น้องมิ้นท์แฉมือฆ่านำศพแม่กลับมารูดทรัพย์ที่บ้านก่อนทิ้ง

น้องมิ้นท์แฉมือฆ่านำศพแม่กลับมารูดทรัพย์ที่บ้านก่อนทิ้ง

น้องมิ้นท์แฉมือฆ่านำศพแม่กลับมารูดทรัพย์ที่บ้านก่อนทิ้ง
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ศิริพงษ์เครียดหลังเข้าเรือนจำสั่งดูแลใกล้ชิด แพทย์แถลงอาการดีขึ้นเป็นลำดับ กันไม่ให้รับสื่อหวั่นกระทบจิตใจ

เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่ 16 ต.ค. พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รอง ผบช.น. เปิดเผยภายหลังสอบปากคำด.ญ.พิชยา จงงามวิลัย หรือน้องมินท์ อายุ 13 ปี เหยื่อฆาตกรฆ่าหั่นที่รอดชีวิต โดยระบุว่า น้องมินท์มีความจำดีมาก สามารถจำทรัพย์สินของนางสุนันท์ ศรีสุวรรณ มารดา ได้ทั้งหมดว่านำอะไรติดตัวมาบ้าง คาดว่าจะมีข่าวดีในเร็ววันนี้ นอกจากนี้น้องมินท์ยังให้การด้วยว่าผู้ต้องหาได้นำศพมารดากลับมาที่บ้านก่อนเพื่อรูดทรัพย์สินจากนั้นจึงค่อยนำศพกลับไปทิ้งที่ลาดหลุมแก้ว ขณะนี้สามารถติดต่อบิดาของด.ช.โชได้แล้ว และเตรียมจะเดินทางมาเพื่อรับศพลูก ซึ่งตำรวจเตรียมจะสอบปากคำ พร้อมทั้งสาวประวัติ ช่วง 5 ปีที่ผ่านมาของนางสุนันท์ ในการเดินทางเข้าออกประเทศว่าประกอบอาชีพอะไร นอกจากนี้ยังมีประเด็นที่ยังเป็นที่เคลือบแคลงคือเวลาในการเสียชีวิตของน้องโช ที่ผู้ต้องหาให้การไม่ตรงกับเจ้าหน้าที่นิติเวชวิทยา

เวลา 11.00 น. วันที่ 16 ต.ค. ที่หอผู้ป่วยใน ชั้น 7 โรงพยาบาลพระราม 9 น.พ.ไพรัช เจาฑะเกษตริน ผู้ช่วยผู้บริหารฝ่ายการแพทย์ และผู้เชี่ยวชาญด้านศัลยกรรมกระดูก พร้อมด้วย นพ.วิทยา วันเพ็ญ จิตแพทย์ ที่ดูแลอาการของ ด.ญ.พิชยา หรือน้องมิ้นท์ จงงามวิลัย อายุ 13 ปี เหยื่อฆาตกรที่รอดชีวิต แถลงข่าว ภายหลังการตรวจอาการของน้องมิ้นท์เมื่อช่วงเช้า พบว่า โดยรวมนับว่าน้องมิ้นท์มีอาการดีขึ้นตามลำดับ ไม่มีอะไรน่าวิตกเกี่ยวกับบาดแผลการผ่าตัด มีเพียงแผลที่บริเวณศอกซ้ายที่กระดูกแตก ซึ่งต้องทำกายภาพบำบัดอีกระยะหนึ่ง

นพ.วิทยา จิตแพทย์ กล่าวเปิดเผยว่า ขณะนี้นับว่าน้องมิ้นท์มีสุขภาพจิตที่ดีขึ้นมากหากเทียบกับวันแรกที่เข้ามารักษาตัว โดยขั้นตอนการเยียวยาสภาพจิตใจ ทางรพ.ใช้วิธีสร้างสัมพันธภาพ พยายามให้น้องมิ้นท์ได้รับความผ่อนคลายมากที่สุด ขณะนี้พบว่าสภาพจิตใจของน้องมินท์พร้อมให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามทางรพ.ก็พยามที่จะไม่ให้น้องมิ้นท์ติดตามเรื่องของตัวเองผ่านสื่อมากนัก เนื่องจากเกรงว่าในบางกรณีของผู้ป่วยที่เคยผ่านเหตุการณ์ร้ายแรงมา อาจส่งผลกระทบกับสภาพจิตใจให้กับผู้ป่วย ทำให้เกิดอาการโรคซึมเศร้า วิตกกังวลอย่างรุนแรง และอาจถึงขั้นทำร้ายตัวเอง ซึ่งตรงนี้ทางแพทย์ผู้ให้การรักษาต้องระวังเพราะจะส่งผลถึงความปลอดภัยของเด็กผู้เสียหายด้วย

นพ.วิทยา กล่าวอีกว่า หลังการเยียวยาสภาพจิตเบื้องต้นของน้องมิ้นท์แล้ว ต่อไปก็ต้องพยายามหาทางให้คนใกล้ชิดหรือคนที่เด็กไว้ใจมาช่วยฟื้นฟูสภาพจิตใจของน้องอีกทางหนึ่งด้วย แต่ถ้านับการประเมินสภาพจิตใจของน้องตอนนี้ก็นับว่ามีดีขึ้นประมาณ 70-80 เปอร์เซ็นต์ ทั้งนี้หากทางแพทย์พบว่าการสอบปากคำของเจ้าหน้าที่ตำรวจในบ่ายวันนี้พบว่าทำให้น้องมิ้นท์เกิดอาการเครียดหรือภาวะจิตใจย่ำแย่อีกก็ต้องพิจารณายกเลิกการสอบปากคำออกไป

เวลา 12.00 น. พ.ต.อ. สุธีร์ เนรกัณฐี รอง ผบก.น.7 เดินทางมายัง สน.ตลิ่งชัน พร้อมเรียกทีมพนักงานสอบสวนเข้าพบ จากนั้นได้เปิดเผยว่า ตนเดินมาเร่งรัดคดี กับทีมพนักงานสอบสวนว่ามีปัญหาติดขัดอะไรบ้าง ทุกอย่างไม่มีปัญหาเหลือเพียงผลทางด้านวิทยาศาสตร์ ช่วงบ่ายพนังงานสอบสวนจะเดินทางเข้าสอบปากคำ ด.ญ.พิชยา หรือน้องมิ้นท์ ที่ ร.พ.พระราม 9 พร้อมพยานทางวัตถุ เช่น เสื้อผ้า ของน้องโช รถแท็กซี่คันที่ก่อเหตุ เพื่อให้พยานชี้ยืนยันอีกครั้ง พร้อมเข้าสอบปากคำอย่างละเอียด ร่วมกับ อัยการ ศาล ผู้ปกครอง นักสังคมสงเคราะห์ แพทย์ และนักจิตวิทยา ส่วนทางด้านศพของน้องโช คงรอทางด้านสถานฑูต หรือญาติฝ่ายแม่ติดต่อเข้ามา พ่อของน้องโช ซึ่งเป็นชาวญี่ปุ่นยังไม่ได้ติดต่อเข้ามา มีเพียงสถานฑูตญี่ปุ่นได้มาขอข้อมูลบ้างแล้ว ส่วนการสอบปากคำสามีคนแรกของนางสุนันท์ ศรีสุวรรณ ผู้เสียชีวิต ขณะนี้ทางพนักงานสอบสวนพยายามติดต่ออยู่คาดว่าไม่น่ามีปัญหา เหลือแต่เพียงเร่งรัดหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ส่งไปตรวจสอบ

ต่อมา พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รองผบช.น.เดินถึง สน.ตลิ่งชัน พร้อมเรียกทีมพนักงานสอบสวนเข้าพบเพื่อกำชับสำนวน ก่อนเดินทางไปยัง ร.พ.พระราม9 พร้อมวัตถุพยาน เพื่อให้น้องมิ้น ชี้ยืนยันอีกครั้ง พร้อมสอบปากคำอย่างละเอียด

ที่กระทรวงยุติธรรม นายกอบเกียรติ กสิวิวัฒน์ รองอธิบดีกรมราชทัณฑ์ กล่าวถึงการควบคุมดูแล นายศิริพงษ์ กาญจนนิวิฐ อายุ 40 ปี โชเฟอร์แท็กซี่ ฆ่าโหดลั่นกระสุนสังหาร น.ส.สุนันท์ หรือแอน ศรีสุวรรณ อายุ 38 ปี ภรรยาตัวเอง กับด.ช.โช มาคิโน อายุ 5 ขวบ ลูกติดของน.ส.สุนันท์ที่เกิดกับสามีเก่าชาวญี่ปุ่น ที่ถูกส่งตัวเข้าเรือนจำพิเศษกรุงเทพ ลาดยาว ตั้งแต่คืน วันที่ 15 ต.ค.ที่ผ่านมา ว่า ขณะนี้ นายศิริพงษ์ ได้ถูกส่งตัวไปควบคุมไว้ที่แดนแรกรับ (แดน1) โดยทางเรือนจำได้จับทำประวัติผู้ต้องหาใหม่ และแจกคู่มือติดคุก จากนั้นประมาณ 2 สัปดาห์ ก็จะมีการจำแนกผู้ต้องขังใหม่ เพื่อไปอยู่ตามแดนต่างๆ ตามความเหมาะสม ซึ่งจะมีคณะกรรมการราชทัณฑ์เป็นผู้พิจารณาเป็นรายบุคคล โดยจำแนกตามคดีที่ก่อขึ้น และจำแนกตามอายุของผู้ต้องขัง

นายกอบเกียรติ กล่าวต่อว่า ส่วนนายศิริพงษ์ ผู้ต้องหารายนี้ จากการติดตามข่าวพบว่ามีพฤติกรรมที่โหดเหี้ยมซึ่งก็คงจะต้องส่งนักจิตวิทยา เข้าไปพูดคุยเพื่อจะได้ดูว่าผู้ต้องหารายนี้ป่วยทางจิตหรือไม่เพื่อจะได้ทำการรักษาต่อไป และขณะนี้ทราบว่านายศิริพงษ์ มีอาการเครียดหลังจากถูกส่งตัวเข้าเรือนจำเมื่อคืนนี้ จึงได้สั่งให้เจ้าหน้าที่เรือนจำดูแลอย่างใกล้ชิดในช่วงนี้ พร้อมทั้งขอความร่วมมือกับนักโทษที่อยู่แดนเดียวกันช่วยเข้าไปพูดคุยเพื่อให้หายเครียด ซึ่งคิดว่าไม่น่าจะมีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook