รักต้องฆ่า! ย้อนดูคดีสิบเอกหึงโหดฆ่าเผา "น้องพลอย"

รักต้องฆ่า! ย้อนดูคดีสิบเอกหึงโหดฆ่าเผา "น้องพลอย"

รักต้องฆ่า! ย้อนดูคดีสิบเอกหึงโหดฆ่าเผา "น้องพลอย"

กลายเป็นโศกนาฏกรรมสะเทือนใจสังคมไทย เมื่อความรักเปลี่ยนเป็นความแค้น เมื่อการปันใจเปลี่ยนเป็นแรงกระตุ้นให้เกิดการฆาตกรรมสุดเหี้ยมโหด

จากคำสารภาพของอดีตสิบเอกพลกฤต ทหารสังกัดศูนย์การทหารปืนใหญ่ลพบุรี ได้ทำการอุ้มน้องพลอยอดีตแฟนสาวก่อนนำตัวไปฆ่าและเผาอำพรางศพทิ้งในเขตอำเภอแก่งคอย จ.สระบุรี ซึ่งสาเหตุทั้งหมดเกิดจากความหึงหวงเพราะน้องพลอยตีตัวออกห่าง หลังทราบว่าตนมีภรรยาแล้ว 

คดีนี้ต้องใช้เวลากว่า 3 ปี ถึงจะพบความจริงอันน่าสะพรึงกลัว ตามไปย้อนรอยเหตุการณ์การหายตัวไปของน้อยพลอยก่อนถูกฆ่าและเผาศพเพื่ออำพรางคดี

image

เมื่อ 3 ปีที่แล้ววันที่ 21 พฤษภาคม 57  น้องพลอย หรือ น.ส.พลอยรินทร์ วัย 28 ปี ได้หายตัวไปอย่างลึกลับ

ทางครอบครัวจึงตัดสินใจเข้าแจ้งความที่ สภ.ท่าเรือ และผู้ต้องสงสัยคืออดีตสิบเอกพลกฤต ที่กำลังคบหาดูใจกับบุตรสาว ก่อนบุตรสาวจะตีตัวออกห่างเพราะทราบว่าฝ่ายชายมีครอบครัวแล้ว หลังจากนั้นทางครอบครัวก็ถูกข่มขู่ถึงชีวิตจากทางไลน์ ก่อนที่บุตรสาวจะหายตัวไป

7 กรกฎาคม 57 ศาลทหารออกหมายจับ อดีตสิบเอกพลกฤต หลังจากเจ้าหน้าที่ตำรวจพบหลักฐานสำคัญเป็นภาพจากกล้องวงจรปิดพบว่าอดีตสิบเอกพลกฤต ได้ขับรถมาดักรอหน้าที่ทำงานของน้องพลอย ก่อนจะหายตัวไปนอกจากนี้ยังพบเส้นผมน้องพลอยในรถที่ใช้ก่อเหตุอีกด้วยด้วย แต่ขณะนั้นไม่สามารถจับกุมผู้ต้องหาได้และไม่ทราบชะตากรรมของลูกสาว

1ew32

1 สิงหาคม 60 นางพัชรี แม่ของนางสาวพลอยนรินทร์ส่งจดหมายเปิดผนึกถึงพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี โดยมีเนื้อหาระบุรายละเอียดการหายตัวไปของบุตรสาว โดยอ้างว่าถูกนายพลกฤต อดีตทหารลักพาตัวไปในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งตลอด 3 ปีที่ผ่านมาคดีไม่มีความคืบหน้าเท่าที่ควรและยังมีความหวังว่าลูกสาวยังมีชีวิตอยู่ 

11 สิงหาคม 60 เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าปิดล้อมรอบบ้านภรรยาคนปัจจุบันของอดีตสิบเอกพลกฤต ที่บ้านพักหลังหนึ่ง ภายในหมู่บ้านหนองไม้ไผ่ อำเภอหนองบุญมาก จ.นครราชสีมา ก่อนผู้ต้องหาจะไหวตัวทันและหลบหนีไปได้

12 สิงหาคม 60 พบโครงกระดูกที่คาดว่าเป็นน้องพลอยถูกฝังดินในป่าข้างทางที่บริเวณเนินเขากบฏ หมู่ 2 ตำบลท่าค้อ อำเภอแก่งคอย เขตติดต่ออำเภอวังม่วง จังหวัดสระบุรี ภายหลับตรวจสอบ DNA พบว่าเป็นกระดูกของน้องพลอยจริง

13 สิงหาคม 60 อดีตสิบเอกพลกฤต ได้ขอเข้ามอบตัวที่บริเวณชายป่าของหมู่บ้านหนองไม้ไผ่ ก่อนถูกนำตัวไปควบคุมไว้ที่ค่ายทหารสุรธรรมพิทักษ์ จ.นครราชสีมา

1e3

ซึ่งคำสารภาพจากอดีตสิบเอกพลกฤต ให้การว่าได้คบหากับน้องพลอยประมาณ 4-5 ปี  ต่อมาน้องพลอย พยายามตีตัวออกห่างและมีปัญหาทะเลาะกันหลายเรื่อง ซึ่งวันเกิดเหตุได้นัดน้องพลอยออกมาพูดคุยบริเวณหน้าโรงงาน ก่อนพาขึ้นรถยนต์ โดยนำรถจักรยานของน้องพลอยไว้ด้านหลังรถ จากนั้นได้พูดคุยชักชวนให้หนีตามกันไปแต่น้องพลอยไม่ยอม

ระหว่างนั้นแม่ของน้องพลอยโทรศัพท์ตามให้กลับบ้านหลายสายตนเองจึงโยนโทรศัพท์ทิ้งระหว่างทาง ทำให้เกิดการทะเลาะกันอย่างรุนแรง  ซึ่งน้องพลอยได้ใช้มีดพับเล็กที่ติดอยู่กับกรรไกรตัดเล็บแทงเข้าที่แขน ตนเองจึงทำร้ายน้องพลอยและบีบคอจนถึงแก่ความตาย

จากนั้นขับรถยนต์ วิ่งตามถนนสายคันคลองมุ่งหน้าอำเภอโคกกระเทียม นำจักรยานของน้องพลอยทิ้งตรงสะพานข้ามคลองชลประทาน แล้วเลี้ยวขวาออกไปยังค่ายทหารแล้วนำกระเป๋าทรัพย์สินทิ้งถังขยะ ส่วนนาฬิกาข้อมือโยนทิ้งข้างทางก่อนกลับเข้าไปบ้านพักของพ่อในค่ายทหารนำยางรถยนต์ที่ใช้แล้วซึ่งวางอยู่หน้าบ้านพัก จำนวน 3 เส้นขึ้นท้ายรถยนต์

1e34

และแวะซื้อน้ำมันดีเซลใส่แกลลอนจำนวน 2 แกลลอน ก่อนขับรถออกจากอำเภอเมืองลพบุรีมุ่งหน้าอำเภอหินซ้อน เพื่อนำศพน้องพลอยเผาทิ้งบริเวณทางขึ้นเขาเลยศาลประมาณ 5-6 ร้อยเมตร โดยจอดรถข้างแบริเออร์แล้วเดินอุ้มศพเข้าป่าไปประมาณ 10-15 ก้าว นำยางรถยนต์ 3 เส้นวางกับพื้น แล้วนำศพห่อผ้าห่มราดน้ำมันจุดไฟเผา

จากนั้นก็ขับรถยนต์หนี มาพักอาศัยอยู่ที่อำเภอเมืองจังหวัดนครราชสีมา โดยเช่าห้องอยู่คนเดียวไม่ได้ติดต่อใคร มีเงินติดตัวในการใช้จ่ายจำนวน 100,000 บาทจากการกู้ และ ในแต่ละวันก็จะเล่นเกมหารายได้จากการขายของในเกม จากนั้นก็ย้ายไปทำงานที่บาร์แห่งหนึ่งในเมืองพัทยา จ.ชลบุรี ก่อนจะถูกล้อมจับที่บ้านของภรรยาปัจจุบันและตัดสินใจเข้ามอบตัวในที่สุด

ไม่น่าเชื่อว่าเพียงเพราะความหึงหวงตีตัวออกห่างจะกลายเป็นชนวนเหตุที่ฆาตกรใช้เป็นข้ออ้างในการกระทำผิดนี่หรือคำว่ารักที่ต้องฆ่าเพราะการปันใจ

Advertisement Replay Ad

ขอขอบคุณ

ข้อมูล : facebook อีจัน

ตำรวจพบไรเฟิลบ้าน ”เปรมชัย” ชนิดเดียวกับที่ยิงช้างกุยบุรี

ตำรวจพบไรเฟิลบ้าน ”เปรมชัย” ชนิดเดียวกับที่ยิงช้างกุยบุรี

กระบะเสียหลักไถลตกใต้ทางด่วนรามอินทรา เจ็บ 2

กระบะเสียหลักไถลตกใต้ทางด่วนรามอินทรา เจ็บ 2

แฉอีก! “เปรมชัย” ล่าเสือดำหวังกินแค่ตัวเดียวอันเดียว

แฉอีก! “เปรมชัย” ล่าเสือดำหวังกินแค่ตัวเดียวอันเดียว

ลูกชายคนโตเจ้าพ่อเกาะเสม็ดตกตึก ย่านธนบุรี ดับคาที่

ลูกชายคนโตเจ้าพ่อเกาะเสม็ดตกตึก ย่านธนบุรี ดับคาที่

กองปราบบุกงานแต่ง รวบหนุ่มอ้างตัวเป็น ร.ต.ต. ลวงสาววิวาห์

กองปราบบุกงานแต่ง รวบหนุ่มอ้างตัวเป็น ร.ต.ต. ลวงสาววิวาห์

คำสารภาพ หนุ่มฆ่าปาดคอยายวัย 64 ปี แค้นขัดขวางการคืนดีภรรยา

คำสารภาพ หนุ่มฆ่าปาดคอยายวัย 64 ปี แค้นขัดขวางการคืนดีภรรยา

แฉ "ชิต สายเบิร์น" นอนคุกคืนแรกสุดเครียด บอกเมียให้หาทนายสู้คดี

แฉ "ชิต สายเบิร์น" นอนคุกคืนแรกสุดเครียด บอกเมียให้หาทนายสู้คดี

เปิดปมฆ่าฟันคอเด็ก ม.3 เหตุพ่นสีทับโลโก้โรงเรียน โชว์ลงเฟซบุ๊ก

เปิดปมฆ่าฟันคอเด็ก ม.3 เหตุพ่นสีทับโลโก้โรงเรียน โชว์ลงเฟซบุ๊ก

‘หนุ่มเมา’ คว้าปืนยิงทอมข้างห้องดับ ฉุนโดนโวยเสียงดัง

‘หนุ่มเมา’ คว้าปืนยิงทอมข้างห้องดับ ฉุนโดนโวยเสียงดัง

เพื่อนรักหักเหลี่ยม ยิงหนุ่มวัย 28 สาหัส อ้างแก้แค้นโดนยักยอกเงิน

เพื่อนรักหักเหลี่ยม ยิงหนุ่มวัย 28 สาหัส อ้างแก้แค้นโดนยักยอกเงิน

ครูปรีชา ไม่หวั่น! เผยยังไม่เจอ เจ๊บ้าบิ่น หลังสอบเครียด วอนอย่าเชื่อข่าวลือ

ครูปรีชา ไม่หวั่น! เผยยังไม่เจอ เจ๊บ้าบิ่น หลังสอบเครียด วอนอย่าเชื่อข่าวลือ

ตำรวจจ่อสรุปคดีหวย 30 ล้าน แย้มอาจหมายจับเกิน 2 คน

ตำรวจจ่อสรุปคดีหวย 30 ล้าน แย้มอาจหมายจับเกิน 2 คน

รวบแล้ว ชายเลือดร้อนชักปืนออกมาขู่รถตู้นครนายก

รวบแล้ว ชายเลือดร้อนชักปืนออกมาขู่รถตู้นครนายก

แชร์ว่อน! คลิปตำรวจต่อแถวรับอั่งเปา ผู้การฯ น.7 สั่งสอบ

แชร์ว่อน! คลิปตำรวจต่อแถวรับอั่งเปา ผู้การฯ น.7 สั่งสอบ

สาวพุ่งชนรถ “เอิร์ท ศัลย์” ปัดฝ่าไฟแดง มองผิดคิดว่าเขียว เครียดไร้เงินรักษา

สาวพุ่งชนรถ “เอิร์ท ศัลย์” ปัดฝ่าไฟแดง มองผิดคิดว่าเขียว เครียดไร้เงินรักษา

ชิต สายเบิร์น เข่าทรุดโดน 7 ข้อหาหนัก ฉุดขืนใจนักศึกษาสาว

ชิต สายเบิร์น เข่าทรุดโดน 7 ข้อหาหนัก ฉุดขืนใจนักศึกษาสาว

หนุ่มกัดฟันขับรถหาหมอ หลังมือปืนตามประกบยิงคาเก๋ง แต่ไม่ตาย

หนุ่มกัดฟันขับรถหาหมอ หลังมือปืนตามประกบยิงคาเก๋ง แต่ไม่ตาย

ตลบหลังรวบเจ้ามือหวยใต้ดิน 9 คน รับซื้อเลขงวดละล้าน

ตลบหลังรวบเจ้ามือหวยใต้ดิน 9 คน รับซื้อเลขงวดละล้าน

ตำรวจรวบ รปภ.โรงเรียนหื่น อนาจารเด็กหญิงเกาหลี 7 ขวบ

ตำรวจรวบ รปภ.โรงเรียนหื่น อนาจารเด็กหญิงเกาหลี 7 ขวบ

อย่างน้อย 6 เดือนรู้ผล ดีเอสไอ ซี 9 ข่มขืนสาว จ่อโทษหนัก “ปลด-ไล่ออก”

อย่างน้อย 6 เดือนรู้ผล ดีเอสไอ ซี 9 ข่มขืนสาว จ่อโทษหนัก “ปลด-ไล่ออก”

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์