ข่าวทั้งหมด

เงินบาทปิดตลาด29.82/84บาท/ดอลลาร์

เงินบาทปิดตลาด29.82/84บาท/ดอลลาร์

            นักบริหารเงินธนาคารซีไอเอ็มบีไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงการเคลื่อนไหวค่าเงินบาทวันนี้ (14 ต.ค.) ว่า ปิดตลาดที่ระดับ 29.82/84 บาท/ดอลลาร์ ทรงตัวจากช่วงเช้า  โดยระหว่างวันเงินบาททำ High ที่ 29.84 บาท/ดอลลาร์ และทำ Low ที่ 29.80 บาท/ดอลลาร์ในช่วงบ่าย  ส่วนค่าเงินสกุลอื่น เงินเยนแข็งค่าขึ้น ใกล้จะหลุดระดับ 81 ตอนนี้อยู่ที่ 81.10 เยน/ดอลลาร์ ส่วนค่าเงินยูโร อยู่ที่ระดับ 1.4073/4077 ดอลลาร์/ยูโร  สำหรับแนวโน้มค่าเงินบาทในวันพรุ่งนี้ (15 ต.ค.) คาดแข็งค่าต่อเนื่อง แนวรับอยู่ที่ 29.80 บาท/ดอลลาร์ แนวต้าน 29.90 บาท/ดอลลาร์

ดอลลาร์อ่อนสุดในรอบ15ปี หลังสิงคโปร์คุมการเงิน

ดอลลาร์อ่อนสุดในรอบ15ปี หลังสิงคโปร์คุมการเงิน

           รายงานข่าวแจ้งว่า ค่าเงินดอลลาร์ดิ่งลงแตะระดับต่ำสุดในรอบ 15 ปี เมื่อเทียบกับเงินเยนที่ระดับ 81.07 เยน ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตราโตเกียวช่วงบ่ายวันนี้ (14 ต.ค.) หลังจากธนาคารกลางสิงคโปร์ประกาศคุมเข้มนโยบายการเงินในวันนี้ ด้วยการปล่อยให้ค่าเงินดอลลาร์สิงคโปร์ปรับตัวขึ้นเล็กน้อย และค่อยเป็นค่อยไป การใช้นโยบายคุมเข้มทางการเงินของธนาคารกลางสิงคโปร์มีเป้าหมายที่จะควบคุมเงินเฟ้อ และทำให้ตลาดสามารถรับมือกับความผันผวนที่เกิดขึ้นในตลาดการเงินทั่วโลก กระทรวงการค้าและอุตสาหกรรมสิงคโปร์เปิดเผยในวันนี้ว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ไตรมาส 3 ขยายตัวในอัตรา 10.3% ซึ่งชะลอตัวลงเมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ที่สามารถขยายตัวได้ถึง 19.6% เนื่องจากภาคการผลิตของสิงคโปร์หดตัวลง  

ดัชนีหุ้นไทยปิดตลาดเพิ่มขึ้น1.12 จุด

ดัชนีหุ้นไทยปิดตลาดเพิ่มขึ้น1.12 จุด

            บรรยากาศการลงทุนตลาดหุ้นไทยวันนี้ (14 ต.ค.) ดัชนีปิดที่ 993.72 จุด เพิ่มขึ้น 1.12 จุด หรือ 0.11 % ปริมาณการซื้อขาย 4,879,019, 000 หุ้น มูลค่าการซื้อขาย 47,399.18 ล้านบาท โดยดัชนีทะยานตัวในแดนบวกอย่างต่อเนื่อง โดยมีแรงซื้อเข้ามาอย่างหนาแน่นในหุ้นกลุ่มพลังงาน และธนาคารพาณิชย์ ดัชนีพยายามขึ้นไปทดสอบที่ระดับ 1,000 จุด ซึ่งถือเป็นแนวต้านที่สำคัญ แต่ไม่สามารถขึ้นไปทดสอบได้สำเร็จ โดยระหว่างชั่วโมงการซื้อขายดัชนีปรับตัวสูงสุดที่ 999.51 จุด  หลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 อันดับแรก ประกอบด้วย  PTTAR ปิดที่  29.75 บาท บวก 1.25 บาท   PTT ปิดที่  313.00 บาท บวก 4.00 บาท  BANPU ปิดที่ 720.00  บาท ลดลง 12.00 บาท   KTB  ปิดที่ 17.70 บาท บวก 0.30 บาท  PTTEP ปิดที่ 173.00 บาท บวก 1.00  บาท

ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดพุ่ง 394.48 จุด

ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดพุ่ง 394.48 จุด

            ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดปรับตัวสูงขึ้นอย่างแข็งแกร่งในวันนี้ (14 ต.ค.) โดยได้รับแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มธนาคารและทรัพยากร ท่ามกลางกระแสเงินทุนไหลเข้าจากการที่เงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่า โดยดัชนีฮั่งเส็งทะยาน 394.48 จุด หรือ 1.68% ปิดที่ 23,852.17 จุด มีมูลค่าการซื้อขายเพิ่มขึ้นแตะ 1.3853 แสนล้านดอลลาร์ฮ่องกง (ราว 1.785 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ) ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพฤษภาคมปี 2552

ดัชนีเวทเต็ด ตลาดหุ้นไต้หวัน ปิดตลาดบวก108.79จุด

ดัชนีเวทเต็ด ตลาดหุ้นไต้หวัน ปิดตลาดบวก108.79จุด

          ดัชนีเวทเต็ด ตลาดหุ้นไต้หวันปิดตลาดวันพฤหัสบดี (14 ต.ค.2553) ที่ระดับ 8,215.45 จุด ปรับเพิ่มขึ้น 108.79 จุด เปลี่ยนแปลง 1.34%

ดัชนีหุ้นเกาหลีใต้ ปิดตลาด บวก 23.61 จุด

ดัชนีหุ้นเกาหลีใต้ ปิดตลาด บวก 23.61 จุด

             ดัชนีคอมโพสิต (KOSPI) ตลาดหุ้นโซล เกาหลีใต้ ปิดตลาดวันพฤหัสบดี (14 ต.ค.2553) ที่ระดับ 1,899.76 จุด ปรับเพิ่มขึ้น 23.61 จุด คิดเป็น 1.26%  

ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดพุ่ง 180 จุด

ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดพุ่ง 180 จุด

           ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดตลาดในวันนี้ (14 ต.ค.) พุ่งขึ้น 180.00 จุด หรือ 1.91% แตะที่ 9,583.51 จุด  จากแรงซื้อที่ส่งเข้าหนุนหุ้นที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรและการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะใช้มาตรการผ่อนคลายทางการเงิน โดยตลาดหุ้นโตเกียวทะยานขึ้นแข็งแกร่งแม้เงินเยนพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 15 ปีก็ตาม ทั้งนี้ มีคำสั่งซื้อที่ส่งเข้ามาในหุ้นกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากร เนื่องจากกระแสคาดการณ์ที่ว่าเฟดอาจประกาศใช้มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ในการประชุมวันที่ 2-3 พ.ย.นี้ ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวจะฉุดค่าเงินดอลลาร์ แต่การอ่อนค่าของเงินดอลลาร์จะช่วยหนุนราคาทองคำและสินค้าโภคภัณฑ์ประเภทอื่นๆทะยานขึ้น นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของตลาดหุ้นทั่วโลก โดยดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กดีดตัวขึ้น 0.7% แตะระดับสูงสุดในรอบ 5 เดือนเมื่อคืนนี้ หลังจากอินเทล คอร์ป เผยรายได้สุทธิทะยานขึ้น 59% ในไตรมาส 3 ขณะที่เจพีมอร์แกน เชส แอนด์ โค เผยรายได้สุทธิไตรมาส 3 อยู่ที่ระดับ 4.4 พันล้านดอลลาร์ หรือ 1.01 ดอลลาร์ต่อหุ้น พุ่งขึ้น 23% สูงกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดการณ์ไว้ว่ารายได้สุทธิจะอยู่ที่ 90 เซนต์ต่อหุ้น

ทองคำแท่งในประเทศทำนิวไฮครั้งใหม่ที่19,400 บาท

ทองคำแท่งในประเทศทำนิวไฮครั้งใหม่ที่19,400 บาท

        ราคาทองคำแท่งในประเทศเช้านี้ ปรับตัวขึ้นทำจุดสูงสุดครั้งใหม่ ที่ขายออก บาทละ 19,400 บาท หลังราคาทองในตลาดโลก ปรับขึ้นทำจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ครั้งใหม่เช่นกัน จากความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจโลก และการคาดการณ์ในการผ่อนคลาย เชิงปริมาณของสหรัฐ ที่กดดันให้ดอลลาร์อ่อนค่าลง         ขณะที่ผู้ค้าทองคำมองว่า ราคาทองทั้งในตลาดโลก และในประเทศ ที่ปรับ ขึ้นอย่างต่อเนื่องในรอบนี้ เป็นผลจากแรงเก็งกำไรเป็นหลัก และมีความเสี่ยงสูงที่ ทองในตลาดโลก จะถูกเทขายทำกำไร เมื่อขึ้นทดสอบแนวต้าน 1,400 เหรียญ/ออนซ์         นายพิชญา พิสุทธิกุล เลขาธิการ สมาคมค้าทองคำ เปิดเผย ถ้ามองราคาตรงนี้ ถือว่าไม่น่าลงทุนแล้ว เพราะราคาขึ้นมาแบบ ไม่มีเหตุ ไม่มีผล มีข้ออ้างหลักๆ อยู่ประโยคเดียวคือ การอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่ง คาดว่า จะได้เห็นราคาทองในตลาดโลก ขึ้นทดสอบแนวต้านที่ระดับ 1,400 เหรียญ/ออนซ์ ภายในเดือนนี้ หลังจากนั้นน่าจะมีแรงขายทำกำไรออกมา และมีโอกาสที่ราคาทอง จะลงไปปรับฐานได้ถึงระดับ 1,285 เหรียญ/ออนซ์ จากที่ ขึ้นมาเร็วมาก ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา         ส่วนราคาทองคำในประเทศ อาจจะไม่เคลื่อนไหวได้แรงนัก เนื่องจาก เงินบาทยังคงมีทิศทางแข็งค่าต่อเนื่อง และแม้ว่ารัฐบาลจะประกาศมาตรการออกมา ดูแล ก็ยังไม่สามารถทำให้บาทชะลอการแข็งค่าได้         โดยราคาทองคำแท่งในประเทศ เช้านี้ปรับขึ้นบาทละ 200 บาท จากเมื่อวานนี้ มาอยู่ที่ 19,400 บาท ซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุดครั้งใหม่ หลังจากก่อนหน้านี้ เคยทำจุด สูงสุดไว้ที่บาทละ 19,200 บาท         ขณะที่ ราคาทองสปอตในตลาดโลก เช้านี้ ขึ้นแตะระดับ 1,379.35 เหรียญ ซึ่งเป็นจุดสูงสุดครั้งใหม่เช่นกัน          ส่วนราคาทองคำที่ตลาดนิวยอร์ก(COMEX)เมื่อวันที่ 13ต.ค.ปิดทะยานขึ้นอย่างแข็งแกร่งหลังจากได้แรงหนุนจากสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับยูโร เนื่องจากตลาดคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ  หรือเฟด จะใช้มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ในการประชุมต้นเดือนหน้า ซึ่งการอ่อนตัวลงของดอลลาร์ช่วยหนุนสัญญาทองคำพุ่งขึ้นไปแตะระดับสูงสุดระดับใหม่ที่ 1,375.7 ดอลลาร์/ออนซ์ในระหว่างวัน           ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค.พุ่งขึ้น 23.80 ดอลลาร์ ปิดที่ 1,370.50 ดอลลาร์/ออนซ์ หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 1,350.00 - 1,375.70 ดอลลาร์           ราคาทองคำ ตลาดค้าทองฮ่องกงเปิดตลาดวันพฤหัสบดี (14 ต.ค.2553) ที่ระดับ 1,376.00-1,377.00 ดอลลาร์/ออนซ์ ราคาปรับขึ้น เมื่อเทียบกับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (13 ต.ค.2553) ที่ระดับ 1,359.00-1,360.00 ดอลลาร์/ออนซ์

."จรัมพร"เชื่อดัชนีหุ้นไทยแตะ1 พันจุดไม่แปลก

."จรัมพร"เชื่อดัชนีหุ้นไทยแตะ1 พันจุดไม่แปลก

         นายจรัมพร โชติกเสถียร กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.)เปิดเผยว่า เม็ดเงินลงทุนต่างชาติยังไหลเข้ามาลงทุนในไทยอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น จึงไม่ใช่เรื่องแปลกหากดัชนีตลาดหุ้นไทยจะปรับขึ้นไปถึง 1,000 จุด เนื่องจากมีปัจจัยพื้นฐานรองรับ แม้ไทยจะมีปัญหาการเมืองก็ตาม สำหรับ ปัจจัยสนับสนุน ได้แก่ ความแข็งแกร่งของบริษัทจดทะเบียน โดยนักลงทุนในประเทศและนักลงทุนสถาบันเล็งเห็นความสำคัญของความแข็งแกร่งของบริษัทจดทะเบียน จึงเริ่มเข้ามาซื้อหุ้นตั้งแต่ดัชนีอยู่ที่ 250 จุด และเมื่อสถานการณ์การเมืองสงบ เม็ดเงินจากต่างประเทศเริ่มให้ความมั่นใจประเทศไทยมากขึ้น ทำให้มีเม็ดเงินไหลเข้ามาต่อเนื่อง    โดยเม็ดเงินจากต่างประเทศที่เข้ามาในไทยไม่ได้มาจากการเคลื่อนย้ายเงินในภูมิภาค แต่เป็นเม็ดเงินจากทั่วโลกที่ไหลเข้ามาลงทุนในประเทศแถบเอเซีย เห็นได้ว่าตลาดหุ้นเอเซียปรับขึ้นระดับสูง เช่น ดัชนีตลาดหุ้นไทยปรับขึ้น 35% ตลาดหุ้นฟิลิปปินส์ ปรับขึ้น 36% ตลาดหุ้นอินโดนีเซียปรับขึ้น 38% อย่างไรก็ตาม เชื่อว่ายังมีเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศไหลเข้ามาลงทุนอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ต้องยกเครดิตให้บริษัทจดทะเบียนชั้นนำของไทย เพราะที่ผ่านมามีการโรดโชว์ได้ดีมาก โดยนำเสนอข้อมูลต่อผู้ลงทุนต่างประเทศทั้งสหรัฐ อังกฤษ และสิงคโปร์ อย่างต่อเนื่อง แม้ในช่วงสถานการณ์ในประเทศที่ไม่ดีก็ตาม โดยนักลงทุนต่างประเทศให้ความสนใจข้อมูลที่โปร่งใส และให้ความสำคัญต่อตลาดหุ้นไทยและเข้ามาลงทุนมากขึ้น ทั้งนี้ เมื่อดัชนีตลาดหุ้นถึง 1,000 จุด จะทำให้บริษัทต่างๆ มีการระดมทุนในตลาดหุ้นมากขึ้น ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการดำเนินการแล้วกว่า 10 บริษัทที่จะเข้าระดมทุนในช่วง 3 เดือนสุดท้ายของปีนี้   ส่วนเงินบาทที่แข็งค่าไม่ได้มีผลต่อตลาดหุ้นไทย เนื่องจากดัชนีหุ้นไทยที่ปรับขึ้นมาจากปัจจัยพื้นฐานในประเทศที่ค่อนข้างดี ขณะที่มาตรการของรัฐบาลในการดูแลค่าเงินบาท กระทบตลาดพันธบัตร แต่เชื่อว่าจะไม่มีการนำเงินมาพักในตลาดหุ้นจนทำให้ดัชนีตลาดหุ้นปรับขึ้น เนื่องจากตลาดหุ้นปรับขึ้นจากปัจจัยพื้นฐานและสอดคล้องกับภูมิภาค   ขณะที่ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.)จะพิจารณาดอกเบี้ยนโยบาย จะมีผลต่อตลาดพันธบัตรมากกว่า ไม่น่ามีผลกระทบต่อตลาดหุ้น และไม่ได้กังวลหากรัฐบาลจะมีมาตรการดูแลค่าเงินเพิ่มเติม

ดัชนีหุ้นไทยปิดภาคเช้าบวก 5.34 จุด

ดัชนีหุ้นไทยปิดภาคเช้าบวก 5.34 จุด

            บรรยากาศการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ปิดตลาดช่วงเช้าวันนี้ที่ระดับ 997.94 จุด เพิ่มขึ้น 5.34 จุด(+0.54%) มูลค่าการซื้อขาย 21,846.57 ล้านบาท  โดยดัชนีหุ้นไทยแกว่งตัวในแดนบวกเป็นส่วนใหญ่ โดยแตะจุดสูงสุดของช่วงเช้าที่ 998.88 จุด และแตะจุดต่ำสุดของช่วงเช้าที่ระดับ 991.30 จุด  แนวโน้มการลงทุนในช่วงบ่ายนี้ นักวิเคราะห์มองว่า ตลาดฯคงจะยังสามารถยืนในแดนบวกได้อยู่ แม้ว่าจะมีแรงยื้อเมื่อดัชนีฯวิ่งเข้าใกล้ระดับ 1,000 จุด จากแรงขายทำกำไรที่มีอยู่บ้าง พร้อมให้แนวรับ 986 จุด แนวต้าน 1,000 จุด             ส่วนหลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์  ประกอบด้วย                  PTTAR   มูลค่าการซื้อขาย 2,057.30  ล้านบาท ปิดที่  29.50  บาท เพิ่มขึ้น  1.00 บาท           PTT     มูลค่าการซื้อขาย 1,214.50  ล้านบาท ปิดที่ 312.00  บาท เพิ่มขึ้น  3.00 บาท           KTB     มูลค่าการซื้อขาย 1,052.34  ล้านบาท ปิดที่  17.70  บาท เพิ่มขึ้น  0.30 บาท           PTTEP   มูลค่าการซื้อขาย   886.73 ล้านบาท ปิดที่  174.00  บาท เพิ่มขึ้น  2.00 บาท                    TRUE    มูลค่าการซื้อขาย   769.09  ล้านบาท ปิดที่   5.00  บาท เพิ่มขึ้น  0.12 บาท

ดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนก.ย.อยู่ที่73.5

ดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนก.ย.อยู่ที่73.5

                ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เผยผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในเดือน ก.ย.53 พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจไทยโดยรวมอยู่ที่ 73.5 สูงขึ้นจากเดือน ส.ค.53 ซึ่งอยู่ที่ 72.8 ซึ่งเป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง                 ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสในการหางานทำอยู่ที่ 72.5 สูงขึ้นจาก 71.6 ในเดือน ส.ค.53 และดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคตอยู่ที่ 98.7 สูงขึ้นจาก 98.1 ในเดือน ส.ค.53 เช่นกัน ปัจจัยสนับสนุนจากกรณีที่กระทรวงการคลังปรับเพิ่มประมาณการณ์จีดีพีของไทยในปีนี้เป็น 7.5%, ราคาน้ำมันขายปลีกในประเทศยังทรงตัวจากเดือน ส.ค., ดัชนี SET Index เดือน ก.ย.ปรับเพิ่มขึ้น 62.11 จุด, ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นสะท้อนให้เห็นว่ามีเงินต่างประเทศไหลเข้ามาในประเทศ, การส่งออกเดือน ส.ค.ขยายตัวต่อเนื่อง, โครงการลงทุนตามแผนไทยเข้มแข็งเริ่มมีเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ ทั้งนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวมปรับตัวดีขึ้น เป็นเดือนที่ 5 เป็นระดับสูงสุดในรอบ 30 เดือน นับตั้งแต่เดือน เม.ย.51, โอกาสหางานทำปรับตัวดีขึ้นเป็นเดือนที่ 5 เป็นระดับสูงสุดในรอบ 29 เดือนนับตั้งแต่เดือน พ.ค.51, รายได้ในอนาคตปรับตัวดีขึ้นเป็นเดือนที่ 5 และเป็นระดับสูงสุดในรอบ 57 เดือนนับตั้งแต่เดือน ม.ค.49 นายธนวรรธน์ พลวิชัย  ผู้อำนวยการ ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ กล่าวว่า ดัชนีเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจมีทิศทางดีขึ้น เนื่องจากคนซื้อบ้านซื้อรถมากขึ้น กำลังซื้อภายในประเทศจะเป็นตัวค้ำยันให้เศรษฐกิจไทยเติบโตได้ ชดเชยการส่งออกที่คาดว่าจะชะลอตัวลงในไตรมาส 4 ทำให้เห็นว่าเศรษฐกิจไทยในปี 53 ยังเติบโตได้ 7-7.5% แต่ใน 2-3 เดือนนี้ต้องจับตาดูว่าความเชื่อมั่นของผู้บริโภคจะลดลงหรือไม่ จากปัจจัยลบเรื่องความไม่สงบทางการเมือง ค่าเงินบาทแข็งค่า และความห่วงใยค่าครองชีพที่ยังสูงอยู่

ดัชนีนิกเกอิปิดภาคเช้าพุ่ง 171.27 จุด

ดัชนีนิกเกอิปิดภาคเช้าพุ่ง 171.27 จุด

           ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดตลาดภาคเช้าในวันนี้ (14 ต.ค.) ทะยานขึ้น 171.27 จุด หรือ 1.82% ปิดที่ 9,574.78 จุด จากแรงซื้อที่ส่งเข้าหนุนหุ้นกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากร ท่ามกลางการคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะใช้มาตรการผ่อนคลายทางการเงินในเร็วๆนี้           โดยราคาหุ้นทะยานขึ้นทั้งกระดาน โดยหุ้นกลุ่มผลิตภัณฑ์น้ำมันและถ่านหินทะยานขึ้นแข็งแกร่งสุดถึง 4% ตามด้วยหุ้นกลุ่มหลักทรัพย์และกลุ่มเหมืองแร่           ทสึโยชิ เซกาว่า นักวิเคราะห์จากมิซูโฮ ซิเคียวริตีส์ กล่าวว่า ตลาดหุ้นโตเกียวได้แรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์ก และแรงซื้อที่ส่งเข้ามาในหุ้นที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากร เนื่องจากกระแสคาดการณ์ที่ว่าเฟดอาจประกาศใช้มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ในการประชุมวันที่ 2-3 พ.ย.นี้ ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวจะฉุดค่าเงินดอลลาร์ แต่การอ่อนค่าของเงินดอลลาร์จะช่วยหนุนราคาทองคำและสินค้าโภคภัณฑ์ประเภทอื่นๆทะยานขึ้น  

ราคาทองคำแท่งในประเทศทำสถิตสูงสุดครั้งใหม่ที่ 19,400 บาท

ราคาทองคำแท่งในประเทศทำสถิตสูงสุดครั้งใหม่ที่ 19,400 บาท

        ราคาทองคำแท่งในประเทศเช้านี้ ปรับตัวขึ้นทำจุดสูงสุดครั้งใหม่ ที่ขายออก บาทละ 19,400 บาท หลังราคาทองในตลาดโลก ปรับขึ้นทำจุดสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ครั้งใหม่เช่นกัน จากความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจโลก และการคาดการณ์ในการผ่อนคลาย เชิงปริมาณของสหรัฐ ที่กดดันให้ดอลลาร์อ่อนค่าลง         ขณะที่ผู้ค้าทองคำมองว่า ราคาทองทั้งในตลาดโลก และในประเทศ ที่ปรับ ขึ้นอย่างต่อเนื่องในรอบนี้ เป็นผลจากแรงเก็งกำไรเป็นหลัก และมีความเสี่ยงสูงที่ ทองในตลาดโลก จะถูกเทขายทำกำไร เมื่อขึ้นทดสอบแนวต้าน 1,400 เหรียญ/ออนซ์         นายพิชญา พิสุทธิกุล เลขาธิการ สมาคมค้าทองคำ เปิดเผย ถ้ามองราคาตรงนี้ ถือว่าไม่น่าลงทุนแล้ว เพราะราคาขึ้นมาแบบ ไม่มีเหตุ ไม่มีผล มีข้ออ้างหลักๆ อยู่ประโยคเดียวคือ การอ่อนค่าของดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่ง คาดว่า จะได้เห็นราคาทองในตลาดโลก ขึ้นทดสอบแนวต้านที่ระดับ 1,400 เหรียญ/ออนซ์ ภายในเดือนนี้ หลังจากนั้นน่าจะมีแรงขายทำกำไรออกมา และมีโอกาสที่ราคาทอง จะลงไปปรับฐานได้ถึงระดับ 1,285 เหรียญ/ออนซ์ จากที่ ขึ้นมาเร็วมาก ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา         ส่วนราคาทองคำในประเทศ อาจจะไม่เคลื่อนไหวได้แรงนัก เนื่องจาก เงินบาทยังคงมีทิศทางแข็งค่าต่อเนื่อง และแม้ว่ารัฐบาลจะประกาศมาตรการออกมา ดูแล ก็ยังไม่สามารถทำให้บาทชะลอการแข็งค่าได้         โดยราคาทองคำแท่งในประเทศ เช้านี้ปรับขึ้นบาทละ 200 บาท จากเมื่อวานนี้ มาอยู่ที่ 19,400 บาท ซึ่งถือเป็นสถิติสูงสุดครั้งใหม่ หลังจากก่อนหน้านี้ เคยทำจุด สูงสุดไว้ที่บาทละ 19,200 บาท         ขณะที่ ราคาทองสปอตในตลาดโลก เช้านี้ ขึ้นแตะระดับ 1,379.35 เหรียญ ซึ่งเป็นจุดสูงสุดครั้งใหม่เช่นกัน          ส่วนราคาทองคำที่ตลาดนิวยอร์ก(COMEX)เมื่อวันที่ 13ต.ค.ปิดทะยานขึ้นอย่างแข็งแกร่งหลังจากได้แรงหนุนจากสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐที่อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับยูโร เนื่องจากตลาดคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ  หรือเฟด จะใช้มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ในการประชุมต้นเดือนหน้า ซึ่งการอ่อนตัวลงของดอลลาร์ช่วยหนุนสัญญาทองคำพุ่งขึ้นไปแตะระดับสูงสุดระดับใหม่ที่ 1,375.7 ดอลลาร์/ออนซ์ในระหว่างวัน           ทั้งนี้ สัญญาทองคำตลาด COMEX (Commodity Exchange) ส่งมอบเดือนธ.ค.พุ่งขึ้น 23.80 ดอลลาร์ ปิดที่ 1,370.50 ดอลลาร์/ออนซ์ หลังจากเคลื่อนตัวในช่วง 1,350.00 - 1,375.70 ดอลลาร์           ราคาทองคำ ตลาดค้าทองฮ่องกงเปิดตลาดวันพฤหัสบดี (14 ต.ค.2553) ที่ระดับ 1,376.00-1,377.00 ดอลลาร์/ออนซ์ ราคาปรับขึ้น เมื่อเทียบกับปิดตลาดเมื่อวันพุธ (13 ต.ค.2553) ที่ระดับ 1,359.00-1,360.00 ดอลลาร์/ออนซ์

ดัชนีดาวโจนส์ปิดพุ่งขึ้น75.68 จุด

ดัชนีดาวโจนส์ปิดพุ่งขึ้น75.68 จุด

            ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดตลาดขึ้นเมื่อคืนนี้ (13 ต.ค.) 75.68 จุด หรือ 0.69% ปิดที่ 11,096.08 จุด ดัชนี S&P 500 เพิ่มขึ้น 8.33 จุด หรือ 0.71% ปิดที่ 1,178.10 จุด และดัชนี Nasdaq ปรับตัวขึ้น 23.31 จุด หรือ 0.96% ปิดที่ 2,441.23 จุด     ปริมาณการซื้อขายในตลาดหุ้นนิวยอร์กและตลาด Nasdaq มีอยู่ที่ราว 9.18 พันล้านหุ้น มีจำนวนหุ้นบวกมากกว่าหุ้นลบในอัตราส่วนกว่า 3 ต่อ 1 ในตลาดนิวยอร์ก            โดยได้รับอานิสงส์จากผลประกอบการที่แข็งแกร่งเกินคาดของอินเทล คอร์ป และเจพีมอร์แกน เชส แอนด์ โค นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนจากการที่นักลงทุนเชื่อมั่นว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะใช้มาตรการเพิ่มเติมเพื่อกระตุ้นการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ           ทั้งนี้      นักลงทุนจับตาดูข้อมูลเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐในสัปดาห์นี้ โดยวันวันพฤหัสบดี กระทรวงพาณิชย์จะเปิดเผยข้อมูลการค้าระหว่างประเทศเดือนส.ค. ขณะที่กระทรวงแรงงานจะเปิดเผยดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนก.ย.และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์           ส่วนวันศุกร์ กระทรวงแรงงานสหรัฐจะเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนก.ย. เฟดสาขานิวยอร์คจะเปิดเผยดัชนีภาวะธุรกิจโดยรวม (Empire State Index) เดือนต.ค. กระทรวงพาณิชย์สหรัฐจะเปิดเผยยอดค้าปลีกเดือนก.ย. และตัวเลขสต็อกสินค้าคงคลังภาคธุรกิจเดือนส.ค.

แทมมี่ ฟอร์มเฉียบ ทะลุรอบ 8 คนเทนนิสเจแปน

แทมมี่ ฟอร์มเฉียบ ทะลุรอบ 8 คนเทนนิสเจแปน

"แทมมี่ " แทมมารีน ธนสุกาญจน์ ฉลุยรอบ 8 คนสุดท้ายศึกเอชพี เจแปน วีเมนส์ โอเพน เทนนิส 2010 หลังเอาชนะ โคโค แวนเดอเวช จากสหรัฐฯ 2-1 เซต

บีจีแย่แพ้1-4,ชลเฮ,ทัพบกบ๊ายบายไทยลีก

บีจีแย่แพ้1-4,ชลเฮ,ทัพบกบ๊ายบายไทยลีก

บางกอกกล๊าสเหลือ9คนบุกไปโดนโอสถสภาฯอัดยับ 4-1 ขณะที่ทหารบกบ๊ายบายไทยลีกแล้วหลังพ่ายบุรีรัมย์-พีอีเอ 0-2 ฝั่งชลบุรี เอฟซียังอยู่ในเส้นทางลุ้นแชมป์หลังเปิดรังอัดทีโอที แคท 2-0

ศาลรับอุทธรณ์คดี'บูท'ฉ้อโกง-ฟอกเงิน

ศาลรับอุทธรณ์คดี'บูท'ฉ้อโกง-ฟอกเงิน

ทนาย วิคเตอร์ บูท เผย ศาลอุทธรณ์ มีคำสั่งรับคำร้องอุทธรณ์การส่งตัว วิคเตอร์ บูท แล้ว พร้อมรอการคัดสำเนาคำสั่งศาล พิจารณา การอุทธรณ์อีกครั้ง

เค้าท์ เดี้ยงจากเกมทีมชาติ ส่อพักเกือบเดือน

เค้าท์ เดี้ยงจากเกมทีมชาติ ส่อพักเกือบเดือน

"หงส์ แดง" ลิเวอร์พูล ช่วงนี้มีแต่เรื่องให้ต้องปวดหัว ล่าสุดหลังเกมทีมชาติเมื่อคืนที่ผ่านมา ต้องสังเวยอาการบาดเจ็บของผู้เล่นคน สำคัญอย่างเดิร์ก เค้าท์ ที่เจ็บข้อเท้าและส่อพักนานร่วม 3-4 สัปดาห์ ซึ่งทำให้จะพลาดลงเล่นเกมดาร์บี้แมตช์กับเอฟเวอร์ตัน คืนวันอาทิตย์นี้แน่นอนแล้ว

พบป้ายทะเบียนกว่า100 ป้ายหลังน้ำท่วมถนน

พบป้ายทะเบียนกว่า100 ป้ายหลังน้ำท่วมถนน

หลังน้ำท่วมถนน พนักงานอบต.บ้านช้าง เก็บป้ายทะเบียนรถยนต์ตามถนนสายต่างๆเช่น ถนนสายบ้านช้าง-หัวถนน ถนนสายพนัส-บ้านช้าง และถนนทางหลวงหมายเลข 311 กว่า 100 ป้าย

ศาลอาญายกคำร้องขอเพิกถอนหมายจับ พลเอกปฐมพงษ์  และ จอย  ศิริลักษณ์

ศาลอาญายกคำร้องขอเพิกถอนหมายจับ พลเอกปฐมพงษ์ และ จอย ศิริลักษณ์

ศาลอาญา ยกคำร้องการขอเพิกถอนหมายจับ พลเอกปฐมพงษ์ เกษรศุกร์ และน.ส. ศิริลักษณ์ ผ่องโชค เนื่องจากการออกหมายจับเป็นไปตามขั้นตอนตามกฎหมาย