เจ้าชายแอนดรูว์ทรงห่วงการเมืองไทย

เจ้าชายแอนดรูว์ทรงห่วงการเมืองไทย

เจ้าชายแอนดรูว์ทรงห่วงการเมืองไทย
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

เจ้าชายแอนดรูว์ เสด็จเยือนประเทศไทยในฐานะพระราชอาคันตุกะ ทรงห่วงสถานการณ์การเมืองและเศรษฐกิจของไทย

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 7 ต.ค. เจ้าชายแอนดรูว์ อัลเบิร์ต คริสเตียน เอ็ดเวิร์ด ดยุกแห่งยอร์ก เสด็จถึงตึกไทยคู่ฟ้า ทำเนียบรัฐบาล โดยมีนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ถวายการต้อนรับในการเสด็จเยือนประเทศไทยทั้งในฐานะพระราชอาคันตุกะ และในฐานะผู้แทนพิเศษด้านการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ ซึ่งทรงมีบทบาทสำคัญในการส่งเสริมการค้า และกระชับความสัมพันธ์ไทย-สหราชราชอาณาจักร ให้มีความแน่นแฟ้นในทุกระดับ ตั้งแต่ระดับพระราชวงศ์ รัฐบาล ราชการและประชาชน

ในโอกาสนี้ ดยุกแห่งยอร์ก มีพระราชปฏิสันฐาน แก่นายกรัฐมนตรี เกี่ยวกับสถานการณ์ทางการเมืองและเศรษฐกิจของไทย ที่เชื่อมโยงกับการสร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุนสหราชอาณาจักรมาทำธุรกิจในประเทศไทยมากขึ้น และตรัสถึงข้อห่วงกังวลส่วนใหญ่ของนักลงทุนสหราชอาณาจักรในขณะนี้ ซึ่งได้แก่เรื่องเสถียรภาพทางการเมืองของไทย ซึ่งในโอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวถวายรายงานเกี่ยวกับการดำเนินนโยบายของรัฐบาลในช่วง9 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งรัฐบาลไทยมีเป้าหมายที่ชัดเจนที่เปิดกว้างต่อภาคธุรกิจและรับฟังข้อห่วงกังวลจากนักลงทุนทั้งภายในและภายนอกอย่างใกล้ชิด ในช่วงแรก รัฐบาลได้ดำเนินมาตรการต่างๆได้ทันท่วงทีและได้ดูแลและแก้ไขปัญหาอุปสรรคทางการค้าอย่างจริงจัง ซึ่งในขณะนี้กรณีส่วนใหญ่ได้รับการแก้ไขแล้ว

นอกจากนี้ ในระยะเวลา 9 เดือนที่ผ่านมา รัฐบาลได้พิสูจน์ให้นักลงทุนและนักธุรกิจจากต่างชาติมั่นใจว่ารัฐบาล มิได้ปล่อยให้ปัญหาทางการเมืองภายในประเทศเป็นอุปสรรคต่อการดำเนินธุรกิจในประเทศไทย ซึ่งดยุกแห่งยอร์กตรัสว่า ประเทศไทยนับว่ามีบรรยากาศที่เอื้อต่อการลงทุนและเป็นมิตรต่อต่างชาติ และรัฐบาลแห่งสหราชอาณาจักรมั่นใจว่า รัฐบาลไทยจะสามารถแก้ไขปัญหาการเมืองได้โดยสันติวิธีและยึดมั่นหลักประชาธิปไตย

นอกจากนี้ดยุกแห่งยอร์ก ได้มีพระราชปฏิสันฐานสอบถามนายกรัฐมนตรีเกี่ยวกับแนวโน้มของเศรษฐกิจโลกและประเด็นระหว่างประเทศที่อยู่ในความสนใจร่วมกัน อาทิ ผลการประชุม Pittsburgh Summit การเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ รวมถึงการดำเนินการผลักดันการเจรจาการค้าพหุภาคีภายใต้ รวมถึงประเด็นในภูมิภาคนี้ที่นักลงทุนมีความสนใจ อาทิ สถานการณ์ในพม่า รวมทั้ง ผลสำเร็จของประชาคมอาเซียนในเรื่องต่างๆ ซึ่งนายกรัฐมนตรีกราบทูลว่า การเชื่อมโยงกันมากขึ้นในประชาคมอาเซียนรวมทั้งความตกลงทางการค้าเสรีระหว่างอาเซียนกับประเทศต่างๆ อาทิ จีน อินเดีย ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ จะยิ่งเอื้อต่อการดำเนินธุรกิจของนักลงทุนสหราชอาณาจักรในประเทศไทย และไทยสามารถเป็นศูนย์กลางทางการค้าในภูมิภาคนี้ให้แก่สหราชอาณาจักรได้ดียิ่งขึ้น

ทั้งนี้ ภายหลังการหารือ นายกรัฐมนตรี ได้ถวายเลี้ยงพระกระยาหารกลางวันแด่ ดยุกแห่งยอร์ก ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล ซึ่งมีนักธุรกิจชั้นนำของไทยและสหราชอาณาจักรเข้าร่วมด้วย

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook