พูดตรงกัน เจอผู้หญิงชุดแดง ก่อนขุดพบโครงกระดูกปริศนา

พูดตรงกัน เจอผู้หญิงชุดแดง ก่อนขุดพบโครงกระดูกปริศนา

พูดตรงกัน เจอผู้หญิงชุดแดง ก่อนขุดพบโครงกระดูกปริศนา
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

จากกรณีตำรวจ สน.หัวหมาก รับแจ้งเหตุคนงานก่อสร้างพบโครงกระดูกปริศนาไม่ทราบว่าเป็นของคนหรือของสัตว์ ระหว่างขุดพื้นเพื่อวางบ่อบำบัดน้ำเสีย ในอาคารพาณิชย์หลังหนึ่ง ย่านรามคำแหง จากการตรวจสอบที่เกิดเหตุเป็นอาคารสูง 4 ชั้น โดยในที่เกิดเหตุพบกางเกง 1 ตัว กระดูก 3 ชิ้น ขนาดเส้นรอบวงเท่าปากกา 2 ชิ้น และกระดูกคล้ายข้อต่อ 1 ชิ้น

เบื้องต้น ยังไม่สรุปว่าเป็นโครงกระดูกของมนุษย์หรือไม่ เพราะยังไม่พบชิ้นส่วนอวัยวะสำคัญอื่นๆ จึงส่งชิ้นส่วนที่พบไปตรวจสอบที่กองพิสูจน์หลักฐานก่อน จะสอบขยายผลต่อไป

ล่าสุด (9 ต.ค.) รายการเรื่องเล่าเช้านี้ ช่อง 3 รายงานว่า นางสาวทองคำ ผู้รับเหมา ที่ทำหน้าที่ควบคุมงานการปรับพื้นที่อาคารพาณิชย์แห่งหนึ่ง ใกล้ซอยรามคำแหง 8 ที่เตรียมทำเป็นอาคารสำนักงานของบริษัทชื่อดัง เพื่อใช้สำหรับช่วงการก่อสร้างทางรถไฟสายสีส้ม เส้นรามคำแหง ที่มีการพบชิ้นส่วนกระดูก คล้ายของมนุษย์ ระบุว่า ได้รับการว่าจ้างให้เข้ามาปรับพื้นที่เตรียมทำสำนักงานที่อาคารดังกล่าว ได้เริ่มเข้ามาในอาคารในช่วงวันพฤหัสบดี ที่ 5 ตุลาคม ที่ผ่านมา โดยมีกำหนดใจการปรับพื้นที่ เป็นเวลา 15 วัน

และหลานชายที่ทำหน้าที่ขุดดิน ซึ่งบริเวณดังกล่าวพบชิ้นส่วนกระดูกชิ้นแรกในช่วงบ่ายวันพฤหัสบดี ที่ความลึกประมาณ 80 เซนติเมตร มีพื้นปูนเทอยู่ด้านล่าง 3 ชั้น ซึ่งใต้ปูนชั้นล่างสุดเป็นจุดที่พบกระดูก ซึ่งขณะนั้นตนเองไม่เชื่อ ก่อนที่ในช่วงเย็นของวันพฤหัสบดี หลายชายจะมาเล่าให้ฟังอีกครั้ง

โดยหลานชายเล่าว่า ขณะที่ผู้รับเหมาที่ควบคุมงานอีกรายหนึ่งยืนคุมอยู่บริเวณปากบ่อ ซึ่งในช่วงนั้นมีโทรศัพท์จากนายจ้างมา ตนเองจึงส่งโทรศัพท์ให้หลานชายที่อยู่ในบ่อขณะนั้น เห็นว่าบนหน้าจอโทรศัพท์เป็นรูปผู้หญิงผมยาว ผมหยักศก ใส่เสื้อสีแดง ซึ่งในความเป็นจริงหน้าจอโทรศัพท์แสดงเป็นสายโทรเข้าตามปกติ ซึ่งเป็นเวลาเดียวกับที่ขุดเจอชิ้นส่วนกระดูก ด้วยความตกใจจึงรีบขุดและเททิ้งไป

ในวันต่อมาคือวันศุกร์ ที่ 6 ตุลาคม นางสาวทองคำ จึงได้ทำการจุดธูป เพื่อขอขมา และอธิษฐานว่าหากมีกระดูกมนุษย์อยู่จริงก็ขอให้ขุดเจอเพิ่มเติม ซึ่งภายหลังการจุดธูปก็เจอชิ้นส่วนกระดูกอีก 2 ชิ้น และพบอีกในวันเสาร์ รวมทั้งสิ้น 5 ชิ้น จึงแจ้งเข้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบในช่วงบ่ายวันเสาร์

ซึ่งนางสาวทองคำ ได้สอบถามคนที่อยู่รอบตึกทำให้ทราบว่าเคยมีผู้เช่าหลายราย เช่นผู้เช่าที่เคยทำเป็นร้านเช่าชุดวิวาห์ เคยเจอวิญญาณผู้หญิงเสื้อสีแดง ผมยาวเดินไปเดินมาในตัวอาคารในเวลากลางคืน รวมถึงคนที่พักอาศัยใกล้อาคารดังกล่าวก็พบเห็นในลักษณะคล้ายกัน แต่ไม่มีใครรู้ที่ไปที่มาของวิญญาณหญิงคนดังกล่าว ทำให้ผู้เช่าอาคารดังกล่าวมีการเปลี่ยนผู้เช่าอยู่บ่อยครั้ง เนื่องจากอยู่ไม่ได้ ทั้งจากที่กลัววิญญาณหญิงสาวชุดแดง หรือ ค้าขายได้ไม่ดีจนเป็นเหตุต้องปิดกิจการ ก่อนจะกลายมาเป็นอาคารร้าง และบริษัทจะเข้ามาเช่าดังกล่าว

อีกทั้งล่าสุดขณะที่กำลังขุดเพื่อเตรียมพื้นทีเพิ่มเติมรวมถึงการขุด เพื่อหาชิ้นกระดูกชิ้นแรกที่หลายชายพบในวันพฤหัสบดี ที่เททิ้งไปด้วยความตกใจ ก็พบเศษผ้าสีแดง อยู่ในจุดที่พบชิ้นส่วนกระดูก ทั้งยังมีเศษซากของเสื้อ อยู่ในจุดดังกล่าวด้วยเช่นกัน จึงยิ่งทำให้เชื่อว่ากระดูกที่พบเป็นชิ้นส่วนกระดูกของมนุษย์

รวมถึงยังได้ส่งรูปให้เพื่อนที่เคยร่วมพิธีล้างป่าช้าดู ก็ยืนยันตรงกันว่าเป็นชิ้นส่วนของมนุษย์ ประกอบกับข้อมูลเรื่องหญิงชุดแดง ที่หลายคนเคยเจอ ตรงกับที่หลานชายที่ไม่เคยรู้ข้อมูลและพบเห็นในวันแรกที่เข้าทำงาน โดยต่อจากนี้หากพบชิ้นส่วนกระดูกเพิ่มเติมก็จะประสานเจ้าหน้าที่เข้ามาตรวจสอบอีกครั้งต่อไป

ทางด้าน ทนายรณรงค์ แก้วเพ็ชร ทนายที่ช่วยติดตามการหายตัวไปของนางนันทิยา หรือ ออย ภรรยานายซีม่อน ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุฆ่าหั่นศพตำรวจอิสราเอลก่อนจะโบกปูน อำพรางคดี ระบุหลังทราบข่าวก็เกิดความสงสัยทันทีว่าโครงกระดูกที่พบอาจจะเป็นของนางนันทิยาหรือไม่

เพราะคำให้การของเบน ลูกชายซีม่อน เคยบอกว่า หลังจากที่กลับจากประเทศลาว ก็มาพักย่านรามคำแหง ซึ่งก็อาจเป็นไปได้ว่ากระดูกที่พบนั้นอาจมีส่วนเชื่อมโยงกัน โดยทางญาติจะมีการประสานไปยังตำรวจช่วยตรวจสอบดีเอ็นเอ และเปรียบเทียบกับดีเอ็นเอของนางนันทิยา ที่หายตัวไปอย่างลึกลับ

ซึ่งในวันนี้ทางครอบครัวก็จะเข้าเยี่ยมนายเบนลูกชายของนางนันทิยา ที่สถานพินิจ จ.นครปฐม อีกครั้ง เพื่อสอบถามรายละเอียดจุดที่พักที่แน่นอนว่าเป็นที่เดียวกับที่พบโครงกระดูกหรือไม่ ซึ่งนายเบนถือเป็นกุญแจสำคัญที่จะสามารถคลี่คลายคดีนี้

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook