หลักฐานเด็ด เพื่อไทย ตีแผ่ พอเพียง ขึงพืด ปชป.-สพช.

หลักฐานเด็ด เพื่อไทย ตีแผ่ พอเพียง ขึงพืด ปชป.-สพช.

หลักฐานเด็ด เพื่อไทย ตีแผ่ พอเพียง ขึงพืด ปชป.-สพช.

หมายเหตุ - คณะกรรมการประสานงานภาค กทม. พรรคเพื่อไทย นำโดย น.อ.อนุดิษฐ์ นาครทรรพ นายการุณ โหสกุล ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย และนายจิรายุ ห่วงทรัพย์ รองโฆษกพรรคเพื่อไทย แถลงถึงความคืบหน้าการตรวจสอบการทุจริตโครงการชุมชนพอเพียง ที่ทำการพรรคเพื่อไทย อาคารบีบีดี บิวดิ้ง ถนนพระราม 4 เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม

อนุดิษฐ์ นาครทรรพ

ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย

ในวันที่ 5 สิงหาคมนี้ จะมีการแถลงใหญ่โดยกลุ่ม ส.ส.กทม. พรรคเพื่อไทย จะรวบรวมเอกสารทั้งหมดและเปิดเผยเป็นซีรีส์ครอบคลุมทุกประเด็นที่จะชี้ให้เห็นว่ามีความพยายามสมรู้ร่วมคิดกันตั้งแต่ระดับนโยบาย ซึ่งความเสียหายที่รัฐได้รับมีไม่ต่ำว่าร้อยละ 50 ของมูลค่าโครงการทั้งหมด

จากการที่มีข่าวในหนังสือพิมพ์ "มติชน" ว่าสมาชิกสภาเขต (ส.ข.) บางกะปิ พรรคประชาธิปัตย์ เป็นผู้ผลักดันให้ชุมชนในเขตบางกะปิ ขอโครงการระบุแบบฟอร์มที่สำนักงานเศรษฐกิจพอเพียงเพื่อยกระดับชุมชน (สพช.) ส่งมามีให้เลือกแค่ตู้น้ำกับเครื่องผลิตปุ๋ยนั้น แต่ภายหลังนายพงษ์ศักดิ์ วุฒิวัย ส.ข.บางกะปิ พรรคประชาธิปัตย์ ได้ออกมาโต้แย้งในหนังสือพิมพ์ "มติชน" ในวันต่อมา ลักษณะว่าไม่ได้เป็นผู้กระทำเช่นนั้น แต่พรรคเพื่อไทยมีหลักฐานเป็นคลิปวิดีโอที่มีทั้งภาพและเสียงในการประชุมร่วมกันระหว่างประธานชุมชนในเขตบางกะปิ (บางส่วน) กับ พล.อ.ชัชวาล ทัตตานนท์ รองผู้อำนวยการ สพช. ที่สำนักงานชุมชนสามัคคีพัฒนา เมื่อวันที่ 15 กรกฎาคม 2552 มีนายพงษ์ศักดิ์ วุฒิวัย ร่วมประชุมด้วย โดยนายพงษ์ศักดิ์กล่าวในที่ประชุมมีใจความตอนหนึ่งว่า

"ก็เห็นว่า เออ...น่าจะเป็นประโยชน์ของพี่น้องประชาชนบางกะปิ เราพยายามหาเอกสารว่า เอ๊ะ...ไอ้โครงการชุมชนพอเพียงเนี่ยอะไรที่เข้ากับพวกเราบ้าง เราก็ได้ไปเจอเอกสารฉบับหนึ่งว่า เออ...พลังงานทดแทนน่าจะดีสำหรับในเขตบางกะปิ เราก็ไปนำเสนอให้กับ อ่า...พี่น้องประชาชน อ่า...ทางชุมชนในบางกะปิ นะฮะ เสร็จแล้วในชุมชนบางกะปิเนี่ยมี 27 ชุมชน ผมก็...ในเมื่อผมเป็นผู้แทนประชาชนเนี่ยนะ ก็สังกัดพรรคพรรคหนึ่ง...เพื่อความเป็นประโยชน์สุข ผมยื่นให้ทุกชุมชนที่จะเสนอขอ แล้วก็เสนอขอทำ 24 ชุมชน อีก 3 ชุมชนไม่เสนอขอ ผมก็นำเรื่องไปส่งให้กับสำนักงานเศรษฐกิจพอเพียง"

(จากนั้น น.อ.อนุดิษฐ์ได้มอบก๊อบปี้ภาพและเสียงให้กับสื่อมวลชนที่นั่งฟังแถลงข่าว)

นี่คือเสียง หากเราได้ทราบระเบียบหรือลักษณะการดำเนินงานของโครงการนี้ ที่มีความประสงค์ที่จะให้ประชาชนนั้นได้ตัดสินใจเองว่า พวกเขาที่อยู่ในชุมชนนั้น ต้องการหรือมีความประสงค์จะดำเนินโครงการใดๆ หรือแบบไหน แต่การที่มีบุคคลที่อาศัยความที่ตัวเองเป็นนักไม่ว่าจะท้องถิ่นหรือระดับชาติ เข้าไปเจ้ากี้เข้าการ จัดโน่นจัดนี่ให้ ทั้งที่การตัดสินใจในการเลือกโครงการใดโครงการหนึ่งนั้น เป็นสิทธิของประชาชนโดยตรง แม้จะมีผู้สังเกตการณ์หรือให้คำปรึกษาในโครงการนี้ ผลสุดท้ายการตัดสินใจทั้งหมดต้องเป็นของประชาชน ไม่ใช่ให้ใครมาชี้นำ

ประเด็นที่ 2 หลังจากการตรวจสอบอย่างต่อเนื่องในการดำเนินโครงการนี้ ทางกลุ่ม กทม. เพื่อไทย ได้พบสิ่งผิดปกติในการอนุมัติงบประมาณในโครงการนี้ เราได้พบว่ามีการโอนเงินก่อนที่โครงการจะได้รับการอนุมัติ ซึ่งเป็นเรื่องแปลกมาก เพราะโดยปกติแล้วคงเป็นไปไม่ได้ที่จะมีการจ่ายเงินงบประมาณมาให้ก่อนที่โครงการจะได้รับการอนุมัติ จากเอกสารที่เราได้รับมานั้น เป็นเอกสารที่ นร.0118/205 ที่ส่งถึงประธานชุมชนสามัคคีพัฒนา เขตบางกะปิ โดยเอกสารดังกล่าวระบุว่า ทางชุมชนได้รับการอนุมัติโครงการนี้แล้วในวันที่ 4 พฤษภาคม 2552 ตามวันที่ที่ลงไว้ในหนังสือแจ้งมา

ซึ่งตามระเบียบหรือขั้นตอนปฏิบัตินั้น โครงการใดๆ ก็ตามที่ได้รับการอนุมัติ ก็จะได้เงินงบประมาณไปดำเนินโครงการ ซึ่งต้องเรียงตามลำดับง่ายๆ คือ หลังจากมีการอนุมติโครงการ งบฯจะถูกสั่งจ่ายลงมาสู่โครงการนั้นๆ แต่ในโครงการชุมชนพอเพียงนี้ กลับมีสิ่งมหัศจรรย์เกิดขึ้นมาแล้วกล่าวคือ มีการโอนเงินก่อนที่จะได้รับการอนุมัติโครงการ จากเอกสารที่เป็นภาพถ่ายสมุดบัญชีของชุมชนสามัคคีพัฒนา เลขที่บัญชี 01-0134-20-041408-8 ธนาคารออมสิน สาขาหัวหมาก โดยพบว่ามีการโอนเงินเข้ามา 500,000 บาท ซึ่งตรงกับงบฯที่ได้รับตามขนาดของชุมชน ซึ่งในสมุดคู่ฝากได้ระบุการโอนเงินเข้ามาในวันที่ 30 เมษายน 2552 ก่อนหน้าโครงการได้รับการอนุมัติ 4 วัน ต้องถามว่ามันเป็นความมหัศจรรย์ในการทำโครงการนี้หรืออย่างไร และเรื่องนี้ได้รับการยืนยันจากประธานชุมชนสามัคคีพัฒนาว่าเกิดเหตุการณ์อย่างนี้ขึ้นจริง เราไม่ได้เอาสิ่งเลื่อนลอยมาพูดอย่างที่หลายคนพยายามจะชี้ให้เห็นอย่างนั้น

ในกรณีนี้ทำให้ทางกลุ่ม กทม. ตั้งขอสังเกตว่า การที่มีการโอนเงินหรือจ่ายเงินงบฯก่อนที่โครงการจะได้รับการอนุมัตินั้น เป็นไปไม่ได้ในทางปฏิบัติ เพราะขัดต่อระเบียบอย่างแน่นอน แม้จะอ้างว่าลงวันที่ผิด ก็คงฟังไม่ขึ้น เพราะเอกสารการอนุมัติโครงการนั้นเดินทางมาถึงทีหลัง เรื่องนี้นายสุมิท แช่มชื่น ผอ.สพช. ต้องออกมาชี้แจงเรื่องนี้ให้ชัดเจน หรือต้องสอบสวนการเบิกจ่ายงบฯในส่วนนี้ และยิ่งไปกว่านั้น หลังจากโอนเงินเข้าบัญชีจากทาง สพช.แล้วในวันเดียวกันนั้นเงินที่โอนเข้าก็ถูกถอนออกจากบัญชีในวันเดียวกันทั้งหมด โดยที่ชุมชนผู้เป็นเจ้าของเงินไม่สามารถจับเงินแม้แต่น้อย

เหตุการณ์ในลักษณะนี้ได้เกิดขึ้นมาหลายชุมชน และบางแห่งมีการเข้าจัดการเรื่องเอกสาร ทั้งเปิดบัญชี ถอนเงิน โดยให้ทางกรรมการชุมชนเซ็นชื่ออย่างเดียว เรื่องนี้มีการร่วมมือจากเจ้าหน้าที่ธนาคารบางคนด้วย จึงเป็นสิ่งที่น่าสังเกตว่า ทุกอย่างนั้นได้มีการจัดวาง หรือที่เรียกว่า "Set up" ไว้เป็นอย่างดี โดยเงินงบฯนี้ไม่ได้ผ่านมือของชาวบ้านเลย แค่เข้าบัญชีแล้วก็ออกไปเข้ากระเป๋าพ่อค้าบางคนทันที

ประเด็นที่ 3 เรื่องที่มีการออกมาแก้ตัวรายวันของนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ รองนายกรัฐมนตรี "คุณชายละเอียด" ที่รับผิดชอบในเรื่องนี้ ซึ่งไม่ทราบว่าแก้ตัวเพื่อตัวเองหรือเพื่อใคร แต่วุฒิภาวะที่มีอยู่ไม่น่าสะท้อนภูมิปัญญาของนายกอร์ปศักดิ์ได้ โดยลักษณะที่ออกมาท้าทายให้ทางพรรคเพื่อไทยเปิดหลักฐานต่างๆ ออกมาหากว่ามีการทุจริตจริง จึงต้องขอเรียนว่า ท่านรองนายกฯจะได้รับทราบอย่างแน่นอน และต้องขอเตือนไว้ก่อนว่า หากได้เห็นหลักฐานต่างๆ ท่านจะมาเฉไฉหรือบ่ายเบี่ยงไม่ตรวจสอบหรืออ้างข้างๆ คูๆ ใดไม่ได้เลย เพราะเท่าที่เห็นนั้น บางอย่างท่านไม่ได้มีความรู้ หรือรู้ไม่จริงในหลายประเด็น เช่น ที่ท่านกล่าวว่าตู้น้ำดื่มพลังงานแสงอาทิตย์ที่ราคาแพงเกินจริงอย่างมาก แต่ประหยัดพลังงานนั้น เรื่องนี้ต้องกล่าวว่าเป็นการให้ข้อมูลที่ผิดพลาดอย่างมาก เพราะไม่ได้พูดถึงการคุ้มค่าในการลงทุนเลยแม้แต่น้อย

ผมจะอธิบายให้ฟังว่า เครื่องทำน้ำดื่มพลังงานแสงอาทิตย์นี้กินกำลังไฟฟ้าที่ 250 วัตต์ต่อ 1 ชั่วโมง เท่ากับกี่ยูนิต (1 ยูนิต = 1000 วัตต์) ค่าไฟฟ้าอยู่ที่ 3.50 บาท/ยูนิต ดังนั้น 250 วัตต์ ของเครื่องทำน้ำดื่มจะกินพลังงานไฟฟ้าเพียง 0.87 บาท/ชั่วโมง หากเปิดทั้งวันก็จะเสียค่าไฟฟ้าทั้งสิ้นวันละประมาณ 21 บาทเท่านั้น (0.87 x 24 = 20.88) แต่เมื่อเปรียบเทียบกับราคาที่ต้องจ่ายถึง 300,000 บาทต่อเครื่อง จะพบว่าต้องใช้เวลาทั้งสิ้นประมาณ 14,285 วัน หรือ 39 ปี จึงจะคุ้มค่า หรือแม้ว่าจะขายน้ำดื่มได้เท่าไร ก็คงไม่สามารถลดระยะเวลาคุ้มทุนกับตู้น้ำดื่มนี้ไปได้เท่าไร เพราะต้องจ่ายค่าน้ำให้การประปาอยู่ดี และระบบกรองน้ำระบบนี้ RO (reverse osmosis) จะทิ้งน้ำไปประมาณร้อยละ 30 ซึ่งเป็นเรื่องปกติ

เหตุที่ต้องดูจุดคุ้มทุนนั้น ก็เพราะว่าเงินที่จ่ายอย่างแพงลิ่วให้กับตู้น้ำดื่มนี้ ถือว่าเป็นการลงทุนที่ไม่มีความคุ้มค่า และสูญเงินไปโดยเปล่าประโยชน์อย่างมาก การอ้างว่าเป็นการอนุรักษ์พลังงานนั้นก็ฟังไม่ขึ้นอีก เพราะว่าเท่าที่ทราบมานั้น แผงโซลาร์เซลล์ก็ใช้งานได้ไม่ดีหรือประสิทธิภาพไม่ถึง และที่สำคัญนั้น อายุของแผงโซลาร์เซลล์นั้นมีเพียงแค่ 5 ปี และหากคิดที่อัตราคุ้มทุนอยู่ที่ 38-39 ปีนั้น ก็ยิ่งไม่เห็นความจำเป็นในการใช้ระบบนี้เลย แม้ว่าจะเป็นการใช้ไฟฟ้าจากการไฟฟ้านครหลวงไปตลอด 39 ปี ก็จะเสียค่าไฟที่ประมาณ 14,235 บาทเท่านั้น ซึ่งจะคุ้มค่ากับตู้น้ำราคา 3 แสนบาทได้อย่างไร

จากประเด็นที่นายกอร์ปศักดิ์ได้ออกมาให้ข่าวในลักษณะที่ว่า การที่มีบางชุมชนเสนอโครงการโดยไม่ผ่านการทำเวทีประชาคม เป็นเพราะประชาชนไม่มีเวลา ต้องทำมาหากิน หรืออ้างว่าทางผู้เซ็นโครงการนี้โดยเฉพาะอย่างยิ่งในต่างจังหวัดที่ให้นายอำเภอเซ็นเสนอขึ้นมาแล้วทาง สพช.อ้างว่าไม่รู้หรือคงไม่รู้ เรื่องนี้เป็นสิ่งที่ไม่สามารถรับได้ เพราะการดำเนินการโครงการนั้น ได้ระบุออกมาเป็นระเบียบอย่างชัดเจน การกระทำที่ละเมิด หรือฝ่าฝืนระเบียบอย่างนี้ ถือว่าเป็นความผิดหรือไม่อย่างไร

การทำประชาคมเป็นส่วนหนึ่งของขั้นตอนการดำเนินโครงการนี้ ดังนั้นการละเว้นหรือเซ็นเอกสารอันเป็นเท็จ โดยเจ้าพนักงานหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐ ถือว่าเป็นการกระทำที่เข้าข่ายความผิด ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 175 ในการปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ และเข้าข่ายความผิดในการปลอมเอกสารสิทธิ หรือเอกสารราชการตามมาตรา 265 ประมวลกฎหมายอาญา ซึ่งในฐานความผิดนี้ มีหลายคนอาจจะต้องติดคุกด้วย เพราะว่าถือว่าเป็นการร่วมกันกระทำความผิด

ก่อนที่ประเทศจะเสียหายมากไปกว่านี้ ทางกลุ่ม กทม. เพื่อไทย จึงใครอยากให้รัฐบาลนี้รีบดำเนินการแก้ไขปัญหาโดยด่วน ซึ่งเชื่อว่าสิ่งที่เสนอไปนั้นก็เพียงพอต่อการสอบสวน อย่าลอยตัวหรือทำไม่สนใจ หรือออกมาร้องท้าหาหลักฐาน ซึ่งไม่ว่าอย่างไร หากมีการส่อไปในทางพิรุธ หรือส่อไปในทางมิชอบ ทางรัฐบาลก็ควรเร่งดำเนินการทันทีไม่ใช่มาร้องท้าให้เปิดหลักฐาน เหมือนเป็นการการันตีว่า การดำเนินการโครงการนี้ไม่มีการทุจริต

ในเร็วๆ นี้ เราจะดำเนินการแถลงข่าวเรื่องนี้อย่างละเอียดอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งขอบอกว่าจะเป็นการเปิดโปงขบวนการงาบงบฯพอเพียง จนให้เห็นไส้ในของผู้ที่อยู่เบื้องหลังเรื่องนี้ทั้งหมด วันนี้ทราบว่ามีเข้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลเข้าไปล็อบบี้ผู้นำชุมชนให้เกิดความกลัวไม่กล้าที่จะเรียกร้องความยุติธรรมในเรื่องนี้ อย่างไรก็ตาม ขอให้ชุมชนอย่ากลัว เพราะหากนิ่งเฉยอาจตกเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดได้

 

Advertisement Replay Ad
"นายกฯ-อ.น้อง" รับรางวัล "คู่ขวัญใจเพชร" งานอุ่นไอรักฯ

"นายกฯ-อ.น้อง" รับรางวัล "คู่ขวัญใจเพชร" งานอุ่นไอรักฯ

ผิดคิว รมว.เกษตร โยนกล้าข้าว ตกใส่หัว “นายกรัฐมนตรี”

ผิดคิว รมว.เกษตร โยนกล้าข้าว ตกใส่หัว “นายกรัฐมนตรี”

บิ๊กตู่ ขู่ยกเลิกลอตเตอรี่ หลังคดีหวย 30 ล้าน ทะเลาะกันไม่เลิก

บิ๊กตู่ ขู่ยกเลิกลอตเตอรี่ หลังคดีหวย 30 ล้าน ทะเลาะกันไม่เลิก

พล.อ.ประยุทธ์ วอนอย่าโยงอุบัติเหตุกับเรื่องโหราศาสตร์

พล.อ.ประยุทธ์ วอนอย่าโยงอุบัติเหตุกับเรื่องโหราศาสตร์

นายกฯ บ่นถ้าหากแก้หวยไม่ได้ อาจจะยกเลิกลอตเตอรี่

นายกฯ บ่นถ้าหากแก้หวยไม่ได้ อาจจะยกเลิกลอตเตอรี่

ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ "อีกา" จิก "พิราบ" ตายหน้าตึกไทยคู่ฟ้า

ไม่เชื่ออย่าลบหลู่ "อีกา" จิก "พิราบ" ตายหน้าตึกไทยคู่ฟ้า

กต.เผยสอบภาพ "ยิ่งลักษณ์-ทักษิณ" เป็นของเก่าปี 57

กต.เผยสอบภาพ "ยิ่งลักษณ์-ทักษิณ" เป็นของเก่าปี 57

ธูปปริศนา 36 ดอก จุดหน้าปืนใหญ่ ตึกไทยคู่ฟ้า

ธูปปริศนา 36 ดอก จุดหน้าปืนใหญ่ ตึกไทยคู่ฟ้า

"สนช." ไฟเขียวให้ตัวเอง "รับจ็อบได้โดยไม่พ้นสมาชิกภาพ"

"สนช." ไฟเขียวให้ตัวเอง "รับจ็อบได้โดยไม่พ้นสมาชิกภาพ"

ทำเนียบติดโคมตรุษจีน คาดแก้เคล็ดอ่างบัวแตก

ทำเนียบติดโคมตรุษจีน คาดแก้เคล็ดอ่างบัวแตก

จับตาการเมือง สนช. ตั้ง “กมธ. ร่วม 3 ฝ่าย” แก้กฎหมายลูก ส.ส., ส.ว.

จับตาการเมือง สนช. ตั้ง “กมธ. ร่วม 3 ฝ่าย” แก้กฎหมายลูก ส.ส., ส.ว.

อ่างบัวทำเนียบรัฐบาลแตก วิจารณ์หวั่นเป็นลางร้าย ครม. ร้าว

อ่างบัวทำเนียบรัฐบาลแตก วิจารณ์หวั่นเป็นลางร้าย ครม. ร้าว

ลุงตู่ ควงภริยา อ.น้อง สวมชุดไทยร่วมงานอุ่นไอรัก

ลุงตู่ ควงภริยา อ.น้อง สวมชุดไทยร่วมงานอุ่นไอรัก

‘มีชัย’ ยันไร้สัญญาณคว่ำ กฎหมายเลือกตั้ง

‘มีชัย’ ยันไร้สัญญาณคว่ำ กฎหมายเลือกตั้ง

ประวิตร ไม่ตอบคาใจ หมอธี วิจารณ์นาฬิกาหรู บอกยังเจ็บคอ

ประวิตร ไม่ตอบคาใจ หมอธี วิจารณ์นาฬิกาหรู บอกยังเจ็บคอ

ขึ้นเงินเดือนศาล-องค์กรอิสระ 10% ย้อนหลังตั้งแต่ 1 ธ.ค. 57

ขึ้นเงินเดือนศาล-องค์กรอิสระ 10% ย้อนหลังตั้งแต่ 1 ธ.ค. 57

ประวิตร ขอขยายเวลาแจงนาฬิการอบ 3 กับ ปปช.

ประวิตร ขอขยายเวลาแจงนาฬิการอบ 3 กับ ปปช.

รมว.ศึกษาฯ ไม่ลาออก ยอมรับวิจารณ์ปมนาฬิกาหรูจริง ขอโทษป้อม-ตู่แล้ว

รมว.ศึกษาฯ ไม่ลาออก ยอมรับวิจารณ์ปมนาฬิกาหรูจริง ขอโทษป้อม-ตู่แล้ว

“หมอธี” ดอดพบนายกฯ คาดแจงปมประวิตร งดคุยสื่อ

“หมอธี” ดอดพบนายกฯ คาดแจงปมประวิตร งดคุยสื่อ

ประวิตร งดพูด หมอธี วิจารณ์ควรลาออกปมนาฬิกา

ประวิตร งดพูด หมอธี วิจารณ์ควรลาออกปมนาฬิกา

ส่งอีเมล์ให้เพื่อน

ส่งให้เพื่อนหลายคนใส่ “,” (ส่งพร้อมกันมากสุด 50 อีเมล์)

ส่งอีเมล์