แจ้ง 3 ข้อหาหนัก!!! สมคิดพร้อมลูกน้องคดีอุ้มนักธุรกิจซาอุฯ

แจ้ง 3 ข้อหาหนัก!!! สมคิดพร้อมลูกน้องคดีอุ้มนักธุรกิจซาอุฯ

แจ้ง 3 ข้อหาหนัก!!! สมคิดพร้อมลูกน้องคดีอุ้มนักธุรกิจซาอุฯ
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

"ดีเอสไอ"แจ้ง 3 ข้อหาหนัก"พล.ต.ท.สมคิด"พร้อมลูกน้องสีกากี 5 คน คดีการหายตัวปริศนา"อัลลูไวรี่"นักธุรกิจซาอุฯ ตั้งแต่ 19 ปีที่แล้ว เล่นงานข้อหา กักขังหน่วงเหนี่ยว, ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรอง ไว้ก่อน และซ่อนเร้นอำพรางศพ แต่ทางผบช.ภ.5 และลูกน้องให้การปฏิเสธ ทุกข้อกล่าวหา โวยนำตัวจำเลยขึ้นศาลเบิกความซัดทอดแล้วปล่อยตัวไป เตรียมเดินหน้าลุยฟ้องทีมสอบสวน เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเอง

ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เมื่อวันที่ 25 พ.ย. พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม ผบช.ภ.5 พร้อมด้วย พ.ต.อ.สรรักษ์ หรือสมชาย จูสนิท หัวหน้าสำนักงาน ผบช.ภ.5, พ.ต.อ.ประภาส ปิยะมงคล ผกก.สภ.น้ำขุ่น จ.อุบลราชธานี และพ.ต.ท.สุรเดช อุดมดี (ลาออกจากราชการ), จ.ส.ต.ประสงค์ ทอรั้ง (ลาออกจากราชการ) รวม 5 คน เดินทางเข้ามารับทราบข้อกล่าวหากรณีการหายตัวไปของนายโมฮัมหมัด อัลลูไวรี่ นักธุรกิจชาวซาอุดีอาระเบีย เหตุเกิดตั้งแต่ปีพ.ศ. 2533 โดยมีพ.ต.อ.สุชาติ วงศ์อนันตชัย รองอธิบดีดีเอสไอ เป็นผู้รับมอบตัว เบื้องต้นแจ้งข้อกล่าวหา 3 ข้อ คือ ข่มขืนใจ หน่วงเหนี่ยว กักขัง, ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และซ่อนเร้นทำลายศพ

จากนั้นพนักงานสอบสวนได้แยกตัวทั้ง 5 คนไปสอบปากคำ แต่ทั้งหมดได้ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา ทั้งนี้ พ.ต.อ. สุชาติ ยืนยันว่าการแจ้งข้อกล่าวหาทุกข้อเป็นเพราะคณะทำงานซึ่งประกอบด้วยเจ้าหน้าที่ดีเอสไอและอัยการสามารถรวบรวมพยานหลักฐานใหม่ได้ทั้งพยานวัตถุและ พยานบุคคล แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยราย ละเอียดได้ เนื่องจากเกรงว่าจะกระทบกับ ความปลอดภัยของพยานและกระทบกับรูปคดี สำหรับคดีนี้ไม่ได้เกิดจากการทำงานของดีเอสไอเพียงลำพังจึงดำเนินการด้วยความโปร่งใสและให้ความเป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่าย

"กระบวนการดำเนินคดีที่เดินหน้าอยู่ขณะนี้ไม่ใช่ปาหี่ ทุกอย่างผ่านขั้นตอนการพิจารณามาเป็นลำดับ แต่คงไม่สามารถไปการันตีถึงผลการพิจารณาในชั้นศาลได้ว่าท้ายสุดแล้วจะถูกลงโทษหรือไม่ หากย้อนดูก่อนเกิดเหตุการณ์เมื่อปี 2533 มีแรงงานไทยที่ไปค้าแรงงานที่ซาอุฯกว่า 3 แสนคน แต่วันนี้มีคนไทยเหลืออยู่ไม่ถึงพันคน สถานการณ์ที่เกิดขึ้นชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของคดีที่เป็นเรื่องระดับประเทศ ไม่ใช่เรื่องที่พนักงานสอบสวนจะไปสร้างอะไรได้เอง ขอย้ำว่าคำว่าปาหี่ สร้างภาพ สร้างละคร ไม่มีแน่"

พ.ต.อ.สุชาติ กล่าวต่อว่า กรณีที่ผู้ถูกกล่าวหาเข้าพบพนักงานสอบสวนตามหมายเรียกจึงไม่มีการจับกุมหรือควบคุมตัวไว้ ส่วนกรณีที่คดีใกล้หมดอายุความไม่เป็นปัญหาเพราะเชื่อว่าไม่เกินวันที่ 15 ธ.ค.น่าจะสามารถสรุปสำนวนส่งฟ้องได้ เมื่อถามว่าจะต้องเสนอเรื่องไปที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อขอให้พักราชการผู้ถูกกล่าวหาหรือไม่ พ.ต.อ.สุชาติ ตอบว่า เนื่องจากผู้ถูกกล่าวหารับราชการมานานจึงต้องระมัดระวังและให้ความเป็นธรรมเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายกันทั้งสองฝ่าย เรื่องนี้จำเป็นต้องมีการหารือกับอธิบดีดีเอสไอและผู้ใหญ่อย่างรอบคอบอีกครั้ง

ขณะเดียวกันภายหลังสอบปากคำนานกว่า 3 ชม. พล.ต.ท.สมคิด ผบช.ภ.5 ออกมาให้สัมภาษณ์ว่า ตนพร้อมอดีตผู้ใต้ บังคับบัญชาเข้ามารับทราบข้อกล่าวหาจาก ดีเอสไอ เพื่อเป็นหลักประกันให้สังคมรับทราบว่าตำรวจที่ถูกตั้งข้อกล่าวหาดำเนินคดีไม่มีสิทธิพิเศษ และไม่ได้อยู่เหนือกฎหมาย ขอยืนยันความบริสุทธิ์เพราะเคยถูกดำเนินคดีนี้มาแล้ว การที่ดีเอสไอนำมาสอบสวนใหม่โดยอ้างว่าคดีมีพยานบุคคลและพยานวัตถุเพิ่มเติมก็ไม่ขัดข้องและดีใจที่จะได้พิสูจน์ตัวเองอีกครั้งว่าไม่ใช่คนร้ายลอยนวลก่อนที่คดีจะขาดอายุความในอีก 4 เดือน

อย่างไรก็ตามพล.ต.ท.สมคิด กล่าวว่า ได้ทำหนังสือถึงดีเอสไอให้นำพยานบุคคลตามที่มีการกล่าวอ้างมาชี้ตัวพวกตนซึ่งเป็นผู้ต้องหา แต่พนักงานสอบสวนอ้างว่าไม่จำเป็น ดังนั้นตนจึงขอตั้งข้อสงสัยว่าตรงไปตรงมาหรือไม่ เพราะเมื่อเดือนมิ.ย.ที่ผ่านมา ดีเอสไอนำตัว "พ.ต.ท." อดีตตำรวจซึ่งตกเป็นจำเลยในคดีฆาตกรรมและคดีอยู่ระหว่างอุทธรณ์มาเบิกความลับหลังจำเลย รวมทั้งไม่ให้โอกาสตนได้ตั้งทนายความซักค้าน โดยอ้างว่าเป็นพยานปากสำคัญหากไม่เร่งสอบคำให้การจะส่งผลเสียหายต่อคดี และภายหลังการเบิกความก็ไม่ ควบคุมตัวส่งเรือนจำเพื่อรับโทษแต่กลับปล่อย ตัวไป

พล.ต.ท.สมคิด กล่าวอีกว่า จะทำหนังสือร้องทุกข์กล่าวโทษไปยังสำนักงานป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อขอให้ไต่สวนการปฏิบัติหน้าที่ ของพนักงานสอบสวนดีเอสไอ ในอดีตพยานปากนี้เคยให้การเลื่อนลอยว่าได้ยินลูกน้องของผมพูดกันในวงสุราว่า "ได้นำตัวนักธุรกิจชาวซาอุฯไป" แต่เมื่อสอบถามไปยังผู้เกี่ยวข้องพบว่าพยานปากนี้ให้การลอย ๆ เท่านั้น ดังนั้นการนำพยานปากเดิมซึ่งกลับคำให้การใหม่มาใช้รื้อฟื้นคดีจึงไม่น่าจะถูกต้อง ดังนั้นจะฟ้องกลับเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตัวเองจนถึงที่สุด

เมื่อถามว่าการถูกตั้งข้อหาหนักในช่วงนี้เกี่ยวข้องกับประเด็นการเมืองหรือไม่ พล.ต.ท.สมคิด ตอบว่า หากเป็นการเมืองปกติคงไม่ใช่ แต่ถ้าเป็นการเมืองใต้ดินตนไม่แน่ใจ โดยทุกประเด็นตนจะขอเก็บรายละเอียดไว้ต่อสู้คดีในชั้นศาล ที่ผ่านมามีคนเสื้อแดงออกมาขับไล่ตนโดยอ้างว่าถูกตั้งข้อหาคดีเกี่ยวกับนักธุรกิจซาอุฯซึ่งตนได้ชี้แจงจนคนเสื้อแดงเข้าใจ จึงขอยืนยันว่าการทำงานของตนไม่มีอคติไม่ได้มุ่งเล่นงานใคร อีกทั้งยังช่วยทำให้สถานการณ์ในภาคเหนือดีขึ้น

ส่วนที่สำนักงานอัยการ ถนนรัชดาภิ เษก นายนันทศักดิ์ พูลสุข อธิบดีอัยการ ฝ่ายคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมาย แก่ประชาชน กล่าวถึงการยื่นอุทธรณ์คดีที่ นายโมฮัมหมัด อัลลูไวรี่ นักธุรกิจชาวซาอุดีอาระเบีย ซึ่งหายตัวไปตั้งแต่ ปี 2533 เป็นบุคคลสาบสูญตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ว่า หลังจากที่ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ มีคำสั่งยกคำร้องที่อัยการยื่นตามที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ร้องขอไปแล้วตั้งแต่ 4 พ.ย. อัยการได้มีหนังสือสอบถามให้ดีเอสไอรับทราบที่ศาลยกคำร้อง และประสงค์จะยื่นอุทธรณ์หรือไม่ แต่ขณะนี้อัยการยังไม่ได้รับหนังสือตอบกลับ หากดีเอสไอจะยื่นอุทธรณ์ต่อ ซึ่งครบกำหนดภายในวันที่ 3 ธ.ค.นี้ อัยการต้องยื่นคำร้องต่อศาลขอขยาย เวลายื่นอุทธรณ์ออกไปอีก 30 วัน.

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook