวลา และการมีหวังน้อยๆ ย่อมดีกว่าไม่มีอะไรเลย

จึงใคร่ขอคนรักทะเลทั้งหลาย ช่วยกันแชร์ช่วยกันบอกกล่าวเรื่องนี้ไป

เพราะพวกเราไม่อยากเห็นกฎหมายออกมาเมื่อสายเกินไป ดังที่เกิดมาแล้วหลายครั้งคราว

น้ำตาและความเสียใจเมื่อสายเกินไป มันตอบคำถามลูกหลานไม่ได้หรอกครับ

ขอบคุณครับ

ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์"

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook