จับอาการ "ลุงป้อม-ลุงตู่" แยกกันเดินแล้วจะรวมกันตี หรือ จะชิ่งหนีทางใครทางมัน?!!!

จับอาการ "ลุงป้อม-ลุงตู่" แยกกันเดินแล้วจะรวมกันตี หรือ จะชิ่งหนีทางใครทางมัน?!!!

จับอาการ "ลุงป้อม-ลุงตู่" แยกกันเดินแล้วจะรวมกันตี หรือ จะชิ่งหนีทางใครทางมัน?!!!
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

ต้องจับตาความสัมพันธ์ของ "ลุงป้อม-ลุงตู่" ที่นาทีนี้เหมือนจะแยกทางกันเดิน แต่จะกลับมารวมพลังกันตีในช่วงเข้าด้ายเข้าเข็มหรือไม่ หรือสุดท้ายจะสวมคอนเวิร์สทางใครทางมัน?!!!

มู้ดแอนด์โทนของพี่น้อง 2 ป. ออกมาไม่ต่างกัน ระหว่าง “หัวหน้าป้อม” เมื่อวาน (14 ต.ค.) กับ “นายกฯ ลุงตู่” วันนี้ (15 ต.ค.) ที่แยกทางกันเดินแม้เป็นทางเดียวกันคือพื้นที่อีสาน ในการลงพื้นที่ตรวจสภาพน้ำท่วม

โดยวันนี้ “ลุงตู่” กำลังอยู่ที่ จ.อุบลฯ หลังเมื่อวาน “พี่ใหญ่” ไปขอนแก่นแล้วไปจ๊ะเอ๋ “แนวต้าน” จาก “ม็อบราษฎร” เป็นครั้งแรก จนมีเหตุกระทบกระทั่งแบบเจ็บเนื้อเจ็บตัวทั้งตำรวจและม็อบ ที่วันนี้มี “คำถามวงแตก” อีกครั้งหลังจากที่วันก่อนเพิ่งวงแตกจากที่ไปถาม “บิ๊กตู่” เรื่องที่ “พีระพันธุ์” โดนแรงต้านจากคนในพรรคพลังประชารัฐ

แต่วันนี้ “ลุงป้อม” ถึงกับบ่นอุบเดินหนีทันที เมื่อโดนถามถึงความสัมพันธ์พี่น้อง 3 ป. ว่าจะจูงมือเดินไปด้วยกันจะไม่แยกจากกันหรือไม่ เพราะใช้กลวิธีบ่นดังๆ ให้ได้ยินว่า “ไม่ตอบแล้ว ขี้เกียจตอบ เพราะพูดไปหมดแล้ว” ไม่นับรวมที่มีการพูดถึงสถานะของ “นายกฯ ลุงตู่” ในการเป็น “แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี” ของพรรคพลังประชารัฐว่าไม่จำเป็นต้องเป็นสมาชิกพรรคก็ได้ ก่อนที่จะยืนยันยังคงแยกกันเดินในการลงพื้นที่กับนายกฯ เพราะถ้าเดินตามทันก็อยากไป แต่ถ้าไปด้วยกันแล้วเดินตามไม่ทัน งั้นแล้วจะลงไปด้วยกันทำไม สู้แยกกันทำงานไม่ดีกว่าหรือ

ยังรักกันดี ไม่แตกคอ?

เรียกว่าแม้ทั้ง “นายกฯ ลุงตู่” และ “หัวหน้าป้อม” จะออกมาทั้งพูดเองหรือให้โฆษกรัฐบาลช่วยพูดแบบรัวๆ ในรอบ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อยืนยันว่า 3 ป. ยังรักกันดี ไม่เคยคิดยุบสภาตอนนี้ แต่ก็ยังคงถูกจับตาจากทุกฝ่ายรวมถึงสื่อที่ถามย้ำเพราะร่องรอยความขัดแย้งที่ลุกลาม “ศูนย์อำนาจ 3 ป.” จาก “ธรรมนัสเอฟเฟกต์” ที่ถือเป็น “มือวาง” ในการทำศึกเลือกตั้งที่อาจเกิดขึ้นหากมีอุบัติเหตุการเมืองในสภาฯ ให้กับ “หัวหน้าป้อม” อันก่อเป็นความไม่สบายใจโดยเฉพาะกับ “นายกฯ ลุงตู่” จนถูกมองว่าการเข้ามาประกบ “หัวหน้าป้อม” ของ “พีระพันธุ์-สมศักดิ์” แม้ “บิ๊กตุ๋ย” จะอยู่ใน “เซนต์คาเบรียลคอนเน็กชั่น” กับ “ลุงป้อม” แต่ด้วยความที่เป็นมือทำงานให้กับ “นายกฯ ลุงตู่” มาหลายเรื่องใน “โหมดการบ้าน” ทำให้เจอแรงต้านทันทีจากคนในพรรคพลังประชารัฐ

ยิ่งจากภาษากายของ “นายกฯ ลุงตู่” กับอาการ “วงแตก” เช่นกันเมื่อถามเรื่องนี้ ก็ทำให้เห็นว่ายังมีร่องรอยที่ยิ่งงวดใกล้การเปิดสภาฯ ในวันที่ 1 พ.ย. เข้ามาเท่าไหร่ ยิ่งทำให้เกิดความไม่สบายใจกับ “คนตึกไทยคู่ฟ้า” ที่ด้านหนึ่งแม้ทั้ง “ศูนย์อำนาจ 3 ป.” จะปฏิเสธถึงความเปลี่ยนแปลงในระดับที่ต้องมีการเลือกตั้งใหม่ และส่งสัญญาณภาพว่าอาจเข้าสู่จังหวะ “ปรับ ครม.ฟันหลอ” ที่ นายกฯ รับฟังหรือมีการแจ้งเพื่อทราบให้กับ “หัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาล” ทุกพรรค ซึ่งรวมถึง “หัวหน้าป้อม” เมื่อวันก่อน

หนุนผู้สมัครผู้ว่าฯ เมืองหลวง ไม่ลงตัว!

ที่ทั้งหมดยังไม่นับรวมร่องรอยที่เคยเกิดขึ้นก่อนหน้านี้ และใกล้ที่จะปะทุขึ้นมาอีกครั้งหลังประวิงเวลามาระยะหนึ่งจน “บิ๊กวิน” ผู้ว่าฯ กทม. จากการแต่งตั้งที่นั่งยาวมา 5 ปี กับการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ที่เป็นอีกช็อตที่ยังไม่คลิกกัน ที่ว่ากันว่า 2 ป. หนุน “ว่าที่ผู้สมัคร” คนละคนกัน จนเกิดภาพเหมือนกับเคสว่าที่นายกฯ ของ “พรรคเพื่อไทย” ที่พรรคการเมืองและผู้สมัครอิสระทยอยเปิดหน้าเดินงานพื้นที่ตุนแต้ม แต่รัฐบาลพลังประชารัฐยังกิ๊กกั๊ก

จนมีภาพของ “พล.ต.อ.อัศวิน” ที่เปลี่ยนใจลุย และภาพของ “พล.ต.อ.จักรทิพย์” ที่ซ้อนกันอยู่ในที ที่บังเอิญว่า “ผู้กองนัส” ในยามยังหวานชื่นกับ “คนตึกไทยคู่ฟ้า” ก็เคยถูกมอบหมายให้เตรียมงานการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม.ในส่วนของ พปชร. จาก “พี่ใหญ่” โดยให้ “เสธ.หิ” ทำพีอาร์และมวลชน ที่แทงหวยทั้ง “บิ๊กวิน” และ “บิ๊กแป๊ะ” ที่ “ลุงตู่-ลุงป้อม” ต่างหนุนคนละคนจนทำให้วันนี้มีช็อต “ลุงป้อม” ต้องออกตัวถึงช่วงสัปดาห์ก่อนที่มีข่าวเรียก “ผู้ว่าฯ ณรงค์ศักดิ์” เจ้าของฉายา “ผู้ว่าฯ หมูป่า” ที่ปัจจุบันย้ายมาเป็นพ่อเมืองปทุมธานี ซึ่งเคยถูกยกว่าเป็นนักบริหารมืออาชีพที่เข้าตาหลายฝ่ายว่าเหมาะถึงระดับ “นายกรัฐมนตรี” หรือ “ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร” มาเข้าพบจนมีข่าวทำนองว่ามีการทาบทามลงสนามการเมืองเป็นผู้ว่าฯ กทม. หรือ นายกฯ สำรอง ว่า ไม่ได้เรียกพบแต่เป็นการประสานเข้าพบผ่าน “วิรัช รัตนเศรษฐ” เพื่อคุยกันเรื่องปัญหาน้ำท่วม

แคนดิเดตนายกฯ ของ พปชร. จะจบแค่ที่ "ลุงตู่"?

ทั้งหมดทั้งมวล ไม่ว่าจะแยกกันเดินที่ยังไม่รู้ว่าถึงเวลาจะร่วมกันตีแบบจำใจอย่างไรของสองพี่น้อง 2 ป. ที่หลายฝ่ายประเมินว่าถึงอย่างไรก็ยังต้องไปด้วยกัน เพียงแต่จะมีเหตุผลที่ทำให้ต้องยอมรับยังไงกับความเปลี่ยนแปลง “ตัวบุคคล” ในการนำมาชูเป็นแคนดิเดตนายกฯ ที่แม้ “ส.ส.ใต้” จะบอกว่า “ลุงตู่” ยังขายได้กับคนใต้ แต่นักการเมืองที่เข้าไปลุยน้ำท่วมอกอย่าง “ผู้กองนัส” น่าจะเข้าใจได้มากกว่า “บิ๊ก 3 ป.” อย่างน้อยก็ “บิ๊กป๊อก” มท.1 ซึ่งยอมรับว่าที่ผ่านมาทำงานแบบราชการไม่เหมือนนักการเมือง หรือ ส.ส. ที่ลงพื้นที่ใกล้ชิดประชาชน นี่จึงอาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้เกิดอาการอึดอัดไม่สบายใจของ “2 ป.” ในเวลานี้

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook