"อุตตม-สนธิรัตน์" เปิดตัวพรรคสร้างอนาคตไทย ลั่นไม่ชงชื่อ "ประยุทธ์" เป็นนายกฯ

"อุตตม-สนธิรัตน์" เปิดตัวพรรคสร้างอนาคตไทย ลั่นไม่ชงชื่อ "ประยุทธ์" เป็นนายกฯ

"อุตตม-สนธิรัตน์" เปิดตัวพรรคสร้างอนาคตไทย ลั่นไม่ชงชื่อ "ประยุทธ์" เป็นนายกฯ
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

"อุตตม-สนธิรัตน์" นำแถลงเปิดตัว "พรรคสร้างอนาคตไทย" ประกาศชัดเจนจะไม่เสนอชื่อ "พล.อ.ประยุทธ์" อยู่ในแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรค รวมทั้งยืนยันไม่ได้เป็นพรรคนอมินีให้กับใคร

วันนี้ (19 ม.ค.) เมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา มีการเปิดตัวพรรคการเมืองใหม่ภายใต้ชื่อ “พรรคสร้างอนาคตไทย” ซึ่งนำโดย นายอุตตม สาวนายน อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และอดีตหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ และ นายสนธิรัตน์ สนธิจิรวงศ์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และอดีตเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ ที่โรงแรมเซ็นทารา แกรนด์ไฮแอท เซ็นทรัลเวิลด์ โดยมีนักการเมือง นักธุรกิจ และบุคคลจากหลากหลายวงการเปิดตัวเป็นผู้ร่วมอุดมการณ์และผู้ร่วมก่อตั้งพรรค

รายชื่อนักการเมืองที่เข้าร่วมทำกิจกรรมทางการเมืองกับพรรคสร้างอนาคตไทย ได้แก่

นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีต ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์

นายสุพล ฟองงาม อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ

นายสันติ กีระนันทน์ อดีต ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคพลังประชารัฐ

นายมนต์ชีพ ศิวะสินางกูร หรือ ครูเป็ด อดีตกรรมการบริหารพรรคกล้า

นายวัชระ กรรณิการ์ อดีตรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี

สำหรับนักธุรกิจและผู้มีชื่อเสียงในสังคม อาทิ

นายนริศ เชยกลิ่น อดีตผู้บริหารระดับสูงด้านอสังหาริมทรัพย์และการเงิน

นายณพพงศ์ ธีระวง อดีตประธานสมาพันธ์ SME

นายพงศ์พรหม ยามะรัต อดีตซีอีโอบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำและนักต่อสู้เพื่อสิ่งแวดล้อม

นายวิรัช วิฑูรย์เธียร อดีตหัวหน้าผู้เชี่ยวชาญสิ่งแวดล้อมจากธนาคารโลก

นายอิธวัฒน์ พิทักษ์คุมพล รองเลขาธิการจุฬาราชมนตรี

ศ.กำพล ปัญญาโกเมศ อดีตอธิการบดีสถาบันบัณฑิตพัฒนบริหารศาสตร์ (NIDA)

building-thailand-future-part

ทั้งนี้ พรรคสร้างอนาคตไทย นำเสนอวิสัยทัศน์และนโยบายของพรรคว่าจะเข้ามาเพื่อแก้ปัญหาและฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศเป็นหลัก จะเห็นได้จากการที่ นายอุตตม กล่าวถึงจุดประสงค์ของการตั้งพรรคว่า เพื่อฟื้นเศรษฐกิจ ฟื้นฟูประเทศ เนื่องจากมองว่าสถานการณ์ประเทศไทยขณะนี้มีความน่าเป็นห่วง ทั้งปัญหาเศรษฐกิจ คุณภาพชีวิตและปากท้องของประชาชน รวมทั้งยังไม่เห็นจุดสิ้นสุดของปัญหาที่บั่นทอนความหวังของคนไทย ซึ่งตลอด 1 ปีที่ผ่านมา ตั้งแต่ออกจากรัฐบาล ตนและทีมงานมีโอกาสได้รับฟังเสียงสะท้อนของประชาชน หนึ่งในนั้นอยากเห็นสมการการเมืองที่เปลี่ยนแปลง เพื่อให้ประเทศเดินหน้าไปได้อย่างราบรื่น อยากเห็นพรรคการเมืองที่เกิดขึ้นจากการร่วมกลุ่มคนในหลายภาคส่วน ระดมสมองแก้ไขปัญหาของประเทศ เพื่อสร้างอนาคตที่สดใส

ในขณะที่ นายสนธิรัตน์ กล่าวเพิ่มเติมว่า วันนี้ต้องการแสดงเจตนารมณ์ต่อสื่อมวลชนเป็นครั้งแรก โดยพรรคนี้เกิดขึ้นเพราะปัญหาของบ้านเมือง ก่อนหน้านี้เคยคิดว่าเพียงพอแล้วกับงานการเมือง แต่เราสองคนและทีมงานได้เจอกับปัญหาต่างๆ ในช่วงที่ผ่านมา จึงขออาสาทำงานเพื่อประชาชนบนวิกฤตของชาติ สิ่งที่ต้องการคือความหวัง ยอมรับว่าการตั้งพรรคการเมืองไม่ง่าย การจะเกิดพรรคได้นั้น ต้องอาศัยที่น้องประชาชน เชื่อว่าพรรคจะนำพาพวกเขาได้

อย่างไรก็ตาม ในช่วงที่เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนซักถามนั้น นายสนธิรัตน์ กล่าวยืนยันว่า พรรคจะไม่สนับสนุน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นรายชื่อแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคอย่างแน่นอน โดยพรรคจะสรรหาคนของพรรคเสนอชื่อเป็นแคนดิเดตนายกฯ เอง

ส่วนนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ จะมีชื่อเป็นแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคหรือไม่นั้น นายสนธิรัตน์ ยอมรับว่า ชื่อของนายสมคิดเป็นที่จับตา มีคนอยากให้ท่านเข้ามาแก้ไขปัญหาของประเทศ แต่พรรคก็ต้องมีหลักการที่จะต้องผ่านกระบวนการในการเสนอชื่อ ซึ่งมีได้สูงสุด 3 ชื่อ โดย 1 ในนั้นคือหัวหน้าพรรค และอีก 2 ชื่อ พรรคจะพิจารณา ส่วนใครจะเป็นหัวหน้าพรรคก็จะต้องผ่านกระบวนการของพรรคอีกครั้งหนึ่งเช่นกัน

สอดคล้องกับ นายอุตตม ที่กล่าวเสริมว่า นายสมคิดเป็นคนที่มีความสนิทสนมกับพวกเรามาก ในส่วนของตนบอกได้เลยว่าท่านไม่ทอดทิ้งพวกเรา ถามว่าส่วนตัวเห็นว่านายสมคิดเหมาะสมหรือไม่ ตนเห็นว่าเหมาะสม แต่ก็ต้องผ่านกระบวนการของพรรคที่จะพิจารณาใน 3 รายชื่อดังกล่าว

นอกจากนี้ นายอุตตม ยังยืนยันอีกด้วยว่า พรรคไม่ใช่เป็นนอมินีของพรรคไหน หรือของใครทั้งสิ้น พรรคสร้างอนาคตไทยจะไม่ไปขั้วไหนทั้งสิ้น เราจะไม่ไปสร้างความขัดแย้งเพิ่มเติม แต่จะเข้าไปแก้ไขปัญหาความร้าวลึกที่เกิดขึ้นตอนนี้ เพื่อสร้างดุลยภาพทางการเมืองให้เหมาะสม และแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจทั้งระบบ

ขณะที่ นายสนธิรัตน์ ยังกล่าวถึงประเด็นการยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่ ว่า เป็นอำนาจของนายกฯ เมื่อกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญผ่านความเห็นชอบจากสภา ก็เป็นหน้าที่ของนายกฯ ที่จะเป็นผู้ตัดสินใจ ส่วนพรรคต้องเตรียมความพร้อมตั้งแต่นี้เป็นต้นไปในการส่งผู้สมัคร ส.ส. ลงทำการแข่งขัน พรรคขอทำหน้าที่ระดมผู้คนให้พร้อมในการเปลี่ยนแปลง

ในช่วงท้ายของการแถลงข่าวบนเวที นายสนธิรัตน์ ยังขยายความประเด็นของการเสนอชื่อบุคคลเพื่อเป็นแคนดิเดตนายกฯ อีกครั้งว่า พรรคประกาศจุดยืนสรรหาคนในพรรคเป็นแคนดิเดตนายกฯ ส่วนหลังการเลือกตั้งต้องฟังเสียงประชาชน เราอยู่ในระบอบประชาธิปไตย วันนั้นผลการเลือกตั้งออกมาอย่างไร พรรคจะเป็นผู้พิจารณาว่าพรรคจะวางบทบาทอย่างไร และพรรคจะตัดสินใจ ณ เวลานั้นว่าจะทำงานกับใคร หรือจะไม่ทำงานกับใคร

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook