มนต์เสน่ห์ของประชานิยม แม้จะไม่ยั่งยืน

มนต์เสน่ห์ของประชานิยม แม้จะไม่ยั่งยืน

คอลัมน์ ดุลยภาพ ดุลยพินิจ

โดย ผาสุก พงษ์ไพจิตร

ทำไมการเมืองแบบป๊อปปิวลิสม์หรือประชานิยมจึงไม่ยั่งยืน?

ก่อนจะตอบคำถาม ขอทำความเข้าใจกันเสียก่อนว่า ประชานิยมหมายถึงอะไร

ศ.ฮิเดโอะ โอตาเกะ มหาวิทยาลัยโดชิชะ เกียวโต ได้ให้คำนิยามที่ครอบคลุมโดยเรียบเรียงมาจากงานศึกษาของนักวิชาการมีชื่อเสียงของโลกหลายท่านดังนี้

ปรากฏการณ์ประชานิยมในแวดวงรัฐศาสตร์ อาจแบ่งได้เป็น 4 ประเภทหลักๆ คือ

1.เป็นอุดมการณ์ทางการเมือง ซึ่งจะกล่าวถึงเบื้องหน้า

2.เป็นขบวนการทางการเมือง ในประวัติศาสตร์ มีตัวอย่างตั้งแต่ฝ่ายซ้ายจัด เช่น ขบวนการนารอดนิกีที่รัสเซีย เมื่อคริสต์ศตวรรษที่ 19 เป็นขบวนการชักจูงให้ชาวนาสนับสนุนสู่แนวทางสังคมนิยมที่เหมาะกับรัสเซีย แต่รัฐบาลขณะนั้นต่อต้านรุนแรงและชาวนาปฏิเสธ สำหรับในภาวะร่วมสมัยก็มีตัวอย่างเช่น ฝ่ายขวาจัดอย่างฌาง มารี เลอ เพ็น ที่ฝรั่งเศสที่ต่อต้านคนงานต่างชาติและสนับสนุนวัฒนธรรมดั้งเดิม และขบวนการประชานิยมข้นไปทางซ้ายที่ต่อต้าน WTO นำโดยโจเซ่ โนเว่ ชาวนาเลี้ยงแกะที่ฝรั่งเศสเช่นกัน

3.ระบอบการเมือง พบเห็นได้มากที่ละตินอเมริกา เช่นระบอบเปรอน ที่อาร์เจนตินา (ประธานาธิบดี พ.ศ.2473-2488, 2495-2498, 2516-2517) และวาร์กาสที่บราซิล (พ.ศ.2473-2488, 2494-2497)

4.สไตล์ของผู้นำระดับสูงของโลก ที่แสวงหาคะแนนนิยมจากประชาชน โดยไม่สนใจความสำคัญของรัฐสภาหรือพรรคการเมือง ตัวอย่างเช่น โรนัลด์ เรแกน หรือ นางมาร์กาเร็ต แทตเชอร์

ในแง่ของอุดมการณ์ ประชานิยมอาจเป็นพวกขวา ซ้าย หรือพวกกลางๆ ก็ได้ แต่ที่พวกเขาเหมือนกันคือ ไม่มีโปรแกรมที่ชัดเจน เสมือนดังที่เราสามารถจะพูดถึงโปรแกรมของฝ่ายสังคมนิยมว่าคือ การยึดวิสาหกิจเอกชนเป็นของรัฐ (nationalization) ของเสรีนิยมใหม่ว่าคือ การแปรรูปรัฐวิสาหกิจ หรือสำหรับผู้นิยมนาซี ก็คือ การต่อต้านคนผิวสี

ประชานิยมอาจจะเลือกรับเอาแนวทางอันไหนก็ได้

อีกสิ่งที่พวกประชานิยมเหมือนกันคือ ในแง่ของแก่นคุณค่าหรือวาทกรรม อุดมการณ์ทางการเมือง ประกอบด้วยองค์ประกอบหลักคือ

(1) คนธรรมดาๆ นี่แหละ มีความรอบรู้ที่สุด และใช้เป็นฐาน ในการตัดสินใจทางการเมือง ความรอบรู้นี้ได้มาจากที่คนธรรมดาสามัญ ทำงานหนัก เรียนรู้ชีวิตด้วยตัวเอง ไม่ใช่อ่านมาจากหนังสือ หรือคิดเอาเอง แนวคิดนี้จึงต่อต้านนักวิชาการ และปฏิเสธความรู้ของผู้เชี่ยวชาญด้านรัฐศาสตร์ โดยสนับสนุนการเมืองทางตรง นั่นคือการเมืองโดยประชาชน

(2) ประชาชนคนธรรมดาทั่วๆ ไป ไม่มีความขัดแย้งกัน พวกเขาเป็นหนึ่งเดียว ไม่มีการแบ่งแยกเป็นชนชั้น พวกเขาคือ เจตนารมณ์สังคม (the general will) ที่รุสโซพูดถึง การมองประชาชนธรรมดาสามัญแบบอุดมคติและโรแมนติคแนวนี้ มักนำไปสู่ชาตินิยม ในทางตรงกันข้าม ชนชั้นนำมีคุณลักษณะแบบสากลนิยม หรือนิยมความไม่มีชาติไม่มีภาษา ความคิดแบบนี้ของชนชั้นนำไว้ใจไม่ได้ ดังนั้น ลักษณะสำคัญประการหนึ่งของประชานิยม (อาจไม่ปรากฏในทุกกรณี) คือ ความเกลียดชังคนต่างชาติ

(3) ชนชั้นนำ ชนชั้นปกครอง เห็นแก่ตัว คอร์รัปชั่น ไร้จริยธรรม แต่ในทางตรงกันข้าม ประชาชนคนธรรมดาสามัญทั่วไป ไม่เพียงแต่ฉลาดรอบรู้เท่านั้น แต่ยังบริสุทธิ์เปี่ยมไปด้วยคุณธรรม ความขัดแย้งระหว่างประชาชนทั่วไปกับชนชั้นนำ ไม่ได้เป็นเพียงการขัดผลประโยชน์กัน แต่เป็นการเผชิญหน้ากันระหว่าง ความชั่วร้ายกับความดีงาม ความเป็นหนึ่งเดียวของประชาชน สำแดงออกด้วยการเผชิญหน้ากับศัตรู คือชนชั้นนำ ซึ่งมักจะเป็นตัวแทนของอำนาจต่างชาติด้วย ประชานิยมพุ่งขึ้นมาได้ ก็เพราะมีศัตรูและความเกลียดชังศัตรูเหล่านี้

(4) เมื่อประชาชนขับศัตรูของพวกเขาออกไป จากสารบบแล้ว (เช่นด้วยการปฏิวัติ) สังคมอุดมคติที่ประชาชนเป็นใหญ่จะเกิดขึ้นได้ ณ จุดนั้นไม่จำเป็นต้องมี การเมือง อีกต่อไป เพราะว่าเป็นกิจกรรมไร้สาระ นี่คือจุดยืนของประชาชนที่ต่อต้านการเมือง (anti-politics) นั่นเอง

ดังนั้นประชานิยมจึงไม่สนใจ ที่จะก่อร่างสร้างสถาบันทางการเมือง ไม่ใส่ใจกับพรรคการเมืองมากนัก และปฏิเสธการเมืองระบบตัวแทน ประชานิยมจะมุ่งไปที่สร้างความนิยมให้กับผู้นำเข้มแข็ง เกิดจากบุคลิก ความสามารถ บารมี เฉพาะตัว (charisma, personalised politics) แทนที่การบริหารจัดการเป็นระบบในกรอบสถาบัน แต่ความนิยมจากประชาชนจะไม่ยั่งยืน คงอยู่ได้เพียงระยะสั้นๆ

ดังนั้นเพื่อที่จะคงความนิยมนี้ไว้ (คงอำนาจไว้) ผู้นำประชานิยมจึงต้องใช้วิธีการอำนาจนิยม จึงมีแนวโน้มสู่เส้นทางประชานิยมอำนาจนิยมเสมอ

การมองประชานิยมเป็นปรากฏการณ์ทางการเมืองที่เกิดขึ้นจริงโดยมุ่งไปที่ อุดมการณ์ทางการเมือง ขบวนการทางการเมือง ระบอบการเมือง และสไตล์ของผู้นำ มีประโยชน์เพราะทำให้เราเข้าใจมิติต่างๆ ของการเมืองประชานิยมในช่วงต่างๆ ของประวัติศาสตร์ อีกทั้งในประเทศ และภูมิภาคต่างๆ ได้

โดยสรุป นักการเมืองหรือระบบการเมืองเรียกได้ว่าเป็นประชานิยม เมื่อมีองค์ประกอบต่างๆ เหล่านี้คือ การเมืองมีผู้สนับสนุนมาก เกิดจากลักษณะเฉพาะของตัวของผู้นำ ผู้นำเป็นนายหน้าการเมือง ที่ปฏิเสธหรือละเลยกลไกทางการเมืองในระบบตัวแทน (รัฐสภา กฎหมาย รัฐธรรมนูญ) เมื่อสถาบันเหล่านั้นเป็นปฏิปักษ์กับเขา โดยอ้างประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง การพุ่งเป้าไปที่ชนชั้นนำ เป็นศัตรูของประชาชน และการยึดโยงอุดมการณ์ ที่ให้ความสำคัญกับ ความรอบรู้ของคนธรรมดาสามัญ เป็นรากฐานของการตัดสินใจทางการเมือง

กรอบการวิเคราะห์ที่นำเสนอมาข้างต้นนี้ มีนัยยะบ่งบอกว่า เหตุใดการเมืองประชานิยมจึงไม่ยั่งยืน ทั้งนี้เพราะว่า การเมืองประชานิยม ไม่มีโปรแกรมที่ชัดเจน แรงสนับสนุนที่ได้เกิดจากความประทับใจกับบุคลิกพิเศษส่วนตัวของผู้นำและวาทกรรมสังคมจินตนาการที่ประชาชนเป็นใหญ่

แต่เมื่อโปรแกรมไม่ชัดเจน ความผิดหวังก็เกิดขึ้นได้ในเวลาต่อมา แรงสนับสนุนที่ได้ จึงเป็นการชั่วคราว

ครั้นมีอำนาจแล้วก็ต้องการเถลิงอำนาจต่อไป จึงหันไปใช้วิธีการอำนาจนิยม เปิดช่องให้คู่ต่อสู้ร่วมมือกับทหารกระทำการรัฐประหาร หรือร่วมมือกับประชาชนที่เคยสนับสนุนประชานิยม ขับไล่ผู้นำประชานิยมออกไป

ในประเทศพัฒนาแล้วที่การรัฐประหารเป็นไปไม่ได้ ก็จะแพ้การเลือกตั้งครั้งต่อไป หรือถูกคนในพรรคตนเอง ส่งแรงผลักดันเบียดขับให้ถอนตัวออกไป

เออร์เนสโต ลาคลาว (Ernesto Laclau, On Populist Reason,2005) นักวิชาการจากละตินอเมริกา เสนอแบบจำลอง ประชานิยมที่เป็นระบบ และสามารถทำให้เราเข้าใจถึงทั้งความไม่ยั่งยืนและเสน่ห์ของประชานิยมลุ่มลึกขึ้นอีกระดับหนึ่ง และสามารถนำมาใช้ทำความเข้าใจได้ในหลายๆ กรณี

ในทางทฤษฎีความไม่พอใจของผู้คนต่อผู้ปกครองของตนมีอยู่เสมอเป็นปกติ แต่ความไม่พอใจเหล่านี้ล้วนแตกต่างกัน ประชานิยมพุ่งขึ้นมาในสภาวะที่ผู้คนจำนวนมากตระหนักรู้ร่วมกันว่า ความไม่พอใจของตนเองช่าง ละม้ายคล้ายคลึง กับของคนอื่นๆ (ลาคลาวใช้คำว่า equivalents) เสียเหลือเกิน

จุดตระหนักนี้เกิดขึ้นได้เมื่อมีการจัดตั้งองค์กร ขบวนการความคิด หรือผู้นำ ซึ่งคนทั้งหลายที่มีความเดือดร้อนเชื่อว่า จะเป็นตัวแทนของความไม่พึงพอใจนี้ได้ ดังนั้นจึงยอมตนเป็น ผู้ตาม หรือผู้ร่วมในองค์กร ขบวนการความคิด หรือผู้นำ และนั่นคือ มีกระบวนการ ก่อเกิดอัตลักษณ์ใหม่ (re-identification) เป็น มหาชน (the people) ขึ้นมา

ในทางปฏิบัติ ภาวะ ตระหนักรู้ร่วมกัน และ การก่อเกิดของอัตลักษณ์ใหม่ เป็น มหาชน มักเกิดขึ้นเมื่อมีศัตรูร่วมกัน คือ พวกเขา เป็นฝ่ายตรงข้ามกับ พวกเรา

ศัตรูนี้อาจจะเป็นต่างชาติ หรือคนในประเทศเดียวกัน ที่ข่มเหงกันเอง ศัตรูซึ่งมีมิติทั้งเป็นคนข้างใน และโยงกับต่างชาติ ได้ผลที่สุด

ศ.เบเนดิค แอนเดอร์สัน จึงชี้ว่า นักการเมืองประชานิยมที่เอเชียสมัยแรกๆ คือ ผู้นำที่ต่อต้านมหาอำนาจอาณานิคม โดยเผชิญกับศัตรูภายนอกที่มีบทบาทเป็นผู้ข่มเหงภายในประเทศด้วยพร้อมๆ กัน

และนี่จึงอธิบายด้วยว่าเหตุใดประชานิยมจึงแพร่กระจายให้เห็นได้ในหลายประเทศในสมัยของโลกาภิวัตน์ ที่มีมิติของการคุกคามภายนอกและข่มเหงภายในประเทศ ผ่านนักลงทุนต่างชาติและอุดมการณ์เสรีนิยมใหม่ซึ่งชนชั้นนำภายใน สนับสนุนด้วยอย่างชัดเจนนั่นเอง

นักการเมืองประชานิยมผู้ท้าทายศัตรูของมหาชน จึงให้ภาพศัตรู ที่มีมิติทั้งภายในและภายนอก และในขบวนการประชานิยมทุกประเภท ล้วนมีภาพสังคมอุดมคติ ที่มหาชนจะเป็นใหญ่ และซึ่งผู้นำประชานิยมจะทำให้เกิดขึ้นได้แฝงฝังอยู่เสมอ

แบบจำลองของลาคลาวอธิบายต่อไปว่า อะไรเกิดขึ้นเมื่อขบวนการประชานิยมขึ้นสู่อำนาจ ผู้นำไม่อาจดำเนินนโยบายต่างๆ เพื่อแก้ไขความเดือดร้อนของทุกคน ทุกกลุ่มทุกเหล่าได้ ความตระหนักรู้ร่วมกัน จึงขาดผึง การก่อเกิดของอัตลักษณ์ใหม่ สลายไปเหมือนน้ำพัดกองทราย มหาชน เลือนหายไป ผู้นำประชาชนจึงสูญเสียอำนาจและล่มสลายลงอย่างรวดเร็ว

ผู้นำประชานิยมอาจจะใช้เทคนิคต่างๆ คงอำนาจของตนเองเอาไว้ เช่น อาจจะจินตนาการศัตรูจากภายนอก (ซาเวซ ที่เวเนซุเอลา ให้ภาพตัวเองเป็นอัศวินรบกับผู้ร้ายต่างแดน คือ ประธานาธิบดีบุช)

ที่พบเห็นบ่อยๆ คือ ผู้นำประชานิยมที่เริ่มถูกต่อต้านจะใช้วิธีการอำนาจนิยม เช่น ห้ามอภิปรายต่อต้านรัฐบาลในที่สาธารณะ ทำการวิจารณ์นักวิชาการและฝ่ายค้านที่โจมตีตัวเอง ควบคุมสื่อ พยายามติดสินบนศาล ลดความสำคัญของสถาบันประชาธิปไตย หรือใช้หลายๆ อย่างผสมกัน

ท้ายที่สุดนักการเมืองประชานิยม ก็จะถูกเบียดขับออกไป และถึงอาการล่มสลาย

ในการประชุมเรื่อง Populism in Asia ที่มหาวิทยาลัยโตเกียวเมื่อเร็วๆ นี้ ศ.เบเนดิค แอนเดอร์สัน วิเคราะห์สภาพของการเมืองเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ร่วมสมัย ภายในกรอบของประชานิยมของลาคลาว เขาเสนอให้คิดถึงความไม่ยั่งยืนของประชานิยม ในรูปแบบของ cycle หรือกงเกวียนที่หมุนรอบซ้ำแล้วซ้ำอีก การเมืองของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ร่วมสมัย คือ คณาธิปไตยระบบปิด (closed national oligarchies)

อำนาจถูกแบ่งสรรระหว่างคนในกลุ่มแคบๆ ผู้นำของกลุ่มเข้าคิวรอตำแหน่งที่ทำเงินได้มาก ไม่มีใครอยากกระทุ้งน้ำให้เรือเอียง ทุกคนเกาะเก้าอี้ของตัวเองไว้ ให้ดูตัวอย่างเช่น บาดาวีที่มาเลเซีย อาร์โรโยที่ฟิลิปปินส์ และยุดโธโยโนที่อินโดนีเซีย

บางครั้งบางคราวก็จะมีผู้ผุดขึ้นมาท้าทายคณาธิปไตยที่เป็นอยู่ เช่น มหาธีร์ที่มาเลเซียแสวงหาอำนาจและสร้างความนิยมให้ตนเอง จากที่เขาวิจารณ์อภิสิทธิ์ชนของมาเลเซีย

ที่เมืองไทย ทักษิณเชื่อว่า เขาจะปฏิรูปรัฐสภาประชาธิปไตย ซึ่งรัฐมนตรีทุกกระทรวงหาเงิน และแบ่งปันกันในบรรดาพรรคพวกได้ ทักษิณสร้างความนิยมให้ตนเอง โดยทำตัวเป็นปฏิปักษ์กับคณาธิปไตยและกับอภิสิทธิ์ชนในสังคมไทย

แต่เมื่อผู้ท้าทายเหล่านี้ได้อำนาจ กงเกวียนก็หมุนมาอีก ผู้ท้าทาย (ทักษิณ มหาธีร์ ฯลฯ) แปลงร่างกายเป็นคณาธิปไตยกลุ่มใหม่ แบ่งสันปันส่วนความมั่งคั่งที่หาได้จากการใช้อำนาจในตำแหน่ง ระหว่างพรรคพวกเดียวกัน สร้างเกราะกำแพง และอุปสรรคไม่ให้คนวงนอกเข้ามาแย่งอำนาจ และลดทอนการมีส่วนร่วมของมหาชนในทุกรูปแบบ ท้ายที่สุดผลพวงด้านลบต่อเศรษฐกิจและการเมือง นำไปสู่วิกฤตการณ์ เปิดช่องทางให้ผู้นำประชานิยมคนใหม่ก่อตัวขึ้น และกงเกวียนจะหมุนเวียนมาอีก เมื่อประชานิยมคนใหม่แปรร่างเป็นคณาธิปไตยอีก

ศ.เบเนดิค แอนเดอร์สัน บอกว่ามี 2 เรื่องใหญ่ที่ต้องใส่ใจและขบคิดต่อไป คือ

1.เราต้องข้ามพ้นประชานิยม การก่อตัวและลงหลักปักฐานของคณาธิปไตย เป็นเรื่องใหญ่ที่ประเทศแถบเราต้องคำนึงถึงและหาทางป้องกัน

2.การวิเคราะห์แบบลาคลาว สร้างความเข้าใจถึงเสน่ห์ของประชานิยม การตระหนักรู้ร่วมกันว่าความเดือดร้อนของแต่ละคนช่างละม้ายคล้ายกัน ทำให้มหาชนพร้อมใจกันเป็นผู้ตาม ผู้นำที่จะแก้ปัญหาความเดือดร้อนของทุกคน โดยแท้จริงนี่ก็คือ แนวคิดที่ว่าสังคมต้องมีความเท่าเทียมกัน ไม่มีใครด้อยกว่าใคร และไม่มีใครถูกดูถูกดูแคลนและถูกทำให้เจ็บใจ หรือถูกผลักออกไปอยู่ชายขอบ

เสน่ห์ของประชานิยมก็คือ จินตนาการเรื่องความเสมอภาคนี่เอง ซึ่งถึงแม้จะดูเลื่อนลอยแต่ก็มีรากลึกอยู่ที่แนวความคิดเรื่องชาติ (Nation) นั่นเอง

นี่คือความท้าทายว่าประชาธิปไตยจะสร้างความเสมอภาคขึ้นในสังคมได้หรือไม่ ?

หน้า 6

Advertisement Replay Ad
ชาย มิค สุดอาลัย คุณตาหลับชั่วนิรันดร์บนสวรรค์ สิริอายุ 96 ปี

ชาย มิค สุดอาลัย คุณตาหลับชั่วนิรันดร์บนสวรรค์ สิริอายุ 96 ปี

พี่สาวร่ำไห้ น้องชายติดหนี้พนันโดดให้รถไฟชนตาย บอกชาติหน้าจะมาใช้คืน

พี่สาวร่ำไห้ น้องชายติดหนี้พนันโดดให้รถไฟชนตาย บอกชาติหน้าจะมาใช้คืน

เปิดภาพเรือนหอที่ไทยของ นก ศิขรินธาร บ้านน่ารักอบอุ่น ตกแต่งเก๋

เปิดภาพเรือนหอที่ไทยของ นก ศิขรินธาร บ้านน่ารักอบอุ่น ตกแต่งเก๋

นก ศิขรินธาร เตรียมลั่นระฆังวิวาห์ แฟนหนุ่มนักธุรกิจฮ่องกงขอแต่งงานแล้ว

นก ศิขรินธาร เตรียมลั่นระฆังวิวาห์ แฟนหนุ่มนักธุรกิจฮ่องกงขอแต่งงานแล้ว

ผู้เชี่ยวชาญภาษีชี้ บริษัท ยิ่งนรา จำกัด รายได้ 18 บาท เป็นไปได้

ผู้เชี่ยวชาญภาษีชี้ บริษัท ยิ่งนรา จำกัด รายได้ 18 บาท เป็นไปได้

แม่ค้าชี้พิรุธสาวถูกฟันรถโผล่ตลาดถี่ ไม่ใช่เพิ่งมา “ป้า” งดโต้รอ กทม.ชี้ผิดตลาด

แม่ค้าชี้พิรุธสาวถูกฟันรถโผล่ตลาดถี่ ไม่ใช่เพิ่งมา “ป้า” งดโต้รอ กทม.ชี้ผิดตลาด

“น้องแจน” กู้ภัยสาวยันคร่อมลุงปั๊มหัวใจทำถูก หมอ-ญาติคนตายวอนหยุดด่า

“น้องแจน” กู้ภัยสาวยันคร่อมลุงปั๊มหัวใจทำถูก หมอ-ญาติคนตายวอนหยุดด่า

ภาพนาทีสยอง กระบะเบรกไม่ทัน พุ่งใส่หนุ่มเบี่ยง จยย.ตัดหน้า

ภาพนาทีสยอง กระบะเบรกไม่ทัน พุ่งใส่หนุ่มเบี่ยง จยย.ตัดหน้า

หนุ่มมีดปักกลางหลังเลือดไหลอาบ ยังอยู่นิ่งๆ ใจเย็นรอรถพยาบาล

หนุ่มมีดปักกลางหลังเลือดไหลอาบ ยังอยู่นิ่งๆ ใจเย็นรอรถพยาบาล

คนดูใจหายวาบ นักแสดงโชว์จระเข้ภูเก็ต โดนงับหัวฝังคมเขี้ยว

คนดูใจหายวาบ นักแสดงโชว์จระเข้ภูเก็ต โดนงับหัวฝังคมเขี้ยว

เชน ธนา ซื้อของขวัญชิ้นใหญ่ไม่ธรรมดา เซอร์ไพรส์วันเกิดภรรยา

เชน ธนา ซื้อของขวัญชิ้นใหญ่ไม่ธรรมดา เซอร์ไพรส์วันเกิดภรรยา

โลกตะลึง เด็กชายอินโดฯ “ออกไข่” 2 ปี นับได้กว่า 20 ฟอง

โลกตะลึง เด็กชายอินโดฯ “ออกไข่” 2 ปี นับได้กว่า 20 ฟอง

ชาวบ้านโห่ไล่พระ เพราะไม่เปิดวัดช่วยคนเดือดร้อน บ้านโดนไฟไหม้

ชาวบ้านโห่ไล่พระ เพราะไม่เปิดวัดช่วยคนเดือดร้อน บ้านโดนไฟไหม้

พานทองแท้ ลงรูปแค่ 1 นาที ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์ เช็คอินอยู่สิงคโปร์

พานทองแท้ ลงรูปแค่ 1 นาที ทักษิณ-ยิ่งลักษณ์ เช็คอินอยู่สิงคโปร์

เปิดภาพครอบครัวของอดีตนักร้อง "เจอาร์" พ่อแม่ลูกน่ารักมาก

เปิดภาพครอบครัวของอดีตนักร้อง "เจอาร์" พ่อแม่ลูกน่ารักมาก

ชาญเทพ สั่งปลด “ตำรวจ 191” เมายาซ่า-พกปืนข่มขู่ชาวบ้าน

ชาญเทพ สั่งปลด “ตำรวจ 191” เมายาซ่า-พกปืนข่มขู่ชาวบ้าน

เปิดภาพนาทีคนร้ายดักฆ่าปาดคอคนขับรถตู้ คาดปมแย่งที่จอดรถ

เปิดภาพนาทีคนร้ายดักฆ่าปาดคอคนขับรถตู้ คาดปมแย่งที่จอดรถ

ผบก.กาญจน์ฯ ย่องเงียบรายงานตัว ศปก.ตร.แล้ว ปมหวย 30 ล้าน

ผบก.กาญจน์ฯ ย่องเงียบรายงานตัว ศปก.ตร.แล้ว ปมหวย 30 ล้าน

หญิง รฐา เปลือยใจเล่าความรักปัจจุบัน คนนี้ไม่ได้แย่งจากใครมา

หญิง รฐา เปลือยใจเล่าความรักปัจจุบัน คนนี้ไม่ได้แย่งจากใครมา

หนุ่มตกงานคิดการใหญ่ เทน้ำมันจุดไฟเผากลางธนาคาร หวังปล้นเงิน

หนุ่มตกงานคิดการใหญ่ เทน้ำมันจุดไฟเผากลางธนาคาร หวังปล้นเงิน

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์